#ม็อบ10กันยา : #ยื่นหยุดขัง

วันที่2564-09-10

เวลา11:30

สถานที่จาก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.กรุงเทพมหานคร ไปยัง เรือนจำกลางคลองเปรม จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 8

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องให้ศาลปล่อยเพื่อน 7 คนที่ยังถูกคุมขัง

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 200 คน

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

กระจายจุดละไม่เกิน 10 คน

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

วันที่ 10 กันยายน 2564 เวลา 11.30 น. เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ร่วมกับกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก  กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ทะลุฟ้า และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ร่วมกันจัดกิจกรรม #ยื่นหยุดขัง นอกเหนือจากนี้ยังมี  ชินวัตร จันทร์กระจ่าง ธนเดช ศรีสงคราม และรถยนต์ทะลุแก๊สเข้าร่วมชุมนุมด้วย โดยจุดประสงค์ของคาร์ม็อบวันนี้มีเพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัว 7 คนที่ยังคงถูกขังในเรือนจำ ได้แก่  อานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก, พริษฐ์ ชิวารักษ์, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, พรหมศร วีระธรรมจารี และ ณัฐชนน ไพโรจน์ 

โดยกิจกรรมหลักของวันนี้ คือการยื่นหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวชั่วคราวแกนนำราษฎร 7 คน และกิจกรรมปล่อยนกพิราบ 7 ตัว เพื่อเป็นตัวแทนของเพื่อน 7 คนที่ยังถูกคุมขัง บริเวณหน้าทางเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมตีกลองของกลุ่มราษดรัมเพื่อส่งเสียงให้กำลังใจเพื่อนที่อยู่ในเรือนจำ 

เมื่อทำกิจกรรมเสร็จ เจมส์ โฆษกเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ได้ประกาศว่า ในวันที่ 11 กันยายน 2564 จะมีขบวนคาร์ม็อบซึ่งเริ่มเคลื่อนขบวนเวลา 10.00 น. จากฟิวเจอร์รังสิตไปยังศาลธัญบุรี สถานที่ใหม่ที่แกนนำถูกย้ายไปคุมขัง เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยเพื่อนเรา และประกาศสิ้นสุดการชุมนุม

ลำดับเหตุการณ์

10 กันยายน 2564 เวลา 11.30 น. กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก, เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี, 24 มิถุนาประชาธิปไตย, ทะลุฟ้า และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ร่วมกันจัดกิจกรรม #ยื่นหยุดขัง คาร์ม็อบเพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัว 7 คนที่ยังคงถูกขังในเรือนจำ

โดยขบวนคาร์ม็อบจะเริ่มจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานพระปิ่นเกล้า แล้วเลี้ยวขวาที่แยกบรมราชชนี เข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ สะพานพระราม 7 กลับรถที่สี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปยังศาลอาญารัชดา เลี้ยวขวาแยกรัชโยธิน และเลี้ยวซ้ายแยกเกษตรเพื่อมุ่งหน้าสู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทาง โดยตลอดทั้งงานได้มีการประสานงานจากทีมการ์ดอาสา BK และโรนินฝั่งธนฯ เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรม และจัดการจราจร

ก่อนเวลาเริ่มกิจกรรม ประมาณ 10.40 - 10.50 น. ทางเข้าสนามหลวงมุ่งหน้าวัดพระแก้วฝั่งรูปปั้นพระแม่ธรณีบีบมวยผม มีการกั้นรั้วไม่ให้รถผ่านเข้าออก และมีแนวคอนเทนเนอร์ฝั่งด้านศาลฎีกา สะพานข้ามคลองคูเดิม (คลองหลอด) มุ่งหน้าสนามหลวงทุกสะพานใหญ่มีการวางแนวรั้วลาดหนามไม่ให้รถและคนข้ามเข้าไปทางสนามหลวงได้ สะพานเล็กบางสะพานมีช่องพอให้คนเข้าออกเท่านั้น ทำให้การจราจรถนนริมคลองหลอดติดขัดเป็นอย่างมาก

10.48 น. บริเวณสถานที่จัดกิจกรรม มีมวลชนไปรออยู่ประมาณ 30-40 คน ตั้งเป็นกลุ่มมอเตอร์ไซค์อยู่บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์

