#ม็อบ14ตุลา : ราษฎรขอนแก่นต้านรับพล.อ.ประวิตร

วันที่ 14 ตุลาคม 2564
เวลา 08:00 - 12:44
สถานที่ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น
จังหวัด ขอนแก่น

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

51-100

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

201-500

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

14 ตุลาคม 2564 เวลา 8.00 น. ที่หน้าศาลากลางจังหวัด ราษฎรขอนแก่นนัดรวมตัวกันเพื่อติดตามการลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก่อนเริ่มกิจกรรมตำรวจวางกำลังทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ เวลาประมาณ 9.00 น. ตำรวจพยายามจะยึดลำโพงของกลุ่ม ทำให้เกิดการชุลมุน ตำรวจมีการดึงตัวไนซ์-ภาณุพงศ์เข้าไปในวงล้อม เขาเล่าว่า เขาถูกทำร้ายร่างกายและปล่อยตัวออกมา ขณะที่มีรายงานการคุมตัวนักศึกษาอีก 1 คนจากเหตุการณ์ช่วงดังกล่าวอ้างว่า จะพาไปสงบสติอารมณ์ ต่อมาตำรวจเปรียบเทียบปรับสองข้อหาคือ ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นเงิน 500 บาทและขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเป็นเงิน 200 บาท

เวลาประมาณ 11.00 น. ผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันที่บริเวณหน้าทางเข้าวัดเทพปูรณาราม แต่ไม่สามารถเข้าไปได้เนื่องจากตำรวจวางกำลังปิดเส้นทางไว้ จากนั้นเวลา 12.00 น. ผู้ชุมนุมเลี่ยงไปใช้ซอยด้านข้างวัดแทน ตำรวจจึงเข้าไปปิดเส้นทางอีกครั้ง มีการล็อคคอและใช้โล่ฟาดที่หน้าของผู้ชุมนุม เวลา 12.44 น. ผู้ชุมนุมประกาศยุติกิจกรรมติดตามพลเอกประวิตร 

ลำดับเหตุการณ์

8.50 น. ตำรวจตั้งแนวสิ่งกีดขวางและวางกำลังปิดทางเข้าออกศาลากลางจังหวัดขอนแก่น

9.04 น. ที่บริเวณก่อนถึงสี่แยกอนุสาวรีย์จอมพลสฤษฎ์ ธนรัชต์ (ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น) มีเหตุชุลมุน ตำรวจจะเข้ามายึดเครื่องเสียงของผู้ชุมนุม ทำให้ไนซ์-ภาณุพงศ์ต้องดึงลำโพงไว้ แต่กลับถูกดึงเข้าไปในวงล้อมของตำรวจควบคุมฝูงชน เขาเล่าว่า หลังจากที่ถูกดึงเข้าไปแล้วล้ม มีความชุลมุนไม่ทราบว่า มือเท้าใครบ้างแต่มีการเตะและกระทืบ ปรากฏรอยแผลแตกที่มือและมีอาการปวด รวมทั้งแว่นตาแตกด้วย โดยหลังจากนี้จะไปพบแพทย์  ขณะที่เนย ดาวดินเล่าว่า ตอนที่เห็นไนซ์ถูกทำร้ายร่างกาย เธอจึงวิ่งเข้าไป จากนั้นตำรวจใช้โล่ผลักที่บริเวณหลังส่งผลให้มีอาการเจ็บ บริเวณแขนซ้ายปรากฏรอยช้ำและแผลถลอก 

ประชาชนมีการตะโกนต่อว่าตำรวจ ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงทำนองว่า มีการทำร้ายเจ้าหน้าที่และตำรวจจะไม่ใช้ความรุนแรง ผู้ชุมนุมยิ่งโกรธขึ้น 

9.08 น. สถานการณ์สงบ ตำรวจควบคุมฝูงชนยังคงตั้งแนวแสดงกำลัง ไนซ์-ภาณุพงศ์ไปยืนต่อว่าที่หน้าแนวตำรวจบอกว่า ตำรวจมีการยึดไมค์ไปด้วย "เลือดที่ไหลออกจากมือผม ผมถือว่า ให้อภัยแต่ไมค์เอามาคืน" "คำว่า ผู้บังคับใช้กฎหมาย บังคับใช้แต่พวกกู พวกมึงอ่ะ" "เด็กนักศึกษามาแค่ไม่กี่คน กล้าออกมาพูดตรงๆหรือเปล่า กล้ายืนหยัดความเป็นตำรวจหรือเปล่า ฝั่งประชาชนยืนหยัดความเป็นประชาชนมายืนอยู่ตรงนี้แล้ว หางจุกตูด หลบอยู่หลังเสา หลบอยู่หลังลูกน้อง พวกมึงมันได้แค่นี้หรอ...ทั้งสภ.เมือง ทั้งตำรวจภูธรภาค 4 มึงได้แค่นี้หรือ กล้ายืนหยัด กล้ามองหน้า มองนัยตาประชาชนหรือเปล่าที่ทำแบบเมื่อกี้นี้ มองตากัน เวลาทำอะไรอ่ะ กล้ามองตากันหน่อย อย่าหลบตา อย่าหลบอยู่หลังลูกน้อง"

