#ม็อบ7กันยา : มึงทำระยำมา 7ปี อภิปรายครั้งนี้มึงผ่านมาได้ไง

วันที่2564-09-07

เวลา16:00

สถานที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 25

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล,เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ,ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

50-150

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

วันที่ 7 กันยายน 2564 ทะลุฟ้านัดหมายทำกิจกรรม "ทำระยำมา 7 ปี อภิปรายครั้งนี้ มึงผ่านมาได้ไง" ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 16.00 น. โดยมีข้อเรียกร้องยืนยันเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก เนื่องจากความล้มเหลวในการบริหารโดยมีเครือข่ายนั่งร้านที่คอยสนับสนุนรวมถึงประณามความรุนแรงที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ที่เป็นนั่งร้านให้พลเอกประยุทธ์ 

นอกจากนี้ภายในกิจกรรมมี art gallery โชว์ผลงานศิลปินที่ถ่ายทอดการเรียกร้องและแสดงออกถึงการต่อสู้ โดย บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนที่ถูกกดขี่นี่เป็นการถ่ายทอดงานศิลปะของการต่อสู้ระหว่างชนชั้น 
กลุ่มสเก็ตสามกีบ กลุ่มนักกิจกรรมจากระยองร่วมเปิดลานกิจกรรมกีฬาสำหรับคนรักการเล่นสเก็ตบอร์ด ซึ่งจะกิจกรรมแฝงไปด้วยการต่อต้านรัฐบาลนี้ที่แทบไม่มีการสนับสนุนด้านการกีฬาที่และไม่มีพื้นที่เปิดกว้างสำหรับกิจกรรมกีฬาที่หลากหลายตามยุคสมัยเลย การทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียนเลว เผาหนังสือเรียนและมีนักเรียนอยู่ทางกลางพร้อมสีแดงอาบตัวคล้ายเลือดอยู่ท่ามกลางกองเพลิง โดยวันนี้เป็นวันที่ 2 ของการ strike #ไม่เรียนออนไลน์แล้วอิสัส_day2 ในเวลาต่อมายุติการชุมนุม 20.14 น.

ลำดับเหตุการณ์

15.15 น. ก่อนเวลาเริ่มกิจกรรมฝนตก แต่กลุ่มทะลุฟ้ายังคงเริ่มกั้นถนนบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

15.44 น. กลุ่มทะลุฟ้านำผ้าที่ทางกลุ่มทะลุฟ้าได้นำไปให้ประชาชน
ที่มาร่วมชุมนุมได้เขียนข้อความที่แสดงถึงเจตจำนงที่ออกมาประท้วงในม็อบตั้งแต่วันที่ 1-5 กันยายนที่ผ่านมา โดยข้อความต่างๆนั้นได้เขียนถึงรัฐธรรมนูญและเป็นข้อความที่มวลชนนั้นต้องการพูดไปยังรัฐบาล มากกว่านั้นยังมีข้อความอื่นๆอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนเป็นความในใจที่เป็นความต้องการของประชาชนที่ผ่านมา คลุมรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อสื่อสารว่านี่คือเสียงของประชาชนที่ต้องการส่งถึงผู้มีอำนาจรัฐ

15.50 น. เจ้าหน้าที่กำลังเริ่มเอารั้วลวดหนามวางบนคอนเทนเนอร์ บนถนนมุ่งหน้าวัดพระแก้ว และบริเวณสะพานข้ามคลองคูเมืองเดิม (คลองหลอด) เข้าสู่สนามหลวง ถูกปิดด้วยแนวรั้วลวดหนามพร้อมคลุมผ้าดำไว้ทั้งหมด

16.10 น. แยกผ่านฟ้าจนถึงพระบรมรูปทรงม้าไม่มีการปิดถนนหรือวางเครื่องกีดขวาง พบรถฉีดน้ำสองคัน และรถเติมน้ำสองคัน พร้อมรถผู้ต้องขังจอดอยู่ริมรั้ว สน.นางเลิ้ง ไม่มีการติดเครื่องยนต์ ไม่พบตำรวจ คฝ. ในพื้นที่

16.28 น. ทะลุฟ้าแขวนป้ายที่มีข้อความว่า “ทวงคืนอำนาจให้ประชาชน” บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

16.25 น. กลุ่มสเก็ตสามกีบกั้นแนวรั้ว พร้อมติดแผ่นป้ายบนถนนริมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

16.31 น. บริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา มีตำรวจจราจรจากสน. สำราญราษฎร์ประจำจุดอยู่

