#ม็อบ3กันยา : #ราษฎรไม่ไว้วางใจมึง

วันที่2564-09-03

เวลา14:15

สถานที่แยกราชประสงค์ จ.กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

-

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

3 กันยายน 2564 เวลา 16.00 น. ที่แยกราชประสงค์ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมและทะลุฟ้า จัดกิจกรรม "ราษฎรไม่ไว้วางใจมึง" โดยวันนี้แนวร่วมฯได้เตรียมทีมเจรจากับตำรวจไว้ด้วย ระบุว่า เพื่อไม่ให้รัฐใช้เป็นข้ออ้างในการสลายการชุมนุม ด้านตำรวจมีการตั้งจุดตรวจสกัดก่อนเข้าพื้นที่แยกราชประสงค์ที่แยกราชดำริและแยกเฉลิมเผ่า 

ภายในงานทะลุฟ้าทำกิจกรรม "รัฐธรรมนูญที่ต้องการ" ใช้ผ้าดิบวางให้ประชาชนเขียนข้อความ ปรากฏข้อความเช่น No 112 และมีการนำหุ่นศพมาห้อยที่สะพานลอยเป็นสัญลักษณ์ถึงผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 รวมทั้งกิจกรรมปาสีแดงใส่ภาพของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ลำดับเหตุการณ์

เวลา 10.50 น. พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกล่าวว่า วันนี้มีประกาศชุมนุมจากกลุ่มต่างๆที่สำคัญคือ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมและทะลุฟ้า นัดหมายชุมนุมที่แยกราชประสงค์ และทะลุแก๊ซ นัดหมายบริเวณแยกดินแดง กองบัญชาการตำรวจนครบาลขอเรียนเตือนว่า กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดตามประกาศของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง การรวมตัวกันในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคจะเป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ 

ในการดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ต่างๆในเขตกรุงเทพมหานคร "มีหลายกลุ่มอ้างว่า เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธหรือเป็นการชุมนุมธรรมดา แต่พี่น้องสื่อมวลชนเห็นแล้วว่า การดำเนินการของกลุ่มมวลชนบางกลุ่มมีลักษณะที่มีความรุนแรง มีการใช้อาวุธต่างๆ มีทั้งการวางเพลิงเผาทรัพย์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินสาธาณประโยชน์ และเป็นทรัพย์สินที่มีใช้กันเพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งหมด ในส่วนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย โดยชั่งน้ำหนักกันระหว่างหลักนิติรัฐและหลักรัฐศาสตร์ การรักษาความสงบเรียบร้อยกับการบังคับใช้กฎหมายจะต้องควบคู่กันไป"

โดยการดำเนินการของกองบัญชาการตำรวจนครบาลยึดถือหลักมาตรฐานสากลในการปฏิบัติ การชุมนุมเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2564 สื่อมวลชนคงจะเห็นลักษณะพฤติกรรมของกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า "ทะลุแก๊ซ" ที่มีการรวมตัวกันบริเวณแยกดินแดงได้มีการปิดการจราจรก่อให้การจราจรติดขัดโดยรอบไม่ว่าจะเป็นถนนวิภาวดีรังสิต ถนนประชาสงเคราะห์ ไปถึงแยกพระรามเก้า รวมทั้งบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิส่วนหนึ่ง นอกจากพี่น้องประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนแล้ว กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ทำการทุบทำลายกล้องวงจรปิดและทรัพย์สินของทางราชการที่อยู่บริเวณดังกล่าวอีกจำนวนมาก 

มีการขว้างปาประทัดยักษ์ ระเบิดต่างๆ มีการนำยางรถยนต์ กรวยยางและทรัพย์สินต่างๆของพี่น้องประชาชนหรือสาธารณสมบัติมาทำการเผาทำลายในบริเวณแยกดินแดง ซึ่งขณะนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะได้ทำการสืบสวน พิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำผิดและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เมื่อวานนี้ (2 กันยายน 2564) ตำรวจสน.ร่มเกล้าและลำผักชีได้มีการตั้งจุดตรวจค้นหรือที่เรียกว่า จุด ว.43 มั่นคงในพื้นที่ต่างๆ โดยรอบเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันกลุ่มบุคคลผู้ที่มาก่อเหตุต่างๆโดยเฉพาะมาก่อเหตุบริเวณแยกดินแดง ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คน พร้อมด้วยอาวุธปืนของกลางหรือสิ่งเทียมอาวุธปืนจำนวน 5 กระบอก เครื่องกระสุนปืนจำนวน 21 นัด ระเบิดแสวงเครื่อง 19 ลูกและยาเสพติดส่วนหนึ่ง ตำรวจนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในข้อหามีเครื่องกระสุนปืนและอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และพ.ร.บ.ยาเสพติดฯ จากนี้จะต้องสืบสวนขยายผลว่า ผู้ครอบครองอาวุธและยาเสพติดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมแค่ไหนอย่างไร

