#ม็อบ15ตุลา : รายงานตัวไม่กลัวเผด็จการ

วันที่ 15 ตุลาคม 2564
เวลา 09:00
สถานที่ สถานีตำรวจภูธรธัญบุรี
จังหวัด ปทุมธานี

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องความยุติธรรมในระบบศาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

21-50

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

51-100

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

15 ตุลาคม 2564 เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ร่วมกับ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group (DRG), รังสิตพะยอมเก๋า, Supporter Thailand และ ภาคีSaveบางกลอย จัดกิจกรรมชุมนุม #รายงานตัวไม่กลัวเผด็จการ ที่หน้าสภ.ธัญบุรี เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยกิจกรรมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก ผู้ต้องหาเก้าคน ได้แก่ วิศรุต สมงาม, สุธิลา ลืนคำ, ธนพร วิจันทร์, ศรีไพร นนทรีย์, พริม มณีโชติ, สุนี ไชยรส, วิปัสยา อยู่พูน, ไพศาล จันปาน และชลธิชา แจ้งเร็ว ถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ และจะเดินทางไปที่ สภ.ธัญบุรีเพื่อรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน โดยเหตุที่ผู้ต้องหาทั้งแปดรายถูกดำเนินคดี สืบเนื่องมาจากกรณีจัดกิจกรรม #คาร์ม็อบ11กันยา จากฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ไปยังศาลจังหวัดธัญบุรี 

ทั้งนี้ ชลธิชา แจ้งเร็ว เป็นเพียงผู้เดียวที่ยังไม่ได้รับหมายเรียก แม้จะมีชื่อปรากฏอยู่ในหมายเรียกที่คนอื่นได้รับ อีกทั้ง ยังมีการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไม่เป็นทางการด้วยว่า ชลธิชา อาจจะถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการร่วมกิจกรรมในวันนั้นด้วย โดยก่อนที่ทั้ง 8 คน จะเข้ารายงานตัวในสถานีตำรวจ ได้มีการปราศรัยและจัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์บริเวณด้านหน้า สภ.ธัญบุรี เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิก มาตรา 112

โดยในการชุมนุมครั้งนี้ เป็นไปด้วยความสงบ ผู้ต้องหาที่มารายงานตัว ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยการวางดอกไม้จันทน์ที่มีรอยเลือดไว้บนโลงศพจำลอง เพื่อไว้อาลัยต่อกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ก่อนจะนำน้ำแดงไปสักการะศาลพระภูมิที่ด้านใน สภ.ธัญบุรี พร้อมป้ายยกเลิก 112 ภายหลังจากผู้ต้องหารายงานตัวเสร็จแล้ว จึงประกาศสิ้นสุดกิจกรรมในเวลา 12.19 น.

ลำดับเหตุการณ์

11 กันยายน 2564
เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ร่วมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG), รังสิตพะยอมเก๋า และ Supporter Thailand จัดกิจกรรมในรูปแบบคาร์ม็อบ ตั้งขบวนจากหน้าห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ไปยังศาลจังหวัดธัญบุรี เพื่อจัดกิจกรรมลงชื่อยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาคดีชุมนุมหน้าตชด. ภาค 1 ห้าราย ได้แก่ ณัฐชนน ไพโรจน์, บอย-ชาติชาย แกดำ, ฟ้า-พรหมศร วีระธรรมจารี, ไมค์-ภานุพงศ์ จาดนอก และเพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ 

https://www.mobdatathailand.org/case-file/1631367204832/

12 ตุลาคม 2564
เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน โพสต์นัดหมายชุมนุมวันที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ที่หน้าสภ.ธัญบุรี เนื่องจากสมาชิกจากเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group - DRG, รังสิตพะยอมเก๋า, Supporter Thailand และ ภาคีSaveบางกลอย ได้รับหมายเรียกสืบเนื่องจากจากกิจกรรม #ม็อบ11กันยา รายงานตัวที่ สน.ธัญบุรี 

https://web.facebook.com/labornetworkforpeoplesright/photos/a.125319149295925/386698783157959/

15 ตุลาคม 2564

09.01 - 09.11 น.ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเข้ารายงานตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี ได้จัดวางกองกำลังไว้สามจุด โดยจุดแรก คือ 
1) หน้า สภ.ธัญบุรี มีการวางกำลังตำรวจในเครื่องแบบอย่างน้อย 20 นาย เป็นแถวหน้ากระดานไว้ 
2)  ทางเข้า สภ.ธัญบุรี ฝั่งติดกับถนนใหญ่ ซึ่งมีการตั้งรั้วเหล็กกั้นและมีการวางกองกำลังตำรวจอย่างน้อย 10 นาย 
3)  บริเวณด้านข้างของ สภ. ฝั่งสำนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานี ก็มีการตั้งรั้วเหล็กกั้นและมีการวางกองกำลังตำรวจอย่างน้อย 10 นาย เช่นเดียวกัน

09.16 น. จนท.ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ถ้าผู้ที่มารายงานตัวพร้อมแล้วสามารถเดินเข้า สภ. พร้อมทนายได้เลย ทางตำรวจพร้อมแล้ว และขอให้สื่อมวลชนและบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องรออยู่ด้านนอก

10.23 น. นักกิจกรรมอย่างน้อย 7 คน ประกอบไปด้วย วิศรุต สมงาม, สุธิลา ลืนคำ, ธนพร วิจันทร์, ศรีไพร นนทรีย์, พริม มณีโชติ, วิปัสยา อยู่พูน และ ชลธิชา แจ้งเร็ว เดินทางมาบริเวณด้านข้าง สภ.ธัญบุรี ฝั่งสำนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานี และมีการกล่าวปราศรัยทีละคน หลังจากนั้น สุนี ไชยรส หนึ่งในผู้ที่ต้องเข้ารายงานตัว ได้ออกมาร่วมปราศรัยด้วยกันด้านนอก

