#ม็อบ6ตุลา : ทะลุแก๊ซ

วันที่ 6 ตุลาคม 2564
เวลา 20:00 - 22:36
สถานที่ แยกดินแดง
จังหวัด กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

6 ตุลาคม 2564 ที่แยกดินแดง ผู้ชุมนุมอิสระ "ทะลุแก๊ซ" รวมตัวอีกครั้งเพื่อเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาลาออกจากตำแหน่ง เวลาประมาณ 20.00 น. มีการปาประทัดยักษ์ จุดไฟเผายางที่บริเวณใต้ทางด่วนดินแดง ก่อนที่จะออกจากพื้นที่เมื่อทราบข่าวตำรวจจะเข้าสลายการชุมนุม อย่างไรก็ตามเวลา 20.09 น. ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนวางกำลังอยู่ที่ซอยมิตรไมตรี 2 ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้ชุมนุมมักรวมตัวกันในระยะหลัง

เวลา 22.36 น. ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าสลายการชุมนุมบริเวณแฟลตดินแดง ล้อมจากทางฝั่งประชาสงเคราะห์, ถนนมิตรไมตรีและแยกดินแดง มีการกันผู้สื่อข่าวไม่ให้เข้าไปในซอยต้นโพธิ์ระบุเหตุผลเรื่องความปลอดภัย ระหว่างนี้มีการจับกุมผู้ชุมนุมออกมาที่หน้าแฟลตดินแดงเรื่อยๆ เวลา 22.43 น. มีรายงานว่า ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนถูกยิงทะลุหมวกกันน็อคเข้าที่ขมับซ้ายบริเวณซอยจตุรทิศ 2 แยก 23 เป็นผลให้ตำรวจใช้วิธีการปิดล้อมพื้นที่แฟลตดินแดงตลอดคืนและปูพรมหาตัวผู้ยิง

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีผู้ถูกจับกุมไม่น้อย 30 คน มีอายุต่ำกว่า 18 ปี 12 คน โดยทนายความไม่สามารถเข้าถึงตัวผู้ที่ถูกจับกุมจนถึงเวลา 22.22 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2564

ลำดับเหตุการณ์

6 ตุลาคม 2564

ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า เวลา 20.00 น. ที่แยกดินแดง มีกลุ่มผู้ชุมนุมทะลุแก๊ซบางส่วนรวมตัวกันอยู่บริเวณแยกดินแดง มีรายงานกลุ่มผู้ชุมนุมมีการจุดกองไฟ เผายางรถยนต์บริเวณกลางถนน ใต้ทางด่วนดินแดง รวมทั้งมีเสียงดังคล้ายการปาประทัดยักษ์เป็นระยะด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่า วันนี้เกิดความรุนแรงขึ้นแต่อย่างใด หลังวันนี้ครบรอบ 45 ปี 6 ตุลา 2519 ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมีการถอยร่นไปจนหมดทันที เมื่อมีข่าวว่า จะมีกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) ออกมาจากกรมดุริยางค์ทหารบก เตรียมมุ่งหน้ามาที่แยกดินแดง และเริ่มมีฝนตกลงมา

เวลา 20.09 น. มีรายงานว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้าตรึงกำลังบริเวณแยกถนนมิตรไมตรี 2 แล้ว เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความสงบ

จากไลฟ์ The reporters เวลา 22.36 น. ที่ซอยต้นโพธิ์ ข้างแฟลตดินแดง ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วขับจักรยานยนต์และรถกระบะเข้าไปมาปิดถนนด้านหน้าแฟลตและถนนมิตรไมตรีฝั่งตรงข้าม จากนั้นจับกุมชาย 1 คนออกมาจากบริเวณหน้าแฟลตดินแดงพร้อมส่องไฟมาทางผู้สื่อข่าวที่กำลังทำหน้าที่ มีเสียงประกาศจากเครื่องขยายเสียงว่า นักข่าวออกไปๆ นักข่าวออกไปให้หมดเลย มีการส่องไฟมาทางผู้สื่อข่าวและตำรวจเดินถือโล่ให้ผู้สื่อข่าวถอยมาบริเวณใกล้กับแฟลตดินแดงแทน

