#ม็อบ27กันยา : #หยุดราชวงศ์ประยุทธ์

วันที่2564-09-27

เวลา

สถานที่แยกนางเลิ้ง จ.กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล,ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์,เรียกร้องความยุติธรรมในระบบศาล,เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

51-100

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

27 กันยายน 2564 เวลา 16.00 น. กลุ่มทะลุฟ้านัดชุมนุม #ม็อบ27กันยาหยุดราชวงศ์ประยุทธ์ รวมตัวกันที่แยกนางเลิ้งเพื่อไปทำเนียบรัฐบาล เช่นเดียวกับเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2564 ตำรวจวางแนวสิ่งกีดขวางแนวแรก เป็นรั้วลวดหนามหีบเพลงปิดบริเวณแยกนางเลิ้ง ฝั่งถนนพิษณุโลกมุ่งหน้าสะพานชมัยมรุเชฐ และแนวที่สองบริเวณใกล้กับสะพานลอยทางข้ามหน้าโรงเรียนราชวินิต ด้านหลังมีรถฉีดน้ำและกำลังตำรวจ ด้านข้างรถฉีดน้ำและบนสะพานลอย

ต่อมาเวลา 16.35 น. ผู้ชุนนุมเริ่มเคลื่อนตัวมาประชิดแนวรั้วลวดหนามแนวแรกที่แยกนางเลิ้ง จากนั้นเมื่อไม่อาจข้ามแนวไปได้ผู้ชุมนุมเริ่มปาสีบรรจุถุงเข้าไปในแนวรั้วลวดหนาม รวมทั้งโปรยกระดาษเอสี่พิมพ์ข้อความ เช่น "ประชาชนไม่ได้ชังชาติ เขาชังมึง" และ "ผบ.ตร.จ่ายเบี้ยเลี้ยงคฝ.ยัง" รวมทั้งเริ่มยิงจรวดขวดน้ำบรรจุน้ำผสมสีแดงไปทางแนวตำรวจ แต่เนื่องจากแนวรั้วที่หนึ่งและสองค่อนข้างห่างทำให้จรวดขวดน้ำส่วนใหญ่ตกอยู่บริเวณก่อนถึงแนวรั้วลวดหนามแนวที่สองจึงไม่ถูกตำรวจที่วางกำลังอยู่หลังแนวที่สอง จากการสังเกตการณ์ผู้ชุมนุมจำนวนไม่น้อยเป็นเยาวชน

เวลาประมาณ 17.00 น. ตำรวจเริ่มฉีดน้ำ ผู้ชุมนุมเริ่มมีอาการระคายเคืองและมีการตอบโต้ด้วยพลุและประทัด บางส่วนเริ่มรื้อรั้วแนวแรก ต่อมาเวลา 17.25 น. ผู้ชุมนุมบอกต่อๆกันว่า ตำรวจกำลังมาสลายการชุมนุมจึงทยอยออกจากพื้นที่ แต่เมื่อไม่พบตำรวจก็เริ่มกลับมาอีกครั้งในเวลา 17.40 น. คล้อยหลังเพียงหนึ่งนาทีตำรวจเริ่มใช้กระสุนยางโดยไม่มีการประกาศก่อนการใช้และไม่แน่ชัดถึงเหตุอันจำเป็นของการใช้กระสุนยาง

เวลา 17.55 น. ผู้ชุมนุมเปิดเพลงเต้นที่แยกนางเลิ้ง การจราจรเคลื่อนตัวได้ รถยนต์บางคันชูสามนิ้วให้ผู้ชุมนุม บรรยากาศผ่อนคลาย อย่างไรก็ตามเวลา 18.00 น. ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วขับรถกระบะและรถจักรยานยนต์จากแยกเทวกรรมมาที่แยกนางเลิ้ง จากนั้นเริ่มจับกุมผู้ชุมนุม มีรายงานว่า ตำรวจจับตัวหญิงสูงวัยร่างเล็กด้วยการกดหัวลงกับพื้นถนน ทราบในภายหลังว่า เป็นน้องสาวของป้าเป้า วรวรรณ แซ่อั๊ง

