#ม็อบ9ตุลา : #ขบวนกี

วันที่ 9 ตุลาคม 2564
เวลา 14:00
สถานที่ จาก ซอย สีลม 2 ไปยัง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
จังหวัด กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ,ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล,เรียกร้องความยุติธรรมในระบบศาล,ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

9 ตุลาคม 2564 เวลา 14.00 น. บริเวณสีลมซอยสอง เฟมินิสต์ปลดแอกนัดทำกิจกรรม #ขบวนกี ในลักษณะคาร์ม็อบเคลื่อนไปตามเส้นทางแยกราชประสงค์, ประตูน้ำและมีปลายทางที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 

ลำดับเหตุการณ์

9 ตุลาคม 2564

เวลา 12.59 น. ตำรวจสกัดรถเครื่องเสียงที่จะมาเข้าร่วมขบวนกีจำนวนสิบคัน วาดดาว-ชุมาพร แต่งเกลี้ยงตัวแทนให้สัมภาษณ์ว่า ทีมงานได้ชวนรถสิบล้อที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 มาร่วมขบวนสิบคันเพื่อทำขบวนกีที่ไม่มีปราศรัย แต่เป็นการเต้นบนรถบรรทุกอย่างเดียว แต่ตำรวจจังหวัดปทุมธานีสกัดไม่ให้รถสิบล้อมาที่นี่ ซึ่งยืนยันว่า ที่นำมาสิบคันเพื่อต้องการเต้นและรักษาระยะห่างระหว่างกัน วันนี้อย่างไรก็ยืนยันจะทำกิจกรรมนำธงรุ้งมากกว่าหนึ่งพันผืนเพื่อยืนยันในเรื่องความหลากหลายทางเพศและข้อเรียกร้องสามข้อคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี, แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

เหตุที่เริ่มที่สีลมเนื่องจากเป็นจุดที่พี่น้อง LGBT และ Sex worker เคยทำงานมีความมั่งคั่งและเติบโต แต่ต้องหยุดชะงักด้วยโควิด 19 จึงอยากใช้เป็นจุดเริ่มต้นและจุดให้กำลังใจ วาดดาวกล่าวทำนองว่า อาสาสมัครที่มาวันนี้หากไม่ได้รับวัคซีนครบสองเข็ม จะขอให้ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ก่อน จึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจจึงตั้งข้อกล่าวหาเรื่องเสี่ยงต่อการแพร่โรค ทั้งที่มีมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่แล้ว พร้อมกล่าวถึงเรื่องการชูคำว่า เปลือย ในกิจกรรมวันนี้ว่า การเคลื่อนไหวด้วยการเปลือยมีทั่วโลกแต่สังคมไทยยังตั้งคำถามเรื่องนี้ คงจะต้องลุ้นต่อไปว่า เราจะเปลือยกันถึงไหน แต่มีห้าประเด็นที่ทำการออกเสียงเรื่องเปลือยในประเด็นดังนี้

  • เปลือย - อคติทางเพศเพื่อสนับสนุนสวัสดิการผ้าอนามัย

  • เปลือย - จารีตประเพณีแบบเก่าในเรื่องของคู่รักต่างเพศ ให้สนับสนุนสมรสเท่าเทียม

  • เปลือย - การปิดปากเพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายมาตรา 112 ซึ่งเมื่อวานเบนจา อะปัญ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเข้าเรือนจำเป็นคนล่าสุด

  • เปลือย - โครงสร้างสถาบันกษัตริย์และร่วมกันเพื่อให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย

  • เปลือย - รัฐธรรมนูญที่เป็นปิตาธิปไตยเพื่อความเป็นธรรมทางเพศ

คำว่า "เปลือย" จะอยู่ตั้งแต่ต้นขบวนจนสิ้นสุด เฟมินิสต์ปลดแอกอยากสร้างสีสันและความหลากหลายของกิจกรรม ทั้งนี้กิจกรรมไม่ได้ลดทอนการเคลื่อนไหวของทะลุแก๊ซที่ดินแดง เราเชื่อว่า พวกเขามีหัวใจที่เต็มเปี่ยมในการต่อสู้ เมื่อวานนี้มีเด็กผู้หญิงอายุ 14 ปีถูกจับไป การจัดกิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้แยกกลุ่มและสร้างความแตกต่างในการเคลื่อนไหว เพียงหนุนเสริมกันและกัน