เวลา 22.42 น. ตำรวจจับกุมตัวอีกอย่างน้อย 2 คน นาทีถัดมามีผู้ถูกจับกุมเพิ่มอีก 3 คน พร้อมรถจักรยานยนต์อย่างน้อย 1 คัน ระหว่างนี้ตำรวจยังคงกั้นผู้สื่อข่าวไม่ให้เข้าไปใกล้รถผู้ต้องขัง เวลาเดียวกันตำรวจรายงานว่า บริเวณมีเจ้าหน้าที่ชุดคุมฝูงชนถูกยิงทะลุหมวกกันน็อคเข้าที่ขมับด้านซ้าย

เวลา 22.44 น. มีการจับกุมประชาชนเพิ่มอีก 1 คน ตำรวจเริ่มขึ้นไปตรวจสอบบนแฟลตดินแดง

เวลาประมาณ 23.00 น. ตำรวจมีการขนรถจักรยานยนต์ขึ้นรถกระบะออกไปทางแยกดินแดง มีการเดินแถวมาจากฝั่งแยกประชาสงเคราะห์ ขณะที่มีการวางกำลังที่ฝั่งอาคารเพชราวุธด้วย มีรายงานการจับกุมสื่อพลเมืองคือ แอดมินนินจาจากเพจ Live Real

เวลา 23.09 น. ขณะที่ผู้สื่อข่าว The Reporters เดินมาทางอาคารเพชราวุธเพื่อติดตามรถจักรยานยนต์ ตำรวจได้สั่งให้ผู้สื่อข่าวปิดไลฟ์และตรวจสอบรถจักรยานยนต์ มีการอ้างว่า ผู้สื่อข่าวเป็นสายรายงานให้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมรู้ความเคลื่อนไหว ซึ่งวันนี้ The Reporters เพิ่งจากไลฟ์ในเวลา 22.36 น. ในช่วงที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ามาในพื้นที่แฟลตดินแดง หลังจากนั้นตำรวจมีการขอโทษและบอกว่า เป็นการขอความร่วมมือ

เวลา 00.00 น. ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้ามาที่ด้านหน้าแฟลตดินแดงมีการตรึงกำลังต่อเนื่องตลอดทั้งคืน


7 ตุลาคม 2564

เวลา 6.30 น. ตำรวจยังวางกำลังที่ซอยต้นโพธิ์ ข้างแฟลตดินแดง มีการจับกุมเพิ่มอีก 13 คนและยึดรถจักรยานยนต์เพิ่ม โดยตำรวจมีการวางกำลังในบริเวณแฟลตดินแดงและซอยถนนจตุรทิศจนถึงเวลาประมาณ 11.00 น.

เวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาลและพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงข่าวประจำวันเกี่ยวกับการชุมนุม พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า จากข้อมูลด้านการข่าวเราทราบว่า วันนี้จะมีการชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 3 จุดคือ

  • เวลา 9.00 น. ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลของเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิพลเมือง การชุมนุมกระทบการจราจร 1 ช่องทางคือ ถนนพิษณุโลกฝั่งทำเนียบรัฐบาลแต่ยังเป็นไปด้วยความสงบ

  • เวลา 17.00 น. หน้าศาลฎีกาของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ

  • เวลา 17.30 น. แยกดินแดงของกลุ่มทะลุแก๊ซ กลุ่มนี้คาดว่าจะมีการก่อความไม่สงบก่อความวุ่นวาย กลุ่มนี้คาดว่า จะมีการเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่อื่นๆบริเวณใกล้เคียง

การปฏิบัติเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้จัดเตรียมกำลังและยุทโธปกรณ์ไว้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตลอดจนมอบหมายให้ผู้รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ไว้เรียบร้อย โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ปฏิบัติภายใต้กรอบของกฎหมายเพื่อความสงบสุขและความปลอดภัยของประชาชน

สำหรับเหตุการณ์การชุมนุมวันที่ 6 ตุลาคม 2564 กลุ่มพลเมืองโต้กลับมีการชุมนุมฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา ถนนอัษฎางค์ การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบไม่มีเหตุวุ่นวายแต่อย่างใด, กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่จัดกิจกรรมรำลึก 45 ปี 6 ตุลา ที่บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีทั้งช่วงเช้า เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 6.00-11.00 น. มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คนและในช่วงบ่ายในเวลา 16.00-19.35 น. มีผู้เข้าร่วมประมาณ 150 คน มีการจุดไฟเผาศพจำลองบริเวณสนามฟุตบอล แต่ไม่ได้เกิดความวุ่นวายหรือกระทบหรือเสียหายต่อสถานที่ราชการแต่อย่างใด

และกลุ่มที่ 3 กลุ่มทะลุแก๊ซ เริ่มรวมตัวกันเวลาประมาณ 19.30 น. ที่ซอยมิตรไมตรี 2 หลังจากนั้นมีการใช้ประทัด พลุไฟ ขว้างปาเจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. มีการเผายางบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง ต่อมาเวลา 22.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าสลายการก่อความไม่สงบของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ในการดำเนินการนั้นผู้ก่อความไม่สงบได้หนีเข้าไปบริเวณแฟลตดินแดงและซอยต้นโพธิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการเข้าจับกุมผู้ต้องหา ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ขมับซ้ายได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ได้ส่งไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ทำการผ่าตัดเรียบร้อยอยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง ได้นำเศษกระสุนออกมาจากศีรษะ ขณะนี้ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและเฝ้าระวังเรื่องการติดเชื้อในสมองและเรื่องระบบการหายใจ

ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้กำชับในส่วนของโรงพยาบาลตำรวจและผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ติดตามการรักษาและให้การดูแลช่วยเหลือทางด้านสวัสดิการต่างๆอย่างเต็มที่ ในการดำเนินการต่อกลุ่มทะลุแก๊ซ จับกุม "ผู้กระทำความผิด" ได้ 28 คน เป็นผู้ใหญ่ 25 คนและเยาวชน 3 คน อยู่ระหว่างของการดำเนินคดี การดำเนินการตามกฎหมาย

ภาพรวมของกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมจำนวนทั้งสิ้น 620 คดี พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนและสั่งฟ้องไปแล้วจำนวน 278 คดี ระหว่างการสอบสวน 342 คดี

“จากการปฏิบัติการเมื่อคืน กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีความห่วงใยทั้งผู้พักอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ทั้งผู้ที่เดินทางผ่านไปมาบริเวณดังกล่าว เนื่องจากว่า จากเหตุการณ์เมื่อคืนเป็นการตอกย้ำว่า ผู้ก่อความไม่สงบนั้นได้ใช้อาวุธปืนจริง เพราะฉะนั้นอาจจะเกิดอันตรายทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและในส่วนของพี่น้องประชาชนทั่วไปที่พักอาศัยและเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าว เพราะฉะนั้นขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยบริเวณดังกล่าว ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรออกมาจากนอกเคหสถานในช่วงที่มีการก่อความไม่สงบ พี่น้องประชาชนที่เดินทางผ่านไปมาก็ขอให้วางแผนหลีกเลี่ยงเส้นทาง อย่าได้เดินทางไปบริเวณดังกล่าว ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายได้

