#ม็อบ15สิงหา : #ล้านนาต้านศักดินา

วันที่ 15 สิงหาคม 2564
เวลา 13:00
สถานที่ จาก แยกดอนจั่น ไปยัง อนุสาวรีย์สามกษัตริย์
จังหวัด เชียงใหม่

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล, เรียกร้องให้ตำรวจเคียงข้างประชาชน

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

501-1000

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

15 สิงหาคม 2564 พรรควิฬาร์ร่วมกับประชาคมมอชอและกลุ่มลำพูนปลดแอกชวนชาวเชียงใหม่และชาวลำพูนจัดคาร์ม็อบ “ล้านนาต้านศักดินาทัวร์” ขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อยื่นหนังสือและข้อเรียกร้องต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ณ สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5  ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างประชาชน หลังเกิดเหตุการณ์ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) ใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมม็อบในกรุงเทพหลายต่อหลายครั้ง ทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดเชียงใหม่ยังมีได้แจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กับนักศึกษาที่มาเรียกร้องประชาธิปไตย ทางผู้จัดงานจึงต้องการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดทำร้ายประชาชนและยืนอยู่ข้างประชาชนที่ออกมาชุมนุมตามสิทธิเสรีภาพของตนเอง 

“เพราะตำรวจต้องเป็นตำรวจของประชาชน หยุดรับใช้เผด็จการ ร่วมเคียงข้างประชาชน” ถือเป็นการยกระดับการชุมนุมของคาร์ม็อบเชียงใหม่ที่มีการ “car park” ปิดสถานที่ราชการ

ลำดับเหตุการณ์

เวลา 13.46 น.เริ่มมีประชาชนมาจอดรถรอที่จุดตั้งขบวนอยู่ฝั่งตรงข้าม ปตท.สี่แยกดอนจั่น ช่องทางจราจรด้านใน ซึ่งเดิมปิดการใช้งานอยู่แล้ว ต่อมาเวลา 13.50 น. ผู้ชุมนุมประกาศให้ตำรวจ สภ.แม่ปิงแจ้งข้อกฎหมายและมาตรการต่างๆ และทางผู้ชุมนุมจะไม่ใช้เสียงในระหว่างที่ตำรวจแจ้งรายละเอียด แต่ท้ายสุดตำรวจก็ยังไม่แจ้งข้อกฎหมายใดๆ

เวลา 14.14 น.ผู้จัดเริ่มอธิบายเส้นทางในการเคลื่อนขบวน ระบุด้วยว่า เมื่อถึงเวลา 18.00 น.ไม่ว่าขบวนจะเคลื่อนถึงลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์หรือไม่ก็ตามขอให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมทั้งหมดหยุดรถและบีบแตรพร้อมกัน ต่อมาเวลา 15.00 น. ขบวนเคลื่อนตัวไปตามเส้นทางนัดหมาย วันนี้มีน้องหมาตามเจ้าของมาร่วมคาร์ม็อบพร้อมป้ายติดรถ “เสียตังเลี้ยงหมา ดีกว่าเสียภาษีเลี้ยงควาย”


เวลา 15.40 น. ขบวนของผู้ชุมนุมคาร์ม็อบจากเชียงใหม่และลำพูนเดินทางมาถึงสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 โดยมีมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์เกิน 500 คันร่วมจอดอยู่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 และมีประชาชนกว่า 500 คนลงมาร่วมชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 โดยบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผงเหล็กมากั้นปิดทางเข้า-ออก และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นายประจำการอยู่บริเวณด้านหน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังยืนสังเกตการณ์การชุมนุมอยู่นั้น วิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บริเวณนั้นดังขึ้นโดยมีการประกาศแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ชุดสืบสวนตรวจสอบข้อความของผู้ชุมนุมที่อยู่ในขบวนว่า มีถ้อยคำที่เหมาะสมหรือไม่   ภายในงานเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงขนาดเล็กให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อโรคระบาด COVID-19 แต่ผู้ชุมนุมยังคงยืนยันที่จะชุมนุมกันต่อไป

แกนนำของผู้ชุมนุมจากพรรควิฬาร์ได้อ่านข้อความในหนังสือที่นำมายื่นต่อต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ณ สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างประชาชน โดยแกนนำประกาศว่าผู้ชุมนุมจะไม่สลายตัวจนกว่าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 จะส่งเจ้าหน้าที่ออกมารับหนังสือและข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม

ระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวแทนออกมารับหนังสือ ตัวแทนจาก “เกษตรกร คนจน ปลดแอก”
 ได้นำมะเขือผลผลิตจากพี่น้องเกษตรกรอำเภออมก๋อยซึ่งมีราคาตกต่ำมาแจกให้ผู้ชุมนุมใช้ปาหรือเหยียบลงบนหน้าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 

เวลาต่อมาสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ได้ส่งพันตำรวจโทสุรชัย ท่างาม รองผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธร ภาค 5 ออกมาเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือจากแกนนำ โดยพันตำรวจโทสุรชัยกล่าวว่าจะมีการนำหนังสือดังกล่าวไปมอบให้ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายกฎหมายตรวจสอบ ซึ่งแกนนำผู้ชุมนุมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้ชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้แกนนำยังได้มีการถามย้ำถึงเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการดำเนินคดี 112 กับผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในเชียงใหม่ ซึ่งถูกเรียกตัวไปเข้าพบในวันพรุ่งนี้ (16 ส.ค. 64) 

ข้อเรียกร้องต่อผู้พิทักษ์ราษฎรที่ประจำการอยู่ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ฉบับที่ 1 มีดังนี้