เวลา 14.31 น. เริ่มใช้เครื่องขยายเสียง ทีมงานเตรียมปิดถนนบริเวณแยกศาลาแดงเพื่อเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าแยกราชประสงค์ จากนั้นเวลาประมาณ 14.36 น. เริ่มปิดการจราจรถนนสีลมขาเข้าแยกศาลาแดงและปูธงไพรด์กลางถนน พร้อมทั้งเปิดเพลงเราคือเพื่อนกัน

เวลา 14.41 น. ตัวแทนประกาศว่า การเปลือยเป็นการต่อสู้อย่างสันติวิธีเพื่อขับไล่พลเอกประยุทธ์และองคาพยพ เพื่อให้เรามีสังคมใหม่ที่เท่าเทียมกัน หัวขบวนเป็นรถเครื่องเสียงจากเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีตามด้วยแดร็กควีนที่มาพร้อมกับธงไพรด์ ด้านหลังเป็นขบวนมอเตอร์ไซด์ที่บีบแตรเป็นระยะ ต่อมาเวลาประมาณ 14.43 น. เริ่มกิจกรรมแรกด้วยการแสดงแดร็กควีนบนธงไพรด์

เวลา 14.56 น. การแสดงเสร็จสิ้น เตรียมเคลื่อนขบวนโดยจะต้องเลี้ยวขวาจากแยกศาลาแดงไปที่ถนนวิทยุอ้อมไปแยกราชประสงค์

เวลาประมาณ 15.40 น. ขบวนกีของกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอกเคลื่อนมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อมากลุ่มทะลุฟ้านำธงไพรด์ห่มอนุสาวรียประชาธิปไตย และเวลา 16.07 น. กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอกเดินขบวนขึ้นมาบนหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและตะโกนร่วมกันว่า "ปิตาธิปไตยจงฉิบหาย ความเป็นธรรมหลากหลายจงเจริญ” จากนั้นปักธงรอบอนุสาวรีย์ มีรายงานว่า ตำรวจแจ้งว่า ไม่ให้ผู้ชุมนุมปิดการจราจร แต่ผู้ชุมนุมยังคงปิดการจราจรเพื่อตั้งเวทีบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ตำรวจมาบอกให้เปิดพื้นที่พอให้รถสัญจรได้ ไม่เช่นนั้นจะใช้กำลังตำรวจควบคุมฝูงชน จนถึงปัจจุบันกิจกรรมยังคงจัดต่อไปได้

ภายในงานมีการปราศรัยเช่น ฟิวส์-พีรพล จากกลุ่มปฏิวัติการศึกษาไทยในหัวข้อ ศีลธรรมอันดีกับการศึกษาในโรงเรียน ระบุว่า เหตุที่ประเทศไทยต้องให้เปิดกว้างเรื่องความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่เพศหญิงหรือชาย เต็มไปด้วยความหลากหลายและทุกคนคือคนที่มีความเท่าเทียมกัน ในระหว่างที่ปราศรัยมีการแสดง Perfomance art ด้วยการราดสีแดง เหลือง ส้ม บนร่างกาย ก่อนจะถอดวิกผมยาวออก

ปูน-ธนพัฒน์ กาเพ็ง จากกลุ่มทะลุฟ้ากล่าวถึงเรื่องผู้ใช้เสรีภาพในการแสดงออกและถูกจองจำระหว่างการพิจารณาคดีมาตรา 112 จากนั้นโกนหัวต่อหน้ามวลชนและมีการโกนหัวจากมีมี่ จากกลุ่มเด็กปากแจ๋ว เธอกล่าวว่า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปขอประกาศว่า จะขอโกนหัวจนกว่าประยุทธ์จะลาออก และหนูก็อาจจะโกนต่อไป ถ้าคนที่ขึ้นต่อมาเป็นเผด็จการ หากหนูต้องโกนหัว และต้องโกนผมตลอดชีวิตก็ขอให้มันเป็นสัญลักษณ์ว่าประเทศเราไม่เคยมีประชาธิปไตยเลย ผมของหนูขึ้นใหม่ได้แต่ชีวิตคนที่เสียไป เอากลับมาไม่ได้ รัฐบาลเฮงซวย