16.37 บริเวณด้านข้างเวทีทะลุฟ้า มีการแขวนป้ายผ้า “มติอัปยศ” “ระบอบปรสิต”บริเวณทางเข้ายังมีเครื่องพ่นฆ่าเชื้อ เครื่องวัดอุณหภูมิ และหน้ากากอนามัยแจก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส

16.47 น. บริเวณรั้วด้านหน้ามีการแขวนป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “รัฐซ้อนรัฐ เลวซ้อนเลว” “เมื่อคุณทำหลักการหล่นหาย ประชาชนจึงออกตามหา” “เงินส่วนต่าง เข้ากระเป๋าใคร”

17.00 น. ไหม ธนพร เครือข่ายแรงงานขึ้นปราศรัยว่าในปี 2558 รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้กฎหมายเพื่อริดรอนสิทธิประชาชน เช่น ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ได้ออก พ.ร.บ. ชุมนุมสารธารณะ เพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของแรงงาน และภาคประชาชน มีการลิดรอนสิทธิแรงงาน ต่อมาประยุทธ์ ได้ออกรัฐธรรมนูญชั่วคราวโดยใช้มาตรา 44 อำนาจล้นเหลือเช่นการออกคำสั่งคสช. 200 กว่าฉบับที่จำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน และใช้มาตรา 44  ที่ออกพรบ. EEC ที่มีผลกระทบกับประชาชน เช่น เวนคืนที่ดินเกษตร การเอาพื้นที่ป่าสงวน สามารถเอาพื้นที่ราชพัสดุที่ประชาชนใช้ทำมากินและที่อยู่อาศัย แต่กลับใหพื้นที่ดินหนุนนายทุน นอกจากนี้ยังยกเลิกกฎหมายผังเมืองส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชน ร่างกฎหมายต่างๆที่ประชาชนยื่นถูกปัดตก อย่างน้อย 21 ฉบับ เช่นกฎหมายเกี่ยวกับบำนาญผู้สูงอายุ 

รัฐบาลพลเอกประยุทธ์พยายามผูกขาดอำนาจไว้ให้นานที่สุด จากคำสัญญาว่าจะคืนความสุขให้ประชาชน ลองถามประชาชนในประเทศนี้ว่าพวกเรามีความสุขไหม ตั้งแต่คนรุ่นเก่าจนคนรุ่นใหม่ ระบบการศึกษาล้มเหลว จบมาก็ไม่รู้ว่ามีงานทำหรือไม่ พร้อมยืนยันเราต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ และต้องแก้ไขได้ทุกหมวดทุกมาตรา

17.30 น. ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า iLaw
ขึ้นปราศรัยว่า ถ้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันดับแรกต้องยกเลิกส.ว. 250 เสียง แก้ไขที่มาขององค์กรอิสระ ไม่ให้มีที่มาจากคสช. ยกเลิกยุทธศาสตร์20ปี ยกเลิกนายกรัฐมนตรีคนนอก ยกเลิกนิรโทษกรรมคสช. นี่คือพื้นฐานที่เราต้องเสนอ ทางเดียวที่เราจะออกแบบประเทศร่วมกันได้ คือต้องมีระเบียบและกติกากลางที่เป็นธรรม ต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีที่มาที่ชอบธรรม ประชาชนร่วมออกความเห็นได้ 

 วันศุกร์นี้ 10 กันยายน 2564 รัฐสภามีนัดพิจารณาลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่3 ซึ่งเป็นวาระสุดท้าย ข้อเสนอที่จะเข้าเหลือประเด็นเดียว แก้ไขระบบการเลือกตั้งส.ส.  วันนี้พลังประชารัฐต้องการจะเป็นแบบพรรคไทยรักไทย เพราะต้องการกุมเสียงในการเป็นพรรคใหญ่ ถ้าใช้ระบบแบบปี 40 จะเปิดโอกาสให้พลังประชารัฐไปรวบพรรคเล็กๆ มารวมกับพรรคตัวเองให้ได้เสียงส่วนใหญ่ เป้าหมายของเราต้องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น 

นอกเหนือจากพรรคเหล่านั้นแล้วก็ยังมีพรรคส.ว.ที่มีอำนาจพิเศษ ถ้าส.ว.ไม่เอามันก็ผ่านไม่ได้ แม้ตอนนี้เสียงของประยุทธ์ในพลังประชารัฐจะไม่แน่นหนา แต่ก็ยังมีเสียง 250 เสียงของส.ว.ที่ประยุทธ์เลือกมาเองกับมือ ถ้าส.ว.กล้าคว่ำทั้งที่พรรคใหญ่เห็นชอบ ก็จะเป็นการประกาศให้เห็นว่าคนที่ใหญ่ที่สุดก็คือคนที่เลือกส.ว.มาให้เห็นเท่านั้น 

