#ม็อบ11กันยา : คาร์ม็อบเรียกร้อง #ปล่อยเพื่อนเรา

วันที่2564-09-11

เวลา10:00

สถานที่จาก ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต จ.ปทุมธานี ไปยัง ศาลจังหวัดธัญบุรี จ.ปทุมธานี

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องความยุติธรรมในระบบศาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

21-50

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

11-20

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

11 กันยายน 2564 เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ร่วมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG), รังสิตพะยอมเก๋า และ Supporter Thailand จัดกิจกรรมในรูปแบบคาร์ม็อบ ตั้งขบวนจากหน้าห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ไปยังศาลจังหวัดธัญบุรี เพื่อจัดกิจกรรมลงชื่อยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาคดีชุมนุมหน้าตชด. ภาค 1 ห้าราย ได้แก่ ณัฐชนน ไพโรจน์, บอย-ชาติชาย แกดำ, ฟ้า-พรหมศร วีระธรรมจารี, ไมค์-ภานุพงศ์ จาดนอก และเพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ 

ระหว่างรอว่าศาลจะพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ ผู้จัดกิจกรรมจัดปราศรัยเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้ผู้ต้องหาต้องออกมาชุมนุมและถูกดำเนินคดี โดยระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกาศว่าการชุมนุมขัดต่อกฎหมายและขอให้ผู้ชุมนุมยุติกิจกรรมอย่างน้อยสามครั้ง ต่อมา ผู้ปราศรัยรายหนึ่งแจ้งกับผู้ชุมนุมว่า ศาลจังหวัดธัญบุรี มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งห้าราย

ลำดับเหตุการณ์

ลำดับเหตุการณ์

09.44 น. กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) มาถึงหน้าห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เริ่มตั้งขบวนรอ  มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบห้านาย รถตำรวจสองคัน และรถยนต์ของผู้ร่วมกิจกรรมราวแปดคัน

โดยระหว่างรอผู้มาสมทบในขบวน ผู้จัดกิจกรรมแจกอุปกรณ์ประกอบกิจกรรม ป้าย "ยกเลิก 112" "ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์" และ "#ปล่อยเพื่อนเรา" 

10.30 น. เริ่มเคลื่อนขบวนออกจากห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ไปทางถนนรังสิต-นครนายก เพื่อมุ่งหน้าไปยังศาลจังหวัดธัญบุรี โดยมีรถเครื่องเสียงนำขบวนหนึ่งคัน รถยนต์ในขบวนราว 15 คันและรถจักรยานยนต์อย่างน้อยสองคัน

11.13 น. ขบวนเคลื่อนมาถึงหน้าศาลจังหวัดธัญบุรีและจอดที่ถนนนอกรั้วศาลจังหวัดธัญบุรี ภายในรั้วหน้าศาลปรากฏเจ้าหน้าตำรวจภูธรภาค 1 ยืนตั้งแถวราวแปดนาย

11.25 น. ผู้ปราศรัยรายแรกขึ้นปราศรัย ว่าสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 และการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่ล้มเหลว ผู้ชุมนุมออกมาพูดความจริง แต่กลับถูกดำเนินคดีซ้ำศาลยังไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำและติดโควิด อย่าอ้างเหตุผลว่าผู้ต้องหาจะไปกระทำความผิดซ้ำ เพราะการกระทำยังไม่ได้พิสูจน์ว่ามีความผิด หวังว่าศาลจังหวัดธัญบุรีจะเป็นตัวอย่างให้กับศาลอื่น 

11.33 น. เริ่มกิจกรรมให้ลงชื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวผู้ต้องหา โดย สุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน และนายประกันในคดีนี้เป็นผู้ลงชื่อคนแรก

11.54 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่าการชุมนุม 25 คนขึ้นไปอาจเข้าข่ายเป็นการชุมนุมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ตามข้อกำหนดฯ ที่ออกตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งอาจมีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมไปถึงพ.ร.บ.โรคติดต่อ อีกทั้งการชุมนุมยังมีการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงแจ้งเพื่อทราบว่าการกระทำของผู้ชุมนุมมีความผิดตามกฎหมายและอาจถูกดำเนินคดีและต้องรับโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศความดังกล่าวซ้ำอีกครั้งเวลา 12.09 น. 