ต่อมาฟ้า-พรหมศร วีระธรรมจารี ราษฏรมูเตลู ปราศรัยถึงสภาพในเรือนจำที่ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็จะถูกตัดผม ความเป็นอยู่ยากลำบากโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงในตอนที่ต้องมีประจำเดือน ระหว่างการปราศรัยเขาร้องไห้จนต้องหยุด

เวลา 19.10 น. ที่แยกสะพานผ่านฟ้า มีผู้ปาพลุเข้าไปบริเวณถนนราชดำเนินนอกที่ตำรวจปิดเส้นทางไว้ ไม่ปรากฏการตั้งแนวแสดงกำลังของตำรวจให้ผู้ชุมนุมหรือผู้สังเกตการณ์เห็น ตำรวจมีการยิงแก๊สน้ำตาออกมา 3 ครั้ง ด้วยเหตุนี้ผู้จัดกิจกรรมขบวนกีจึงประกาศยุติการชุมนุมในทันที เมื่อสอบถามผู้ชุมนุมทะลุแก๊ซคนหนึ่งระบุว่า คนที่ปาพลุครั้งแรกไม่ใช่กลุ่มทะลุแก๊ซ สังกัดกลุ่มใดไม่ทราบแน่ชัด


สถานการณ์ที่แยกสะพานผ่านฟ้าหลังยุติการชุมนุมขบวนกี

เวลา 19.20 น. มีผู้ชุมนุมอยู่ที่บริเวณแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศและมีการปาประทัดเป็นระยะ

เวลา 19.35 น. มีการเผายางที่บริเวณหน้าป้ายแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ฝั่งทางเข้าวัดปรินายก

เวลา 19.40 น. ที่แยกสะพานผ่านฟ้า สถานการณ์สงบลง มีการยิงเลเซอร์จากบริเวณฝั่งสปก.เข้ามาที่บริเวณแยกสะพานผ่านฟ้า แต่ไม่ปรากฏการแสดงกำลังของตำรวจ

เวลา 19.45 น. ตำรวจประกาศแจ้งเตือนว่า การกระทำของท่านในตอนนี้เป็นการสร้างสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความรุนแรง การกระทำของท่านในตอนนี้เป็นการกระทำตามประมวลกฎหมายอาญาทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายเจ้าหน้าที่และละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯขอให้ยุติการชุมนุมในเวลานี้ ถ้าไม่ยุติจะบังคับใช้กฎหมายตามหลักสากลและตามที่คณะรัฐมนตรีให้อำนาจไว้ ขอให้สื่อมวลชนอยู่ในแนวที่ปลอดภัยจากกลุ่มก่อเหตุและให้ไปอยู่ที่วัดภูเขาทอง ตอนนี้ไม่ใช่การชุมนุมแล้วเพราะแกนนำประกาศยุติกิจกรรมแล้ว แต่มีกลุ่มคนบางคนพยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงในบ้านเมือง ขอให้แยกให้ชัดเจน ข้ามไปอยู่วัดภูเขาทองทั้งหมด ผู้ชุมนุมกลุ่มมอเตอร์ไซด์เริ่มกลับมาที่แยกผ่านฟ้า มีการบีบแตรเป็นระยะ ตำรวจประกาศว่า จะเข้าไปดับเพลิง ขอให้อยู่ห่างแนวแยกผ่านฟ้าและไม่ต้องตกใจ

เวลา 19.49 น. รถฉีดน้ำออกมาดับเพลิงที่เผา ผู้ชุมนุมตะโกนว่า ไหนบอกว่า รถดับเพลิงไม่ได้ไง ตำรวจประกาศว่า กลุ่มผู้ก่อความวุ่นวายพยายามสร้างสถานการณ์อยู่ และประกาศให้รถฉีดน้ำถอยรักษาแนว ตำรวจประกาศแจ้งเตือนอีกครั้งว่า ถ้าไม่แยกย้ายจะบังคับใช้กฎหมายตามยุทธวิธี ตามหลักสากล ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ให้อำนาจไว้