9.10 น. ตำรวจตั้งแถวสองฝั่งถนนก่อนเข้าสี่แยกอนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีรายงานการจับกุมนักศึกษา 1 คน ตำรวจอ้างว่า จะนำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกับกล่าวว่ายังไม่แจ้งข้อหาในการจับกุมในครั้งนี้

9.21 น. ผู้ชุมนุมประกาศว่า จะเดินเข้าใกล้ศาลากลางมากขึ้น จากนั้นวิ่งไปบริเวณสี่แยกอนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทางเข้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น จากนั้นตำรวจขยับวิ่งตามผู้ชุมนุมที่มีจำนวนไม่ถึง 20 คน ผู้ชุมนุมมีการถีบโล่ตำรวจควบคุมฝูงชน 1 ครั้ง ตำรวจเริ่มดันผู้ชุมนุมให้ออกจากบริเวณสี่แยก

9.24 น. ตำรวจประกาศว่า ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 เป็นชุมนุมอย่างผิดกฎหมาย การชุมนุมรวมตัวกันขอให้ชุมนุมอย่างสงบ ห้ามไม่ให้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ หากตำรวจมีความจำเป็นจะต้องมีการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้ชุมนุมพยายามดันแนวโล่ของตำรวจไว้ไม่ให้ดันเข้ามาหากอีก ตำรวจในเครื่องแบบสีกากีเข้ามาไกล่เกลี่ยบอกว่า ให้ใจเย็นๆ ผู้ชุมนุมบอกว่า ถอยไปสิ ถ้าจะคุยกันอ่ะ จากนั้นตำรวจควบคุมฝูงชนขยับแถวถอยหลังไปเล็กน้อย

ตำรวจพูดคุยกับผู้ชุมนุมบอกว่า วันนี้ผู้กำกับขอ ขอให้อยู่ในความสงบ อย่าเคลื่อนขบวนไปไหน ถ้าจะทำอะไรขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย อย่าทำผิดกฎหมายเด็ดขาด ห้ามการบุกรุกสถานที่ราชการ การปาสี การทำร้ายเจ้าหน้าที่ อย่าให้มีอย่างเด็ดขาด ผู้ชุมนุมถามว่า แล้วถ้าทำร้ายประชาชนจะทำอย่างไร แต่ไม่ได้รับคำตอบ จากนั้นตำรวจจะออกไปหลังแนว ผู้ชุมนุมทวงไมค์คืน ตำรวจไม่สนใจและเดินกลับไปหลังแนว

ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ขอให้อยู่ในความสงบและสัญญาว่าจะไม่ใช้กำลัง ผู้ชุมนุมบอกว่า "มึงใช้ไปแล้ว กูเป็นคนโดนกระทืบ" ตำรวจพยายามรักษาแนวเจรจาขอให้อยู่ในความสงบ หากฝ่าฝืนตำรวจจำเป็นต้องระงับยับยั้งและดำเนินคดีตามกฎหมาย เริ่มมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้ามาตั้งแนวแสดงกำลังร่วมกับตำรวจ ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณจะมาถึงศาลากลางจังหวัดขอนแก่นแล้วหรือไม่

9.29 น. ผู้ชุมนุมชูป้ายเฟมินิสต์บันเทิงศิลป์

9.36 น. เซฟ-วชิรวิชญ์ พูดคุยในลักษณะเจรจากับตำรวจ จากนั้นตำรวจเริ่มถอนกำลังบางส่วน ต่อมาเวลา 9.43 น. ผู้ชุมนุมแยกย้ายและไปรวมตัวกันที่วัดเทพปูรณาราม ตำบลท่าพระ จังหวัดขอนแก่น

10.56 น. ผู้ชุมนุมมารวมตัวกันที่หน้าทางเข้าวัดเทพปูรณาราม 

11.00 น. มีชายหนึ่งที่อ้างว่า เป็นทหารจากมณฑลทหารบกที่ 23 มีปากเสียงกับผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมถามว่า เมื่อสักครู่ที่ถามคือต้องการทราบว่า มาถ่ายรูปทำไม ผู้ชุมนุมถามว่า ได้รับคำสั่งมาหรือไม่ ชายคนดังกล่าวบอกว่า ต้องการคำสั่งด้วยหรือ ผู้ชุมนุมถามว่า ตำรวจยังยืนเฉยเลยแล้วทำไมเขาต้องมาทำเช่นนี้ ชายคนดังกล่าวบอกว่า อย่ามาสร้างความวุ่นวายและเดินไปหลังแนวตำรวจ