ชลธิชา แจ้งเร็ว กล่าวก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เหตุในคดีนี้มาจากการออกมาชุมนุมและเรียกร้องให้คืนสิทธิในการประกันตัวให้กับเพื่อนของเรา แต่เรื่องตลกร้าย คือ วันนี้คนที่ออกมาเรียกร้องสิทธิดังกล่าวกลับต้องตกเป็นผู้ต้องหา และเพื่อนๆ ที่เราเคยเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้ก็กลับต้องมาทำหน้าที่เรียกร้องให้กับเราแทน

ชลธิชา กล่าวว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ในวันนี้ ไม่สามารถทำให้เกิดความหวาดกลัว หรือหยุดความฝันถึงการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ได้ พร้อมย้ำด้วยว่า "คนที่ควรจะกลัวคือคนมีอำนาจ คนที่จะกลัวคือคนที่อยู่ข้างบน คนที่ควรจะกลัวคือคนในกระบวนการยุติธรรม เพราะเขาไม่สามารถทำให้เรากลัวได้"

10.35 น. สุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หนึ่งในผู้ต้องหาที่มารายงานตัววันนี้ ระบุว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อ 11 กันยายน 2564 ได้เดินทางมาเป็นนายประกันให้กับผู้ต้องหาที่ไม่ได้รับสิทธิในประกันตัว จากนั้นได้รับเชิญให้พูดคุยกับผู้ชุมนุมและส่งเสียงไปยังศาลถึงความสำคัญในการให้สิทธิประกันตัว แต่กลับต้องมาถูกดำเนินคดีไปด้วย

10.45 น. ศรีไพร นนทรีย์ จากเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ระบุว่าแม้กฎหมายแรงงานสัมพันธ์จะไม่รับรองการตั้งสหภาพแรงงานสำหรับข้าราชการตำรวจ แต่ว่าหากตำรวจต้องการตั้งสหภาพแรงงานก็สามารถทำได้ สามารถมาปรึกษากันได้ ศรีไพรระบุว่า การพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิต ไม่ใช่แค่ภาคเอกชน ข้าราชการก็สำคัญ จงมาร่วมกันเปลี่ยนเริ่มจากใจของคุณ (ตำรวจ) ก่อน

10.50 น. พริม มณีโชติ ผู้ทำหน้าที่เป็นพิธีกรในการชุมนุมคาร์ม็อบ 11 กันยายน และกลายเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา ได้กล่าวว่า เธอเข้าใจสถานการณ์ความอึดอัดใจตำรวจดีเพราะว่าเธอเป็นลูกตำรวจ แต่ก็ชวนคิดว่าในแวดวงตำรวจเองก็มีความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ลองสังเกตดูว่า ตำรวจที่มีความก้าวหน้า ก็ไม่มีทางที่จะมาอยู่ที่นี่ แต่ไปอยู่สน.ทองหล่อ บางรายก็ติดเข็มกลัดรูปเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งหากย้อนไปในยุคปี 53 หลังเลิกงาน ตำรวจก็สามารถไปชุมนุมกับพี่น้องเสื้อแดงได้ ไม่ได้ถูกตัดผมขาวสามด้านเหมือนอย่างที่เป็นในปัจจุบัน

10.53 น. ผู้ที่มารายงานตัวได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยการวางดอกไม้จันทน์ที่มีรอยเลือดไว้บนโลงศพจำลอง เพื่อไว้อาลัยต่อกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม  ก่อนจะนำน้ำแดงและดอกไม้สดไปสักการะศาลพระภูมิที่ด้านใน สภ.ธัญบุรี พร้อมป้ายยกเลิก 112 จากนั้น จึงเข้ารายงานตัวพร้อมกับทนายความ

เวลาประมาณ 11.45 หลังทั้งเก้าคนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ลูกเกด ชลธิชา ก็ถูกตั้งข้อกล่าวหาฐานฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เช่นเดียวกับคนอื่น ยังไม่ถูกตั้งข้อหามาตรา 112 ในวันนี้ตามที่ตำรวจได้แจ้งไว้ แต่ตำรวจก็ไม่ได้ยืนยันว่า จะมีข้อหานี้ตามมาภายหลังอีกหรือไม่

12.16 น. เสร็จกระบวนการ ผู้ต้องหาทุกคนเดินออกมาจากสภ. ลูกเกด-ชลธิดา แจ้งเร็วระบุว่าวันนี้มารับทราบข้อกล่าวหาพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เหมือนผู้ต้องหารายอื่น แต่ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ก็ยังต้องจับตารอต่อไป ไม่นิ่งนอนใจ เพราะเห็นว่าในสำนวนคดีก็มีการถอดคำปราศรัยเรื่องงบประมาณสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ตนปราศรัยเมื่อ #ม็อบ11กันยา ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมภายหลังหรือไม่ 

จากนี้จะทำหนังสือถึงศาลธัญบุรีว่ามารายงานตัวแล้ว ไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี หาก สภ.ธัญบุรี จะออกหมายจับตามที่ขู่ไว้ก่อนหน้านี้ ก็ถือว่าไม่ถูกต้อง สุดท้ายฝากถึงการปฏิรูปสถาบันฯ ยิ่งเราแสดงความกลัวออกมา จะยิ่งทำให่เขาใช้ไม้แข็งมากขึ้น ถ้าใครพร้อม ขอให้ช่วยกันทำงาน เรียกร้องเพื่อให้การปฏิรูปฯ เกิดขึ้นได้จริง ตัวเองก็จะทำงานเพื่อประเด็นนี้