อยากจะให้ทุกคนติตตามและเข้าใจ ไม่ว่าวันศุกร์นี้จะผ่านหรือไม่ผ่าน เราจะต้องร่วมรณรงค์รัฐธรรมนูญใหม่ให้ทุกหมวดทุกมาตราประชาชนมีส่วนร่วมและตรวจสอบได้ ประยุทธ์เค้าไม่ได้อยู่เพราะประชาชนอยากให้อยู่ และถ้าประชาชนอยากให้ไปเค้าก็ไม่ต้องไป ดังนั้นการตะโกนไล่อย่างเดียวก็ไม่ทำให้เค้าไปได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการมาชุมนุมจะมีความหมายน้อยลง

17.55 น. ต๋งทะลุฟ้า ทำกิจกรรมร้องเพลงเพื่อเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆที่อยู่ตรงนี้ และเพื่อนๆที่กำลังอยู่ในเรือนจำ ชื่อบทเพลงว่า ฝากรักถึงเจ้าผีเสื้อ-วงสามัญชน

18.10 น.  ผู้ชุมนุมชูสามนิ้ว ร่วมเคารพธงชาติในแบบราษฎรบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในระหว่างที่ร้องเพลงชาติก็เมื่อเพลงจบก็ได้มีโปรยกระดาษจำนวน 11,200 แผ่น เมื่อเพลงจบก็ตะโกนว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ ชาติคือประชาชน” หลังจากนั้นจึงยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของประยุทธ์

18.48 น. มีการทำกิจกรรมจุดไฟเผากระดาษบริเวณหน้าเวทีปราศรัยทะลุฟ้า ขณะที่ปูน นักเรียนเลวกำลังปราศรัยเรื่องปัญหาการเรียนออนไลน์ มีการใช้ไฟ และเลือดเทียมเข้าไปราดในกระดาษ และหนังสือเรียน เพื่อเป็นการประทวงต่อรัฐเรื่องการเรียนออนไลน์ และให้รัฐเห็นถึงปัญหาของระบบการศึกษา

19.20 น. เอ้ The voice  ขึ้นเล่นดนตรี พูดถึงความรู้สึกต่อบอย ธัชพงษ์และอ่านจดหมายเปิดผนึกจากพี่บอย ธัชพงษ์

19.59 น. ต๋ง ทะลุฟ่า กล่าวถึงชนชั้นปกครองและกฏหมายของประเทศไทย
เจ้าหน้าที่บอกว่าเราเป็นคนที่ประทำความวุ่นวายให้บ้านเมือง เป็นหัวหน้าเป็นคนสั่งการให้มีความวุ่นวายในบ้านเมือง จำไว้ว่าเราทำผิดแค่พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่สิ่งที่พวกเขาทำมันผิดรัฐธรรมนูญ วันนั้นตำรวจพูดในวันที่ฝากขังว่าไม่อยากให้เด็กพวกนี้ไปชุมนุมทางการเมือง หนูอยากถามว่าการไปชุมนุมมันผิดมากนักหรอ และทำไมต้องฝากขัง ในประเทศที่เรียกว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตย

วันนี้อยากฝากถึงศาลที่ไม่อยากจะเคารพ ศาลทำตัวไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้ใช้กฏหมายหรือเปล่า แต่ที่หนูไม่เคยศรัทธาคือผู้ใช้กฏหมายของประเทศนี้พวกเขาไม่เคยทำให้รู้สึกถึงความเป็นธรรมได้เลย วันไหนที่ประชาชนชนะเราจะคิดบัญชี รวมถึงคนในนอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว กระบวนการยุติธรรมทั้งหลายก็เช่นกัน สิ่งเดียวที่หนูไม่เคยหมดศรัทธาเลยคือประชาชน ในขณะที่ยังมีคนสู้ไม่ว่าจะกี่คนก็คือการต่อสู้ และถ้าประชาชนยังต่อสู้  เผด็จการไม่มีวันชนะแน่นอน ชัยชนะอาจจะไม่ได้มาหาเราในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ เราจงต่อสู้อเพื่อรอวันนั้นมาถึง และความเจ็บปวดทุกอย่างจะได้รับการเยียวยาอย่างแน่นอน

20.11 น. ในขณะที่ต๋งปราศรัยได้มีการจุดพลุที่อนุสาวรีย์ฯ ก่อนจะยุติการชุมนุมหลังจบการปราศรัยพร้อมกับพลุ