#ม็อบ13สิงหา : #ศุกร์13ไล่ล่าทรราช

วันที่2564-08-13

เวลา15:00

สถานที่จาก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จ.กรุงเทพมหานคร ไปยัง กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 13

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

201 - 500

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

501-1,000

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

วันที่ 13 สิงหาคม 2564  กลุ่มทะลุฟ้านัดหมายทำกิจกรรมเรียกร้องให้ประยุทธ์ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการบริหารจัดการของรัฐบาลท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 โดยมีการนัดหมายเวลารวมตัวที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่เกาะพญาไทเวลา 15.00 น. พร้อมเน้นย้ำการต่อสู้อย่างสันติทุกรูปแบบ 

สืบเนื่องจากการทำกิจกรรมของกลุ่มทะลุฟ้าซึ่งเรียกร้องให้ประยุทธ์ลาออกเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564  ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เวลา 15.00 น. โดยนัดหมายเคลื่อนขบวนเวลา 16.00 น.  เพื่อเดินทางไปกรมทหารราบ 1 เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมเวลาประมาณ 15.45 น. เมื่อถึงเวลาตั้งขบวนและทำกิจกรรมเผาศาลเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ผู้ชุมนุมมีการปาสีและสิ่งของไปที่เจ้าหน้าที่ก่อนเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่เข้าจับกุมผู้ชุมนุม ต่อมาทะลุฟ้าประกาศยุติการชุมนุมเวลา 15.55 น.

กิจกรรมในวันนี้ ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า ให้สัมภาษณ์ The Reporters ว่าเป้าหมายของกลุ่มในวันนี้มุ่งหน้าเดินเท้าไปราบที่1 เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่ได้ต้องการจะบุกเข้าพื้นที่ โดยจะมีกิจกรรม นำผลไม้มังคุดกับลำไย ซึ่งราคาในตลาดตกเนื่องจากการบริหารสถานการณ์โรคระบาดของรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งการออกมาแสดงออกครั้งนี้ยืนยันใช้หลักสันติวิธีอย่างถึงที่สุด เพื่อเรียกร้องให้ประยุทธ์ จันทร์โอชาลาออกอย่างไม่มีเงื่อนไข ในพื้นที่กิจกรรม ทะลุฟ้านำป้ายไวนิลขนาดใหญ่ "ปาสีไม่ปาขวด ไม่อยากปะทะกับตำรวจแต่อยากดวลกับประยุทธ์" โดยป้ายมีสัญลักษณ์กากบาทที่ รูปปะทัด ขวด ระเบิด และเครื่องหมายถูกที่ถุงสี เพื่อยืนยันในหลักการสันติวิธี 

เวลาประมาณ 16.30 น. มวลชนตั้งขบวนเดินเท้ามุ่งหน้าไปตามที่หมาย หลังจากแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการเผามังคุดและลำไย ขณะที่หัวขบวนเคลื่อนที่ไปถึงแยกดินแดง ก็มีผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้าไปประชิดตู้คอนเทนเนอร์และมีผู้ชุมนุมที่พยายามจะโยนสิ่งของติดไฟไปหลังแนวคอนเทนเนอร์แต่โยนไม่ข้าม รวมทั้งมีผู้ชุมนุมบางส่วนพยายามติดตั้งอุปกรณ์เพื่อดึงตู้คอนเทนเนอร์ เจ้าหน้าที่จึงเริ่มยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม

ด้านกลุ่มทะลุฟ้าพยายามประกาศให้ใช้แนวทางสันติวิธีและให้ใช้เฉพาะสีตอบโต้เจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่หลังเจ้าหน้าที่ระดมยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาอย่างต่อเนื่อง ในเวลา 17.25 น. เฟซบุ๊กทะลุฟ้าประกาศยุติการชุมนุม ขณะที่รถเครื่องเสียงของทะลุฟ้าก็ปักหลักพยายามระบายคนออกจากพื้นที่

ภายหลังยุติการชุมนุม เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 13 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.ในฐานะโฆษก บช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้าเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า จากการกระทำดังกล่าว พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 14 คัน นำมาตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิด 1 ราย ที่มาชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ได้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทำลายทรัพย์สินทางราชการเสียหาย โดยผู้ต้องหารายนี้เป็นหนึ่งในแกนนำและผู้สั่งการให้ก่อความไม่สงบเรียบร้อยบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง 

นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก Nat Thanakitamnuay รายงานว่าโดนกระสุนแก๊สน้ำตาบริเวณคิ้วขวาของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือลูกนัท จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวส่งไปรักษายังโรงพยาบาล 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ส.ค.64 ทวิตเตอร์มีการแชร์ข่าวว่า (รอตรวจสอบ) ดวงตาขวาของลูกนัทได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ส่งผลให้ดวงตาขวาได้บอดลง ขณะที่ ยาใจ ให้สัมภาษณ์ The Reporters ว่า ยาใจและเครื่องเสียงทะลุฟ้า อยู่ใกล้กับลูกนัทพร้อมทั้งชี้ให้ลูกนัทเห็นว่าที่บนทางด่วนมีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงได้มีการเล็งมาที่บริเวณที่ลูกนัทและยาใจยืนอยู่

อ้างอิง : https://www.matichon.co.th/politics/news_2883989

ลำดับเหตุการณ์

ก่อนถึงเวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นเวลานัดหมาย ทีมงานทะลุฟ้าโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าพวกเขามีข้อเรียกร้องคือให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข โดยในวันนี้ผู้ชุมนุมจะเดินคล้องแขนไปบ้านพล.อ.ประยุทธ์อย่างสันติ และจะหลีกเลี่ยงการปะทะกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน 

ตั้งแต่เวลา 13.45 น. ผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มเข้าพื้นที่เกาะพญาไท อาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ นักดนตรีที่มักร่วมร้องเพลงในการชุมนุมต่างๆเริ่มเล่นดนตรีรอผู้ร่วมชุมนุม ธนัตถ์ ธนากิจอำนวยหรือลูกนัท เปิดปราศัยเกี่ยวกับปัญหาของกองทัพ ว่าทหารที่เสียชีวิตในแนวหน้าล้วนเป็นทหารชั้นผู้น้อย ทหารระดับผู้บังคับบัญชาไม่เคยไปแนวหน้า คนเหล่านี้เอาแต่สั่งการให้ทหารชั้นผู้น้อยหรือเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนออกมาสู้กับประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นต้องยุติได้แล้ว ต้องมีการทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ทหารชั้นผู้น้อยมีสิทธิไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

14.28 น. มีการประกาศให้การ์ดแนวหน้ามารับผ้าซับแก๊สน้ำตา

14.50 น. ตำรวจปิดการจราจรที่แยกดินแดง มีการนำลวดหนามหีบเพลงวางที่ถนนอโศก-ดินแดง ทางเบี่ยงก่อนเข้าวิภาวดี และบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง ฝั่งประชาสงเคราะห์ รวมทั้งวางแนวตู้คอนเทนเนอร์ปิดถนนบริเวณทางลงทางด่วนดินแดง 

14.54 น. รถทีมทะลุฟ้าเข้าพื้นที่มีรถเครื่องเสียงแบบติดบนกระบะมาด้วย 

15.12 น. ยาใจ ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า ให้สัมภาษณ์ The Reporters ว่าเป้าหมายของการเดินทางไปราบที่1 วันนี้ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่ได้ต้องการจะบุกเข้าพื้นที่ โดยในวันนี้จะมีกิจกรรม นำผลไม้มังคุดกับลำไย ซึ่งราคาในตลาดตก เนื่องจากการบริหารสถานการณ์โรคระบาดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งการออกมาแสดงออกครั้งนี้ยืนยันใช้หลักสันติวิธีอย่างถึงที่สุด เพื่อเรียกร้องให้ประยุทธ์ จันทร์โอชาลาออกอย่างไม่มีเงื่อนไข 

15.14 น. บรรยากาศอนุสาวรีย์ชัย มวลชนรวมตัวกันมากกว่า 100 คน กระจายกันทั่วเกาะพญาไท 

15.31 น. มีป้ายไวนิลขนาดใหญ่ปาสีไม่ปาขวด ไม่อยากปะทะกับตำรวจแต่อยากดวลกับประยุทธ์ โดยป้ายมีสัญลักษณ์กากบาทที่ รูปปะทัด ขวด ระเบิด และเครื่องหมายถูกที่ถุงสี 

