#ม็อบ25สิงหา : #ทะลุแก๊ซ

วันที่ 25 สิงหาคม 2564
เวลา -
สถานที่ แยกดินแดง
จังหวัด กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

51-100

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

25 สิงหาคม 2564 เวลา 16.30 น. ผู้ชุมนุมอิสระรวมตัวกันที่แยกดินแดงอีกครั้ง วันนี้ผู้ชุมนุมค่อนข้างบางตาและมีอายุค่อนข้างน้อย แม้ว่า ผู้ชุมนุมจะมีการประทัด, เผาสิ่งของบนทางลงทางด่วนดินแดงและปิดถนนบางส่วน ตำรวจไม่ได้ออกมาแสดงกำลังหรือเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุมแต่อย่างใด 

ลำดับเหตุการณ์

เวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักตำรวจแห่งชาติและตัวแทนสมาคมนักข่าว แถลงข่าวการหารือร่วมกันเพื่อให้มีข้อสรุปเรื่องการรายงานในสถานการณ์การชุมนุม

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันและกำหนดช่องทางในการสื่อสารตลอดจนกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและพี่น้องสื่อมวลชนในการรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมและการรักษาความสงบเรียบร้อยในเหตุการณ์ต่างๆ วันนี้เราได้เชิญพี่ๆผู้ทรงคุณวุฒิสื่อสารมวลชนมาหารือแนวทาง ประกอบด้วยประธานสภาสื่อมวลชนแห่งชาติ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, นายกสมาคมผู้ผลิตสื่อออนไลน์, เลขาธิการสหภาพแรงงานสื่อมวลชนไทย และบรรณาธิการข่าวหลายสำนักมาร่วมประชุมกำหนดแนวทางช่องทางการสื่อสารแนวทางปฏิบัติในวันนี้เป็นที่เรียบร้อย

มงคล บางประภา นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยกล่าวสรุปว่า เหตุผลและวัตถุประสงค์ที่องค์กรสื่อทั้งหกได้มาพบปะพูดคุยกับทางบช.น. ซึ่งโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มาร่วมรับฟังด้วย การพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองจากครั้งก่อนเมื่อห้าเดือนที่แล้ว ทั้งหมดมีวัตถุประสงค์สำคัญก็คือ ติดตามสถานการณ์ของการทำหน้าที่สื่อมวลชนในการชุมนุมเพื่อให้สื่อมวลชนมีพื้นที่ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะอย่างเป็นอิสระเสรีและมีความปลอดภัยให้มากที่สุดด้วยการร่วมกันกำหนดมาตรการต่างๆเพื่อให้สื่อมวลชนเกิดความปลอดภัยมากที่สุดในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงไม่น้อย มีการพูดถึงมาตรการต่างๆ อาทิเรื่องของปลอกแขนและการจำแนกสี รายละเอียดทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทางบช.น.ได้สรุปให้ฟังว่า เราได้บรรลุข้อหารือร่วมกันอย่างไรบ้าง 

หวังว่า จะเกิดพื้นที่ปลอดภัยของสื่อในการทำหน้าที่ในพื้นที่ชุมนุมมากยิ่งขึ้นและ "เกิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ชุมนุมด้วยนะครับ สำหรับผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบอยู่ในกฎกติกาตามสิทธิที่มีอยู่ตามประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ"

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมมีบทสรุปห้าข้อด้วยกัน ดังนี้

หนึ่ง ที่ประชุมมอบหมายให้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเป็นหน่วยการประสานการปฏิบัติระหว่างนักข่าวที่ทำงานภาคสนามจะได้รับข้อมูลข่าวสารหรือได้รับเครื่องหมายซึ่งแสดงตัวตนของนักข่าวและสื่อมวลชนอย่างไร ทางสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจะเป็นคนกำหนดและจะเป็นคนแจกจ่ายให้