...พี่น้องประชาชนทุกท่านครับ ถ้าพบเบาะแสหรือพบเห็นผู้กระทำความผิดขอให้แจ้งข้อมูลมาที่ 191 และเรายังย้ำเตือนเสมอว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครได้ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเพราะฉะนั้นการชุมนุมหรือร่วมทำกิจกรรมใดก็ตามที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคถือเป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ขอให้ทุกท่านได้ปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบสุขขึ้นในสังคมและให้เกิดความปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชนโดยส่วนรวม”

ตอบคำถามผู้สื่อข่าว

พล.ต.ต.จิรสันต์ตอบคำถามกรณีการยิงตำรวจว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐาน เรามีหลักฐานพอสมควร ซึ่งคาดว่า น่าจะติดตามจับกุมได้เร็วๆนี้ เบื้องต้นอยู่ในกลุ่มของผู้ชุมนุมแต่ขอเวลาให้ฝ่ายสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้มากยิ่งขึ้นและติดตามดำเนินการจับกุมผู้ต้องหามาให้ได้ ขณะนี้จากการผ่าตัดของแพทย์ทราบว่า กระสุนปืนทำมาจากวัตถุที่เป็นทองแดง แต่อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ของผู้เชี่ยวชาญของกองพิสูจน์หลักฐานว่า จะทำการตรวจพิสูจน์ว่า เป็นอาวุธปืนชนิดใด อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานว่า ยิงมาทั้งหมดกี่นัด แต่คฝ.ที่ได้รับบาดเจ็บพบว่า มี 1 นัด เรื่องความรุนแรงที่ทะลุหมวกกันน็อค ขอให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจสอบ

แต่เบื้องต้นเห็นได้ว่า มีความรุนแรงเพราะว่า กระสุนนั้นทะลุหมวกกันน็อคของตำรวจเข้าไปที่ขมับซ้ายฝังศีรษะ ถือว่า เป็นอาวุธที่มีความรุนแรง ในการปฏิบัติการของผู้ก่อความไม่สงบ มีหลายส่วนทั้งตัวผู้ปฏิบัติ ส่วนผู้สนับสนุน ต้องทำการสืบสวนสอบสวนความเชื่อมโยงเรื่องการสนับสนุนและอาวุธ เป็นอีกประเด็นที่ต้องทำการสืบสวนให้สิ้นข้อสงสัย ต่อข้อสังเกตว่า วิถีกระสุนไม่ได้มาจากผู้ชุมนุมนั้น ในเบื้องต้นแนววิถีกระสุนมาจากฝั่งตรงข้ามของแนวตำรวจ ข้อสงสัยที่เจ้าหน้าที่จะยิงกันเองหรือไม่ ปกติแล้วตำรวจควบคุมฝูงชนไม่พกอาวุธจริง

“แต่แน่นอนครับการชุมนุม การก่อความไม่สงบที่ผ่านมาเราก็พบว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมีทั้งอาวุธจริงในการก่อเหตุซึ่งจะเห็นอยู่เนืองๆว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บอยู่เนืองๆ ประชาชนได้รับบาดเจ็บอยู่เนืองๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราจำเป็นต้องปรับยุทธวิธีในการ Cover ในส่วนกลุ่มควบคุมฝูงชนซึ่งไม่มีอาวุธและเจ้าหน้าที่ตรงนี้มีความเชี่ยวชาญ การปฏิบัติในการ Cover ส่วนใหญ่จะอยู่ด้านข้าง จะอยู่ด้านหลังเพราะฉะนั้นแน่นอนว่า ในเบื้องต้นนั้นในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเราเองไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่เรารับฟังทุกความคิดเห็นและเราจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ให้สิ้นข้อสงสัย”

