#ม็อบ15ตุลา : รวมพลคนคิดถึงลุงตู่

วันที่ 15 ตุลาคม 2564
เวลา 14:00
สถานที่ ศาลาประชาวาริน
จังหวัด อุบลราชธานี

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

1-20

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

15 ตุลาคม 2564 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการโครงการพลังงานทดแทน และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบโคกหนองนาที่วัดป่าศรีแสงธรรม ตำบลห้วยยาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีและเขื่อนสิรินธร  ขณะที่เวลา 13.00 น. คณะอุบลปลดแอกนัดหมายรวมตัวกันที่ศาลหลักเมือง

ลำดับเหตุการณ์

วอยซ์ออนไลน์รายงานว่า เช้าวันนี้ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ออกเดินทางไปยัง ท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อตรวจราชการจังหวัดอุบลราชธานี

สำหรับในส่วนการต้อนรับของนักการเมืองในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี นำโดย ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นำส.ส.พลังประขารัฐ ร่วมต้อนรับ จากนั้นเวลา 10.40 น. นายกรัฐมนตรี เดินทางด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ดสีขาว เลขทะเบียน กฉ 1111 ศรีสะเกษ มายังวัดป่าศรีแสงธรรม ตำบลห้วยยาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมแหล่งเรียนรู้พลังงานทดแทน“โคกอีโด่ยวัลเล่ย์” ณ โรงเรียนศรีแสงธรรม และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ โคก หนองนา โดยมี พระครูวิมลปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีแสงธรรม ต้อนรับพร้อมนำชมแหล่งเรียนรู้“โคกอีโด่ยวัลเล่ย์”

อ้างอิง : https://www.voicetv.co.th/read/Ps6MoYQZa?fbclid=IwAR1mjHuHehYQKO-nnbKInqXcdRjymPJdey9R0RDv71oObs3rJP3ca1oedmI

เวลา 8.45 น. ตำรวจสองนายไปเยี่ยมบ้านประชาชนรายหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ถามถึงเรื่องการพาแนวร่วมศรีสะเกษเพื่อประชาธิปไตยไปร่วมกิจกรรมต้อนรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาที่จังหวัดอุบลราชธานี  เมื่อถามว่า “แล้วจะเอาคำตอบไปทำอะไรคะ” ตำรวจตอบว่า  “จะรายงานไปยังกองเหนือ” ก่อนกลับ ตำรวจทั้งสองนายขอถ่ายรูปแต่เธอปฏิเสธ

เวลา 9.32 น. ธีร์ อันมัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตำรวจฝ่ายสวนวารินชำราบมาเยี่ยมบ้านถามถึงการไปต้อนรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

อ้างอิง : https://www.facebook.com/photo/?fbid=4747332755312592&set=a.117426118303302

เวลา 14.00 น. ที่ถนนทางเข้าศาลาประชาวาริน นักกิจกรรมคณะอุบลปลดแอกประมาณห้าคนมารวมตัวกันเพื่อขอเข้าไปพบกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แชมป์-ฉัตรชัย แก้วคำปอด หนึ่งในนักกิจกรรมระบุว่า วันนี้ที่มาก็เพื่อจะเข้าพบกับพลเอกประยุทธ์ พวกเขาแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการให้ตรวจค้นสิ่งของที่พกพามาและไม่มีการพกป้ายแสดงออก ตำรวจก็ยังไม่ให้ผ่านเข้าไปด้านใน

เวลา 14.16 น. เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสานเข้ามาพูดคุยกับแชมป์-ฉัตรชัย โดยเขาบอกว่า อยากพูดคุยและสื่อสารกับนายกรัฐมนตรี มีข้อเรียกร้องเช่น 

หนึ่ง ขอให้นายกรัฐมนตรีลงจากตำแหน่งและเว้นวรรคทางการเมือง เนื่องจากอยู่มายาวนาน เราเห็นแล้วว่า การบริหารของนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจมากไม่สามารถนำพาประเทศชาติพัฒนาและแก้ไขปัญหาได้

สอง เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ขอให้ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ปัจจุบันรัฐธรรมนูญ 2560 ส.ว.มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรีจึงอยากให้สื่อสารว่า ให้ส.ว.ยุติการใช้สิทธิออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี

สาม เรียกร้องให้จัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพมาให้ประชาชน ก่อนการเปิดประเทศ 

นี่คือเสียงสะท้อนของชาวอุบลในบางส่วน อยากให้รับฟังและแก้ปัญหาเหล่านี้ ถ้าหากทำไม่ได้ก็หยุดเล่นการเมืองและเปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหา

นักกิจกรรมอีกคนหนึ่งที่สวมเสื้อแดงกล่าวว่า วันนี้ถึงเราจะเห็นต่างกันบ้างอันนี้เข้าใจ แต่เราได้พิสูจน์แล้วว่า หลังจากที่พลเอกประยุทธ์เข้ามาบริหารราชการประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก ไล่ก็ไม่ไปก็คงอยากฝากข้อความไปบอก สำหรับพี่ว่า ถึงวันนี้เราอยู่ฝ่ายตรงข้ามกันขออย่างเดียวอย่าพูดทำลายกัน จากนั้นเวลา 14.28 น. แรมโบ้อีสานจึงกลับออกไป ขณะที่ด้านหลังมีกำลังตำรวจตำรวจควบคุมฝูงชนมาเสริมเพิ่มเติมทางฝั่งมุ่งหน้าวารินชำราบ ตำรวจมาปรามบอกว่า เดี๋ยวพี่โดนไล่ออก นักกิจกรรมบอกว่า พี่โดนไล่ออกแต่หนูโดนคดี

เวลา 14.29 น. นักกิจกรรมบางส่วนมาอยู่ที่บริเวณสถานีขาเข้าทุ่งคำ ตำรวจบอกว่า เข้าใจว่า ทุกคนมีสิทธิแสดงออก เพียงแต่ว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่หวงห้ามเนื่องจากนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ จะต้องทำให้บริเวณนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัย นักกิจกรรมอธิบายว่า เขาไม่ได้มาทำให้ไม่ปลอดภัย จำนวนคนแค่หยิบมือและไม่มีอาวุธ ตำรวจระบุถึงป้าย ผู้ชุมนุมอีกคนหนึ่งบอกว่า ป้ายหมิ่นเหม่อย่างไรเป็นภาพของนายกฯทักษิณ ตำรวจพยายามอธิบายว่า เดี๋ยวเขาจะมีจุดให้ประชาชนแสดงออก นักกิจกรรมบอกว่า ตรงนี้แหละ ตำรวจบอกว่า เดี๋ยวจะจัดพื้นที่ให้ แต่ตรงนี้ไม่ได้จริงๆ นักกิจกรรมต่อรองบอกว่า ขอแสดงออกตรงนี้และย้ำว่า เขาไม่ได้แสดงออกรุนแรง 

ต่อมาเวลา 14.40 น. ตำรวจขอให้นักกิจกรรมออกไปรวมกับผู้ชุมนุมที่แยกทางมุ่งหน้าศาลาประชาวารินโดยจะขับรถไปส่งแต่เขาปฏิเสธบอกว่า จะเดินไปเอง


อ้างอิง : https://www.facebook.com/runforthailand/videos/1081869085886649
 
เวลา 14.34 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนจากจังหวัดอื่นเช่น ศรีสะเกษขึ้นรถตู้มาเสริมกำลัง โดยมีอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน เช่น เสื้อเกราะ, โล่และกระบอง ต่อมาเวลา 14.37 น. ตำรวจตั้งแนวปิดถนนและมีปากเสียงกับผู้ชุมนุมสวมเสื้อสีแดงที่จะผ่านแนวตำรวจออกไปเพื่อกลับบ้าน แต่ตำรวจตั้งแนวปิดถนนไม่ให้ไป ผู้ชุมนุมมีการตะโกนต่อว่าตำรวจ เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบคนหนึ่งบอกว่า เมื่อสักครู่ตำรวจไม่ได้ทำการรุนแรงเลยเพียงแค่มาตั้งด่านตรวจตามคำสั่งเท่านั้น มีผู้ชุมนุมตะโกนคำว่า นายสั่งๆโคตรพ่อโคตรแม่มึงสั่งหรอ เจ้าหน้าที่นายดังกล่าวบอกว่า โคตรพ่อโคตรแม่ใครครับ ขอให้ถอนคำพูดและเริ่มจะมีปากเสียงกับผู้ชุมนุม 

ตำรวจในเครื่องแบบเข้ามาไกล่เกลี่ยระบุว่า เจ้าพนักงานตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจมีอำนาจตามมาตรา 2(10) ในการสอบสวนคดีอาญา ถ้ามีสิ่งบอกเหตุที่จะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นมา ตำรวจจะใช้อำนาจในการตรวจสอบและระงับยับยั้ง วันนี้มีผู้ชุมนุมหลายกลุ่มอาจจะเกิดความไม่เรียบร้อยขึ้นจึงพยายามจะยุติและปิดการจราจรถนนบางส่วน 

เวลา 14.56 น. มีผู้ชุมนุมบางส่วนเดินจากศาลาประชาคมสวนทางมาหลังแนวตำรวจที่นักกิจกรรมคณะอุบลปลดแอกอยู่ ระบุว่า ขณะนี้พลเอกประยุทธ์กำลังไปที่ศาลาประชาคม

เวลา 15.30 น. ผู้ชุมนุมจากถนนทางเข้าศาลาประชาวารินเดินมาที่ทางเข้าศาลาประชาคม แต่เจอกับตำรวจที่มาตั้งแถวปิดถนน