12.12 น. ชลธิชา แจ้งเร็ว จากกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ปราศรัยเรื่องงบสถาบันกษัตริย์ที่มีจำนวนถึงสามหมื่นกว่าล้าน ท่ามกลางความลำบากของประชาชนในวิกฤตโควิด-19

ชลธิชาปราศรัยต่อว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกพ.ร.บ.จัดระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 ตั้งส่วนราชการในพระองค์ ทำให้พระมหากษัตริย์สามารถใช้อำนาจได้ตามพระราชอัธยาศัย หรือแปลเป็นภาษาชาวบ้าน คือ ใช้ตามอำเภอใจ และส่งผลให้สถาบันกษัตริย์สามารถตั้งกองกำลังที่ใช้ภาษีประชาชนแต่ไม่สามารถตรวจสอบได้

ชลธิชาระบุว่า นอกจากนี้ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ยังปล่อยให้มีการแก้ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 ทำให้ทรัพย์สินของส่วนรวมกลายเป็นของกษัตริย์วชิราลงกรณ์ และยังเปิดทางให้โอนที่ดินและหุ้นของบริษัทจำนวนมากที่เดิมเป็นของสถาบันกษัตริย์ (สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) เป็นของกษัตริย์วชิราลงกรณ์ 

12.27 น. ระหว่างที่ชลธิชาปราศรัย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ภายในรั้วศาลเปิดเพลงขึ้นจนเป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมบางส่วนไม่พอใจ จากนั้นตำรวจพยายามประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงอีกครั้ง ทางผู้จัดชุมนุมจึงขยับรถไปชิดรั้วศาลจังหวัดธัญบุรีและโต้ตอบกับตำรวจ ด้านตำรวจประกาศว่าการกระทำของผู้ชุมนุมผิดกฎหมาย ขอให้ยุติการชุมนุม ระหว่างที่ตำรวจกล่าวมีรถเครื่องเสียงคลื่นความถี่สูง (Long Range Acoustic Device-LRAD) ขับเข้ามาใกล้ๆ รถเครื่องเสียงตำรวจ
 
ฝั่งผู้ชุมนุมกล่าวผ่านเครื่องเสียงไปยังตำรวจว่าวันนี้หากทำกิจกรรมแล้วเสร็จก็จะกลับ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ขอร้องอย่าใช้เครื่องเสียงคลื่นความถี่สูงกับผู้ชุมนุม เพราะศาลก็อยู่ใกล้โรงพยาบาลธัญบุรี

12.42 น. ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยอมถอยรถเครื่องเสียงคลื่นความถี่สูง และขอให้ผู้ชุมนุมขยับรถเครื่องเสียงให้ห่างจากรั้วศาล เนื่องจากผู้พิพากษากำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ผู้ชุมนุมจึงยอมถอยรถเครื่องเสียงออกห่างจากรั้วศาล 

13.38 น. ตัวแทนจากราษฎรลพบุรีขึ้นปราศรัย ถึงปัญหาที่รัฐดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมโดยใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ย้ำว่าการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐก็มาจากประชาชน จากนั้นผู้ปราศรัยจึงชวนผู้ชุมนุมยืนชูสามนิ้ว หันหน้าเข้าหาศาล และอ่านบทกวีสิบสี่ตุลา ของวิสา คันทัพ

13.54 น. ผู้ปราศรัยรายหนึ่งแจ้งกับผู้ชุมนุมว่า ศาลจังหวัดธัญบุรี มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งห้าราย จากนั้นจึงทำกิจกรรมสุดท้าย ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งกางป้ายผ้าสามผืน มีข้อความว่า "ปฐม สมบูรณ์ โกสินทร์ หล่อนกลาง ผู้พิพากษาที่ไม่ให้ประกันตัว" และปล่อยลูกโป่งสีขาวขึ้นฟ้า โดยผู้ปราศรัยระบุว่าลูกโป่งเปรียบเสมือนเพื่อนของเราที่ยังคงอยู่ในเรือนจำ 

14.06 น. เสร็จสิ้นกิจกรรม