ระหว่างนั้นผู้ชุมนุมและผู้สื่อข่าวกรูกันเข้าไปที่รถผู้ต้องขังเพื่อถ่ายภาพและสอบถามข้อมูลผู้ถูกจับกุม แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนนายหนึ่งใช้โทรโข่งประกาศว่า ขอให้ผู้ชุมนุมเปิดพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่และประกาศว่าหากบุคคลใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่จะถูกจับกุม

ต่อมาเวลา 18.06 น.รถควบคุมผู้ต้องขังที่มีผู้ชุมนุมและผู้สื่อข่าวไปถ่ายภาพค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป ตำรวจนายหนึ่งประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงประกาศให้คนที่เข้าไปรุมถ่ายรูปด้านข้างรถถอยออกมาอย่าขวางรถ ก่อนที่จะมีตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าไปแยกและตั้งเป็นแถวกันระหว่างผู้ชุมนุม, ผู้สื่อข่าวกับรถผู้ต้องขังเพื่อให้รถเคลื่อนออกไปได้โดยสะดวก ระหว่างนี้มีเหตุกระทบกระทั่งระหว่างผู้สื่อข่าวสนามคนหนึ่งที่ระบุว่า ระหว่างที่เธอกำลังทำหน้าที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนพยายามกระชากให้เธอเข้าไปในแนวของตำรวจจึงเกิดการปะทะคารมระหว่างแนวสื่อมวนชนและผู้ชุมนุมกับแนวเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนถือโล่ใส กระทั่งตำรวจถอยมาปักหลักที่แยกนางเลิ้ง

ท้ายสุดผู้บังคับบัญชาชุดควบคุมฝูงชนพยายามเจรจากับผู้ชุมนุมและผู้สื่อข่าวที่เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนที่กระชากตัวผู้สื่อข่าวออกมาขอโทษ โดยขอให้สร้างระยะห่างระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมเพื่อให้สามารถพูดคุยกันได้ ต่อมาเวลา 18.25 น. ผู้บังคับบัญชาตำรวจควบคุมฝูงชนออกมาขอโทษผู้สื่อข่าวที่ถูกกระชากแทนผู้ใต้บังคับบัญชาและสั่งให้ชุดควบคุมฝูงชนที่ตั้งแถวถอยออกจากพื้นที่

สถานการณ์เริ่มคลี่คลายตำรวจเริ่มถอนกำลังออกจากแยกนางเลิ้งระหว่างนั้นมีผู้ชุมนุมบางส่วนขว้างปาขวดน้ำใส่แต่ก็มีผู้ชุมนุมด้วยกันที่พยายามห้าม โดยมีรายงานในภายหลังว่ามีผู้ถูกจับกุมตัวในวันนี้อย่างน้อย 26 คน

ลำดับเหตุการณ์

15.43 น. ผู้สังเกตการณ์พบทีมงานทะลุฟ้าซึ่งเป็นผู้จัดการชุมนุมอยู่ในพื้นที่ประมาณ 10 คน แต่ผู้ชุมนุมทั่วไปยังไม่เข้ามาในพื้นที่ ผู้สังเกตการณ์เห็นด้วยว่า สะพานลอยหน้าซอยนครสวรรค์ 12 มีลวดหนามขึงที่ราวบันไดทั้ง2ฝั่ง

15.51 น. การจราจรบนถนนพิษณุโลกตั้งแต่แยกนางเลิ้งไปจนทำเนียบรัฐบาลถูกปิด เจ้าหน้าที่ตั้งแนวรั้วลวดหนามสองแนว แนวแรกบริเวณหัวถนนแยกนางเลิ้ง แนวที่สองตั้งอยู่ใกล้ๆสะพานลอยหน้าพาณิชยการพระนคร รถฉีดน้ำแรงดันสูงและรถเติมน้ำจอดบนถนนพิษณุโลกทั้งฝั่งขาออกและขาเข้าใกล้แนวสะพานลอย 

16.15 น. กลุ่มทะลุฟ้าเตรียมป้ายผ้าเขียนข้อความ เช่น หยุดราชวงศ์ประยุทธ์ และ No Police = No Violence มาปูบนพื้นถนนพิษณุโลกเตรียมตั้งขบวนเดินไปทำเนี่ยบรัฐบาล จากนั้นจึงเตรียมตั้งขบวนในเวลา 16.22 น. 