สอง สื่อ คำว่า สื่อเวลานี้มีหลากหลายแต่ในเวทีที่เราคุยกันวันนี้ เราหารือกันเฉพาะสื่อที่มีสองความหมายคือ สื่อมวลชนที่มีสังกัดหรือสำนักข่าวที่ชัดเจนแน่นอน สอง สื่ออิสระที่มีสำนักข่าวอ้างอิงหรือมีองค์กรอ้างอิง เช่น สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กรรมการฝ่ายต่างประเทศซึ่งธีรนัย จารุวัสตร์ เป็นนายกสมาคม เช่นนี้เรียกว่า มีสมาคมหรือองค์กรอ้างอิง

สาม การแจกจ่ายสัญลักษณ์ สัญญาณบอกฝ่ายว่า ใครเป็นสื่อมวลชน ทางสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจะเป็นหน่วยกลางในการแจกจ่าย

สี่ การแก้ปัญหาในระยะสั้นและระยะยาวจะอนุโลมให้ใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วไปก่อน สิ่งที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลเคยแจกจ่ายไป หรือทางกรมประชาสัมพันธ์เคยแจกจ่ายไป หรือทางสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ หรือองค์กรเกี่ยวกับสื่อแจกจ่ายไปอนุโลมใช้ไปก่อน ซึ่งเราจะใช้เวลาหนึ่งเดือนเศษๆในการร่วมหาแนวทางกลางในการจัดให้มีเครื่องหมายบอกฝ่ายสำหรับสื่อมวลชน ส่วนในระยะยาว หกองค์กรหลักของสื่อจะไปหารือกันในการกำหนดอุปกรณ์หรือเครื่องหมายบอกฝ่ายที่จะรู้ว่า ใครคือสื่อที่ทำงานภาคสนามอาจจะเป็นปลอกแขน เสื้อกั๊กหรือสิ่งอื่นใดที่สมาคมสื่อไปคุยกันและกำหนดขึ้นมา 

ห้า มาตรฐานสีที่บ่งบอกว่า ใครคือสื่อมวลชนคือ สีเขียวสว่างสะท้อนแสง สามารถมองเห็นแต่ไกล 

ทั้งหมดเป็นข้อสรุปเพื่อหาทางร่วมกันให้การทำงานของสื่อมีประสิทธิภาพในเชิงสื่อมากที่สุดและมีความปลอดภัยในพื้นที่ทำงานมากที่สุด 

ระวี ตะวันธรงค์ นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์กล่าวว่า วันนี้เป็นการที่เราพยายามจะหาพื้นที่ตรงกลางเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับสื่อมวลชนในการทำงานในสถานการณ์ชุมนุม การจำแนกสี การใช้อุปกรณ์ต่างๆเพื่อให้ไม่ว่าฝ่ายใดได้เห็นว่า นี่คือพื้นที่การทำงานและเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งสามารถตรวจสอบการทำงานได้ในทุกฝ่าย การไล่เรียงเรื่องการทำงาน เราพยายามทำตามพื้นฐานของหลักสากล เป็นการจำแนกว่า มาจากองค์กรใด อย่างไร ตัวแทนองค์กรสื่อพยายามจัดการพื้นที่เหล่านี้ให้ละเอียดเรียบร้อยที่สุด

เรากำลังทำมาตรฐานระยะยาวไม่ใช่เพียงแค่การชุมนุมในครั้งนี้ การจำแนกสีจะเป็นมาตรการระยะยาวต่อไปหลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์อะไรที่เกิดในประเทศไทย รายละเอียดหลังจากนี้เดี๋ยวเราจะมาเพิ่มเติมกันและจะดูว่า นอกจากปลอกแขนแล้วจะมีเรื่องเสื้อกั๊ก เรื่องหมวกหรือไม่อย่างไร รวมไปถึงการลงทะเบียนที่วันนี้มีการลงเบียนจากสื่อมวลชนเข้ามา มีจดหมายรับรองจากองค์การสื่อและมารับปลอกแขนจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามสือในบริบทปัจจุบันมันเปลี่ยนไปเยอะ บริบทของสื่อออนไลน์ในหลายรูปแบบ เหล่านี้เราจะมาทำงานหนักขึ้นและพยายามจัดระเบียบให้ดีที่สุดเพื่อการทำงานในพื้นฐานวิชาชีพที่สื่อตรวจสอบทุกฝ่ายได้