15.33 น.  กลุ่มผู้ชุมนุมลงพื้นผิวถนน เพื่อติดป้ายไวนิลสีขาวบริเวณรั้วอนุสาวรีย์ชัย ระหว่างเกาะพญาไทและเกาะราชวิถี มีลูกนัทช่วยผูกป้าย มีการผูกป้ายผ้าประยุทธ์ออกไปบริเวณรั้วใกล้ป้ายไวนิล 

15.39 น. ผู้ชุมนุมเอากรวยจราจรปิดช่องทางติดฐานอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีการโบกรถให้เบี่ยงออกจากช่องทางดังกล่าวไป 

 15.43 น. ทะลุฟ้านำลำไยและมังคุดอย่างละ 300 โล มาเทบริเวณถนนหน้าเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัย ล้อมรอบผลไม้ด้วยกองฟาง 

15.46 น. ยาใจและแม่ช้อย กล่าวว่า การบริหารงานประยุทธ์จันทร์โอชา ทำให้เรื่องไม่ปกติเป็นเรื่องปกติ เจ็ดปีที่ผ่านมาไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เมื่อมีโควิด แต่ต้องเกรงกลัวต่อความอดยากและความตายรออยู่ ประเทศที่ล็อกดาวน์แต่ยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสูงขึ้น เราจึงต้องออกมาเรียกร้อง  

15.49 น. ทีมงานนำเชือกมากั้นเป็นแนวปิดถนนบริเวณจัดกิจกรรม 

15.54 น. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้ปราศรัยปราศรัยเกี่ยวกับความล้มเหลวของรัฐบาลประยุทธ์ ย้ำเรื่องการเรียกร้องเรื่องอิสระ และการรับฟังประชาชน รวมถึงเรื่องงบปี 65 

16.03 น. ลูกนัทปราศรัยเรื่องเศรษฐกิจ ถ้าเราไม่มีรัฐบาลที่มาจากประชาชนไม่มีทางที่ปัญหาเศรษฐกิจจะถูกแก้ไข กองทัพมีไว้ทำไม? อาวุธสงครามซื้อไปทำไม? 

16.13 น. รถพยาบาลผ่านเข้ามาในวงเวียนอนุสาวรีย์ มีทีมงานช่วยโลกรถให้ผ่านไป ไดโน่เองก็ประกาศให้หลบทางให้รถพยาบาล ใช้เวลาประมาณ 1 นาที 

16.21 น. หลังจากเผาลำไยและมังคุดทะลุฟ้าเตรียมตั้งขบวนเดินไปราบ1 โดยด้านหน้าขบวรคือทีมสันติวิธี หน้าสุดคือมอเตอร์ไซต์-มวลชน-รถเครื่อง-และรถพยาบาล 

16.26 น. มวลชนตั้งขบวนและคล้องแขนกันบริเวรเกาะราชวิถี โดยหลังจากมวลชนคือรถเครื่องเสียงและรถพยาบาลตามลำดับ 

16.28 น. ขบวนเคลื่อนจากถนนหน้าเกาะราชวิถี ไปทางเกาะพหลโยธิน มุ่งหน้าถนนราบ 1  

16.36 น. ที่บริเวณแยกดินแดง มีการประกาศจากเจ้าหน้าที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ขณะที่มีเสียงดังคล้ายประทัด มีผู้ขับขี่มอเตอร์ไซต์บางส่วน มีการขว้างปาสิ่งของเข้าไปหลังแนวคอนเทนเนอร์ บริเวณหน้าแนวคอนเทนเนอร์ 

16.42 น. ท้ายขบวนยังอยูอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 

16.45 แนวคอนเทนเนอร์ มีผู้ชุมนุมที่มาถึงก่อน พยายามจะโยนไฟเข้าไปแต่โยนไม่ข้าม 

16.48 น. ปิดการจราจรถนนราชปรารภ ฝั่งเลี้ยวขวาเข้าอโศก-ดินแดง 

16.50 น. เสียงนกหวีด คฝ. เรียกรวม แหล่งชุมนุมนายทหาร ในรพ.พระมงกุฎเกล้า 

16.51 น. หัวขบวนถึงแยกดินแดง 

16:52 น. มวลชนบางกลุ่มที่ไปประชิดแนวตู้คอนเทนเนอร์เริ่มยิ่งพรุ ไป สามครั้ง 

16.54 น. มวลชนอิสระถึงหน้าตู้คอนเทนเนอร์ทางไปราบ.1 ส่วนมวลชนทะลุฟ้าเพิ่งเดินถึงแยกดินแดง  

