#ม็อบ3สิงหา : #เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน

วันที่ 3 สิงหาคม 2564
เวลา -
สถานที่ แยกปทุมวัน
จังหวัด กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ,ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล,ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

501-1000

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

3 สิงหาคม 2564 เวลา 16.00 น. นำโดยกลุ่ม ศาลายาเพื่อประชาธิปไตย, กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG), คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ฯลฯ จัดกิจกรรมเสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน ที่ลานหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี กิจกรรม ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย’ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ถูกนำมาพูดถึงอย่างเป็นทางการบนเวทีปราศรัยที่หน้าร้านแม็คโดนัลด์ ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 โดยทนายอานนท์ นำภา

ก่อนเริ่มกิจกรรมเวลาประมาณ 15.13 น. ผู้มาร่วมกิจกรรมเริ่มทยอยเข้ามาในพื้นที่ พอเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบประจำอยู่รอบๆ บริเวณ Skywalk BTS สนามกีฬา เจ้าหน้าที่ตำรวจกั้นแผงเหล็กเพื่อตรวจอาวุธก่อนเข้าพื้นที่รอบๆ หอศิลป์กรุงเทพฯ

กิจกรรมในวันนี้เป็นรูปแบบเวทีปราศรัยบนรถเครื่องเสียง ยังคงมีประเด็นหลักเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และการใช้งบประมาณของรัฐบาลเกี่ยวกับการบริหารจัดการวิกฤตโควิด19 ล้มเหลว โดยมีผู้ร่วมฟังปราศรัยมากกว่า 600 คน

ลำดับเหตุการณ์

16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศข้อกฎหมาย แต่เป็นการประกาศที่ใช้เสียงไม่ดังนัก ไม่สามารถได้ยินทั่วพื้นที่ มีผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งเข้าไปตะโกนต่อว่า

16.04 น. ตัวแทนผู้จัดประกาศผ่านเครื่องเสียงว่า ตำรวจจะประกาศก็ปล่อยไปไม่ต้องสนใจ

16.05 น. หลังตำรวจประกาศข้อกฎหมายเสร็จจึงกลับขึ้นไปบนสกายวอล์ค มีการปราศรัยทำนองว่า “สีกากีคือเป็นขี้ข้าประชาชน เป็นสีธุลีดิน ต้องรับใช้ประชาชน” อีกคนหนึ่งกล่าวว่า วันนี้มาเพื่อไล่ประยุทธ์ ตำรวจต้องปกป้องประชาชนไม่ใช่รัฐบาลประยุทธ์

16.12 น. พิธีกรเริ่มแนะนำทบทวนเหตุการณ์วันที่ 3 สิงหาคม 2563 ที่เปิดบทสนทนาเรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในที่สาธารณะเป็นครั้งแรกๆ

16.16-16-38 น. บอย-ธัชพงศ์ แกดำขึ้นปราศรัยว่า “หนึ่งปีที่พวกเราประชาชนเราต่อสู้ในนามของพ่อมดและแม่มด ถ้าย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านั้น เราทุกคนล้วนแล้วแต่ถูกล่าพ่อมดแม่มดใช่หรือไม่ วรรณกรรมแฮร์รี่พอตเตอร์เป็นวรรณกรรมที่สะท้อนการต่อสู้ของประชาชนที่ไม่ยอมก้มหัวต่ออำนาจมืด”

“เราถูกปิดกั้นและปิดปาก เราถูกสร้างความหวาดกลัวมาหลายทศวรรษ 3 สิงหาคม 2563 พวกเราทลายกำแพง เสกคาถาทลายเพดานไปแล้ว เราจะไม่ให้มีเพดานความกลัวมาปิดกั้นเราได้อีก วันนี้อำนาจมืดยังอยู่และเราจะสู้ต่อ”

