#ม็อบ28กันยา : #หยุดราชวงศ์ประยุทธ์

วันที่2564-09-28

เวลา

สถานที่แยกนางเลิ้ง จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 19

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล,ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์,เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

-

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

28 กันยายน 2564 เวลา 16.00 น. ที่แยกนางเลิ้ง ทะลุฟ้านัดทำกิจกรรม"หยุดราชวงศ์ประยุทธ์" เป็นรวมตัวเป็นครั้งที่สามแล้วในรอบสัปดาห์นี้เพื่อจะเดินไปทำเนียบรัฐบาล ระบุเหตุที่ต้องไปทำเนียบรัฐบาลว่า เป็นสถานที่ที่นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีทำงานอยู่ ดังนั้นการจะไปทำเนียบรัฐบาลจึงเป็นเข้าหาตัวนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลออกมาตอบรับข้อเรียกร้องของพวกเขาโดยทันทีไม่ต้องผ่านผู้อื่น 

การรับมือของตำรวจเป็นเช่นเดิมคือ ใช้ลวดหนามหีบเพลงปิดสองชั้นที่บริเวณแยกนางเลิ้ง ขาเข้าและขาออกสะพานชมัยมรุเชฐ แนวที่สองอยู่บริเวณสะพานลอยทางข้ามหน้าโรงเรียนราชวินิต จะมีรถฉีดน้ำและตำรวจประจำการอยู่ 

กิจกรรมในวันนี้เป็นการแสดงออกเช่น การปาสี, การพ่นสีเปลี่ยนข้อความป้ายแยกนางเลิ้งเป็น "ดินแดง lll" และการปราศรัยของตัวแทนเช่น ฟ้า-พรหมศร วีระธรรมจารีที่มาพร้อมกับกำไลอีเอ็มติดตามตัวที่ข้อเท้าซ้ายกล่าวถึงเหตุการณ์นองเลือดต่างๆในอดีตตั้งแต่เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 , เหตุการณ์พฤษภาคม 2535 และการสลายการชุมนุมของนปช.ในปี 2553 เขาโยงเหตุการณ์นองเลือดในปี 2553 เข้ากับคำกล่าวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาที่กล่าวทำนองว่า ปัญหาต่างๆแก้ได้ด้วยการสวดมนต์ แต่ในปี 2553 กลับมีคนถูกยิงจนเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม 

จากนั้นกล่าวถึงการบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ "พูดถึงคำพระคำเจ้าก็มีคำๆนึงเป็นพุทธสุภาษิตว่า พาโล อปริณายโก แปลว่า คนโง่ไม่ควรเป็นผู้นำ คาดว่า ในยุคปัจจุบันน่าจะใช้ได้ดีที่สุด" 

ในเมื่อบ้านเมืองเป็นเช่นนี้การออกมาไล่นายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องธรรมดา รัฐไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ในอดีตที่เกิดปัญหาก็มาคุยกัน พวกเราอายุน้อยกว่าก็พร้อมที่จะฟังท่าน เราออกมาเรียกร้องปกติ แต่มาวันนี้เรามาคุยท่านก็ไม่คุย มากไปกว่านั้นประชาชนกำลังใช้สิทธิเสรีภาพตามระบอบรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มาจากกลไกคสช. ออกมาเรียกร้อง หากพวกเขาเดือดร้อนแม้เพียงไม่กี่คนก็ควรจะต้องฟัง 

เขากล่าวอีกว่า ตอนนี้เรือนจำเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองแล้ว ไม่ได้มีความกังวลที่จะต้องเข้าไปอยู่ "ก็แค่ซี่ลูกกรง ขังได้แต่กาย หาได้ขังจิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตยอันลุกโชติช่วงแต่ประการใดไม่ นักต่อสู้ในอดีตก็ได้ติดคุก เสียชีวิตไปแล้วตั้งมาก แม้วันนี้ตัวจะตายก็ไม่เสียดายชีวิต แต่เสียดายประเทศไทยที่จะต้องมาอยู่ดักดันกับนายกฯโง่ๆ" ที่แก้ไขปัญหาประเทศไม่ได้ทั้งสถานการณ์โควิด 19 และน้ำท่วม