16.35 น. ผู้ชุมนุมทะลุฟ้าบางส่วนนำสเปรย์มาพ่นข้อความต่างๆ อาทิ ยกเลิก 112 บนพื้นถนนพิษณุโลก โดยก่อนหน้านั้นผู้ชุมนุมทะลุฟ้ายังเตรียมเครื่องยิงจรวดขวดน้ำมาด้วย คาดว่าเตรียมใช้ยิงน้ำผสมสีเข้าไปในแนวรั้วลวดหนาม จากนั้นผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าไปประชิดแนวรั้วลวดหนาม และได้นำป้ายผ้าที่เตรียมมาไปแขวนบนรั้วลวดหนามหีบเพลงด้วย

16.45 น. ผู้ชุมนุมทะลุฟ้าเตรียมจรวดขวดน้ำ โดยเท่าที่เห็นน้ำที่นำมาประกอบจรวดในช่วงแรกเป็นเพียงน้ำเปล่ายังไม่ใช่น้ำผสมสี 

16.51 น. ผู้ชุมนุมเริ่มปาสีบรรจุถุงเข้าไปในแนวรั้วลวดหนาม รวมทั้งโปรยกระดาษเอสี่พิมพ์ข้อความ เช่น ประชาชนไม่ได้ชังชาติ เขาชังมึง และ ผบ.ตร.จ่ายเบี้ยเลี้ยงคฝ.ยัง รวมทั้งเริ่มยิงจรวดขวดน้ำบรรจุน้ำผสมสีแดงใส่แนวเจ้าหน้าที่ แต่ขวดน้ำส่วนใหญ่ตกอยู่บริเวณก่อนถึงแนวรั้วลวดหนามแนวที่สอง จึงไม่ถูกเจ้าหน้าที่ที่อยู่หลังแนวรั้วลวดหนามแนวที่สอง แต่น้ำจากจรวดขวดน้ำก็ไหลนองอยู่บนถนนพิษณุโลกระหว่างแนวรั้วลวดหนามที่หนึ่งกับแนวที่สองจนแดงฉาน ขณะที่ผู้ชุมนุมทะลุฟ้าคนหนึ่งปราศรัยว่าสีแดงนี้คือเลือดของประชาชนที่เดือดร้อนหรือเสียชีวิตเพราะการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลในวิกฤตโควิด 

17.00 น. มีประชาชนทยอยมาสบทบในพื้นที่การชุมนุม โดยขณะนั้นมีผู้ชุมนุมประมาณ 70 คน ผู้ชุมนุมบางส่วนเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

17.01 น. เจ้าหน้าที่ประกาศว่าผู้ชุมนุมกำลังฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ขอให้ยุติการกระทำ ขณะเดียวกันประชาชนที่ไม่พอใจเจ้าหน้าที่ก็ตะโกนด่าบ้าง โห่ไล่บ้าง

17.04 น. เจ้าหน้าที่ประกาศเรื่องการฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของผู้ชุมนุมอีกครั้ง จากนั้นรถฉีดน้ำเริ่มฉีดน้ำแรงดันสูง การฉีดครั้งแรกเจ้าหน้าที่ฉีดด้วยแรงดันต่ำ ในลักษณะล้างพื้นถนน แต่เมื่อผู้ชุมนุมยังอยู่ที่แนวรั้วลวดหนามเจ้าหน้าที่จึงเพิ่มแรงดันน้ำ ขึ้นตามลำดับพร้อมทั้งประกาศให้สื่อมวลชนออกไปอยู่ในแนวปลอดภัย ขณะที่ผู้ชุมนุมก็ยกระดับหลังถูกฉีดน้ำ ผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มปาประทัดรวมทั้งยิงพลุไฟไปทางรถฉีดน้ำแรงดันสูงเป็นระยะ