16.57 น. ขบวนทะลุฟ้าถึงแนวคอนเทนเนอร์ กลุ่มทะลุฟ้าประกาศจะไม่ใช้ความรุนแรง แต่ถ้ามีการใช้แก๊สน้ำตาหรือกระสุนยาง ทางทะลุฟ้ามีสีของทะลุฟ้าในการตอบโต้ 

17.08 น. บริเวณแนวประชิดตู้คอนเทนเนอร์มีความพยายามในการนำตู้คอนเทนเนอร์ลงด้วยเชือก 

17.10 น. ไลฟ์ The Reporters  มีรายงานว่าผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยาง 

17.10 น. ผู้ชุมนุมฝั่งมิตรไมตรีย้อนกลับมาที่แยกดินแดง มีการตะโกนว่า “บนสะพานมาแล้ว” 

17.11 น. ทะลุฟ้าประกาศให้มวลชนทะลุฟ้ามาอยู่หลังป้ายประยุทธ์ออกไป และถ้าจะตอบโต้ขอให้ตอบโต้แบบสันติวิธีคือสีเท่านั้น 

17.10 น. มวลชนส่วนใหญ่อยู่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ขณะที่ควบคุมฝูงชนเคลื่อนขึ้นบนสะพานทางด่วน พร้อมโล่ดำ มีการใช้กระสุนยาง   มวลชนบางส่วนพยายามขว้างปาสิ่งของไปบนทางด่วน 

17.15 น. ยาใจบอกว่า ขอให้คฝ.หยุดการกระทำเดี๋ยวนี้นี่คือเสียงจากประชาชน 

17.16 น. มีเสียงดังปังไม่น้อยกว่า 7 ครั้ง 

17.17 น. ยาใจประกาศให้มวลชนด้านหน้าไม่ใช้ความรุนแรง มีมวลชน2คนปีนป้ายประกาศโทลล์เวย์ 

17.19 น. ทะลุฟ้าประกาศให้มวลชนถอยหลังสามก้าว ก่อนจะใแก๊สน้ำตาหลายกระป๋องมาตรงจุดรถทะลุฟ้า มวลชนวิ่งออกจากแนวปะทะ

17.20 น. ตำรวจยิงแก๊สน้ำตามากลางแยกดินแดง 

17.25 น.  เพจทะลุฟ้าประกาศยุติการชุมนุม

17.32 น. ไดโน่บอกว่า หยุดใช้ความรุนแรง หยุดปาข้าวของ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงกับพวกเขา เราอย่าตอบโต้ ถอยหลังออกมาครับพี่น้อง ถอยออกมาไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน ถอยออกมาครับ

17.33  น.  ไลฟ์ the standard รถปราศรัยทะลุฟ้าอยู่ตรงสามเหลี่ยมดินแดง ให้มวลชนถอยหลัง เรามาอย่างสันติ หยุดขว้างปาสิ่งของ  และประกาศยุติการชุมนุม 

17.35  น.  ผู้สังเกตการณ์รายงานว่าลูกนัท ได้รับบาดเจ็บที่ตา

17.37 น. ตำรวจชะลอการยิงแก๊สน้ำตา ตี้-วรรณวลี ประกาศว่า ให้พี่น้องกลับมา เวลาเดียวกันผู้ชุมนุมเริ่มกลับไปแยกดินแดงอีกครั้ง

17.38 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาอีกครั้ง 

17.39 น. รถเครื่องเสียงประกาศให้พี่น้องกลับทางราชปรารภ 

17.45 น. มวลชนบางส่วนยังคงเดินเข้าแนวตู้คอนเทนเนอร์ รถเครื่องเสียงยังคงประกาศว่าการชุมนุมยุติการชุมนุมและขอให้พี่น้องเดินทางกลับ 

17.51 น. เจ้าหน้าที่ประกาศ ตักเตือนผู้ชุมนุมเป็นระยะ การชุมนุมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์พอสมควรแล้ว ถ้าทำลายแนวทางตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนการควบคุมฝูงชน เจ้าหน้าที่ประกาศต่อเนื่องว่า ให้กลับบ้าน 