ในเรื่องของการก่อความไม่สงบที่ดินแดง ถึงแม้ผู้ก่อความไม่สงบเริ่มลดน้อยถอยลงแต่ไปเน้นเรื่องของความรุนแรง ตรงนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใย เมื่อคืนนี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลไปควบคุมการปฏิบัติเอง จากการปฏิบัติและจับกุมผู้ต้องหา มี 2 กรณีที่เราอยากจะยืนยันให้เห็นว่า ในส่วนของผู้ก่อความไม่สงบนั้นมีการใช้กระสุนจริง จากการสอบปากคำตัวผู้ต้องหาโดยผู้บัญชาการตำรวจนครบาลหนึ่งในนั้นยอมรับว่า เห็นมีอาวุธปืนจริงในส่วนของผู้ก่อความไม่สงบ

อีกกรณีหนึ่งในการจับกุมเมื่อคืนนี้พบว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบปรับยุทธวิธี ทำหน้าที่เหมือนบุรุษพยาบาลถือกระเป๋าพยาบาลแต่ในกระเป๋ามีวัตถุระเบิด ซึ่งในการจับกุมสามารถยึดระเบิดแสวงเครื่องได้ 3 ลูก และรับสารภาพว่า ทำหน้าที่ในการถือกระเป๋าและแจกจ่ายระเบิดให้แก่ผู้ชุมนุม

“ทั้ง 2 กรณีนี้เป็นเครื่องย้ำเตือนว่า การปฏิบัติที่บริเวณแยกทางด่วนดินแดงนั้นไม่ได้ถือว่า เป็นการชุมนุมที่ใช้ความสงบและปราศจากอาวุธที่จะเป็นการชุมนุมโดยชอบธรรมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน นี่เป็นการตอกย้ำว่า การปฏิบัติของเขาถือว่า เป็นผู้ที่ก่ออาชญากรรมประเภทหนึ่งเพราะถือว่า การปฏิบัติในการใช้อาวุธจริง ทั้งอาวุธปืน ทั้งอาวุธระเบิดเป็นอาวุธร้ายแรงที่จะเกิดอันตรายต่อ ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ทั้งประชาชนทั่วไป ทั้งผู้ที่พักอาศัยบริเวณดังกล่าวเพราะฉะนั้นการปฏิบัตินั้นเราจะต้องดำเนินการโดยเคร่งครัดเพื่อที่จะติดตามจับกุมให้ได้โดยเร็ว”

“ยุทธวิธีของผู้ก่อความไม่สงบ มีการใช้อาวุธจริง มีการติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติแต่ละที่และไปดักทำร้ายเจ้าหน้าที่ในแต่ละจุด เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการในการติดตามจับกุม กลุ่มผู้ชุมนุมจะหนีไปบริเวณแฟลตดินแดงและบริเวณใกล้เคียงเพื่อที่จะให้สังคมเห็นว่า พวกชาวแฟลตดินแดงนั้นมีส่วนร่วมในการชุมนุม ทั้งที่ในความเป็นจริงชาวแฟลตดินแดงส่วนใหญ่นั้นอยากให้เกิดความสงบสุขแต่การปฏิบัติของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หนีไปบริเวณแฟลต ขึ้นไปบริเวณแฟลตจะสร้างให้เจ้าหน้าที่เห็นว่า ชาวแฟลตร่วมก่อความไม่สงบด้วย ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้น ในความเป็นจริงพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ที่แฟลตดินแดงพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับตำรวจเพื่อจะให้เกิดความสงบในบริเวณดังกล่าวเพราะฉะนั้นในการปฏิบัติของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ยืนยันว่า ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนชาวแฟลตส่วนใหญ่ที่อยากนำความสงบ ความปลอดภัยให้คืนกลับมาแก่ชาวแฟลตดินแดงและบริเวณใกล้เคียง”

การจับกุมประชาชน 28 คนแต่ยังไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่า เป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง แต่ข้อมูลการสอบสวนคาดว่า จะจับกุมได้เร็วๆนี้ เบื้องต้นยังออกหมายจับไม่ได้ ทราบว่า มีผู้ต้องสงสัยเข้าข่ายจะต้องออกหมายจับ 4 คน โดยจะพยายามให้ออกหมายจับภายในวันนี้

วันเดียวกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ต.ต.เดชวิทย์ เลทเท็สสัน ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 5 กก.อารักขา 1 บก.อคฝ. หรือน้องเดวิด ได้รับอันตรายจากกระสุนยิงทะลุหมวกเข้าไปฝังอยู่ในสมอง ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาทางแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัด เอากระสุนส่วนหนึ่งออกมาได้ ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลตำรวจ เมื่อช่วงเช้าทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มอบตัวแทนนำของเข้าเยี่ยม ส่วนในช่วงบ่ายของวันนี้นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้รับ ส.ต.ต.เดชวิทย์ เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และมอบให้ผู้แทนพระองค์เข้าเยี่ยมผู้ป่วยวันนี้ด้วย

เวลา 22.00 น. ที่บริเวณซอยต้นโพธิ์ ด้านข้างแฟลตดินแดง พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วันนี้การวางกำลังของตำรวจเป็นการสับเปลี่ยนกำลังกัน สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายๆเหตุการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 6 ตุลาคม 2564 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัสหนึ่งราย ในการปฏิบัติหน้าที่พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำให้ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณแฟลตดินแดงได้คำนึงถึงหลักเกณฑ์, กฎหมายและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน รวมถึง "ผู้ก่อเหตุ" ด้วย โดยให้คำนึงถึงหลายๆปัจจัยเข้ามาในแง่ของความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่อาศัยบริเวณนี้ วันนี้ตำรวจจัดกำลังในการตรวจตราในพื้นที่ที่มีความสุ่มเสี่ยง, พื้นที่ที่อาจจะมีการก่อเหตุตามการข่าวและในพื้นที่ที่เปราะบาง มีการจัดสายตรวจเดินเท้า, ใช้จักรยานยนต์และรถยนต์เพื่อที่จะทำให้เกิดความอุ่นใจต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เหล่านี้

นอกจากนี้ปัจจุบันยังอยู่ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีประกาศเคอร์ฟิว ขอให้ประชาชนที่ไม่ได้มีความจำเป็นตามกฎหมายยกเว้นไว้อยู่ภายในบ้านตามเวลาที่กำหนด ส่วนการดำเนินการผู้ที่ยิงตำรวจยังอยู่ระหว่างการสืบสวนตามไปด้วยการออกหมายจับในระยะต่อไป ในการจับกุมมีตั้งแต่ช่วงกลางคืนถึงเช้าเป็นการคัดแยกและดำเนินการตามหลักฐานที่รวบรวมได้ การควบคุมตัวนั้นระยะเวลาและสถานที่คุมตัวเป็นไปตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากลักษณะที่อธิบายคือ ผู้ต้องสงสัยอยู่ในเหตุการณ์ที่มีการปะทะกับทางผู้ชุมนุม พ.ต.อ.กฤษณะตอบว่า ถ้าเราดูจากไทม์ไลน์เวลาประมาณ 22.43 น. หลังจากเกิดเหตุตำรวจจึงซีลพื้นที่ด้วยสมมติฐานว่า ผู้ก่อเหตุจะยังอยู่ในพื้นที่ จึงดำเนินการเข้าตรวจค้นต่อเนื่องกันไปถือว่า เพิ่งก่อเหตุอุกฉกรรจ์ขึ้น ทำให้ตำรวจจำเป็นต้องดำเนินการตรวจค้น การคุมตัวบุคคลต้องสงสัยอย่างน้อยจะมีความผิดฐานฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและเคอร์ฟิว รวมทั้งการพกพาอาวุธตามข้อเท็จจริง การวางกำลังตำรวจจะเป็นการวางกำลังตามการข่าวที่ตำรวจได้รับมา อาจจะยังตอบไม่ได้ว่า วันต่อไปจะมีการวางกำลังเช่นนี้หรือไม่ ส่วนของวันนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวแฟลตได้ทราบว่า ตำรวจจะดำเนินการซีลพื้นที่ บุคคลที่อาจจะก่อเหตุจะทำการคัดกรองไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ พี่น้องดินแดงก็อยากจะส่งตัวแทนมาในลักษณะสายตรวจร่วม วันนี้ใช้กำลังตำรวจประมาณสองกองร้อย