17.10 น. ผู้สังเกตการณ์ในพื้นที่รายงานว่ามีอาการแสบตา คาดว่าเจ้าหน้าที่เริ่มใช้แก๊สน้ำตาแล้ว โโยน่าจะเป็นแก๊สน้ำตาแบบผสมน้ำ เพราะไม่พบเห็นกระป๋องแก๊สน้ำตาในพื้นที่ ระหว่างนั้นผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มรื้อแนวรั้วลวดหนามบนถนนพิษณุโลกฝั่งมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ประกาศให้ยุติการกระทำขณะที่รถฉีดน้ำก็ระดมฉีดน้ำสลับหยุดพักเป็นระยะ 

17.25 น. การประจันหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงกับผู้ชุมนุมที่ใช้พลุและประทัดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสงบลงอย่างกระทันหันเพราะมีการกระจายข่าวในพื้นที่การชุมนุมว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำกำลังเข้ามาในพื้นที่ การปะทะที่ดำเนินต่อเนื่องนานกว่า 10 นาทีจึงสงบลง 

17.40 น. ไม่ปรากฎว่ามีเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้ามา ผู้ชุมนุมบางส่วนจึงกลับเข้ามาในพื้นที่ 

17.41 น. มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่เริ่มใช้กระสุนยางกับผู้ชุมนุม และมีเลเซอร์ชี้เป้าส่องมาทางฝั่งผู้ชุมนุมเป็นระยะ ผู้สังเกตการณ์ในพื้นที่รายงานว่าไม่ได้ยินว่าเจ้าหน้าที่ประกาศเตือนก่อนใช้กระสุนยาง รวมทั้งไม่เห็นอย่างชัดแจ้งว่าการกระทำใดของผู้ชุมนุมเป็นมูลเหตุให้เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนยาง 

17.55 น. ผู้ชุมนุมที่กลับมารวมตัวที่แยกนางเลิ้งรวมตัวกันเปิดเพลงเต้นที่แยกนางเลิ้ง รถบางคันที่ขับผ่านมาบริเวณนั้นมีการบีบแตรและชูสามนิ้วทักทายผู้ชุมนุม 

18.00 น. ชุดเคลื่อนที่เร็วเข้ามาในพื้นที่ บางส่วนขับขี่จักรยานยนต์ บางส่วนนั่งท้ายกระบะ เข้ามาในพื้นที่และกระจายกำลังเข้าทำการควบคุมพื้นที่ ระหว่างนั้นมีรายงานว่าผู้ชุมนุมบางส่วนถูกจับไปเบื้องต้น 2 คน เป็นหญิงสูงอายุหนึ่งคน หลังจับกุมเจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับไปขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขัง ทั้งผู้ชุมนุมและผู้สื่อข่าวกรูกันเข้าไปที่รถควบคุมผู้ต้องขังเพื่อถ่ายภาพและสอบถามข้อมูลจากผู้ถูกจับ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนนายหนึ่งใช้โทรโข่งประกาศว่าขอให้ผู้ชุมนุมเปิดผืนที่ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ และประกาศว่าหากบุคคลใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่จะถูกจับกุม 

18.06 น. รถควบคุมผู้ต้องขังที่มีผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนไปถ่ายภาพผู้ถูกควบคุมตัวค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปทางแยกนางเลิ้ง เจ้าหน้าที่ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงประกาศให้คนที่เข้าไปรุมถ่ายรูปด้านข้างรถถอยออกมาอย่าขวางรถ ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเข้าไปแยกและตั้งเป็นแถวกันระหว่างผู้ชุมนุม, สื่อมวลชน กับรถผู้ต้องขังเพื่อให้รถเคลื่อนออกไปได้สะดวก ระหว่างนั้นมีเหตุกระทบกระทั่งระหว่างผู้สื่อข่าวสนามคนหนึ่งที่ระบุว่าระหว่างที่ทำกำลังทำหน้าที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนพยายามกระชากให้เธอเข้าไปในแนวของเจ้าหน้าที่ จึงเกิดการปะทะคารมและยื้อกันระหว่างแนวสื่อมวนชนและผู้ชุมนุมกับแนวเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนถือโล่ใส ผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนเดินหน้าจนเจ้าหน้าที่ถอยมาปักหลักที่แยกนางเลิ้ง ผู้บังคับบัญชาชุดควบคุมฝูงชนพยายามเจรจากับผู้ชุมนุมและนักข่าวที่เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนที่กระชากตัวผู้สื่อข่าวออกมาขอโทษ โดยขอให้สร้างระยะห่างระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมเพื่อให้สามารถพูดคุยกันได้ การเผชิญหน้าและผลักดันดำเนินไปประมาณเกือบ 20 นาทีจึงเริ่มคลี่คลาย