สรุปการดำเนินคดีผู้ร่วมชุมนุม ผู้ก่อความไม่สงบเรียบร้อยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 รวม 170 คดี มีผู้ต้องหา 645 คน คุมตัวแล้ว 388 คน หากนับย้อนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 มีจำนวน 422 คดี ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 202 คดี ระหว่างการสอบสวน 220 คดี และนอกจากนี้ได้มีการออกหมายเรียกผู้ที่มีส่วนในการกระทำผิดเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาอีก 181 คน ส่วนผู้ปกครอง "ฝากย้ำเตือนครับ การปล่อยปละละเลย การส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กมากระทำผิดหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการกระทำผิดจะเป็นความผิดตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ซึ่งท่านอาจจะถูกเรียกตัวมาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนและอาจจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้ครับ"

ตอบคำถามผู้สื่อข่าว

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า กรณีการชุมนุมพื้นที่แยกอโศกที่จัดโดยณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป กลุ่มผู้ก่อเหตุที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ขณะนี้ตำรวจกำลังทำการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลและดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นเดียวกัน กรณีสน.ร่มเกล้าและสน.ลำผักชีที่ตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา 5 คนนั้น การพิสูจน์ทราบว่า ทั้ง 5 ร่วมชุมนุมหรือไม่นั้น ตำรวจได้ทำการตรวจสอบโซเชียลเน็ตเวิร์ค,โทรศัพท์มือถือ และระบบออนไลน์ต่างๆมีพยานหลักฐานน่าเชื่อว่า หนึ่ง ตัวบุคคลทั้ง 5 คนมีส่วนในการชุมนุมด้วย หากพยานหลักฐานปรากฏชัดจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม  ถ้ามีการชุมนุมหลายครั้งหรือมีการโพสต์เป็นหลักฐานว่า กระทำผิดหลายครั้งจะดำเนินคดีแยกกรรมกันไป

เขากล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้วางแนวปฏิบัติการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่า ให้ยึดกฎระเบียบและมาตรฐานสากลเป็นหลัก แม้ว่าในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่มีการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การนำหลักเกณฑ์หรือวิธีการตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯไม่ได้นำมาใช้ก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นในภายหลัง จึงได้นำหลักการต่างๆตามมาตรฐานสากลมาใช้เพื่อป้องกันปัญหาและคำครหาต่างๆ ส่วนนี้ตำรวจชั่งน้ำหนักเรื่องความสงบเรียบร้อยและการบังคับใช้กฎหมาย กรณีที่เห็นว่า บังคับใช้กฎหมายทันทีจะเกิดความไม่สงบเรียบร้อย ผู้บัญชาการฯก็สั่งให้ชะลอไว้และดำเนินคดีในภายหลัง

วันนี้มีการมอบหมายให้พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ เป็นผบ.เหตุการณ์ การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ อย่างที่พี่น้องสื่อมวลชนเห็นว่า ทุกๆการปฏิบัติเป็นไปตามมาตรฐานสากลและเป็นไปตามหลักวิชาการ

ที่ผ่านมาตำรวจนำของกลาง โดยเฉพาะอาวุธปืนไปทำการตรวจพิสูจน์ทางขีปนวิธีและนิติวิทยาศาสตร์ หาความเชื่อมโยงว่า อาวุธปืนที่เราตรวจยึดได้เคยกระทำผิดมาที่ไหนอย่างไรหรือไม่ มีการสืบสวนเพื่อหาแหล่งผลิตและผู้นำพาและชักชวน ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้ชักชวน นำพา จะถือเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วย