11.14 น.  ผู้ชุมนุมย้ายมาอีกประตูทางหลวงชนบท ขก.1011 ซึ่งมีตำรวจตั้งแนวปิดเส้นทางเข้าเช่นกัน

11.40 น. กลุ่มผู้ชุมนุมกลับมาที่หน้าทางเข้าวัดเทพปูรณาราม มีการเต้นที่หน้าแนวตำรวจ ต่อมาตำรวจยึดป้ายข้อความที่เขียนว่า เฟมินิสต์บันเทิงศิลป์ อ้างว่า ทำให้ตำรวจอับอาย 

11.46 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนถอยแนวไปบริเวณซุ้มทางเข้าวัดเทพปูรณาราม จากนั้นมีผู้ชุมนุมไปยืนกางเสื่อมีนัยยะของการด่าว่า "สาด" ขณะที่ผู้ชุมนุมอีกคนหนึ่งแสดงออกด้วยการนอนกางขาด้านหน้าแนวตำรวจ ระบุว่า "ถ่างกีดีกว่ายิงปืน" ต่อมาเวลา 11.48 น. ตำรวจขยับแนวเข้าหาผู้ชุมนุมสามก้าวและมีการเติมกำลังของตำรวจมากขึ้น คาดว่า พลเอกประวิตรอาจจะกำลังมาถึงพื้นที่

12.00 น. ไนซ์-ภาณุพงศ์บอกว่า ตอนนี้พลเอกประวิตรมาถึงด้านในวัดแล้ว และพาผู้ชุมนุมออกจากทางเข้าวัดเทพปูรณารามไปอีกซอยใกล้เคียง คาดว่า จะสามารถเชื่อมไปที่วัดได้ ตำรจวิ่งตามผู้ชุมนุมไปด้วย เมื่อวิ่งเข้าไปได้สักระยะมีล้อมผู้ชุมนุม มีตำรวจบีบคอไนซ์-ภาณุพงศ์ มีการล้อมผู้ชุมนุมอีกหนึ่งคนไว้  จากนั้นตำรวจพยายามจะผลักดันให้ออกจากซอยและตั้งแถวปิดซอยไว้ 

12.10 น. สถานการณ์สงบลง พบร่องรอยแดงช้ำที่คอของไนซ์-ภาณุพงศ์ เขากล่าวว่า คนที่บีบคอเป็นตำรวจในเครื่องแบบสีกากี ยศ ส.ต.อ. แต่จำชื่อไม่ชัดเจน มีผู้ชุมนุมหญิงคนหนึ่งถูกโล่ตีเข้าที่ปาก ผู้ชุมนุมชายอีกคนหนึ่งที่ถูกตำรวจล็อคตัวไว้ระหว่างชุลมุนเล่าว่า หลังจากที่วิ่งมาจากด้านหน้าทางเข้าวัดเทพปูรณารามเลาะเข้ามาในซอยด้านข้างวัดแล้ว ด้วยระยะทางที่ไกลจึงค่อนข้างเหนื่อย เขาและเพื่อนจึงวางของลงที่พื้น ต่อมามีหัวหน้าชุดตำรวจควบคุมฝูงชนวิ่งเข้ามาล็อคตัวไว้และตำรวจที่ตามมาก็มาถีบอีกทีหนึ่ง 

พอเขากำลังลุกขึ้นยืนมาได้ พยายามเดินต่อเข้าไปในซอยก็เห็นว่า ตำรวจเอารถตู้มาขวางไว้ด้านหน้า ตำรวจก็มาล็อคตัวไว้ จากนั้นตำรวจในเครื่องแบบชุดกากีก็มาล็อคคอเขาไว้อีกครั้งและตำรวจในชุดควบคุมฝูงชนก็วิ่งเข้ามาถีบเขาอีกครั้ง จังหวะนั้นเพื่อนผู้ชุมนุมก็เข้ามาช่วยดันตำรวจออกไปได้ อาการบาดเจ็บคือ เจ็บบริเวณคอเนื่องจากถูกรัดแรงและหายใจไม่ออกไปขณะหนึ่งและมีรอยถลอก

12.44 น. ผู้ชุมนุมแยกย้ายออกจากพื้นที่วัดเทพปูรณาราม ขณะที่นักศึกษาที่ถูกจับกุมเมื่อช่วงเช้าได้รับการปล่อยตัวแล้ว ตำรวจเปรียบเทียบปรับสองข้อหาคือ ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นเงิน 500 บาทและขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเป็นเงิน 200 บาท