ประเด็นเรื่องเคอร์ฟิว ประชาชนและสื่อมวลชนที่ไม่มีความจำเป็นหลังเวลา 22.00 น. อยากจะให้เดินทางกลับบ้าน อยากให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่สุ่มเสี่ยง กรณีที่อยากจะรายงานเหตุอาชญากรรมก็สามารถติดต่อที่ 191 หรือ 599

ผู้สื่อข่าว The Reporters ถามถึงปืน FN-303 ที่ตำรวจนำมาใช้ใหม่โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ในเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกาเลิกใช้ไปแล้ว พ.ต.อ.กฤษณะตอบว่า อุปกรณ์เครื่องใช้ในการบังคับใช้กฎหมายทั่วไป ส่วนที่ใดจะเลิกใช้นั้นเขาไม่ทราบ เป็นอุปกรณ์ที่มีการดำเนินจัดซื้อเพื่อใช้ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ในส่วนที่ว่า ประเทศไหนจะเลิกใช้หรือใช้นั้นไม่ทราบ

"นำเรียนว่า ในหลักการใช้งานเป็นการใช้อาวุธ เป็นการใช้เครื่องมือเครื่องใช้ที่เขาเรียกว่า มีอันตรายต่อชีวิตนั้นน้อยที่สุด โดยหลักการต้องแยกกัน ในการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าเป็นการชุมนุมธรรมดา ในการควบคุมฝูงชน อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้โดยหลักการแล้วจะเป็นอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกายน้อย ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Less-lethan weapon คือ เป็นอันตรายต่อชีวิตและร่างกายน้อย"

"แต่ในส่วนที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้เป็นการก่อเหตุความไม่สงบ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะไปนำอาวุธปืนจริงมาใช้ มันก็ไม่ใช่ มันก็เป็นเพียงแค่อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้ในการควบคุมฝูงชนเท่านั้นเอง ในการใช้มันมีวิธีการในการใช้เป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามหลักสากล เป็นไปตามสัดส่วน เป็นไปตามหลักความจำเป็นและเป็นไปตามหลักที่สามารถจะตรวจสอบได้ก็จะมีประมาณสี่หลัก เวลาบังคับใช้กฎหมายแต่ละครั้งรวมถึงอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่มีความจำเป็น อยากจะให้สื่อนั้นได้เห็นว่า เวลาเจ้าหน้าที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ต้องคำนึงถึงอย่างน้อยความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ก่อน"

"ถ้าเราเห็นเมื่อวานน้องน่าจะหาข้อมูลมาหน่อยว่า มันมีประเทศไหนไหมที่ผู้ก่อเหตุความไม่สงบแล้วยิงปืนทะลุหมวกกันน็อคเข้ามา ไม่เห็นผู้สื่อข่าวจะถามเลย ไม่ไปถามผู้ก่อเหตุความไม่สงบบ้าง หรือว่า ใครก็แล้วแต่ที่ยังมาตั้งข้อสงสัยเรื่องของการใช้เครื่องไม้เครื่องมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมมองว่า ก็เป็นเรื่องสองมาตรฐานไปหน่อย เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นออกมามือเปล่า มีเครื่องมือเครื่องใช้ลำพังที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันชีวิตตนเองและพี่น้องประชาชน ผมว่า สิ่งที่สื่อควรไปถามคือควรจะไปถามว่า และในขณะที่ผู้ก่อเหตุความไม่สงบเลือกใช้อาวุธปืนจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการปรับแผนอย่างไรให้ตนเองนั้นปลอดภัยและประชาชนที่อาศัยอยู่รู้สึกปลอดภัยไปด้วย"