ในส่วนของวันพรุ่งนี้คาดการณ์ว่า จะมีแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมร่วมกับรีเด็มทำกิจกรรมจากหน้าสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์มาที่สวนลุมพินี ทำกิจกรรมหน้าพระบรมรูป รัชกาลที่ 6 ตำรวจได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว

กรณีการจับกุมผู้ชุมนุมที่เป็นเยาวชน "อยากจะให้พ่อแม่ผู้ปกครองใส่ใจดูแลบุตรหลาน บางครั้งเด็กอาจจะสนุก ได้มาชาเลนจ์ [ท้าทาย] ได้มาทำกิจกรรม ได้มาแสดงออก โดยถูกหลอกมา แต่พอถูกจับปั๊บ เด็กจะเสียอนาคตทันทีเพราะความผิดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดโดยไม่ได้ตั้งใจหรือความผิดโดยประมาท เป็นความผิดที่บทกฎหมายลงโทษรุนแรง โดยเฉพาะการมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง...เสร็จสิ้นคดีไปแล้วผลที่ตามมาในภายหลังในภายภาคหน้าก็จะมีปัญหาเรื่องการสมัครงานหรือการทำงานอื่นๆ"

ผู้สื่อข่าวถามทำนองว่า การข่าวของตำรวจเชื่อว่า มีคนที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณดินแดงใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะตอบว่า ใช่ พยายามสืบสวนต้นตอของการกระทำผิด "คนที่ใช้เด็ก ใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือ พี่น้องสื่อมวลชนคงจะเห็นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการก่อความไม่สงบเรียบร้อย จะมีเด็กที่อายุ 14 15 16 ถูกหลอกมาเป็นด่านหน้า มาเป็นผู้กระทำผิด หรือแม้กระทั่งที่บริเวณแยกดินแดงเมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่มีเด็กอายุ 14 ที่จุดระเบิดใส่มือ เด็กเหล่านั้นเป็นผู้ที่ถูกโยงใย ถูกชักจูง ถูกหลอกลวงมาให้กระทำผิดทั้งนั้น"

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญกล่าวว่า มีตัวเลขที่น่าสนใจในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2564 มีผู้ที่อยู่ในข่ายต้องออกหมายจับแล้ว 645 ราย เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จับกุมดำเนินคดี 388 ราย สองเดือนนี้มีการออกหมายจับเฉลี่ยวันละ 10 ราย มีการจับกุมวันละ 5 ราย ในการจับกุมและรวมถึงผู้ที่ถูกออกหมายจับเป็นเด็กและเยาวชนเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ผู้ปกครองพ่อแม่ก็มีหน้าที่ในการอบรมดูแลบุตรหลานด้วย สำหรับการชุมนุมการจัดกิจกรรม การละเมิดกฎหมายด้านความมั่นคง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ทั่วประเทศมีการดำเนินคดี 784 คดีเฉพาะเมื่อวานนี้มีการจัดกิจกรรมคู่ขนานใน 7 จังหวัดเวลา 12.30 น. เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมโพสต์ว่า วันนี้ได้ตั้งทีมเจรจาขึ้นมาดูแลและสื่อสารกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อไม่ให้รัฐใช้เป็นข้ออ้างในการสลายการชุมนุม โดยมีรุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุลเป็นตัวแทนทีมผู้จัดในการดูแลการพูดคุย

เวลา 14.15 น. ที่บริเวณแยกราชประสงค์ ฝั่งเซ็นทรัลเวิร์ด มีประชาชนและผู้สื่อข่าวทยอยไปรวมตัวกันแล้ว บริเวณแยกประตูน้ำ พบรถกระบะตำรวจจอดในลักษณะเป็นจุดตรวจสกัดบริเวณฝั่งถนนราชดำริ

เวลา 14.43 น. แยกเฉลิมเผ่ามุ่งหน้าแยกราชประสงค์ ตำรวจจราจรวางแผงเหล็กในลักษณะเป็นจุดตรวจสกัด ส่วนที่หน้าสตช. มีการใช้ผ้าใบคลุมป้ายและพระฉายาลักษณ์ (ก่อนหน้านี้วันที่ 17 สิงหาคม 2564 เป็นพระฉายาลักษณ์ของพระนางเจ้าสิริกิติ์) การจราจรยังคงเคลื่อนตัวได้ตามปกติ