17.56 น. ฝนตกแล้ว ผู้ชุมนุมหลบริมทางและขับรถถอยจากแยกดินแดง มีการเผาบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง 

17.59 น. บริเวณหน้าแนวคอนเทนเนอร์ แม้ว่าฝนจะตก แก๊สน้ำตายังถูกยิงมาต่อเนื่องจากบนทางด่วน 

18.10 น. สถานการณ์ที่แยกดินแดง-ไทยวิวัฒน์ประกันภัยสงบเรียบร้อยดี มีผู้ชุมนุมหลบฝนและประกาศผ่านโทรโข่งว่า ศาลให้ประกันตัวปูน-ธนพัฒน์ กาเพ็งแล้ว หมอทศพรบอกว่า อยากให้ทุกคนระวังตัว และถามว่า ใครได้ฉีดวัคซีนแล้วยกมือ ใครที่ไม่ได้ฉีดพยายามติดตามหาที่ฉีด คนที่ฉีดแล้วก็ต้องเข้มงวดกับตัวเอง ใส่แมสก์ ล้างมือ 

18.14 น. มีการฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตามาจากฝั่งตรงข้ามคอนเทนเนอร์ 

18.21 น. ผู้ชุมนุมวิ่งจากแยกดินแดงย้อนกลับมาทางไทยวิวัฒน์และบอกผู้ชุมนุมและประชาชนที่รอฝนซาให้ถอยหลังไปจากบริเวณนี้ รถจีโน่ฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตา 

18.23 น. มวลชนเดินเข้าไปในแนวถนนวิภาวดีขาเข้า (ทางขวามือของถนนที่มีคอนเทนเนอร์) 

18.24 น. ผู้ชุมนุมจากแยกดินแดงย้อนลงไปทางสามเหลี่ยมดินแดงแล้ว 

18.25 น. ที่ตึกไทยวิวัฒน์ประกันภัย ได้มีผู้ชมนุม รวมทั้งสื่อมวลชนเข้าหลบฝน ต่อมามีกลุ่มวัยรุ่นวิ่งฝ่าสายฝนบอกว่าตำรวจไล่มา ทำให้ผู้ชุมนุมต่างกรูกันวิ่งบ้างก็วิ่งเข้ามาหลบฝนใต้ตึกไทยวิวัฒน์ บ้างก็วิ่งฝ่าฝนย้อนกลับไปทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ต่อมามีการยิงเเก็สน้ำตา เเละกระสุนยางเข้ามาตรงใกล้กับจุดที่สื่อมวลชนหลบฝนทำให้สื่อมวลชนผู้ชุมนุมวิ่งขึ้นไปหลบตรงอาคารลานจอดรถ ซึ่งใต้อาคารคละคลุ้งไปด้วยเเก๊สน้ำตามีผู้ได้รับบาดเจ็บใช้ห้องน้ำประจำจุดเเต่ละชั้นล้างตา รายงานข่าวแจ้งว่านักข่าววอยซ์ทีวี เเละช่างภาพหญิงสำนักข่าวแห่งหนึ่งโดนกระสุนยางยิงเจ็บเล็กน้อยขึ้นมาหลบบนตึกอาคารจอดรถ 

ต่อมามติชนออนไลน์รายงานบทสัมภาษณ์ของพิชิตศักดิ์ แก่นนาคำ ผู้สื่อข่าวกองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์ หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ ระบุว่า เวลาประมาณ 18.00 น.เป็นต้นมา เกิดฝนตกหนัก ผู้ชุมนุมเริ่มแยกย้ายกันหลบฝนตามจุดต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็หยุดยิงแก๊สน้ำตาชั่วคราว กล่าวคือ เป็นช่วง ‘พักยก’ สื่อมวลชนก็หลบฝนเช่นกัน โดยเกาะกลุ่มใต้ชายคาอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง มีผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งหลบอยู่ด้วยกันปะปนกับนักข่าว ต่อมา เมื่อฝนซา ผู้ชุมนุมชวนกันวิ่งไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยบอกเหตุผลว่า มีรถตำรวจมา ดังนั้น จึงเหลือเพียงกลุ่มสื่อมวลชนเป็นหลัก 