11.07 น. มีการปิดกราจรบริเวณถนนราชดำเนินขาเข้าฝั่งขวา

11:13 น. เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ประกาศแจกธงสำหรับติดรถ มีข้อความว่า 'ปล่อยเพื่อนเรา' พร้อมภาพใบหน้าของบุคคลที่ยังอยู่ในเรือนจำ

11.25 น. ตำรวจจากสน.สำราญราษฎร์เข้ามาสอบถามรูปแบบกิจกรรมจากผู้จัดกิจกรรม และแจ้งให้ทางผู้จัดเตรียมขบวนให้พร้อมแล้วเคลื่อนขบวนออกไปทีเดียว ในขณะเดียวกัน ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท และสมยศ พฤกษาเกษม เดินทางมาเข้าร่วมขบวนคาร์ม็อบกับทางเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีด้วย

11.33 น. กลุ่มรถมอเตอร์ไซค์เริ่มตั้งขบวน

11.37 น. ตำรวจจากสน.สำราญราษฎร์มาตรวจสอบความเรียบร้อยของขบวน มีการสั่งให้ตำรวจจราจรอำนวยความสะดวก และให้เหลือช่องจราจรไว้สำหรับสัญจรอีก 2 ช่อง

11.42 น. แกนนำประกาศว่า ขบวนจะเริ่มออกเดินทางเวลา 12.30 น. โดยทางผู้ชุมนุมได้เริ่มเตรียมความพร้อมด้วยการผูกโบว์ ติดธง และนำวัสดุไปปิดทับป้ายทะเบียนเพื่อเตรียมเคลื่อนขบวน

11.44 น. บอล จากแนวร่วมมธ. กล่าวว่า ธรรมศาสตร์และการชุมนุมขอมาร่วมต่อสู้กับกลุ่มนนทบุรี เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เพื่อนเราพูดเป็นนสิ่งที่พูดได้ และเรียนถึงศาลและตุลาการว่าให้ตัดสินบนหลักการสิทธิมนุษยชน เพื่อนเราที่อยู่ในเรือนจำนั้นเสียสิทธิหลายอย่างเช่นการหารข้อมูลเพื่อต่อสู้คดี

ต่อมา สมยศ พฤกษาเกษมสุข กล่าวว่าประเด็นสำคัญ คือ รัฐธรรมนูญมาตรา29 เขียนไว้ว่าในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดไม่ได้ การคุมขังจะมีได้ด้วยเหตุอันเดียว คือ การหลบหนี แต่พวกเขาไม่มีพฤติการณ์แห่งการหลบหนี เพียงแค่เรียกร้องสิทธิและเสรีภาพภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ตามหลักกฎหมายแล้วจะต้องมีการต่อสู้คดีอย่างเปิดเผย การคุมขังระหว่างต่อสู้คดีเป็นการเอาเปรียบและมัดมือชก วันนี้จะมีการยื่นข้อเรียกร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว

11.50 น. รถจีโน่ และชุดตำรวจควบคุมฝูงชน เข้าไปตรึงกำลังเพื่อดูแลความปลอดภัยในบริเวณศาลอาญารัชดา

11.58 น. มวลชนเริ่มตั้งขบวนที่บริเวณโค้งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยหัวขบวนนำโดยกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ของเครือข่ายนนทบุรี และโรนิน ฝั่งธนฯ ตามด้วยรถขยายเสียงของเครือข่ายนนทบุรี รถยนต์ รถเครือข่ายทะลุฟ้า และรถของเฟมินิสต์ปลดแอกที่มีการปักธงสีรุ้ง

12.05 น. ขบวนเริ่มเคลื่อนไปทางสะพานพระปิ่นเกล้า โดยการเคลื่อนขบวนครั้งนี้ มีกลุ่มโรนินฝั่งธนฯ ประมาณ 5-10 คน ขับรถทิ้งระยะห่างก่อนขบวนประมาณ 100 เมตร เพื่อสำรวจเส้นทางล่วงหน้าให้ขบวนก่อน อีกทั้งมีการประกาศให้ขับรถใช้ความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อประหยัดน้ำมัน และให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง

12.11 น. หลังจากขขบวนเคลื่อนตัวออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บแผงเหล็กบริเวณหน้าร้านชาวดอยออก

12.25 น. ตำรวจได้มีการออกมายืนประจำจุดตามแยกต่างๆ ที่ขบวนเคลื่อนผ่าน 

12.38 น. ขบวนคาร์ม็อบเดินทางมาถึง MRT บางพลัด

12.56 น. ขบวนคาร์ม็อบเคลื่อนมาถึงตีนสะพานพระราม 7 และมีการหยุดรอรถในขบวนเพื่อเตรียมขบวนเคลื่อนขบวนขึ้นสะพาน

13.06 น. บริเวณด้านในศาลอาญารัชดา มีรถผู้ต้องขัง รถเครื่องเสียงพร้อม LRAD และกำลังเจ้าหน้าที่คฝ.พร้อมโล่ประมาณ 20 นายประจำจุดเตรียมความพร้อม 

ไบรท์ ชินวัตร กล่าวหน้าศาลอาญาว่า กฏหมายมาตรา 112 เป็นกฏหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน พวกเรานั้นเป็นปรปักษ์กับกฏหมายนั้นและการต่อสู้แม้จะเป็นคนละรูปแบบ คนละกลุ่มแต่สุดท้ายมันจะมารวมกันเป็นแม่น้ำสายเดียวกันคือการไล่ระบอบเผด็จการ
 
13.11 น. มีการปิดประตูทางเข้าออกศาลอาญาทั้งหมด โดยประตู 8 หน้าศาลอาญาไม่ให้รถผ่านแต่ให้ใช้ประตูฝั่งอื่นแทน และด้านหลังประตู ฝั่งซ้ายและขวามีเจ้าหน้าที่คฝ.พร้อมโล่กั้นแนวฝั่งละ 5 นาย ส่วนบริเวณบันไดหน้าศาลมีการกั้นแผงเหล็ก และมีเจ้าหน้าที่คฝ.ประจำจุดประมาณ 10 นาย

13.18 น. บริเวณด้านหน้าและภายในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งอยู่เยื้องกับศาลอาญารัชดา มีตำรวจตรึงกำลังอยู่หลายนาย

13.24 น. เจ้าหน้าที่คฝ. พร้อมโล่ ประจำจุดอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าออกของลานจอดรถศาลอาญา 

13.31 น. เจ้าหน้าที่คฝ.ที่ประจำจุดอยู่บริเวณประตู 8 ของศาลอาญารัชดา มีการเตรียมความพร้อมด้วยการสวมหมวกควบคุมฝูงชน เนื่องจากขบวนคาร์ม็อบเดินทางใกล้จะถึงศาลอาญารัชดาแล้ว

13.39 น. บริเวณสะพานลอยหน้าศาลอาญา มวลชนนำป้ายผ้าที่มีข้อความว่า "ปล่อยเพื่อนเรา" มาขึงกับเชือกห้อยลงมาที่สะพาน 

13.41 น. เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ประกาศผ่านรถขยายเสียงว่า การชุมนุมในวันนี้ไม่ต้องการปะทะใดๆ รวมถึงการใช้ความรุนแรงด้วยเช่นกัน

13.42 น. รปภ. ประจำศาลอาญานำโซ่มาคล้องประตูศาลอาญา และมีการเน้นย้ำว่าจะไม่เปิดประตูให้ใครเข้าออกเด็ดขาด

13.50 น. ขบวนคาร์ม็อบเดินทางมาถึงใต้สะพานศาลอาญารัชดา เมื่อขบวนมาถึงแล้ว กลุ่มทะลุฟ้าได้มีการโปรยเม็ดโฟมและกระดาษขาวที่มีข้อความเช่น "ปล่อยเพื่อนเรา", "คิดถึงเพื่อน", "เพื่อนเอยเธอคือนักสู้ไม่ใช่นักโทษ" ฯลฯ ลงมาจากสะพานลอย 

13.55 น. บริเวณหน้าประตู 8 ของศาลอาญา ตัวแทนกำลังเตรียมยื่นหนังสือและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ในขณะที่ผู้ชุมนุมคนอื่นๆ บีบแตรและเร่งเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ โดยด้านในศาลอาญามีเจ้าหน้าที่คฝ.มาประจำจุดหลังประตู 8 ก่อนทางขึ้นบันไดศาล