เวลา 15:33 น. ผู้ชุมนุมมีการปิดถนนราชดำริตั้งแต่แยกประตูน้ำถึงแยกราชประสงค์ ทีมงานตั้งเวทีบริเวณเดอะ มาร์เก็ต และจุดคัดกรองบริเวณเกษร วันนี้ตำรวจที่ดูแลในพื้นที่ชุมนุมอยู่ในชุดเครื่องแบบปกติ

เวลา 16.00 น. มีจุดตรวจสกัดที่แยกราชดำริและเฉลิมเผ่า ที่แยกราชดำริ ตำรวจเรียกรถจักรยานยนต์ที่ผ่านมาตรวจสอบ  ตำรวจบริเวณนี้ใส่ชุดเครื่องแบบปกติ และมีอย่างน้อย 1 นายถือปืนยาว ขณะที่แยกเฉลิมเผ่า ช่วงแรกยังไม่มีได้ใช้ตำรวจในชุดคุมฝูงชน แต่ในช่วงเวลา 17.00 น. เริ่มใช้ตำรวจชุดคุมฝูงร่วมตรวจสอบแล้ว บริเวณใกล้กับโรงพยาบาลนิติเวช มีตำรวจชุดคุมฝูงชนวางกำลัง 

บริเวณที่แยกราชประสงค์ ฝั่งรพ.ตำรวจ ตร.อำนวยความสะดวกด้านการจราจร - มีการปิดสกายวอล์ค ผู้ที่จะเข้าใจบริการเซ็นทรัลเวิร์ดจะต้องเข้าประตูชั้น G

เวลา 16.23 น. ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรถฉีดน้ำและตำรวจชุดคุมฝูงชนอยู่ภายใน

เวลา 18.00 น. มีการโปรยกระดาษจากสะพานลอยหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ กระดาษมีข้อความเช่น “รัฐบาลปรสิต”และ “หยุดใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือหากิน”

เวลา 19.30 น. บริเวณพื้นที่กิจกรรมของทีมทะลุฟ้าใต้สะพานลอยทางข้ามเซ็นทรัลเวิร์ดและเกษร ทีมทะลุฟ้าได้เผาหุ่นฟาง สัญลักษณ์แทนผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 และกระดาษที่มีข้อความเช่น มีข้อความเช่น “รัฐบาลปรสิต” และ “หยุดใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือหากิน” จากนั้นเซิ้งเพลงของกู่แคนไทบ้าน หมอลำเพื่อประชาธิปไตย ซ้ำอีกครั้งในบริเวณเดิมที่เคยเซิ้งเพื่อยืนยันว่า การชุมนุมของทีมทะลุฟ้าเป็นไปด้วยความสงบและสันติเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 แต่ถูกตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าสลายการชุมนุมโดยมีการใช้ปืนลูกซองกราดยิงไปทางทีมทะลุฟ้าที่กำลังเซิ้ง คาดว่า เป็นการยิงกระสุนยาง

เวลา 19.38 น. กลุ่ม Vesmob มาจอดรวมตัวกัน หนึงในสมาชิกกลุ่มเล่าว่า พวกเขาชื่นชอบในรถเวสป้าและมาเจอในกันการชุมนุมจึงมารวมตัวกันได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว

เวลา 20.00 น. เวทีหลักของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมประกาศยุติกิจกรรม หลังจากนั้นผู้ชุมนุมเริ่มทยอยออกจากพื้นที่ ต่อมาเวลา 20.06 น. รถของทีมทะลุฟ้าเคลื่อนตัวจากเซ็นทรัลเวิร์ดมาบริเวณเดอะ มาร์เก็ตและจอดขวางบริเวณใต้สะพานลอยเดอะมาร์เก็ต ขาออกแยกประตูน้ำ ซึ่งระหว่างนั้นมีทีมเวทีกำลังเก็บของเพื่อเร่งออกจากพื้นที่ 

เวลา 20.10 น. รถยนต์ทั่วไปเริ่มสัญจรผ่านเข้ามาในถนนราชดำริ ตำรวจจราจรเข้าจัดระเบียบการจราจร มีตำรวจจราจรเดินเข้าไปที่รถของทีมทะลุฟ้า ท่าทีพอเข้าใจได้ว่า ให้ขยับออกจากพื้นผิวการจราจร ต่อมาเวลาประมาณ 20.15 น. รถของทีมก็ขับออกจากพื้นที่ไป