ตอบคำถามผู้สื่อข่าว
	
พล.ต.ต.ปิยะตอบคำถามในประเด็นที่ว่า อะไรคือเครื่องหมายบ่งฝ่ายที่ตำรวจรู้สึกว่า เหมาะสมว่า วันนี้เราได้คุยกันในหลายๆมิติว่า สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ในระยะไกล ทัศนวิสัยในระยะไกล ทัศนวิสัยอาจมีปัญหาก็เลยมานั่งคุยกันว่า ทำอย่างไรจึงจะมีสัญญาณบอกฝ่ายหรือเครื่องแสดงสัญลักษณ์สื่อสารมวลชนเพื่อให้พี่น้องสื่อมวลชนสามารถทำข่าวได้ในพื้นที่ที่เหมาะสม และทุกคนจะได้มีภาพที่สวยงาม...ไปนำเสนอให้พี่น้องประชาชน สิ่งหนึ่งที่จะเกิดความสับสนคือ ถ้ามันเป็นสัญลักษณ์ที่เล็กหรือสังเกตได้ยากก็จะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดความสับสน ถ้ามีความหลากหลายที่ไม่เหมือนกัน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติก็จะเกิดความสับสนอีก หรือว่า ถ้าสัญลักษณ์ไปซ้ำกับผู้อื่นหรือผู้อื่นไปซ้ำก็จะเกิดความสับสนเพราะฉะนั้นก็คือเป็นการบ้านที่จะให้พี่น้องสื่อมวลชนช่วยกันคิด

	ที่ประชุมก็ได้มีแนวทางอาจจะออกมาสามแบบคือ เสื้อกั๊กในรูปแบบเดียวกันของทางสภาสื่อมวลชนและสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเป็นผู้กำหนด และเป็นผู้ควบคุมในการแจกจ่าย ให้ทางสื่อมวลชนกำหนดรูปแบบให้เหมือนกันในทุกสำนัก รูปแบบเดียวกันโดยให้มีลักษณะสังเกตได้ง่ายเพื่อป้องกันความสับสน อาจจะเป็นทั้งหมวกด้วย เสื้อกั๊กด้วยและปลอกแขนด้วย เป็นข้อสรุปที่ผู้สื่อข่าวต้องไปดำเนินการและกำหนดรูปแบบมา คงจะใช้เวลาไม่น่าจะเกินหนึ่งเดือน 

หลังจากนั้นหารือกันในเดือนหน้าจนเป็นที่ตกลงและนำมาใช้จะทำให้สัญลักษณ์และสัญญาณบอกฝ่ายที่มีอยู่อย่างหลากหลายให้ตำรวจได้เข้าใจตรงกันและระมัดระวัง

มงคลกล่าวเสริมว่า วัตถุประสงค์ในการจำแนกบอกฝ่ายมีหลายอย่างด้วยกันคือ ป้องกันบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สื่อแอบอ้างเข้าไปก่อเหตุในสถานที่ชุมนุม ซึ่งมันอาจจะเป็นคนกลุ่มอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเลยไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือผู้ชุมนุมเองก็ดี เราไม่ต้องการให้อาศัยความคล้ายหรือปลอมปนเป็นสื่อมวลชนเข้าไปเพื่อสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ชุมนุมหรือใครก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์ของการใช้ปลอกแขนสามารถบรรลุได้ด้วยการที่เรามีการเก็บบันทึกข้อมูลและหมายเลขกำกับ ผู้ที่ได้ใช้ปลอกแขนของสื่อจะเห็นว่า มันมีตัวเลขกำกับนั้น ขณะเดียวกันจะสามารถปกป้องสื่อมวลชนที่กรณีที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่มีผู้ชุมนุมไม่พอใจสื่อสำนักไหนก็ไปแสดงอาการหรือทำร้าย เราใช้ตัวเลขจะทำให้สื่อมวลชนสบายใจในการทำหน้าที่