ในช่วงเวลานั้นเอง ตำรวจควบคุมฝูงชนเดินเท้าเข้ายิงกระสุนยางใส่พวกตนอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่แสดงตัวอย่างชัดเจนว่าเป็นนักข่าว จนต้องพากันวิ่งหนีเข้าไปในอาคารประกันภัยไทยวิวัฒน์ซึ่งอยู่ใกล้เคียง

“ตอนนั้นกลุ่มที่หลบฝนอยู่ตรงตึกแถวใกล้ตึกไทยวิวัฒน์ ส่วนใหญ่คือสื่อมวลชน รวมแล้ว 10 กว่าคน มีทั้งสื่อโทรทัศน์ ออนไลน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อต่างประเทศ มีปลอกแขนกันทุกคน แต่ตำรวจเดินเท้ามาเป็นแผง รัวยิงกระสุนยาง สื่อพยายามชูแขนให้เห็นว่าเป็นนักข่าว ช่างภาพก็ยกขาตั้งกล้องให้ดู เราพยายามแสดงตัวแล้วว่าเป็นสื่อ ถ้ายิงมานัดเดียว ยังเข้าใจได้ แต่นี่ยิงรัวมาเลย ผมโดนกระสุนยางที่ขา เป็นจ้ำแดงๆ เจ็บ แต่ไม่ถึงขนาดเป็นแผล นักข่าวต่างประเทศคนหนึ่ง บอกให้พวกเราก้มหัว แล้ววิ่งเข้าตึก ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นตึกไทยวิวัฒน์ ช่วงนั้น น่าจะโดนกันหลายคน เพราะนอกจากผม เท่าที่ทราบก็ยังมีน้องช่างภาพผู้หญิงจากอีกสำนักข่าวหนึ่งโดนกระสุนยางที่ขาเหมือนกัน

พอเข้าไปในตึก เจอผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งหลบอยู่ข้างในก่อนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ไม่กี่วินาทีต่อมา มีแก๊สน้ำตาเข้ามาในตึก ยามบอกว่าให้ขึ้นไปบนลานจอดรถ เลยพากันวิ่งไปถึงชั้น 5 สำหรับประเด็นแก๊สน้ำตา ถ้าให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ อาจไม่ได้ตั้งใจยิงใส่สื่อมวลชน แต่เป็นการยิงแถวนั้น แล้วฟุ้งเข้ามาถึงในตึก จึงวงแตก จังหวะนั้น ชุลมุนมาก สิ่งที่น่าห่วงต่อไปคือ เราแสดงตัวอย่างเต็มที่แล้วว่าเป็นสื่อมวลชน บางคนยกกล้อง ชูขาตั้งกล้อง แสดงปลอกแขน แต่ก็ยังมีการรัวกระสุนยาง ตอนนั้นยอมรับว่าเริ่มมีอารมณ์ มีคนตะโกนกลับไปว่า ก็บอกว่าสื่อๆๆ จะยิงกันทำไม” 

อ้างอิง : https://www.matichon.co.th/politics/news_2884885

18.27 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเรียงแถวออกมาจากคอนเทนเนอร์ ยิงกระสุนยางและประกาศให้สื่อมวลชนอยู่กับที่และนั่งลง 

18.27 น. เจ้าหน้าที่ประกาศขอคืนพื้นที่ เรียกรถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้ามาพื้นที่ 

18.29 น. ตำรวจยิงแก๊สน้ำตามาทางซอยบุญอยู่ 

18.31 น. ตำรวจพร้อมรถฉีดน้ำเดินเข้ามาทางซอยร่วมมิตร 
ผู้สังเกตการณ์รายงานว่ามีรถจีโน่หนึ่งคันที่แยกดินแดง เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนตะโกนให้สื่อนั่งลงก่อนจะยิงกระสุนยางไปทางอโศก-ดินแดง 

18.31 เจ้าหน้าที่ประกาศพ.ร.บ.ฉุกเฉิน และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม และขอให้แยกย้ายกันกลับ 

18.32 น. ตำรวจประกาศให้เดินทางกลับบ้านและยุติการกระทำ  เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่เสมอแนวไฟแดงแยกดินแดงก่อนเข้าวิภาวดี 