เวลา 20.24 น. บริเวณบีทีเอสสนามเป้า ขาออกไปแยกซอยอารีย์ ตำรวจมีการตรวจสอบรถของทีมทะลุฟ้า มีการทุบรถและล็อคคอผู้ที่อยู่ในรถลงมาจากรถ เป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบแทบทั้งหมด เมื่อทีมทะลุฟ้าพยายามขอตรวจสอบบัตรประจำตัว มีเสียงคนหนึ่งพูดว่า "อย่าบีบคอผมๆ",  "มันต่อยผมๆ" และ "ใจเย็นนอกเครื่องแบบใจเย็นก่อน" ผู้ที่ไลฟ์อธิบายว่า ตอนนี้ล็อคคอเพื่อนผมแล้ว จากไลฟ์ไม่พบเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบเลย 

เวลา 20.27 น. เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบนายหนึ่งบอกว่า เชิญนะครับ ผู้ที่ไลฟ์บอกว่า พี่ไม่ได้เชิญ เมื่อกี้พี่เปิดประตูล็อคผมเลย เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบนายดังกล่าวตอบว่า ก็คุณยังไม่สงบสติอารมณ์ ผู้ที่ไลฟ์บอกว่า จอดปาดหน้าและเปิดประตูมาล็อคคออย่างนี้ไม่เรียกเชิญ ถ้าเชิญมีสิทธิจะบอกว่า ไม่ไปก็ได้ ถ้าจับก็ออกหมายจับมาเลยพี่ เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอีกนายหนึ่งบอกว่า เดี๋ยวจับกุม ผู้ที่ไลฟ์ถามว่า ข้อหาอะไร เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบนายดังกล่าวบอกว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ผู้ที่ไลฟ์ถามว่า ขอดูบัตรหน่อย เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบนายดังกล่าวบอกว่า มัน[บัตร] อยู่ในรถ แต่พี่นั่งมอเตอร์ไซด์มา ระบุด้วยว่า เมื่อสักครู่มีคนที่แสดงบัตรแล้ว

เวลา 20.34 น. ขบวนรถตำรวจเริ่มตามมาสมทบ เป็นตำรวจในเครื่องแบบ บางนายติดตราสัญลักษณ์ของกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน จากนั้นทำการจับกุมลักษณะกระชากตัวไปอย่างน้อย 2 คน ผู้ถูกจับกุมพยายามถามว่า จับความผิดอะไรแต่ยังไม่แน่ชัดถึงคำตอบของตำรวจ โดยตำรวจทำการค้นกระเป๋าของผู้ที่ถูกคุมตัวด้วย

เวลา 20.41 น. ตำรวจพยายามคุมตัวทีมงานอีกคนหนึ่ง ผู้ที่ไลฟ์อธิบายว่า ทีมงานต้องการเจรจาแต่ตำรวจก็ใช้แต่กำลัง 

เวลา 20.46 น. เจ้าหน้าที่เริ่มถอนกำลังออกไปแล้ว มีบางส่วนถือโล่อยู่ที่ฝั่งตรงข้ามบริเวณช่องหน้าห้า โดยยังไม่แน่ชัดถึงจำนวนผู้ถูกจับกุมในครั้งนี้

 เวลา 21.21 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีการจับกุมทีมทะลุฟ้า 5 คน พร้อมรถเครื่องเสียง คาดว่า จะถูกนำตัวไปที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) 

เวลา 21.36 น. ทีมทะลุฟ้าตามเพื่อนที่ถูกจับกุมไปที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) มีการบีบแตรใส่ที่หน้ารั้ว เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบออกมาเจรจาว่า บริเวณนี้เป็นสถานที่ราชการและมีโรงพยาบาลสนาม ทีมงานถามว่า เพื่อนผมทำผิดอะไรและใช้อำนาจอะไรในการจับกุม เจ้าหน้าที่นายดังกล่าวบอกว่า พี่ไม่ได้เป็นคนจับ ทีมงานถามว่า งั้นเปิดประตูสิ เจ้าหน้าที่บอกว่า หมดเวลาราชการแล้ว ทีมงานพยายามเจรจาขอให้ตำรวจหัวหน้าชุดมาพูดคุย ทีมงานหยุดบีบแตรแล้ว