เวลา 19.51 น. มีเสียงประทัด 1 ครั้ง รถยนต์ยังคงสัญจรผ่านไปมา จากนั้นผู้ชุมนุมเริ่มถอนออกจากพื้นที่เกือบหมดแล้ว

เวลา 19.58 น. ขบวนรถตำรวจลักษณะเป็นรถสายตรวจของนครบาลเข้าประจำการที่ฝั่งภูเขาทอง

เวลา 19.59 น. ตำรวจประกาศว่า ขอให้สื่อมวลชนอยู่ในแนวที่ปลอดภัย โดยขณะนี้ผู้ชุมนุมถอนออกจากพื้นที่ไปแล้ว

เวลา 20.42 น. ตำรวจชุดกากีขึ้นรถกระบะเคลื่อนที่เร็วเข้ามาที่แยกผ่านฟ้า มีการถือปืนลูกซองชี้เปิดทางไปด้วย จากนั้นคุมตัวประชาชนอย่างน้อย 4 คนมาค้นตัวและถ่ายภาพไว้ที่บริเวณหน้าป้อมมหากาฬ

เวลา 20.42 น. ตำรวจพร้อมปืนพกสั้น, ปืนลูกซองและปืน FN-303 เข้าตรวจสอบประชาชนที่อยู่ด้านหน้าเซเว่น เพชร ธนกร ภิระบันถูกตรวจสอบ ตำรวจบอกว่า ห้ามไลฟ์ เพชรจึงบอกว่า งั้นไม่ไลฟ์ให้เห็นหน้าตำรวจปรับเป็นการใช้กล้องหน้าให้เห็นหน้าเขาเอง ตำรวจบอกว่า ขณะนี้การชุมนุมผิดกฎหมาย เดี๋ยวขออนุญาตตรวจค้นหน่อยนะครับ เพชรตอบว่า ตรวจได้เลยค่ะ จากนั้นขอตรวจบัตรประชาชนและย้ำว่า ให้ดูบัตรได้แต่ห้ามถ่ายภาพ

เยาวชนอีกคนหนี่งถามว่า พี่ยศอะไร คาดว่า จะเป็นการตรวจสอบอำนาจการตรวจบัตรประชาชน ตำรวจบอกว่า ขอดูเลข 13 หลักเพื่อตรวจสอบว่า มีหมายจับหรือไม่ ตำรวจประกาศว่า ใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ออกจากพื้นที่ ตำรวจตรวจสอบแล้วถามเพชรว่า เคยได้รับหมายเรียกอะไรไหม เพชรตอบว่า เคยได้รับหมายเรียกแต่ไปตามหมายเรียกทุกหมาย แต่เป็นการชุมนุมเมื่อปีที่ผ่านมา มีหลายที่เช่น สน.ปทุมวันและนางเลิ้ง และที่มายืนตรงนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ที่ปาสิ่งของที่แยกผ่านฟ้าเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.

เวลา 20.49 น. ตำรวจตรวจค้นเอกชัย หงส์กังวาน เขาโต้เถียงว่า เวลานี้ยังไม่เข้าช่วงเคอร์ฟิวด้วยซ้ำ ตำรวจเดินนำโทรศัพท์ที่เปิดไลฟ์ของเพชรมาชี้ว่า นี่ไลฟ์หรือไม่ เกี่ยวกับการชุมนุมให้เชิญตัวไป เพชรปฏิเสธว่า การกระทำของเขาไม่ได้เป็นการกระทำซึ่งหน้าที่ตำรวจจะมีอำนาจจับกุมได้ เขาไม่ได้ชุมนุมที่แยกผ่านฟ้า ตำรวจประกาศว่า ชัดเจนใช่ไหม ถ้าชัดเจนเอาตัวมา บอกให้กลับไม่กลับ ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า เหตุการณ์ตรงนี้เป็นการตรวจสอบตัวผู้ชุมนุม ท่านอาจจะไม่ใช่ก็ได้