ต่อมาเวลา 17.14 น. ไดโน่-นวพล ต้นงาม ประกาศให้ผู้ชุมนุมเตรียมตัวเดินไปทำเนียบรัฐบาล ระหว่างการประกาศมีผู้ชุมนุมตัดรั้วลวดหนาม จากนั้นเวลา 17.18 น. ผู้ชุมนุมเริ่มปาสีและใช้หนังสติ๊กยิงไปที่แนวตำรวจแต่มีระยะค่อนข้างห่างกับผู้ชุมนุม รถฉีดน้ำเริ่มขยับเข้าหาผู้ชุมนุมและฉีดน้ำในเวลา 17.20 น. หลังจากนั้นมีการประกาศว่า การกระทำของผู้ชุมนุมผิดกฎหมายให้เลิกชุมนุม และฉีดน้ำอีกครั้ง วิถีฉีดถูกสื่อมวลชนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่

เวลา 17.29 น. ตำรวจฉีดน้ำที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ต่อมาเวลา  17.45 น. ตำรวจประกาศให้ยุติการชุมนุมอีกครั้งและระบุว่า ถ้าไม่เลิกจะเริ่มใช้น้ำผสมแก๊ส ผู้ชุมนุมตะโกนว่า ใช้ตั้งนานแล้วเพิ่งมาประกาศ ระหว่างนี้มีผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำผสมสารเคมีจำนวนมากจนต้องถอยมาปฐมพยาบาลบริเวณซอยพิษณุโลก 9 ขณะที่ทีมงานก็ประกาศต่อเนื่องว่า ให้ถอยออกจากแนวตำรวจเป็นระยะ 50 เมตร

เวลา 17.57 น. ตำรวจเริ่มสลายการชุมนุมตั้งกำลังเดินเท้ามาจากแยกเทวกรรมเข้าแยกนางเลิ้ง บางส่วนมาจากแยกยมราช มีการติดตามผู้ชุมุนมเข้าไปในซอยพิษณุโลก 5 โดยหลังการจับกุมผู้ชุมนุมที่ยังหลงเหลืออยู่บริเวณซอยพิษณุโลก 9 ตะโกนว่ากล่าวตำรวจด้วยความไม่พอใจ ขณะที่ป้าเป้า-วรวรรณ แซ่อั๊งแก้ผ้าประท้วงที่หน้าแนวตำรวจ ส่วนที่แยกยมราชตำรวจตั้งด่านตรวจรถจักรยานยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณนี้ 

เวลา 18.38 น. ตำรวจกำลังถอนกำลังออกจากพื้นที่ไปทางถนนพิษณุโลกมุ่งหน้ายมราช มีผู้ชุมนุมฝั่งตรงข้ามที่อยู่บริเวณซอยพิษณุโลก 5 ปาขวดข้ามไปยังขบวนรถ ตำรวจจึงใช้ปืนลูกซองยิงข้ามมาหาผู้ชุมนุมที่ปาขวด ผู้สังเกตการณ์เล่าว่า ตำรวจยิงมาทางซอยพิษณุโลก 5 หลายนัด โดยเก็บปลอกกระสุนยางได้อย่างน้อย 2 นัด นอกจากนี้ผู้ชุมนุมยังพบลูกแก้วแบบเดียวกับที่พบในการสลายชุมนุมแยกดินแดง ระบุวิถียิงมาจากฝั่งตำรวจ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

เวลาใกล้เคียงกันที่แยกยมราช ประชาชนและผู้ชุมนุมประมาณ 10 คนรวมตัวอยู่ คนหนึ่งเล่าว่า จังหวะที่ขบวนรถตร.จะเลี้ยวขวาเข้าถนนหลานหลวง ตำรวจใช้ปืนลูกซองยิงออกมาอย่างน้อย 1 นัด ไม่ทราบสาเหตุของการยิง นอกจากนี้มีรายงานผู้ชุมนุมถูกบุคคลไม่ทราบฝ่ายต่อยที่ใบหน้า เมื่อไปแจ้งตำรวจควบคุมฝูงชนที่วางกำลังอยู่ ตำรวจก็ไม่ได้มีท่าทีช่วยเหลือ ล่าสุดศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีผู้ถูกจับกุมไม่น้อยกว่า 9 คน

ลำดับเหตุการณ์

15.30 น. ตำรวจเริ่มวางแนวสิ่งกีดขวางที่แยกนางเลิ้งแต่ยังเปิด 1 ช่องทางให้รถยนต์ผ่านเข้าไปที่สะพานชมัยมรุเชฐได้อยู่

16.23 น. ทีมงานทะลุฟ้าเข้าพื้นที่ พร้อมแท่นยิงจรวดขวดน้ำและป้ายผ้า ข้อความเช่น "ราชวงศ์...ประยุทธ์ = ขายชาติ" 

16.25 น. รถฉีดน้ำเตรียมพร้อมทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ตำรวจวางกำลังทั้งด้านล่างและบนสะพานลอย

16.45 น. มีผู้พ่นสีทับป้ายแยกนางเลิ้งเปลี่ยนเป็น "ดินแดง lll"

16.49 น. มวลชนนำป้ายผ้าคำว่า "ประชาชนสร้างชาติ ไม่ใช่อำมาตย์ตนใด" ผูกกับเสาไฟฝั่งสนามม้านางเลิ้งเดิม

17.05 น. บรรยากาศเรียบร้อย ผู้ชุมนุมผลัดเปลี่ยนกันปราศรัย เช่น ฟ้า-พรหมศร วีระธรรมจารีที่มาพร้อมกับกำไลอีเอ็มติดตามตัวที่ข้อเท้าซ้ายกล่าวถึงเหตุการณ์นองเลือดต่างๆในอดีตตั้งแต่เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่มีนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยมารวมตัวชุมนุมแต่ไม่ใช่แค่พื้นที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น ในต่างจังหวัดพ่อแม่พี่น้องชนชั้นกรรมาชีพที่ต่อต้านระบอบอำนาจนิยมในยุคนั้นได้ออกมาร่วมกันต่อสู้ ตามมาด้วยเหตุการณ์นองเลือด ในประวัติศาสตร์ยังมีเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 และการสลายการชุมนุมของนปช.ในปี 2553 เขาโยงเหตุการณ์นองเลือดในปี 2553 เข้ากับคำกล่าวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาที่กล่าวทำนองว่า ปัญหาต่างๆแก้ได้ด้วยการสวดมนต์ แต่ในปี 2553 กลับมีคนถูกยิงจนเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม

"พูดถึงคำพระคำเจ้าก็มีคำๆนึงเป็นพุทธสุภาษิตว่า พาโล อปริณายโก แปลว่า คนโง่ไม่ควรเป็นผู้นำ คาดว่า ในยุคปัจจุบันน่าจะใช้ได้ดีที่สุด" 

ปัจจุบันชัยภูมิ ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดและเป็นจังหวัดที่สร้างนักสู้ทางการเมืองอย่างตัวเขาและไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม แต่นายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้ลงพื้นที่ ไปเพียงแค่ที่สุโขทัย

ฟ้า-พรหมศรชี้ไปทางแนวตำรวจที่บริเวณสะพานลอยโรงเรียนราชวินิตกล่าวอีกว่า "ข้าราชการ แปลว่า การของพระราชา การที่ท่านมาปกป้องประยุทธ์ จันทร์โอชา ประยุทธ์เป็นพระเจ้าแผ่นดินหรือ...พวกท่านภูมิใจกันนักหรือกับการเป็นข้าราชการและปกป้องแค่พระยา กระจอก" "ตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไม่ต้องมีใครมาปกป้องพระยาหรือสมเด็จเจ้าพระยา มันผิดธรรมเนียม"

"ตั้งแต่อดีตสืบมา ในประเทศไทยหรือนานาอารยประเทศ นายกฯเหี้ย ผู้นำเหี้ยฯ เขาก็มาไล่กันทั้งนั้น...ปัจจุบันก็เลยไม่เข้าใจว่า จริงๆแล้วประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นพระราชวงศ์เสียตรงไหน ไม่มั่นใจว่า เกิดมาเป็นชั้นพระอนุวงศ์หรือรราชวงศ์  ไม่มั่นใจว่า ประยุทธ์ จันทร์โอชานำหน้าด้วยหม่อมเจ้าหรือสมเด็จเจ้าฟ้า แต่ดูจากรูปการณ์แล้วที่มีทหารตำรวจต่างๆคอยมาปกป้อง น่าจะมีอิศริยยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้า...มาปกป้องอะไรนักหนาขนาดนี้"

ในเมื่อบ้านเมืองเป็นเช่นนี้การออกมาไล่นายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องธรรมดา รัฐไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ในอดีตที่เกิดปัญหาก็มาคุยกัน พวกเราอายุน้อยกว่าก็พร้อมที่จะฟังท่าน เราออกมาเรียกร้องปกติ แต่มาวันนี้เรามาคุยท่านก็ไม่คุย มากไปกว่านั้นประชาชนกำลังใช้สิทธิเสรีภาพตามระบอบรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มาจากกลไกคสช. ออกมาเรียกร้อง หากพวกเขาเดือดร้อนแม้เพียงไม่กี่คนก็ควรจะต้องฟัง 

เขากล่าวอีกว่า ตอนนี้เรือนจำเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองแล้ว ไม่ได้มีความกังวลที่จะต้องเข้าไปอยู่ "ก็แค่ซี่ลูกกรง ขังได้แต่กาย หาได้ขังจิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตยอันลุกโชติช่วงแต่ประการใดไม่ นักต่อสู้ในอดีตก็ได้ติดคุก เสียชีวิตไปแล้วตั้งมาก แม้วันนี้ตัวจะตายก็ไม่เสียดายชีวิต แต่เสียดายประเทศไทยที่จะต้องมาอยู่ดักดันกับนายกฯโง่ๆ" ที่แก้ไขปัญหาประเทศไม่ได้ทั้งสถานการณ์โควิด 19 และน้ำท่วม

17.15 น. ผู้ชุมนุมรื้อลวดหนามฝั่งขาเข้าสะพานชมัยมรุเชฐ มีคนมาห้ามบอกว่า ให้รอแกนนำก่อนแต่ไม่สำเร็จ ขณะที่ไดโน่ นวพล ต้นงามประกาศว่า ให้ผู้ชุมนุมเตรียมตัวเดินไปทำเนียบรัฐบาล "เรามีเพียงถุงสีและมือเปล่า" 

17.18 น. รถฉีดน้ำเริ่มขยับเข้ามาใกล้แยกนางเลิ้ง ตำรวจใช้เลเซอร์สีเขียวส่องมาที่ผู้ชุมนุมที่กำลังรื้อรั้ว ผู้ชุมนุมเริ่มปาของและยิงจรวด

17.20 น. รถน้ำแรงดันสูงฉีดครั้งที่ 1 ก่อนจะประกาศว่า การกระทำของผู้ชุมนุมผิดกฎหมาย ผู้ชุมนุมรื้อลวดหนาม ตำรวจฉีดน้ำอีกครั้งโดยกลุ่มผู้สื่อข่าวที่ทำหน้าที่อยู่ ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า ระหว่างการฉีดน้ำผู้สื่อข่าวจาก The Reporters ล้มรองเท้าขาด

17.21 น. ตำรวจฉีดน้ำครั้งที่สามค่อนข้างแรงกว่าครั้งแรกๆ

17.22 น. ตำรวจประกาศให้ยุติการชุมนุมและแยกย้ายกลับบ้านในเวลานี้

17.23 น. ผู้ชุมนุมวิ่งเข้าไปปาสิ่งของที่แนวสิ่งกีดขวางก่อนจะหลบออกมา มีผู้ชุมนุมยิงพลุไปทางแนวสะพานลอยโรงเรียนราชวินิต จากนั้นตำรวจฉีดน้ำวิถีข้ามมาถึงกลางแยกนางเลิ้ง

17.25 น. ทีมงานประกาศให้ทุกคนใจเย็นๆและมารวมตัวกัน ผู้สื่อข่าวในเสื้อสะท้อนแสงหลบใต้อาคารบางกอก รอยัล 

17.28 น. ตำรวจฉีดน้ำมาบริเวณมุมอาคารบางกอก รอยัล รถฉีดน้ำเริ่มประชิดแยกนางเลิ้ง

17.29 น. ตำรวจเริ่มใช้น้ำผสมสารเคมี ทำให้ผู้ชุมนุมถอยออกมาทางซอยพิษณุโลก 9

17.34 น. รถยนต์ยังคงสัญจรเข้ามาที่แยกนางเลิ้ง ผู้ชุมนุมใช้ลวดหนามปิดการจราจรบริเวณเสมอแนวไฟแดงแยกนางเลิ้งฝั่งถนนนครสวรรค์ รถฉีดน้ำฝั่งโรงเรียนราชวินิตวิ่งเข้าใกล้แยกนางเลิ้งมากขึ้น ผู้ชุมนุมตอบโต้ด้วยพลุ
17.33 น. ทะลุฟ้าประกาศว่า ขอให้ตำรวจเปิดเส้นทาง และการที่ต้องมายืนปิดกั้นเส้นทางในการชุมนุมอย่างสงบ มันแปลว่า รัฐล้มเหลว

17.34 น. แยกผ่านฟ้า(ฝั่งถนนนครสวรรค์) ตำรวจควบคุมฝูงชนพร้อมโล่และปืนลูกซองนั่งอยู่บนรถกระบะเคลื่อนที่เร็วไม่ต่ำกว่า 10 คัน

17.39 น. ตำรวจฉีดน้ำผสมสารเคมีอีกครั้ง คนที่อยู่บริเวณแยกนางเลิ้งเกิดอาการระคายเคืองกันทั้งหมด

17.41 น. ถนนนครสวรรค์การจราจรติดขัดเนื่องจากผู้ชุมนุมปิดแยกนางเลิ้ง โดยผู้ชุมนุมตะโกนบอกให้ผู้ขับขี่กลับรถออกไปทางแยกเทวกรรม ระบุเหตุที่ต้องทำเพราะป้องกันตำรวจเคลื่อนที่เร็วที่มักจะมาจากเทวกรรม ขณะที่แยกยมราช ตำรวจจราจรและเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบนำแผงเหล็กมาปิดการจราจรขาเข้าแยกนางเลิ้ง

17.45 น. ตำรวจประกาศให้ยุติการชุมนุมอีกครั้งและระบุว่า ถ้าไม่เลิกจะเริ่มใช้น้ำผสมแก๊ส ผู้ชุมนุมตะโกนว่า ใช้ตั้งนานแล้วเพิ่งมาประกาศ โดยปรากฏอาการระคายเคืองครั้งแรกเวลา 17.29 น.

17.46 น. ตำรวจประกาศให้สื่อมวลชนขึ้นฟุตบาท ขณะที่แยกยมราช ตำรวจเริ่มปิดการจราจร

17.52 น. ผู้ชุมนุมปฐมพยาบาลอยู่บริเวณซอยพิษณุโลก 5 ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า มีอาการแสบกว่าน้ำผสมสารเคมีในครั้งที่ผ่านมา มีการประกาศเป็นระยะว่า ให้ถอยจากแนวรั้วแยกนางเลิ้ง 50 เมตร

17.54 น. ทีมงานตั้งคำถามว่า การทำเช่นนี้คือจะไม่ให้พื้นที่ประชาชนในการจัดกิจกรรมเลยหรือ? ทั้งที่ต้องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เท่านั้นว่า รัฐบาลนี้มันล้มเหลว การหยุดประยุทธ์คือ หยุดความเสียหายในประเทศ  “พวกเราเสียเวลา ทรัพย์สิน อนาคตกับรัฐบาลนี้มามากพอแล้ว”

17.57 น. ตำรวจตั้งแถวเดินลงมาจากสะพานเทวกรรมและชุดเคลื่อนที่เร็วมาจากยมราช 

17.59 น. ตำรวจเคลื่อนที่เร็วตามผู้ชุมนุมเข้าไปในซอยพิษณุโลก 5 มีการกดหัวชายคนหนึ่งลงพื้น พร้อมตะโกนว่า อย่าดื้อในขณะจับกุม

18.02 น. ที่หน้าโรงพยาบาลมิชชั่น ตำรวจตั้งด่านตรวจค้นรถยนต์และรถจักรยานยนต์

18.03 น. ตำรวจกระจายกำลังเข้าซอยพิษณุโลก 7,9 ประชาชนตะโกนบอกว่า เขาไปกันหมดแล้ว แต่ตำรวจยังคงเข้าไป มีรายงานการจับกุมเยาวชนอายุ 15 ปีอีกหนึ่งคน

18.06 น. ที่ซอยพิษณุโลก 5 ประชาชนตะโกนตร.ที่เข้ามาว่า คิดจะเป็นศัตรูกับประชาชนหรือ?, พวกกูไม่มีอะไรจะกินแล้ว และขี้ข้าทหาร ตำรวจเร่งเดินไปที่แยกนางเลิ้ง

18.08 น. ตำรวจเปิดเสียงความถี่สูง ใส่คนที่พยายามเดินตามรถผู้ต้องขัง

18.10 น. ตำรวจตั้งแถวปิดถนนที่หน้าซอยพิษณุโลก 9 เพื่อกันไม่ให้ประชาชนตามรถผู้ต้องขังเข้าไปที่แยกนางเลิ้ง ประชาชนเพียงตะโกนด่าด้วยความโกรธไม่มีพฤติการณ์ขัดขวางการจับกุมหรือรถผู้ต้องขัง ตำรวจประกาศว่า มาเพื่อรักษาความสงบเท่านั้น ประชาชนโต้ตอบว่า “พวกกูไม่มีอะไรจะแดก”

18.11 น. ที่บริเวณใกล้กับโรงพยาบาลมิชชั่นเริ่มมีกลุ่มจักรยานยนต์รวมตัวกันห่างจากแนวตำรวจที่ตั้งด่านตรวจอยู่ก่อนแล้วประมาณ 200 เมตร

18.12 น. ตำรวจสั่งสือขึ้นฟุตบาท และระบุว่า จะดำเนินการจับผู้ชุมนุมที่อยู่หน้าซอยพิษณุโลก 9

18.15 น. ที่ซอยพิษณุโลก 9  ป้าเป้าถอดเสื้อผ้าประท้วงหน้าแนวตำรวจ ตำรวจประกาศให้สื่อขึ้นฟุตบาทและให้เตรียมบัตรสื่อเพื่อตรวจ ใครไม่เกี่ยวข้องให้ออกไป 

18.14 น. ที่โรงพยาบาลมิชชั่น ตำรวจเข้าตรวจรถจักรยานยนต์ของประชาชนที่อยู่บริเวณนี้แต่ไม่พบสิ่งผิดกม. จึงบอกให้รีบกลับบ้าน

18.24 น. ตำรวจตั้งแถวปิดถนนพิษณุโลก 2 จุดคือ พิษณุโลก 9 และหน้าโรงพยาบาลมิชชั่น สื่อรายงานว่า ผู้ถูกจับกุมไม่น้อยกว่า 6 คน

18.26 น. ประชาชนยังยืนด่าที่หน้าแนวตำรวจ ที่ซอยพิษณุโลก 9 ตำรวจมีการประกาศว่า การชุมนุมเป็นความผิดตามพ.ร.ฉุกเฉินฯ ให้แยกย้ายกัน หากไม่ยอมแยกย้ายตำรวจจำเป็นต้องดำเนินตามขั้นตอน

18.29 น. ที่แนวตำรวจบริเวณโรงพยาบาลมิชชั่น ผู้สื่อข่าวขับรถจักรยานยนต์พร้อมชูบัตรสื่อผ่านเข้ามา ตำรวจสั่งตรวจสอบบัตรและให้เปิดแมสก์ด้วย หลังจากนั้นชาวต่างชาติผ่านมา  ตำรวจตรวจค้นใต้เบาะรถและพาสปอร์ตก่อนปล่อยไป ขณะที่มีประชาชนจะกลับบ้านซอยพิษณุโลก 3 และซอย 8 ตำรวจขอตรวจใต้เบาะและให้ไปทางอื่น ชาวบ้านแจ้งว่า อ้อมไปหลายทางแล้วเข้าบ้านไม่ได้ จนตำรวจยอมให้ผ่านเข้าไปได้

18.30 น. ตำรวจอ้างว่า จะเปิดการจราจร วสันต์ กล่ำถาวรบอกว่า ถ้าตำรวจถอยก็จบแล้ว “คุยกันครับพี่ เราถอยกันได้คนละครึ่งทาง ความรุนแรงใช้กันเพื่ออะไร มาคุยกัน มันไม่จบหรอกพี่อาวุธครบมือ ประชาชนมีอะไร”

18.32 น. ตำรวจประกาศว่า การข่าวแจ้งมาแล้วว่า มีผู้ไม่หวังดีจะก่อความไม่สงบ ฉะนั้นคฝ.ทุกคนเตรียมนะครับ เราจะยังไม่ใช้กำลัง เรามาเพื่อยึดพื้นที่ไว้เฉยๆ

18.38 น. ในขณะที่ตำรวจกำลังถอนกำลังไปทางถนนพิษณุโลกมุ่งหน้ายมราช มีผู้ชุมนุมฝั่งตรงข้ามปาขวดข้ามไปยังขบวนรถ ตำรวจจึงใช้ปืนลูกซองยิงข้ามมาหาผู้ชุมนุมที่ปาขวด ผู้สังเกตการณ์เล่าถึงเหตุการณ์ตำรวจใช้กระสุนยางยิงผู้ชุมนุมที่ปาขวดว่า ตำรวจยิงมาทางซอยพิษณุโลก 5 หลายนัด โดยเก็บปลอกกระสุนยางได้อย่างน้อย 2 นัด นอกจากนี้ผู้ชุมนุมยังพบลูกแก้วแบบเดียวกับที่พบในการสลายชุมนุมแยกดินแดง ระบุวิถียิงมาจากตำรวจ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

18.45 น. ที่แยกยมราช ประชาชนและผู้ชุมนุมประมาณ 10 คนรวมตัวอยู่ คนหนึ่งเล่าว่า จังหวะที่ขบวนรถตำรวจจะเลี้ยวขวาเข้าถนนหลานหลวง ตำรวจใช้ปืนลูกซองยิงออกมาอย่างน้อย 1 นัด  มีรายงานผู้ชุมนุมถูกบุคคลไม่ทราบฝ่ายต่อยที่ใบหน้า เมื่อไปแจ้งตร.ชุดคุมฝูงชน ตำรวจก็ไม่ได้มีท่าทีช่วยเหลือ