๐ หนึ่ง ปัจเจกชนจะต้องสามารถดำรงไว้ซึ่งเสรีภาพ และความเป็นอิสระในตนเองทั้งหลายดังเช่น อิสระทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ในการดำเนินชีวิต ฯลฯ ของประชาชนไว้ให้มั่นคงได้ซึ่งไม่ขัดต่อผลประโยชน์หรือทำลายดุลยภาพแห่งส่วนรวม
๐ สอง ผู้พิทักษ์ราษฎรจะต้องไม่คุกคามประชาชนตามคำสั่งของรัฐส่วนกลางเนื่องจากการกระทำเช่นนี้ถือเป็นการสมรู้ร่วมคิดกับพวกรัฐสามานต์ในการบ่อนทำลายเสรีภาพประชาชน
๐ สาม การทำงานของผู้พิทักษ์ราษฎรจะต้องดำเนินการบนหลักความเสมอภาค (ไม่มีผู้ใดที่มีสิทธิพิเศษเหนือผู้อื่น)
๐ สี่ สัญญาประชาคมย่อมมีอำนาจเหนือคำสั่งการของรัฐ และอำนาจเหล่านี้ของประชาชนย่อมอยู่เหนือกฎหมายที่มีอยู่เพื่อคงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของรัฐ

ระหว่างนี้ผู้ชุมนุมมีการปามะเขือเทศใส่ภาพของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เวลา 16.47 น. มีตัวแทนออกมารับหนังสือ จากนั้นขบวนเคลื่อนตัวต่อไป

เวลาประมาณ 16.30 น. ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พูดคุยออนไลน์กับณัฐวุฒิ ใสยเกื้อถึงบรรยากาศการเคลื่อนขบวนที่จังหวัดเชียงใหม่ ทัศนัยระบุว่า ขณะนี้ขบวนหลักอยู่บริเวณตำรวจภูธรภาค 5 เขาระบุถึงเหตุผลของการออกมาไล่พลเอกประยุทธ์ในวันนี้ว่า "พลเอกประยุทธ์ไม่มีเกียรติยศและศักดิ์ศรีที่จะมายุ่งเกี่ยวกับการปกครองตั้งแต่วันแรกของการทำรัฐประหาร นำมาสู่ความอัปยศมากขึ้นเรื่อยๆในการเขียนรัฐธรรมนูญ กติกาในเลือกตั้ง คัดเลือกส.ว.และการตั้งพรรคการเมืองปูทางให้ตัวเองมาสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรียิ่งสร้างความอัปยศมากขึ้นเรื่อยๆ"

"ยิ่งไปกว่านั้นแล้วเจ็ดปีของการบริหาร ไม่ใช่วันสองวันนี้ที่พี่น้องประชาชนออกมาประท้วงต่อต้าน ติเตียน กล่าวโทษ มันตั้งแต่วันแรกของการทำรัฐประหารแล้ว มันเป็นเจ็ดปีที่ยาวนานที่ประชาชนอยู่ในฝันร้ายที่มันน่าสะพรึงกลัวและไม่มีทางออก เจ็ดปีแล้วนะครับ ถ้าจะมีรุ่นพี่ประยุทธ์ที่อยู่ในบรรยากาศของการเมืองที่มันขมุกขมัวและมันโหดร้าย พี่น้องประชาชนถูกดำเนินคดีและติดคุก ยังไม่รวมพี่น้องที่ตายไปใจพิษภัยเศรษฐกิจ พิษภัยของการบริหารที่ผิดพลาดของโควิด ถ้าจะมีรุ่นพี่ประยุทธ์ ผมคงนึกถึงกัดดาฟีและซัดดัม ฮุสเซน น่าจะเป็นรุ่นพี่ที่ทำความอัปยศยาวนานพอๆกับประยุทธ์ จันทร์โอชา"

"มันไม่มีเหตุผลที่เราจะอยู่บ้านกินน้ำชาและรดน้ำต้นไม้อยู่เฉยๆและพยายามจะหลอกตัวเองว่า โลกนี้มันเต็มไปด้วยสันติสุขและโลกนี้เต็มไปด้วยความเรียบร้อยอยู่แล้ว มันไม่มีเหตุผลที่ต้องหลอกตัวเองอย่างนั้น ฉะนั้นนี่คือเหตุผลที่แม่น้ำหลายสายไหลรวมกันเพื่อจะถีบประยุทธ์ จันทร์โอชาออกไป คิดว่า มันเลยจุดที่จะขอร้องให้พิจารณาตัวเองให้ลาออก...ต้องถีบออกแล้ว"

ทัศนัยกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับวันนี้คนที่มาร่วมขบวนมีตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ที่น่าสนใจคือ การติดป้าย "No112" ที่หมายความว่า ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่แค่ประยุทธ์ แต่มันคือโครงสร้างความอยุติธรรมที่หมักหมมมาอย่างยาวนาน

เวลา 16.40 น. ผู้ชุมนุมได้เคลื่อนออกจากสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 มุ่งหน้ากลับเข้าเมืองไปยังลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์

เวลา 17.15 น. ผู้ชุมนุมคาร์ม็อบได้เดินทางมาถึงลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผงเหล็กมากั้นปิดทางเข้า-ออกไว้ พร้อมมีกำลังตำรวจกว่า 50 นายควบคุมสถานการณ์อยู่ในพื้นที่ ซึ่งบริเวณนี้การชุมนุมเป็นไปโดยสงบ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเปิดทางให้รถขยายเสียงของผู้ชุมนุมขับเข้าไปยังลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ได้ 

เวลา 18.08 น. บนรถปราศรัยมีการให้ศิลปินนักดนตรีที่ไม่ได้แสดงและไม่มีรายได้เลยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มาขึ้นแสดงดนตรี

เวลา 18.28 น. มีกิจกรรมเอามะเขือส้มเหยียบรูปประยุทธ์อีกครั้ง