#ม็อบ30กันยา : #ทะลุแก๊ซ

วันที่2564-09-30

เวลา

สถานที่แยกดินแดง จ.กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

-

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

-

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

30 กันยายน 2564 

วอยซ์ทีวีรายงานสถานการณ์การรวมตัวของผู้ชุมนุมกลุ่มวัยรุ่นดินแดง บริเวณแฟลต 1 เมื่อเวลาประมาณ 00.00 น. ของวันที่ 1 ตุลาคม 2564 พบว่า เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่อง 2 ครั้ง โดยพบว่ามีการปาระเบิดลงมาจากแฟลต โดยก่อนหน้านี้มีการปาระเบิดลงมาในลักษณะเดียวกัน 2 ครั้ง ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. และ 22.00 น. แต่ครั้งล่าสุดพบประกายไฟกำลังลุกไหม้ผ้าม่านของห้องที่คาดว่าเป็นผู้ปาระเบิดลงมา ทำให้ผู้ชุมนุมขึ้นไปตรวจสอบ 

เมื่อไปถึงพบว่า มีชายคนหนึ่งวิ่งออกจากห้องดังกล่าว และหลบหนีไป จากนั้นผู้ชุมนุม และอาสาที่อยู่บริเวณนั้นต่างช่วยกันดับเพลิง แม้จะโทรไปยังสถานีดับเพลิงแล้วก็ตาม แต่ไม่พบการเข้ามากู้ภัย ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ผู้ชุมนุม และอาสากู้ภัยระงับเหตุเพลิงไหม้ได้ ทั้งนี้พบพ่อของชายที่วิ่งหลบหนีไปมีอาการหายใจไม่ทันเนื่องจากสำลักควัน อาสากู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องก่อนนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล หลังจากระงับเหตุได้ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งได้ทยอยถอนตัวออกจากพื้นที่ 

1 ตุลาคม 2564

11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาลและพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงข่าวประจำวันเกี่ยวกับการชุมนุม 

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า จากการข้อมูลด้านการข่าวทราบว่า วันนี้จะมีการชุมนุมสามแห่งด้วยกันคือ กลุ่มทะลุแก๊ซที่แยกดินแดงเวลา 17.00 น. กลุ่มนี้อาจจะมีการเคลื่อนที่ไปบริเวณใกล้เคียง, กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่หน้าศาลฎีกา เวลา 17.00 น. และกลุ่มสลัมสี่ภาค ที่หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เวลา 8.00 น. ซึ่งขณะนี้การชุมนุมจบลงไปแล้ว “ไม่มีเหตุรุนแรงหรือกีดขวางการจราจรแต่อย่างไร” 

“การปฏิบัติเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นการดำเนินการที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้จัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไว้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมอบหมายผู้ที่รับผิดชอบพื้นที่ดำเนินการ โดยยึดหลักการปฏิบัติที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและเน้นความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลักมากที่สุด สำหรับเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ในการชุมนุมนั้นเป็นกรณีของกลุ่มทะลุแก๊ซที่บริเวณแยกใต้ทางด่วนดินแดง มีผู้ที่ร่วมชุมนุมประมาณ 30 คน ร่วมการชุมนุมที่บริเวณซอยมิตรไมตรีสอง ในเวลา 18.43 น.” 

“หลังจากนั้นได้มีการใช้วัตถุระเบิดขว้างปาเจ้าหน้าที่เป็นระยะ จนเวลา 22.00 น. เศษก็ได้มีการนำแผงเหล็กมาปิดกั้นบริเวณถนนดินแดงทำให้เกิดอุปสรรคต่อการเดินทางของพี่น้องประชาชนและในเวลา 22.12 น. มีการจุดไฟเผาขยะบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง หลังจากนั้นในเวลาประมาณ 2.00 น. ได้มีกลุ่มของผู้ชุมนุมรวมตัวกันและใช้วัตถุเพลิงขว้างปาบริเวณหน้าสน.พญาไท ซึ่งเจ้าหน้าที่สน.พญาไทได้แสดงกำลัง กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก็ได้แยกย้ายกันบริเวณแยกพญาไท และใช้ระเบิดขวดปาไปที่ป้อมจราจรพญาไท แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมเพลิงและดับไว้ทัน ไม่ได้เกิดความเสียหายต่อป้อมจราจรบริเวณแยกพญาไทแต่อย่างใด”

ในการดำเนินการด้านกฎหมาย รวมคดีที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจำนวนทั้งสิ้น 514 คดี ได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นไปแล้ว 244 คดี อยู่ระหว่างสอบสวนดำเนินการ 270 คดี ความคืบหน้ากรณีการจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญที่ยิงเยาวชนบริเวณสน.ดินแดง วันนี้พนักงานสอบสวนจะนำตัวไปฝากขังต่อศาล จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธเช่นเดิม พร้อมทั้งให้หลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณพื้นที่ชุมนุมแยกดินแดง ในเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป “เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรที่เกิดจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้มากที่สุด”