“ปีนี้เราจะสู้กันอย่างตาต่อตาฟันต่อฟัน หนึ่งปีและหลายทศวรรษที่ผ่านมาประชาชนต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาน เราต้องเผชิญกับการต่อสู้ที่ต้องแลกด้วยต้นทุนของชีวิต สิทธิและเสรีภาพ... เราต้องเสียคนที่เรารัก เราแทบจะไม่มีทางเลือกแล้วครับ”

16.42 น. แชมป์ ครช. ปราศรัยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวดหนึ่ง ว่าด้วยบททั่วไป

17.14 น. ผู้ปราศรัยจาก ม.เกษตรฯ ปราศรัยถึงความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารเงินภาษีของประชาชน เล่าถึงผลกระทบที่ตนได้รับจากการเรียนออนไลน์ที่ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือค่าอินเทอร์เน็ตและหอพัก มาตรการลดค่าเทอมที่เพิ่งออกมาก็ควรมีตั้งแต่ปีที่แล้ว ทั้งตั้งคำถามถึงความลำบากของบุคคลากรแพทย์ที่ต้องทำงานหนัก หากเงินภาษีถูกนำมาใช้ช่วยเหลือประชาชน ก็คงไม่มีคนตายมากขึ้นถึงขนาดนี้ และได้เชิญชวนให้เข้าร่วมกับสหภาพคนทำงาน

17.24 - 17.30 น. ตัวแทนจากศาลายาเพื่อประชาธิปไตยขึ้นมาเล่านิทาน “วันนี้จะมาพูดเรื่องลิงหลอกคน กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีต้นไม้ใหญ่อยู่เคียงคู่ประชาชนมานานแสนนาน อยู่มาวันหนึ่งมีลิงเข้ามาและบอกคนว่า ต้นไม้นี้เป็นต้นไม้ที่มีเทวดา ผู้คนเซ่นไหว้ ลิงจึงอาศัยจังหวะนี้กินของเซ่นไหว้ จึงทำให้หยิ่งผยองและคิดว่า ตัวเองมีอำนาจเหนือคน แต่มาวันนึงความเจริญเริ่มเข้าถึง จนถึงตอนนี้ผู้คนคิดว่า ต้นไม้ต้นนี้ไม่ได้มีเทพารักษ์สถิตย์อยู่

ลิงเห็นว่า พอคนเข้าใกล้ต้นไม้มากขึ้น ลิงกลัวการสูญเสียอำนาจ ทำให้ลิงออกมาต่อต้านคน หลังจากที่ลิงต่อต้าน คนก็ยังสู้ต่อไป ปัญหาอยู่ที่คนกลุ่มหนึ่งนอกจากจะบูชาต้นไม้ยังถือหางลิง กลายเป็นว่า ลิงมองคนสองฝั่งทะเลาะกัน ตราบใดที่ยังมีคนถือหางลิง กราบไว้บูชาต้นไม้ ดังนั้นเราก็ไม่สามารถโค่นต้นไม้นี้ลงได้ เราจะรอคนที่ถือหางลิง กราบไว้บูชาต้นไม้เข้ามาอยู่กับพวกเรา ขับไล่ลิงออกไปและโค่นต้นไม้ลง”

17.34 น. อานนท์ นำภาปราศรัยว่า “หนึ่งปีที่ปราศรัยหรือ 12 เดือน หลังจากนั้นผมใช้ชีวิตข้างนอกแค่ 6 เดือน … หนึ่งปีที่พวกเราทุกคนได้ร่วมกันทำลายเพดานการพูด หนึ่งปีที่คนรุ่นใหม่ร่วมกันลงสู่ท้องถนนเพื่อพูดถึงปัญหาของบ้านเมืองนี้ สิ่งหนึ่งที่พวกเราตกผลึกร่วมกันคือ สิทธิ เสรีภาพ ความเท่าเทียมและประชาธิปไตย”

“ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นส่วนหนึ่งของการขยายพระราชอำนาจ ข้อเสนอที่ให้แก้รัฐธรรมนูญ ไม่สามามรถทำได้ถ้าไม่พูดเรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ไปพร้อมๆกัน การออกมาไล่ประยุทธ์อย่างเดียว อย่างอื่นทำทีหลัง ไม่เป็นความจริง เราต้องพูดถึงสามอย่างนี้เพราะมันคือ ก้อนเดียวกัน”

“การชุมนุมต่อจากนี้จะใช้สันติวิธีเพดานสูงสุด และอย่ามาขู่ว่า จะประกาศกฎอัยการศึก…ไม่สู้ก็อดตาย นอนตายอยู่บ้าน ไม่สู้ ไม่ออกมา ไม่มีทางที่วัคซีนดีๆ จะเข้ามา เราจะต่อสู้เพื่อสร้างอนาคตไปด้วยกัน ปีนี้เราจะสู้อย่างเป็นระบบมากขึ้น อย่างมีแนวทาง…เราจะเสนอกฎหมายเข้าสภาด้วย ประเทศนี้ปกครองด้วยนิติรัฐ ด้วยกฎหมาย เราต้องเชื่อมั่น…เราจะเสนอให้การยกเลิกมาตรา 112 ในเร็วๆนี้ ประชาชนจะโยนไม้ต่อไปที่สภาผู้แทนราษฎร”

“ปีหน้าผมหวังว่า จะไม่มีการจัดแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่เป็นการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เราจะปักหมุดคณะราษฎรอย่างยิ่งใหญ่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เราจะทวงคืนทรัพย์สินทั้งหมด ให้กลับมาเป็นของประชาชน”

18.16 น. มายด์-ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ปราศรัยว่า “วันนี้เราได้เห็นแล้วว่า การพูดถึงสถาบันกษัตริย์กับการเมืองไทยมีความสำคัญอย่างไรกับประชาชน วันนี้ประชาชนเริ่มเปิดใจและถกเถียงกัน สถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ทุกคนมีเงื่อนไขในชีวิตแต่ ณ วันนี้ภาระหน้าที่ของประชาชน คือ การออกมาส่งเรียกร้อง ยืนหยัดปกป้องประชาธิปไตย ในเมื่อบอกว่าประเทศเป็นประชาธิปไตยแต่การกระทำตอนนี้มันไม่ใช่ หนึ่งในปัญหาที่ทำให้โควิดหนักเกิดจากปัญหาทางการเมือง เพราะคนที่บริหารไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ ไร้มนุษยธรรม”

“…ประยุทธ์ จันทร์โอชาคือ ศัตรูแห่งเสรีภาพ ถ้าเราต้องการประเทศประชาธิปไตย ประยุทธ์คือศัตรูตัวฉกาจ เราไม่สามารถยอมรับได้แล้ว นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมในสถานการณ์ที่คับขัน พี่น้องประชาชนยังออกมาขนาดนี้ เรามาไกลกันมาก อยากให้พี่น้องทุกท่านอดทนเข้าไว้…ผลลัพธ์ที่เราจะได้ นั่นคือประเทศที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง”

18.46 น. ตัวแทนบุคลาการทางการแพทย์ ปราศรัยว่า “เรามีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์เท่ากันหรือไม่ เท่าลอร์ดโวลเดอมอร์หรือไม่ เท่าผู้เสพความตายหรือไม่ เจ็ดปีที่ผ่านมาผู้เสพความตายพรากความสุขจากเราไป โดยเฉพาะการมีโรคระบาด เราได้รับการดูแลจากผู้เสพความตายหรือไม่ สองปีที่ผ่านผู้เสพความตายใช้แรงงานเรา ไม่มีแม้แต่จะมีไม้กายสิทธิ์ดีๆมาให้ เลือกวัคซีนซิโนแวค มีคนจะบริจาคไม้กายสิทธิ์ mRNA มาผู้เสพความตายยังตั้งเกณฑ์”

19.00 น. เริ่มการแสดงดนตรีจากวงสามัญชน และยุติการชุมนุมในเวลา 19.22 น.