14.01 น. ตัวแทนมีการเข้ายื่นรายชื่อเพื่อจะยื่นหนังสือต่อพนักงานศาลอาญา โดยเจ้าหน้าที่อนุญาตให้เพียงสื่อที่แลกบัตรเข้าไปได้ และมีการแจ้งไม่ให้มั่วสุมภายในศาล และห้ามทำกิจกรรมภายในศาล

14.04 น. ปูน ธนพัฒน์ ตัวแทนจากทะลุฟ้า, บอล ชนินทร์ ตัวแทนจากธรรมศาสตร์และการชุมนุม, ทาทา สุดารัตน์ตัวแทนจากเฟมินิสต์ปลดแอก และ พิมชนก ตัวแทนจากกลุ่ม 24 มิถุนาฯ เดินทางเข้าไปยื่นหนังสือภายต่อพนักงานศาลภายในศาลอาญารัชดา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดประตูรั้วให้เพียงตัวแทนเข้าไปยื่นเท่านั้น เมื่อตัวแทนเข้าไปแล้วจึงปิดประตู ให้ผู้ชุมนุมคนอื่นๆ รอด้านนอก

14.12 น. ปูน ทะลุฟ้า ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อว่า เพนกวินโดนผู้คุมทำร้ายร่างกาย มีการล็อกตัว พยายามลากเพนกวินออกไป และผลักเพนกวินล้มศรีษะฟาดพื้น 

14.16 น. ขบวนเริ่มลั่นกลองรบ และให้รถในขบวนช่วยกันบีบแตร หลังจากนั้น ขบวนจึงเคลื่อนออกจากบริเวณศาลอาญา มุ่งหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยใช้เส้นทางแยกเกษตรมุ่งหน้างามวงศ์วาน

14.40 น. บริเวณหน้าประตูทางเข้าหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีการตั้งแผงเหล็กและลวดหีบเพลง 

14.42 น. เมื่อผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงเรือนจำ ได้มีการแขวนป้าย "ปล่อยเพื่อนเรา ยกเลิก112" ที่ริมผนังเรือนจำ และกระดาษเอสี่ข้อความเช่น"ดูสิผีเสื้อยังโบยบิน ก้อนดินจะบินไปสู่ดาว" ที่รวดหีบเพลงหน้าประตูทางเข้า

14.44 น. บริเวณประตูทางเข้าหลักของเรือนจำ มีตำรวจเรือนจำประจำจุดประมาณ 4 คน และยังมีการถ่ายภาพผู้ชุมนุม

14.55 น. ตัวแทนทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการปล่อยนกพิราบ 7 ตัว ที่หน้าประตูทางเข้าเรือนจำ เพื่อเป็นตัวแทนของเพื่อนทั้ง 7 คนที่ยังคงถูกขังอยู่ในเรือนจำ คือ อานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก, พริษฐ์ ชิวารักษ์, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, พรหมศร วีระธรรมจารี และ ณัฐชนน ไพโรจน์ ซึ่งในช่วงเวลานั้นฝนเริ่มตกลงมาที่หน้าเรือนจำ หลังจากนั้นคณะราษดรัมได้ร่วมกันตีกลองเพื่อส่งเสียงไปยังเพื่อนที่ยังอยู่ในเรือนจำ

15.25 น. เจมส์ ตัวแทนจากเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีกล่าวขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน และกล่าวว่าวันนี้คือวันเริ่มต้นของการยื่นหยุดขัง และพรุ่งนี้นัดรวมตัวในเวลา 9.30 น. บริเวณฟิวเจอร์รังสิต ก่อนจะเคลื่อนขบวนเวลา 10.00 น. ไปยังศาลธัญบุรี หากยังไม่ปล่อยเพื่อนเรา จะมีการยื่นหยุดขังทั่วประเทศ ก่อนจะประกาศยุติการชุมนุม แต่ยังมีมวลชนบางส่วนเปิดเพลงพร้อมเต้นรำท่ามกลางสายฝนกันต่อ

15.35 น. ผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางไปสมทบการชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊ซบริเวณแยกดินแดง