เวลา 15.37 น. ตำรวจประกาศว่า พื้นที่ที่ผู้ชุมนุมกำลังจะผ่านเข้าไป ตอนนี้ไม่สามารถจะผ่านเข้าไปได้แล้วเพราะเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการรักษาความปลอดภัยเราได้ซีลพื้นที่และตรวจสอบเพื่อรักษาความปลอดภัย ถ้าเราแสดงออกสามารถยื่นเป็นหนังสือและข้อกังวลต่างๆให้แก่ตำรวจได้เลย แต่จะเข้าไปด้านในจะเข้าไม่ได้ หากฝ่าฝืนจะเป็นการจัดกิจกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตและเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจจะต้องบังคับใช้กฎหมายกับผู้ชุมนุม ซึ่งเราพยายามหลีกเลี่ยงอยากจะเจรจาคุยกันดีกว่า มีอะไรก็สื่อสารกัน คุยกันดีกว่า หากจะผ่านเข้าไปคงให้เข้าไปไม่ได้ ถ้าเข้าไปก็จะเป็นความผิดตามกฎหมาย การแสดงสัญลักษณ์บริเวณนี้สามารถทำได้ 

อย่างไรก็ตามการรวมกลุ่มทำกิจกรรมจะเป็นความผิดตามมาตรา 9 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ข้อกำหนดนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 15 และมติของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หากเป็นความผิดซึ่งหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมาย แต่เราพยายามหลีกเลี่ยง การแสดงออกตรงนี้สามารถทำได้ แต่ไม่สามารถให้ผ่านไปไกลกว่านี้แล้ว

เบื้องต้นหลังจากพลเอกประยุทธ์ เสร็จภารกิจที่ศาลาประชาวารินแล้วจะใช้เส้นทางเดินทางกลับเส้นทางที่ผู้ชุมนุมอยู่ ถ้าจะแสดงออกทางสัญลักษณ์ขอให้แสดงออกด้วยความสงบ เดี๋ยวเราจะจัดที่ให้ แต่ขออย่าเข้าไปหลังแนวตำรวจ

เวลา 15.43 น. ตำรวจประกาศเตือนเรื่องข้อห้ามการรวมชุมนุมที่ออกตามมาตรา 9 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 

ภายหลังจากที่พลเอกประยุทธ์แจกถุงยังชีพที่ศาลาประชาวารินเสร็จจึงเดินทางผ่านสถานีรถไฟอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ มีนักกิจกรรมจากกลุ่มคบเพลิงตะโกนจากหน้าสถานีรถไฟว่า ไอเหี้ยตู่ออกไป รัฐบาลฆาตกร นอกจากนี้ยังมีการโปรยอาหารสัตว์ที่หน้าแนวตำรวจด้วย

----
คดีความที่สืบเนื่องจากการชุมนุม 

วันที่ 21 ตุลาคม 2564 พนักงานสอบสวนสภ.วารินชำราบออกหมายเรียกผู้ชุมนุมรายหนึ่งให้ไปรายงานตัวในคดีดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่และเทหรือทิ้งสิ่งปฏิกูล มูลฝอยหรือสิ่งอื่นใดลงบนถนน โดยให้ไปรายงานตัวในวันที่ 27 ตุลาคม 2564 เหตุในคดีนี้คาดว่า สืบเนื่องจากการที่ผู้ชุมนุมรายนี้เทอาหารสัตว์ลงที่หน้าแนวตำรวจระหว่างการปิดกั้นเส้นทางไม่ให้ผู้ชุมนุมผ่านทางไปศาลาประชาวาริน

วันที่ 26 ตุลาคม 2564 หัสวรรษ รัตนคเชนทร์ หรือ ไบค์ คบเพลิงได้รับหมายเรียกให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนสภ.วารินชำราบในข้อหาร่วมกันดูหมิ่นด้วยการโฆษณา หัสวรรษกล่าวกับ ‘วอยซ์’ ว่า กรณีนี้คาดเกิดจากกรณีที่เจ้าตัวและพวก 5 คน ชูป้ายข้อความ "I HERE ตู่ รัฐบาลฆาตกร" ระยะประชิดระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะลงพื้นที่ตรวจระบบการบริหารจัดการน้ำและมอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ศาลาประชาคมวารินชำราบ

หัสวรรษกล่าวอีกว่า ไม่นึกว่าจะถูกหมายเรียกนี้ เนื่องจากตนและพวกแค่ชูป้ายให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์และคณะลาออก เนื่องจากบริหารประเทศล้มเหลว โดยเฉพาะกรณีควบคุมโรคโควิด-19 ที่ทำให้ประชาชนติดเชื้อจำนวนมาก และบริหารจัดการวัคซีนที่มีคุณภาพที่ไม่มีเพียงพอ 

“อีกทั้งเรื่องความลำบากของประชาชนในวิกฤตโควิดที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ แม้รัฐบาลจะมีนโยบายแจกเงินช่วยเหลือ เยียวยาแต่นโยบายนี้ก็ไม่ทั่วถึง ซึ่งตามจริงรัฐบาลเยียวยาทุกคนอย่างเท่ากัน ถ้วนหน้า” หัสวรรษกล่าว

ทั้งนี้หมายเรียกระบุให้ไปรายงานตัววันที่ 27 ต.ค. 2564 ที่ สภ.วารินชำราบ หัสวรรษและพวกขอเลื่อนไปรายงานตัวไปอีกสองอาทิตย์เนื่องจากติดภารกิจส่วนตัวต่างจังหวัด

อ้างอิง : https://www.facebook.com/VoiceOnlineTH/photos/a.131804224847/10162266534634848