18.25 น. ผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนขอโทษนักข่าวที่ถูกกระชากแทนผู้ใต้บังคับบัญชาและสั่งให้ชุดควบคุมฝูงชนที่ตั้งแถวอยู่บริเวณแยกนางเลิ้ง ถอยหลังจากฝั่งถนนพิษณุโลกฝั่งทำเนียบรัฐบาลข้ามไปฝั่งสนามม้าเก่า หลังจากนั้นอีกไม่นานชุดควบคุมฝูงชนเคลื่อนที่เร็วก็ขึ้นรถจักรยานยนต์และรถกระบะและถอนกำลังออกจากแยกนางเลิ้งระหว่างนั้นมีผู้ชุมนุมบางส่วนขว้างปาขวดน้ำใส่แต่ก็มีผู้ชุมนุมด้วยกันที่พยายามห้าม จากนั้นสถานการณ์จึงเริ่มคลี่คลาย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีจับกุมประชาชนอย่างน้อย 26 ราย หลังการสลายการชุมนุม #ม็อบ27กันยาหยุดราชวงศ์ประยุทธ์ ของกลุ่มทะลุฟ้า ที่แยกนางเลิ้งและเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล โดยแบ่งเป็นเยาวชน 4 รายถูกควบคุมตัวไปที่ สน.ห้วยขวาง และผู้ใหญ่อีก 22 รายถูกควบคุมตัวไปที่ สน.บางเขน  ทั้งนี้ ทั้งหมดถูกควบคุมตัวไปที่กรมสารวัตรทหารบกก่อนถูกนำตัวไปที่สองสถานีตำรวจดังกล่าว

+++ผู้ใหญ่ 22 ราย ถูก คฝ. ทำร้ายได้รับบาดเจ็บระหว่างจับกุม 4 ราย ก่อนศาลให้ประกัน วางเงินคนละ 20,000 บาท+++

สำหรับผู้ใหญ่ 22 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20 ปี แต่มี 3 ราย ที่อายุระหว่าง 64-66 ปี โดยในกลุ่มผู้ถูกจับกุมมีอย่างน้อย 4 ราย ได้รับบาดเจ็บระหว่างการจับกุม 

ซี (นามสมมติ) เผยว่า ถูกเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) กระทืบระหว่างเข้าจับกุม และมีอาการปวดลำตัวด้านขวา มือขวา หัวเข่าขวา และนิ้วโป้งเท้าขวา 

ด้านกฤษณะ ไก่แก้ว สมาชิกเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ได้รับบาดเจ็บที่หน้าผากมุมขวา มีรอยถลอกบนท่อนแขนขวา จากการถูกเจ้าหน้าที่ คฝ. ฉุดกระชาก ริมฝีปากแตก และมีรอยเคเบิลไทร์บนข้อมือ 

ผู้ถูกจับกุมอีกรายมีบาดแผลเดิมจากการถูกเจ้าหน้าที่ คฝ. เข้าสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 64 ที่นิ้วชึ้ นิ้วกลาง และนิ้วก้อย ข้างซ้ายจำนวน 3 นิ้ว ในระหว่างการถูกจับกุม เขาถูกเจ้าหน้าที่บีบที่มือ จนแผลเก่าที่นิ้วกลางฉีกขาด และมือซ้ายบวม นอกจากนี้ เขายังถูกตบด้วยด้ามปืนลูกซองเข้าที่ใบหน้าจนเกิดบาดแผลตรงหลางหน้าผาก มีเลือดไหล และรอยถลอกลึกบริเวณดั้งจมูก สุดท้าย วชิรวิทย์ (สงวนนามสกุล) พบรอยฟกช้ำจางๆ เป็นรอยกว้างบริเวณหลังมือซ้าย 