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า เวลา 12.00 น. ทนายความเดินทางถึงสน.ดินแดงเพื่อเข้าตรวจสอบเหตุมีผู้แจ้งว่ามีประชาชนถูกจับกุมอีกไม่ต่ำกว่า 30 คน เบื้องต้นทนายยังไม่สามารถเข้าพบผู้ที่ถูกควบคุมตัวไว้ในห้องสืบสวนได้ โดยถูกตำรวจผลักออกพร้อมใช้ถ้อยคำว่า "นี่มันเรื่องกฎหมาย ทนายยุ่งอะไรด้วย" ขณะเจ้าหน้าที่ปิดประตูและล็อคห้องทนายความได้ยินเสียงไล่หลังมาจากเจ้าหน้าที่ด้วยว่า "ทนายหัวควย"

เวลา 22.22 น. ทนายความได้รับแจ้งจากตร.สน.ดินแดงว่ายืนยันจะทำบันทึกการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 34 คน โดยบางส่วนได้เริ่มทำบันทึกไปแล้ว ขณะนี้ทนายความจึงกำลังติดตามไปที่ สน. ต่อมาเวลา 23.00 น. หลังทนายความติดตามไปถึงสน.ดินแดง พบว่ามีผู้ถูกจับกุม #ม็อบ6ตุลา เหลืออยู่ 18 คน และมีการแยกกลุ่มเยาวชนอีก 12 คน ไปที่สน.ห้วยขวาง แล้ว ทำให้รวมมีจำนวนผู้จับกุมดำเนินคดี 30 ราย


8 ตุลาคม 2564

เวลา 12.20 น. ที่สน.พหลโยธิน ตำรวจเตรียมนำตัวผู้ที่ถูกจับกุมจากบริเวณแยกดินแดงเมื่อคืนวันที่ 6 ตุลาคม 2564 ไปขออำนาจศาลแขวงพระนครเหนือฝากขัง

ประชาไทรายงานในเวลาประมาณ 21.00 น.ว่า สืบเนื่องจากการแถลงข่าวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2564 ว่า มีผู้ชุมนุมทำตัวเหมือนบุรุษพยาบาล ซ่อนระเบิดไว้ในกระเป๋าปฐมพยาบาล แล้วเดินแจกจ่ายระเบิดนั้น

ชาญชัย ปุสรังษี ผู้ควบคุมกลุ่มอาสาพยาบาลกลุ่ม People for People และ First Aid in Protest ภายใต้สังกัดกลุ่มอาสาพยาบาล FAV 53 ที่ปฏิบัติหน้าที่อาสาสมัครพยาบาลในพื้นที่การชุมนุมที่ดินแดงตั้งแต่ช่วงที่การชุมนุมทะลุแก๊สก่อตัว ระบุว่า ในฐานะที่เป็นกลุ่มอาสาสมัครพยาบาลเดียวในพื้นที่ หลังจากมีการแถลงของตำรวจก็มีกระแสสังคมโจมตีจึงอยากชี้แจงว่าทางกลุ่มอาสาฯ ไม่มีความเชื่อมโยงกับกรณีข้างต้น ชาญชัยกล่าวว่า

กลุ่มคนดังกล่าวคงอยากจะหลบหลีกสายตาเจ้าหน้าที่ให้ได้มากที่สุด จึงแต่งตัวเป็นพยาบาล ก็คงไปห้ามไม่ได้ว่าใครถือกระเป๋ายา แต่ขอชี้แจงว่าไม่ใช่กลุ่มของตนที่เป็นอาสาพยาบาลที่มีตัวตนจริง ยืนยันได้ และมีวุฒิบัตรรับรอง "เราก็อยากจะสื่อออกไปว่า ทีมเราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องและเกี่ยวโยงกับกลุ่มที่กระทำการแบบนั้น"