จากนั้นตำรวจบอกว่า เชิญตัวทุกคนไปที่แยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ หน้าป้อมมหากาฬ ระบุว่า ถ้าไม่เจอหลักฐานตามคลิปเดี๋ยวปล่อยตัวทันที ผู้ที่ถูกเชิญตัวมีทั้งหมด 5 คนคือ เอกชัย หงส์กังวาน, เพชร-ธนกร ภิระบันและเพื่อนอีก 3 คน โดยเพชรและเพื่อนมีสถานะเป็นเยาวชน ขณะนี้ตำรวจยังไม่คืนบัตรประชาชนของทั้งห้าคน ตำรวจพยายามจะให้ทั้งหมดขึ้นรถผู้ต้องขังอ้างว่า จะพาไปตรวจสอบ เพชรไม่ยอมบอกว่า ถ้าจะตรวจสอบก็ตรวจสอบตรงนี้ นอกจากนี้ยังตรวจสอบกระเป๋าและบัตรประชาชนไปแล้ว ไม่มีพฤติการณ์ในการหลบหนีเลยด้วยซ้ำ

ดต.ถวิล ตำรวจที่ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศว่า ตำรวจจะทำการตรวจสอบและต้องให้ความร่วมมือ มิเช่นนั้นจะเป็นการขัดคำสั่งเจ้าพนักงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ถ้าไม่เกี่ยวข้องก็จะปล่อยอยู่แล้ว เอกชัยบอกว่า การคุมตัวต้องแจ้งข้อกล่าวหามาก่อนและการถ่ายภาพเจ้าพนักงานเป็นสิทธิตามกฎหมาย ดต.ถวิลบอกว่า "สิทธิตามกฎหมาย เมื่ออยู่ในพื้นที่ควบคุมน้องไม่มีสิทธิ เมื่อมีการตั้งด่าน มีการคุมตัว มีการเชิญตัว การดำเนินการในการไลฟ์ ในการถ่ายทอดต่างๆ อย่างที่พี่บอกนักข่าวอยู่ในแนว คือแนวที่เรากำหนดไว้ว่า ตรงไหนคือไลฟ์ได้ถ่ายได้ ตรงไหนที่ถ่ายไม่ได้ ขออนุญาตตรวจสอบ"

เอกชัยตอบว่า คุณมีสิทธิอะไรที่มากำหนด ดต.ถวิลบอกว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ เยาวชนบอกว่า ขอติดต่อทนายความก่อน ดต.ถวิลกล่าวอีกว่า เมื่อเชิญตัวต้องตรวจสอบ แต่ถ้าน้องไม่ให้พี่ตรวจสอบถือว่า ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน มีความผิดทางอาญา มีโทษลหุโทษ เพชรบอกว่า "พี่แล้วเรื่องอะไรหนูจะยอม เมื่อกี้ตำรวจ...[กล่าวไม่จบ]" ดต.ถวิลบอกว่า ตรวจสอบทีละคน หยุดไลฟ์ด้วย เพชรบอกว่า เราคุยกันดีๆก่อน ตำรวจบอกว่า ตรวจสอบทีละคน เชิญขึ้นรถ เอกชัยบอกว่า ไม่ขึ้น ตำรวจบอกว่า ตรวจทีละคน โทรศัพท์ครับ ทุกคนปฏิเสธและบอกว่า การตรวจสอบโทรศัพท์ต้องมีหมายศาล

ดต.ถวิลบอกว่า "ไม่จำเป็นต้องมีหมายครับ" และขอตรวจบัตรประชาชน เพชรบอกว่า ตรวจสอบกันหมดแล้ว ตรวจสอบทุกอย่างแล้ว เวลา 21.00 น. ตำรวจยอมปล่อยตัวทั้งหมดออกมา

เวลา 20.55 น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร.กล่าวว่า เวลาประมาณ 19.00 น. มีเหตุขว้างปาประทัดยักษ์ที่แยกผ่านฟ้า ตำรวจประกาศแจ้งเตือนให้หยุดการกระทำ แต่ยังก่อเหตุต่อล่วงเลยมาประมาณหนึ่งชั่วโมง เมื่อประกาศไม่เป็นผลจึงได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้ามาแยกผ่านฟ้า มีการตรวจสอบกลุ่มบุคคลว่า มีหลักฐานแน่ชัดว่า มาร่วมชุมนุม มีรายงานการคุมตัวไป "ซักถาม" ประมาณ 5-6 คน