ขณะบันทึกจับกุมบรรยายว่า การจับกุมนี้ประกอบด้วยเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมทั้งหมด 5 ชุด นำโดย พ.ต.ท.ฐิติวุธ ร่อนแก้ว รอง ผกก.ป.สน.บางยี่ขัน/ผบ.ร้อย, พ.ต.ต.สมเกียรติ ใจตรง ผบ.หมวด 2 กองร้อยที่ 2 บก.น.5/รอง สวป.สน.ทุ่งมหาเมฆ, พ.ต.ท.ปวีร์ มั่นเมือง รอง ผกก.ป.สน.นางเลิ้ง, ส.ต.ต.หญิง อนัญญา อนันตพงศ์ ผบ.หมู่ กองร้อย 4 กก.คฝ. 2 และพ.ต.ต.ณัฐวุฒิ ปราบคนชั่ว สวป.สน.พหลโยธิน 

สำหรับพฤติการณ์การจับกุม บันทึกจับกุมได้บรรยายโดยสรุปไว้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาว่า กลุ่มทะลุฟ้าได้นัดหมายทำกิจกรรม #ม็อบ27กันยาหยุดราชวงศ์ประยุทธ์ ที่บริเวณแยกนางเลิ้ง เป็นการจัดกิจกรรมกีดขวางทางการจราจรทำให้ประชาชนผู้ใช้ถนนเดือดร้อน 

ต่อมา เมื่อผู้ชุมนุมมาถึงแยกนางเลิ้งก็ไม่สามารถเคลื่อนขบวนต่อได้ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนตั้งแนวกระชับพื้นที่บริเวณถนนพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้ยุติการชุมนุม แต่ผู้ชุมนุมไม่เลิกและปาถุงบรรจุสี ใช้หนังสติ๊กยิงลูกเหล็ก และปาระเบิดปิงปองใส่เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 22 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นผู้ร่วมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

สำหรับข้อกล่าวหานั้น ทั้ง 22 รายถูกดำเนินคดีใน 2 ข้อหา ได้แก่  

“ร่วมกันจัดกิจกรรมร่วมกลุ่มของบุคคลที่มีจํานวนรวมกันมากกว่ายี่สิบห้าคนในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคําสั่ง กําหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด” อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 32) 
“ร่วมกันชุมนุมหรือทํากิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร์โรคในพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคําสั่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด” อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทํากิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) (ฉบับที่ 10)
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 22 ราย ได้ปฏิเสธการลงลายมือชื่อในบันทึกจับกุม และปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะสอบปากคำ ทั้งหมดยังได้ให้การเพิ่มเติมว่า ระหว่างการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ไม่ได้แจ้งสิทธิของผู้ถูกจับกุม ทั้งยังไม่นำตัวผู้ถูกจับกุมไปที่ สน.ท้องที่ ทันที แต่กลับพาไปที่กรมสารวัตรทหารก่อน 

ทั้งเมื่อมาถึงสน. เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมให้ผู้ถูกจับกุมติดต่อญาติหรือผู้ไว้วางใจ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงสถานที่ที่ถูกจับ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่ใช่ของที่มีไว้เป็นความผิด ได้มาโดยกระทำความผิด หรือได้ใช้หรือจะใช้ในการกระทำผิดซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้

หลังสอบปากคำเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 04.00 น. ทั้งหมดถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน.บางเขน เป็นเวลา 1 คืน เช้าวันรุ่งขึ้น (28 ก.ย. 64) พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลแขวงดุสิตผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์  โดยทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยไม่ต้องวางหลักประกัน

15.50 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่สั่งให้วางเงินสดคนละ 20,000 บาท เป็นหลักประกัน รวมหลักทรัพย์ 440,000 บา จากกองทุนราษฎรประสงค์ ทำให้ทั้ง 22 รายได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ 