เวลา 21.42 น. ลูกนัท-ธนัตถ์มาถึงและบอกให้ทุกคนใจเย็นๆ ระบุว่า ทนายความและส.ส.ก้าวไกลกำลังจะมา ตำรวจอธิบายว่า ที่นี่เป็นสถานที่คุมตัวเบื้องต้น สถานการณ์สงบ

เนื้อหาคำปราศรัย

๐ ศรีไพร : แรงงานและความเสี่ยงภายใต้โควิด 19 

ศรีไพร นนทรี กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง ปราศรัยว่า เดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่เกี่ยวกับแม่ แต่คนท้องที่อยู่ในโรงงานต้องติดโควิดจนเสียชีวิต  มีทั้งที่ตายพร้อมกันแม่ลูกและแม่ตายหลังจากคลอดลูกเสร็จ นี่คือสถานการณ์ของคนงาน นอกจากนี้คนงานหลายคนติดโควิด แต่เข้าไม่ถึงการรักษา ติดต่อโรงพยาบาลต่อผลัดวันที่จะให้คำตอบ แต่ถ้าหากโรงงานใดมีนายจ้างที่ดีขึ้นมาหน่อยก็จะดูแลลูกจ้างดี เราเห็นว่า มีคนงานมากมายนอนตายอยู่ที่บ้านไม่ได้รับการเหลียวแล นี่คือการบริหารงานภายใต้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า ประยุทธ์ จันทร์โอชา

"วัคซีนที่หลายคนถามหา หลายคนบอกว่า วัคซีนปลอดภัย แต่ปรากฏว่า วัคซีนปลอดภัยก็ไม่ได้มา ตอนนี้ต่างจังหวัดก็ให้ฉีดเข็มแรกซิโนแวค เข็มสองแอสตร้าเซเนกา บางคนอาจจะปลอดภัย แต่บางคนก็ได้รับผลกระทบอย่างพี่สะใภ้ของดิฉันก็ยังป่วยอยู่จากวัคซีนเป็นเดือนแล้ว"

"ปัญหาของแรงงานข้ามชาติ รัฐบาลสั่งปิดแคมป์คนงานบอกว่า จะดูแลอย่างดี ส่งข้าววันละกล่อง ถามหน่อยคนงานกินยังไงวันละกล่อง จะกินยังไงสามมื้อ..."

เดือนที่ผ่านมาศรีไพรไปพบสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเพื่อแจ้งปัญหาเรื่องการคัดแยกคนท้องในโรงงานให้ปลอดภัย  ปัจจุบันโรงงานของแรงงานที่ไปพบรัฐมนตรียังไม่ได้รับการดูแลคัดแยกเลย ศรีไพรระบุว่า คนงานท้องก็ยังทำงานรวมกับคนงานป่วย ปัจจุบันนโยบายของรัฐบาลที่เคยหาเสียงไว้ก็ยังไม่ได้นำมาปฏิบัติ ดังนั้นรัฐบาลนี้ไม่ได้ดีแต่พูด แต่เป็นการโกหก

เธอกล่าวถึงรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 74 ที่ระบุว่า รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถในการทํางานอย่างเหมาะสมกับศักยภาพและวัยและให้มีงานทํา แต่ปัจจุบันมีคนตกงานเต็มเมือง เงินเยียวยาไม่เพียงพอ รัฐพยายามสร้างผลงานในการเยียวยา แต่กลับใช้เงินประกันสังคม ซึ่งเป็นเงินของพวกเราอยู่แล้วมาเยียวยา ขณะที่ปัจจุบันคนท้องยังต้องทำงานเสี่ยงภัยอันตราย คนที่มีโรคประจำตัวต้องทำงานโดยไม่มีการคัดแยก ศรีไพรย้ำว่า เรายังไม่เห็นว่า สิ่งที่รัฐบาลทำมันจะสร้างความปลอดภัยให้แก่แรงงานจริงๆ