เวลา 21.15 น. สำนักข่าวราษฎรรายงานว่า มีการจับกุมประชาชนไปแล้วไม่น้อยกว่า 7 คนไปที่สน.บางรัก

เวลา 00.50 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ที่สน.บางรัก ชาย 7 คนซึ่งถูกควบคุมตัวมาจากบริเวณสะพานผ่านฟ้า ในวันนี้ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใดๆแต่ถูกทำประวัติและลงบันทึกประจำวันไว้ โดยถูกสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ปาระเบิดบริเวณเซเว่นอีเลเว่น ทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวและได้รับโทรศัพท์ที่ถูกยึดคืน

10 ตุลาคม 2564

เวลา 10.45 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงข่าวประจำวัน พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า วันที่ 9 ตุลาคม 2564 มีการชุมนุม 3 กลุ่มคือ กลุ่มพลเมืองโต้กลับที่บริเวณหน้าศาลฎีกา การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบ ไม่มีเหตุความวุ่นวายแต่อย่างใด, กลุ่มทะลุแก๊ซที่ใต้ทางด่วนดินแดงไม่พบว่า มีการรวมกลุ่มแต่อย่างใดและกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอกที่ซอยธนิยะเคลื่อนคาร์ม็อบมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย การดำเนินการได้มีการจัดกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย "เป็นไปด้วยความสงบ ไม่มีเหตุวุ่นวายแต่อย่างใด" และกลุ่มมีการประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 19.10 น.

อย่างไรก็ตามเหตุต่อเนื่องกันในเวลา 19.20 น. ได้มีกลุ่มที่ก่อความไม่สงบได้ร่วมตัวกันประมาณ 30 คนบริเวณแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ หลังจากนั้นได้มีการใช้ประทัดและพลุไฟขว้างปาบริเวณดังกล่าวและต่อมามีการเผายางที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า ตำรวจจึงเข้าควบคุมและยึดพื้นที่ ในการดำเนินการได้คุมตัวประชาชน 7 คน และในการควบคุมพื้นที่นั้นได้ทำการตรวจยึดระเบิดแสวงเครื่องได้ 1 ลูก อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์เพื่อพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำความผิดต่อไป

สำหรับมาตรการในการปฏิบัติบริเวณแยกดินแดงตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ปรับแผนในการปฏิบัติโดยเน้นมาตรการเชิงรุกมากยิ่งขึ้นนั้น ในการปฏิบัตการตามกฎหมายนั้น เราได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน เวลาประมาณ 13.00 น.ของวันที่ 9 ตุลาคม 2564 ได้รับแจ้งทาง 191 จากพลเมืองดีว่า พบวัตถุต้องสงสัยบริเวณแฟลต 8 ของแฟลตดินแดง หลังจากนั้นตำรวจตรวจสอบพบว่า เป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูก ประทัดบอล 50 ลูก วิทยุสื่อสารและมีดด้ามยาวขนาด 50 นิ้วจึงตรวจยึดเพื่อพิสูจน์ทราบผู้กระทำความผิดต่อไป ในการดำเนินการที่แฟลตดินแดงนั้น

นอกจากมาตรการบังคับใช้กฎหมาย อีกมาตรการหนึ่งที่เป็นไปตามการปฏิบัติตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคือ การปฏิบัติการด้านมวลชน ณ ขณะนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ดำเนินการมาตรการที่เรียกว่า 3 สร้าง สร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนให้กับพี่น้องแฟลตดินแดงและบริเวณโดยรอบและสร้างที่ 2 คือ การสร้างความร่วมมือ เมื่อชี้แจงความเข้าใจและร่วมมือในการเป็นหูเป็นตาในการเข้าคุมพื้นที่ก่อนที่จะมีเหตุเกิดขึ้น เมื่อดำเนินการแล้ว เป้าหมายคือ สร้างที่ 3 คือ สร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในสังคมและชาวแฟลตดินแดง จนถึงขณะนี้มีคดีทั้งสิ้น 653 คดี ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นและสั่งฟ้องไปแล้ว 304 คดี

ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณแยกดินแดงและขอความร่วมมือจากผู้ปกครองทุกท่านได้โปรดสอดส่องดูแลและแนะนำให้กับเด็กและเยาวชนในความปกครองของท่าน กรณีที่อาจจะถูกยุยงส่งเสริมทางโซเชียลมีเดียเพื่อให้ออกมาก่อความไม่สงบในพื้นที่แยกดินแดงได้ ขอให้ช่วยตักเตือน ซึ่งเป็นการกระทำอย่างหนึ่งเพื่อให้เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศชาตินั้นได้มีแนวทางในการปฏิบัติที่ถูกต้อง พร้อมย้ำว่า กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ควบสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุมหรือการรวมกลุ่มทำกิจกรรมใดๆที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคถือเป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและพ.ร.บ.โรคติดต่อฯด้วย

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่แยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศเมื่อคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2564 ว่า อยากจะฝากเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณนั้นว่า ถ้าท่านไม่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุใดๆ อยากจะให้แยกตัวออกมาให้ห่างจากกลุ่มที่รวมตัวกันที่มีแนวโน้มจะก่อเหตุความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง เนื่องจากว่า เมื่อตำรวจแสดงตัวควบคุมตัว ถ้ามีหลักฐานชัดเจนคงต้องดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ถ้าเป็นเด็กและเยาวชนจะมีการจัดสหวิชาชีพและผู้ปกครองมารับฟัง มิเช่นนั้นแล้วตำรวจอาจจะต้องดำเนินการเชิญตัวบุคคลที่อยู่ในพื้นทีไปก่อนและมีการคัดกรองแยกกลุ่มจะทำให้เสียเวลาสำหรับกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ผู้ที่เดินทางไปมาและสังเกตการณ์ขอให้อยู่ให้ไกล นอกจากการคุมตัวแล้วก็อาจจะได้รับบาดเจ็บจากอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้


คดีความที่สืบเนื่องจากการชุมนุม

นอกจากการคุมตัวประชาชนอย่างน้อย 7 คนหลังการชุมนุมแล้ว พนักงานสอบสวนสน.ชนะสงครามยังออกหมายเรียกผู้ร่วมกิจกรรมขบวนกีที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 13 คนให้มารายงานตัวในคดีฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ผู้ถูกกล่าวหามีชื่อและพฤติการณ์ดังนี้

  • แรพเตอร์-สิรภพ อัตโตหิ ทำหน้าที่พิธีกรดำเนินกิจกรรม

  • ธารารัตน์ ไพบูลย์ธนสมบัติ เข้าร่วมชุมนุมและทำกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

  • รฐนนท์ เข้าร่วมชุมนุมและทำกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

  • ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เข้าร่วมชุมนุม, ทำกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และปราศรัย

  • เอ้-กุลจิรา ทองคง เข้าร่วมชุมนุม, ทำกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและร้องเพลง

  • ฟิวส์-พีรพล ระเวกโสม เข้าร่วมชุมนุม, ทำกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และปราศรัย

  • ศิริ นิลพฤกษ์ เข้าร่วมชุมนุม, ทำกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และปราศรัย

  • ปูน-ธนพัฒน์ กาเพ็ง เข้าร่วมชุมนุม, ทำกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และปราศรัย

  • พลอย-เบญจมาภรณ์ นิวาส เข้าร่วมชุมนุม, ทำกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และปราศรัย

  • ณิชกานต์ รักษ์วงษ์ฤทธิ์ เข้าร่วมชุมนุม, ทำกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และปราศรัย

  • ธนพร วิจันทร์ เข้าร่วมชุมนุม, ทำกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และปราศรัย

  • สุกัญญา มิเกล เข้าร่วมชุมนุม, ทำกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและร้องเพลง

  • ฟ้า-พรหมศร วีระธรรมจารี เข้าร่วมชุมนุม, ทำกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และปราศรัย รวมทั้งรำหน้าเวที

จากพฤติการณ์ดังกล่าว พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่า ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดและประกาศที่ออกตามความพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ, ร่วมกันวางสิ่งใดสิ่งหนึ่งในลักษณะกีดขวางการจราจรและใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต