ม็อบ12กันยา : ประนามตำรวจทำร้ายผู้ชุมนุม

วันที่2564-09-12

เวลา17:00

สถานที่จาก ไปยัง - จ.กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ประนามตำรวจที่ใช้กำลังสลายการชุมนุมอย่างรุนแรงที่ดินแดงเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

1-10

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

21-50

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

โมกข์หลวงริมน้ำ จัดกิจกรรมประนามตำรวจทำร้ายผู้ชุมนุม ตำรวจเล่นใหญ่ปกป้องป้าย สตช. สุดท้ายถูกปรับฐานพ.ร.บ.ความสะอาดฯ และพ.ร.บ.การใช้เครื่องขยายเสียงฯ

ลำดับเหตุการณ์

12 กันยายน 2564 กลุ่มโมกข์หลวงริมน้ำ ประกาศนัดหมายชุมนุมที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เวลา 17.00 น. เพื่อประนามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสลายการชุมนุมที่ดินแดงวันที่ 11 กันยายน 2564 และบอกกับสังคมให้รู้ว่ามีคนตกตึกจากการถูกตำรวจไล่และกำลังอาการหนัก 
เวลา 16.50 น. ที่แยกราชประสงค์ ตำรวจ สน.ลุมพินี นำรั้วมากั้นบนถนนพระราม 1 ฝั่งมุ่งหน้า สตช. ไม่ให้รถวิ่งและให้รถที่จะมุ่งหน้าไปทางแยกเฉลิมเผ่าวิ่งสวนกันในช่องทางอีกฝั่งหนึ่ง มีรถตำรวจ สน.ลุมพินี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 10 คน อยู่ตรงเกาะกลางหน้าศาลพระพรหม มีรถฉีดน้ำจีโน่เดินทางเข้ามาหน้า สตช. 

บริเวณหน้า สตช. มีการนำรั้วเหล็กมาล้อมรอบป้าย สตช. และ นำผ้าใบสีฟ้าคลุมทับป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพระบรมฉายาลักษณ์ มีตำรวจ คฝ. วางกำลังหน้าป้ายประมาณ 20 คน 

โดยตำรวจยังขนแผงกั้นเหล็กมาเตรียมกั้นถนนเพิ่ม สกายวอล์ค เซนทรัลเวิลด์ ตรงแยกเฉลิมเผ่ามุ่งหน้าราชประสงค์ ปิดการใช้งาน

18.58 น. กลุ่มโมกหลวงริมน้ำเดินเท้ามาจากทางเซนทรัลเวิลด์ ถึงแยกราชประสงค์ และเลี้ยวไปทาง สตช. พร้อมกับปราศรัยผ่านโทรโข่งเรื่องการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมที่ดินแดงวันที่ 11 กันยายน 2564 และมีคนเดินเปิดภาพถ่ายหลักฐานการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ มีคนร่วมเดินทั้งหมดประมาณ 10 คน

19.02 น. มีตำรวจในชุดสีกากีเข้ามาพูดคุยกับผู้ชุมนุมที่เดินเท้ามาบริเวณหน้าเซนทรัลเวิลดิ์ ฝั่งถนนพระราม 1 โดยตำรวจบอกว่าไม่ให้ไปทำกิจกรรมที่หน้า สตช. เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการทำลายป้าย ผู้ชุมนุมแจ้งว่า ผู้กำกับสน.ปทุมวัน บอกว่าให้ไปได้และกิจกรรมมีแต่การยืนพูดเท่านั้น 

19.12 น. ผู้ชุมนุมมาถึงบริเวณฟุตบาทตรงข้าม สตช.โดยมีตำรวจสายตรวจคนเดิมมาห้ามปราม บอกว่า ห้ามข้ามไปฝั่ง สตช. ผู้ชุมนุมประกาศว่าจะข้ามไป สตช. และในวันนี้ตำรวจได้แสดงการขัดขวางตามหน้าที่แล้ว แต่เราจะทำตามหรือไม่เป็นสิทธิของเรา ด้านตำรวจที่อยู่ฝั่ง สตช. เสริมแนวรั้ว และนำรถเครื่องเสียงออกมา

19.18 น. ผู้กำกับ สน. ปทุมวัน อ่านประกาศเกี่ยวกับการควบคุมโรคระบาดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ฝั่งหน้า สตช. ส่วนผู้ชุมนุมยังทำกิจกรรมต่อเนื่อง มีการวางรูปภาพหลักฐานการทำร้ายผู้ชุมนุมที่ดินแดง ในวันที่ 11 กันยายน 2564 และเผาตราตำรวจ ผู้ชุมนุมยังทำกิจกรรมสาดสีแดงลงบนรูปแทนสีเลือดของประชาชนที่ตำรวจทำร้าย

19.29 น. ผู้ชุมนุมชวนกันชู 3 นิ้ว และประกาศว่าวันนี้ทำกันได้เพียงเท่านี้ ไว้เจอกันใหม่ในกิจกรรมหน้าที่จะจัดหนักกว่าเดิม

19.32 น. หลังเสร็จกิจกรรมแล้ว ตำรวจมาคุยกับกลุ่มโมกข์หลวงริมน้ำว่าให้เก็บสีให้เรียบร้อย แล้วล้างให้เรียบร้อย กิจกรรมวันนี้มีความผิดเรื่องใช้เครื่องขยายเสียง ให้ไปเปรียบเทียบปรับที่ สน.ปทุมวัน ผู้ชุมนุมแจ้งว่าไม่มีเงินสด จะใช้วิธีการโอนได้หรือไม่ ตำรวจแจ้งว่าโอนไม่ได้ ผู้ชุมนุมจึงเสนอว่า ขอให้ตำรวจออกมาเป็นหมายได้หรือไม่ เพื่อจะได้มีเอกสารหลักฐาน แล้วจะไปจ่ายค่าปรับวันหลัง ตำรวจแจ้งว่าออกหมายคดีนี้ไม่ได้ ถ้าจะออกหมายต้องเป็นคดี ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สุดท้ายตกลงกันได้ว่าจะไปจ่ายค่าปรับที่ สน.ปทุมวัน โดยสมาชิกกลุ่มโมกข์หลวงริมน้ำขึ้นรถกระบะของตำรวจไปด้วยกันโดยสมัครใจ

เวลาประมาณ 20.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน เบส ตัวแทนกลุ่มโมกหลวงฯ แจ้งว่าได้เข้าไปชำระค่าปรับเรียบร้อยแล้ว ถูกปรับกับเพื่อนแยกข้อหากัน ตัวเบสเอง ถูกแจ้งข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.บ.ความสะอาดฯ ปรับ 200 บาท ส่วนเพื่อนอีกคนถูกแจ้งข้อหาเรื่องการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง ปรับ 200 บาทเช่นเดียวกัน โดยตำรวจบอกให้แบ่งกันคนละข้อหา และจ่ายค่าปรับเรียบร้อยแล้ว

เบส เล่าว่ากลุ่มโมกหลวงวันนี้นัดหมายการทำกิจกรรมในวันนี้ โดยชวนกันมาทั้งหมด 5 คน และมีกลุ่มของ “ตี้ พะเยา” มารวมด้วยอีก 5 คน หลังจากนัดหมายแล้วไม่คิดว่าตำรวจจะเตรียมตัวมาเพื่อป้องกันสำนักงานตำรวจแห่งชาติเยอะขนาดนี้ ทั้งๆที่ตอนแรกไม่ได้คิดจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เหตุที่ตัดสินใจทำกิจกรรมต่อแม้จะถูกตำรวจเข้ามาห้าม เพราะอยากแสดงให้เห็นว่า ใครๆ ก็สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ แม้แต่คนกลุ่มเล็กๆอย่างกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ เราจึงต้องทำให้สำเร็จ และส่งประเด็นที่อยากสื่อสารให้ได้