+++เยาวชน 4 รายถูกนำตัวส่ง สน.ห้วยขวาง ตำรวจไม่ให้ทนายเข้าร่วมการอ่านบันทึกการจับกุม+++

ส่วนเยาวชน 4 ราย ถูกควบคุมตัวไปที่ สน.ห้วยขวาง เมื่อทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนแจ้งพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ว่ากำลังติดตามไปที่ สน.ห้วยขวาง พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ซึ่งเป็นสน.ในท้องที่เกิดเหตุ กลับแจ้งว่า ตนต้องรีบไปสอบปากคำที่ สน.บางเขน ต่อ จึงอ่านบันทึกจับกุมให้เยาวชนทั้งสี่ฟัง โดยไม่มีทนายความเข้าร่วมกระบวนการด้วย

เมื่อทนายความไปถึง สน.ห้วยขวาง จึงทราบว่า พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ไม่ได้เดินทางไปสอบปากคำผู้ถูกจับกุมที่ สน.บางเขน ต่อ แต่ได้เดินทางกลับบ้านไปหมดแล้ว 

นอกจากนี้ การที่พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เดินทางกลับไปก่อน ทำให้ทนายความต้องขอเข้าพบผู้ถูกจับกุมทั้งสี่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ห้วยขวาง ซึ่งตอนแรกไม่ให้ทนายความเข้าพบ อ้างว่าเป็นสถานีตำรวจที่รับฝากขังในคืนนั้นเท่านั้น และหมดเวลาเยี่ยมแล้ว แต่สุดท้ายหลังการพูดคุย ทนายความจึงได้เข้าพบผู้ต้องหา ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังแล้ว 

สำหรับบันทึกจับกุมของเยาวชนได้บรรยายเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พฤติการณ์การจับกุม และข้อหาในลักษณะเดียวกันกับของผู้ถูกจับกุมอีก 22 ราย โดยเยาวชนทั้งสี่ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ได้ลงลายมือชื่อในบันทึกจับกุม ทั้งนี้ ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง อ่านบันทึกจับกุมให้เยาวชนฟัง ไม่ได้มีทนายความเข้าร่วมแต่อย่างใด

ทั้งสี่ถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน.ห้วยขวาง เป็นเวลา 1 คืน ก่อนที่เช้าวันรุ่งขึ้น (28 ก.ย. 64) พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำเยาวชนทั้งสี่ ในเวลา 09.00 น. และควบคุมตัวไปที่ศาลเยาวชนกลางและครอบครัวเพื่อตรวจสอบการจับ 

ต่อมา ศาลเยาวชนฯ ได้มีคำสั่งว่า การจับเยาวชนเป็นไปโดยชอบ แม้จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ต้องหาเยาวชนได้รับบาดเจ็บจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ก็ตาม และให้ออกหมายควบคุมตัวไว้ระหว่างสอบสวน ก่อนที่ศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวทั้งหมด โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ แต่ถ้าหากผิดสัญญา ให้ปรับ 5,000 บาท

สำหรับการชุมนุม #ม็อบ27กันยาหยุดราชวงศ์ประยุทธ์ กลุ่มทะลุฟ้าได้นัดหมายที่แยกนางเลิ้งเพื่อเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล เมื่อกำลังเคลื่อนขบวนไปที่แยกนางเลิ้ง เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำเพื่อสลายการชุมนุม และเจ้าหน้าที่หน่วยเคลื่อนที่เร็วได้เข้าจับกุมผู้ชุมนุม ทั้งนี้ยังได้จับกุมน้องสาวของ “ป้าเป้า” วรวรรณ แซ่อั๊ง ด้วยการจับกดหัวลงกับพื้นอีกด้วย 

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนยังได้กระชากผู้สื่อข่าวภาคสนามเข้าไปแนวตำรวจอีกด้วย ก่อนที่ผู้บังคับบัญชาตำรวจควบคุมฝูงชนออกมาขอโทษผู้สื่อข่าวที่ถูกกระชากแทนผู้ใต้บังคับบัญชาและสั่งให้ชุดควบคุมฝูงชนที่ตั้งแถวถอยออกจากพื้นที่