แต่ปรากฏว่า ในช่วงชุลมุน ระยะไกล สถานที่ที่มีแสงไฟน้อย เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถมองได้ว่า ตรงไหนคือ ผู้ชุมนุมและสื่อมวลชน อาจจะมีการสงสัยว่า ถ้าเราบอกเสื้อกั๊กแล้วใครจะเอาใส่แทนได้หรือไม่ คือต้องประกอบกับเครื่องหมายสื่อมวลชนคือ ปลอกแขนและบัตรประจำตัวสื่อมวลชน เบื้องต้นเราต้องการให้สื่อมวลชนปลอดภัยในการชุมนุมเพื่อแนะนำการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย 

ระวีกล่าวว่า การพูดคุยเรื่องมีประมาณสองสัปดาห์แล้ว เร็วๆนี้เราจะมีการทำเวทีเสวนาจะแบ่งเวทีที่คุยกับภาคสนามและบรรณาธิการ

อ้างอิง : https://www.facebook.com/watch/live/?ref=watch_permalink&v=298271445402158

----

๐ 16.46 น. ที่แยกดินแดง มีกลุ่มเด็กอายุตั้งแต่ 10-17 ปี ประมาณ 10 คน รวมตัวกันอยู่

๐ 16.47 น. ที่แยกดินแดง มีเสียงปัง 1 ครั้ง

๐ 17.35 น. ผู้ชุมนุมนำแผงเหล็กปิดถนนวิภาวดีขาเข้าแยกดินแดง บริเวณใกล้กับโครงการชุมชนดินแดง แปลง G

๐ 17.50 น. ผู้ชุมนุมปิดทางกลับรถใต้ทางด่วนดินแดง จากนั้นปิดบริเวณทางเบี่ยงเข้าถนนวิภาวดีขาออก แต่รถจักรยานยนต์ยังผ่านไปได้

๐ 18.07 น. ผู้ชุมนุมมีเหตุขัดแย้งกัน มีการห้ามปราม ก่อนจะแยกย้าย 

๐ 18.11 น. ที่แยกดินแดงผู้ชุมนุมบางส่วนขับรถมอเตอร์ไซค์ไปทางราบ 1  เวลาเดียวกันมีเสียงดังปัง 1 ครั้ง บริเวณทางลงทางด่วนดินแดง

๐ 18.13 น. ผู้ชุมนุมบางส่วนเดินเท้าจากแยกดินแดงเข้าไปทางราบ 1

๐ 18.16 น. ผู้ชุมนุมนำแผ่นอลูมิเนียมจากหน้าร้าน Heap วิภาวดีมาขวางทางลงทางด่วนดินแดง ยังคงมีรถยนต์สัญจรลงทางด่วนมาได้

๐ 18.17 น. มีเสียงดังปัง 1 ครั้งบริเวณใกล้กับทางลงทางด่วนดินแดง

๐ 18.18 น. มีการปาประทัดเข้าไปในด่านเก็บเงินทางด่วนดินแดง 2 ครั้ง ผู้ชุมนุมบางคนมีการห้ามว่า อย่าปาไปโดนรถเขานะ

๐ 18.38 น. มีการเผาสิ่งของเช่น แบริเออร์และกรวยยางบริเวณช่องทางซ้ายของทางลงทางด่วนดินแดง 

๐ 18.38 น. บริเวณหน้าป้ายรถเมล์ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า กลุ่มทะลุแก๊ซมีการประกาศรวมตัวกันในเวลา 16.00 น. ระหว่างการรวมตัวเวลา 18.00 น. มีการโยนระเบิดปิงปองหรือประทัดยักษ์ บริเวณถนนมิตรไมตรี มีการปิดถนนทางเบี่ยงก่อนเข้าวิภาวดีขาออก ล่าสุดมีการเผายางบริเวณทางลงทางด่วนดินแดง และมีความพยายามจะโยนประทัดยักษ์เข้าบริเวณด่านเก็บเงินทางด่วนดินแดง 

ฝากเรียนเตือนไปถึงผู้ก่อเหตุว่า ตำรวจจะรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี "เราไม่ได้เรียกกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มบุคคลเหล่านี้เรียกว่า กลุ่มที่รวมตัวกันที่จะมาก่อเหตุความวุ่นวายในบ้านเมือง การชุมนุมในขณะนี้เองกฎหมายไม่อนุญาต ฉะนั้นแล้วจะทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่มันผิดกฎหมาย เหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนสิงหาคม ท่านทราบอยู่แล้วว่า กลุ่มที่มารวมตัวกันนั้นเจตนาไม่ได้ต้องการที่จะมาเรียกร้องอะไร มีเจตนาที่จะก่อความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง"

ระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคม 2564 มีการจับกุม 49 คน "นั่นเป็นสิ่งบอกเหตุว่า ในการรวมตัวนั้นมีเจตนารมณ์อะไร คงไม่ได้มีการรวมตัวกันเพื่อที่จะเรียกร้องอะไรในระบอบประชาธิปไตย" อยากจะบอกทางพ่อแม่ผู้ปกครองว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 กลุ่มบุคคลที่ถูกจับกุมนั้น 200 กว่าราย กว่าครึ่งเป็นบุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี "หนำซ้ำยังมีบุคคลบางส่วนยังมีการที่พยายามที่จะแนะนำกับกลุ่มบุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี สิ่งที่ควรจะตระเตรียมก่อนการเข้าร่วมการชุมนุมหรือการก่อเหตุ ผมว่า มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก สิ่งที่ถูกต้องควรจะแนะนำว่า ไม่ควรจะมารวมตัวกันก่อเหตุเพราะเมื่อถูกดำเนินคดีแล้ว คดีนับหนึ่งไปแล้ว มันย้อนหลังกลับมาไม่ได้ เสียอนาคตเปล่าๆครับ" 

อ้างอิง : https://www.facebook.com/policetv.tv/videos/531575294624798

๐ 18.43 น. มีเสียงปัง 2ครั้ง

๐ 18.48 น. บริเวณทางลงทางด่วนดินแดง ผู้ชุมนุมตะโกนกันว่า ตำรวจมาๆ จากนั้นจึงวิ่งกลับไปทางแยกดินแดง

๐ 18.52 น. บริเวณใต้ทางด่วน มีเหตุชุลมุนผู้ชุมนุมมุงรถคันหนึ่ง สอบถามได้ความว่า ภายในรถมีตำรวจอยู่ แต่เมื่อพูดคุยเข้าใจว่า ผู้ชุมนุมเข้าใจผิดคนที่นั่งอยู่ในรถเป็นนักข่าว

๐ 18.54 น. ผู้ชุมนุมแยกย้ายออกจากแยกดินแดงในลักษณะแตกตื่น

๐ 19.17 น. ชุดเคลื่อนที้เร็ว 10 คัน และรถจีโน่ลงมาจากทางด่วนดินแดง จากนั้นใช้รถดับเพลิงที่ตามมาด้วยฉีดน้ำดับไฟกองเล็กๆที่ผู้ชุมนุมจุดไว้บริเวณช่องทางซ้ายของทางลงทางด่วน ระหว่างนั้นมีคฝ.มากกว่า20นายตั้งแนวโล่ พร้อมปืนกระสุนยาง

๐ 19.25 น. หลังดับไฟเรียบร้อย ตำรวจชุดคุมฝูงชนกลับขึ้นรถกระบะ พร้อมรถฉีดน้ำเคลื่อนตัวไปทางราบ 1 ขณะที่แยกดินแดง ผู้ชุมนุมตะโกนด่าเจ้าหน้าที่ มีบางส่วนจุดพลุ