๐ ยิ่งชีพ :  ความรุนแรง ความฝันและสมรภูมิดินแดง

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนกล่าวว่า วันนี้และตลอดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีพี่น้องอีกจำนวนไม่น้อยที่เขาเริ่มเลือกวิธีการต่อสู้อีกแนวทางหนึ่งและไปรวมตัวกันที่สมรภูมิดินแดงอย่างต่อเนื่อง เราจำเป็นต้องคิดให้ละเอียดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้องของเราที่ดินแดง วันนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่เลือกแนวทางหนึ่งเป็นของเขาเอง เขาใช้ร่างกายของเขา ใช้กำลังของเขาแล้วเลือกที่จะเอาเข้าไปแลกกับการใช้กำลังของตำรวจ

เราต้องยอมรับว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาระบบรัฐสภาของเราล้มเหลวไม่สามารถสะท้อนเสียงของประชาชนได้ พรรคที่คนเลือกเยอะก็ไม่ได้ส.ส.เยอะและไม่ได้เป็นรัฐบาลเพราะรัฐธรรมนูญมันเขียนไว้ เราต้องยอมรับว่า ระบบกฎหมาย ระบบศาลและระบบยุติธรรมของเราล้มเหลวไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า หวังพึ่งได้ และระบบกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของเราก็ล้มเหลวเพราะกรรมการในองค์กรต่างๆล้วนมาจากการคัดเลือกของระบบคสช. จึงไม่แปลกอะไรที่พอมาถึงวันหนึ่ง พี่น้องของเราหลายร้อยชีวิตเขารู้สึกเขาไม่สามารถต่อสู้ด้วยเกมของกฎหมายในระบบได้ เขาคิดค้นวิธีใหม่ของเขาขึ้นเอง

พี่น้องที่ไปสู้ที่ดินแดง เขาไม่ได้อยากทำร้ายตำรวจให้บาดเจ็บล้มตาย เขาไม่ได้อยากจะเผาทรัพย์สิน เขาไม่ได้อยากจะเผารถ แต่จริงๆแล้วความต้องการที่อยู่เบื้องหลังของการแสดงออกมาทั้งหมด คือ เขาต้องการให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและพวกพ้องลงจากอำนาจ เขาต้องการแค่นั้น ถ้าไม่เชื่อ คุณประยุทธ์ลองลาออกดู ดินแดงสงบ ไม่มีใครปาของ ไม่มีใครไปทำอะไรตำรวจแล้ว ตำรวจก็ไม่ต้องออกมา ทุกคนกลับบ้านนอนได้เลย พวกเขายังมีความฝันที่อยากจะอยู่ในประเทศที่มีสวัสดิการคุ้มครองดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แน่นอนว่า เขาอยากจะเห็นสังคมที่ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

ซึ่งความฝันเหล่านี้เป็นความฝันแบบเดียวกันเหมือนกันกับพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้และสู้กันมาตลอดหลายปี ดังนั้นแม้วันนี้จะเลือกวิธีทางที่ต่างกัน เราอาจจะไม่ได้เอาตัวไปปะทะกระสุนยาง ไม่ได้เอาตัวไปปะทะแก๊ซน้ำตาร่วมกับเพื่อนๆอีกหลายร้อยคน แต่บนเส้นทางที่มีเป้าหมายอันเดียวกัน เราคือเพื่อนกันทุกคนใช่ไหมครับ?

เขากล่าวด้วยว่า ความไม่เป็นธรรมและการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องของตำรวจจะต้องนำไปสู่การลงโทษ ทุกวันนี้วงการตำรวจตกต่ำถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่แค่การปราบปรามผู้ชุมนุมที่เรียกร้องประชาธิปไตย แต่ยังมีข่าวการซ้อมทรมานผู้ต้องหา อย่างไรก็ตามระบบยังบังคับให้ประชาชนอยู่ร่วมกันกับตำรวจ เราอยากจะเรียกร้องให้ตำรวจหาทางที่จะอยู่ร่วมกันประชาชนให้ได้

ครูใหญ่ : การประหารเสรีภาพด้วยมาตรา 112 

ครูใหญ่-อรรถพล บัวพัฒน์ กล่าวว่า ประเทศนี้ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนตั้งคำถามกับบุคคลสาธารณะ สถาบันกษัตริย์ถือเป็นบุคคลสาธารณะเพราะใช้ภาษีและทรัพยากรของชาติ แต่เมื่อประชาชนพูดถึงบุคคลสาธารณะก็อาจถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 การคุ้มครอง ประมุขของรัฐเป็นสิทธิอันชอบธรรมอยู่แล้วในรัฐที่มีประมุข ทุกประเทศมีประมุขไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีหรือกษัตริย์เพราะตามรัฐธรรมนูญระบุว่า กษัตริย์อยู่ในสถานะเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ ซึ่งเกี่ยวพันกับหลัก The King Can Do No Wrong 

ครูใหญ่ย้ำว่า เมื่อพูดถึงสถาบันกษัตริย์เขาหมายถึงองคาพยพ ไม่ได้หมายถึงตัวองค์พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทน เขายังกล่าวถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งไม่ได้ถูกใช้เพื่อความมั่นคงของรัฐ ทั้งที่อยู่ในหมวดความมั่นคงของรัฐ ซึ่งไม่ถูกต้องเพราะการบอกว่า การวิจารณ์กษัตริย์เป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐแสดงว่า รัฐนี้ไม่ได้หมายถึงประชาชนหรืออย่างไร

มาตรา 112 มีอัตราโทษที่ไม่สมเหตุสมผล กำหนดโทษ 3-15 ปี ดังนั้นการละเมิดมาตรา 112 แม้จะเล็กน้อยแต่ศาลไม่อาจตัดสินให้โทษต่ำกว่าสามปีได้ นี่คือการประหารประชาชนในทางเสรีภาพ และกฎหมายมาตรานี้ใครจะเป็นผู้ร้องทุกข์ก็ได้ ทั้งที่จริงๆแล้วกฎหมายหมิ่นประมาทควรที่จะให้ผู้เสียหายเป็นผู้ฟ้องร้องด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังมีการตีความที่กว้างขวาง กรณีของเขาหลังได้รับการประกันตัวศาลมีเงื่อนไขว่า ห้ามกระทำความผิดเกี่ยวกับสถาบันฯอีก ทั้งที่คำว่า สถาบันฯไม่มีอยู่ในมาตรา 112

บทบัญญัติของมาตรา 112 คุ้มครองพระมหากษัตริย์, พระราชินี, รัชทายาทและผู้สำเร็จราชการแทนเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาการกล่าวถึงสุนัขทรงเลี้ยงก็ถูกแจ้งว่า ละเมิดมาตรา 112 มาแล้ว เขาตั้งคำถามว่า หากเขากล่าวถึงบริษัทที่พระมหากษัตริย์ถือหุ้น บริษัทเหล่านี้จะถือเป็นสถาบันกษัตริย์หรือไม่ เขามองว่า การตีความที่กว้างเช่นนี้เป็นปัญหา

กรณีที่กล่าวว่า ประเทศอื่นๆก็มีกฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐ เขายกตัวอย่างสหราชอาณาจักรที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการหมิ่นประมุขของรัฐแต่ไม่มีการบังคับใช้มาเป็นร้อยปีแล้ว 

ข้อมูลเพิ่มเติมจากบีบีซีไทยระบุว่า สหราชอาณาจักรมีกฎหมายหมิ่นองค์พระประมุขในลักษณะที่คล้ายกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของไทย คือ พ.ร.บ.ความผิดอาญาฐานเป็นกบฏ ซึ่งใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2422  ที่ผ่านมาหากเกิดกรณีการฟ้องหมิ่นฯ พระราชินี ศาลอังกฤษมักหยิบพ.ร.บ.ว่าด้วยการหมิ่นประมาท 1996 ซึ่งไม่ปรากฏโทษความผิดฐานหมิ่นฯ พระมหากษัตริย์ มีเพียงโทษหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา ที่มีบทลงโทษเพียงการปรับเท่านั้น

นอกจากนี้ทั้งสามคนนี้แล้วยังมีวิบูลย์ บุญภัทรรักษา พ่อของไผ่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา กล่าวว่า เมื่อเช้าเขาไปเยี่ยมไผ่ ดาวดินที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยรวมลูกชายของเขามีสุขภาพกายและจิตที่ "โคตรแข็งแรง" และสิ่งที่อยากจะถ่ายทอดต่อประชาชนคือ เขาฝากบอกว่า ไม่ต้องห่วงเขาแต่เขาเป็นห่วงพี่น้องที่อยู่ข้างนอก "ผมก็เลยงงว่า ตกลงนี่กูไปเยี่ยมมึง ให้กำลังใจมึงหรือพวกมึงให้กำลังใจพวกกู"