“ข้อห่วงใยที่อยากจะเน้นย้ำ กองบัญชาการตำรวจนครบาลของเรียนว่า ในเรื่องของความคิดเรื่องของอุดมการณ์ทางการเมืองนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเราเองไม่เคยไปดำเนินการด้านกฎหมาย แต่การแสดงออกและการกระทำต่างหากครับที่มาเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีที่มีการแสดงออกและการกระทำนั้นอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและก็ไม่กระทบต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าส่งเสริม แต่กรณีที่การแสดงออกและการกระทำนั้นกระทบต่อความสงบและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อจะต้องรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับพี่น้องประชาชน หากตำรวจไม่ทำการเพื่อรักษาความสงบ ตรงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเกิดความบกพร่องเสียเอง

ข้อที่สองที่อยากจะเน้นย้ำก็คือ ช่วงนี้ครับในส่วนของกรุงเทพมหานครก็อยู่ภายใต้ประกาศของพระราชกำหนดในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมายและก็ประกาศของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ที่ว่าห้ามการชุมนุมหรือห้ามทำกิจกรรมที่เป็นการแพร่เชื้อโรคในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดของกรุงเทพมหานคร”

ตอบคำถามผู้สื่อข่าว 

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวถึงเรื่องการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงเยาวชนว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้เพียงพอในการยืนยันการกระทำความผิด ซึ่งเห็นว่า ทางศาลได้อนุมัติหมายจับและจับกุมตัวผู้ต้องหาได้เมื่อวานนี้ ส่วนการปฏิเสธเป็นสิทธิของผู้ต้องหา 

กรณีการปาระเบิดลูกกระทบจนเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่แฟลตดินแดงนั้น เหตุเกิดเวลาประมาณ 00.20 น. ตำรวจได้รับแจ้ง แต่ขณะนั้นยังมีสถานการณ์ที่ยังไม่สงบ การเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ตรงนั้นก็ยังไม่ได้ แต่ขณะนี้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุแล้วและทำการตรวจรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นยังไม่มีพยานหลักฐานยืนยันและสาเหตุว่า จะเกี่ยวข้องกับการชุมนุมหรือไม่ ซึ่งถ้ามีความคืบหน้าเมื่อไหร่จากการตรวจพิสูจน์ของผู้เชี่ยวชาญจากกองพิสูจน์หลักฐานก็จะได้มานำเสนอให้ประชาชนรับทราบต่อไป

สำหรับการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า เมื่อวานนี้มีกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลและมีกลุ่มที่เห็นด้วยกับรัฐบาลออกมาชุมนุมในพื้นที่ มีเหตุความวุ่นวายที่ท่าน้ำนนทบุรี มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาสองรายในความผิดซึ่งหน้า หนึ่งในนั้น “ปรากฏในโซเชียลมีเดียที่ลักษณะไปทำกิริยากระด้างกระเดื่องต่อเจ้าหน้าที่ อยากจะเรียนว่า ในการไปลงพื้นที่ของท่านนายกรัฐมนตรีเป็นการไปปฏิบัติหน้าที่ตามราชการ ตามปกติ อยากจะฝากเตือนว่า กลุ่มที่คิดจะรวมตัวกันชุมนุมก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว คงไม่ใช่เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่เป็นพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย”

“เพิ่มเติม เมื่อเช้านี้ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ไปซักถามผู้ต้องหาสามรายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบบริเวณแยกดินแดงด้วยตัวเอง โดยในที่เกิดเหตุได้ยึดระเบิดได้จำนวนหนึ่ง ระเบิดปิงปองประมาณ 150 ลูกและเป็นระเบิดแสวงเครื่องประมาณ 25-30 ลูก พร้อมกับอุปกรณ์อื่นๆที่เคยใช้ในการก่อเหตุความสงบในพื้นที่ดินแดง ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ที่ดำเนินการจัดหาอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อใช้ในการก่อเหตุที่ผ่านมา เป็นสิ่งหนึ่งที่ยืนยันว่า หลังจากก่อเหตุแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการสืบสวน สอบสวน ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่นำตัวคนกระทำความผิดและผู้ก่อเหตุความไม่สงบไม่ลงโทษอยู่แล้วครับ...จากสภาพที่เห็นคือเป็นลักษณะของบ้านพัก มีการซุกซ่อนระเบิดหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ในโอกาสต่อไปเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีการดำเนินการจับกุมตามหมายจับ” ขณะนี้มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาแล้วประมาณ 700 จาก 900 คน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย

อ้างอิง : https://www.facebook.com/policetv.tv/videos/160675809508161