18.35 น. การจราจรยังไม่มีการปิดถนน รถยนต์ทั่วไปผ่านเข้ามาที่แยกดินแดงและต้องกลับรถกลับไปที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง 

18.36 น. เจ้าหน้าที่ประกาศให้สื่ออยู่หลังแนวตำรวจ สื่อมากกว่ายี่สิบคนอยู่บนฟุตบาททางเลี้ยวซ้ายไปวิภาวดี  ขณะที่บริเวณใต้ทางด่วนดินแดง มีรถจีโน่สองคัน 

18.43 น. มีเสียงคล้ายพลุทางฝั่งแฟลตดินแดง 

18.44 น. รถฉีดน้ำมาจอดบริเวณเกล้าสยามคอนโด หยุดนิ่ง คฝ.ที่ตามมามีจำนวนไม่มากนัก  ยังมีรถยนต์สัญจรผ่านไปมาอยู่ 

18.46-18.47 น. เสียงปัง 5 ครั้งจากแยกสามเหลี่ยมดินแดง 

18.48 น. ตำรวจประกาศว่า ขอให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่บนทางเท้า ไม่ลงผิวถนน ตอนนี้กทม.เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามมีการชุมนุม ขอให้ประชาชนแยกย้าย จะไม่จับกุมหากพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือ 

18.49 น. เสียงปัง 1 ครั้งจากแฟลตดินแดง 

18.53 น. ตำรวจเดินกวาดถนนย้อนมาจากสามเหลี่ยมดินแดงจากแยกดินแดง รถฉีดน้ำยูเทิร์นกลับแยกดินแดง 

18.56  เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนมากกว่าสองกองร้อยจากแนวสามเหลี่ยมดินแดงเดินกลับมารวมกันที่แยกดินแดง บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง คฝ.เริ่มถอยแนวและมีการยิงกระสุนยางกัน 

เวลา 19.00 น. คฝ.สามารถกระชับพื้นที่แยกสามเหลี่ยมดินแดงได้สำเร็จ จากนั้นได้ตั้งแนวหันหน้าเข้าถนนดินแดง มุ่งหน้าแยกพระราม 9 นอกจากนี้ยังมีการจัดกำลังตำรวจ คฝ.นั่งบนท้ายกระบะ ซึ่งคาดว่าเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่เตรียมเข้าจับกุมผู้ชุมนุม 

19.08 น. ยังมีผู้ชุมนุมอยู่ที่เชิงสะพานข้ามแยกสามเหลี่ยมดินแดง ตำรวจถอยไปบริเวณซอยบุญอยู่ ผู้ชุมนุมประมาณ 10  คนส่วนมากมีรถมอไซรวมตัวกันใกล้ทางขึ้นสะพานช้ามสามเหลี่ยมดินแดง 

19.10 น. ผู้ชุมนุมอิสระมาเผชิญ งหน้ากับตำรวจที่แนวซอยบุญอยู่ ตะโกนว่า ควย พวกทำร้ายประชาชน 

19.11 น. เสียงปัง 1 ครั้ง มีการใช้แก๊สน้ำตา 

19.13 น. ขบวนรถตำรวจวิ่งเข้ามาจากสามเหลี่ยมดินแดงผ่ากลางผู้ชุมนุม  จากนั้นใช้แก๊สน้ำตายิงและไล่ผู้ชุมนุมกลับมาอีกครั้ง เพื่อกระชับพื้นที่ให้มวลชนออกจากพื้นที่ 

19.13 มีรถตู้ตำรวจ รถกระบะ และรถผู้ต้องขังขับทาทางสามเหลี่ยมดินแดง ถนนราชวิถีขาเข้า ผู้ชุมนุมมีการปาก้อนหินใส่รถตู้ ทำให้กระจกรถตู้ 2 คันแตก(เท่าที่เห็น) หลังจากนั้นจึงมีเสียงยิงกระสุนยางและเจ้าหน้าที่เริ่มดันแนวมาทางแยกดินแดง 

19.22 น.  คฝ. ขึ้นรถกระบะคันละ 6 นายเพื่อเข้าปฎิบัติการ โดยตั้งขบวนเป็น 2 เส้นทางคือ เส้นทางมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังพระรามเก้า 

19.28 น. คฝ.ยิงแก๊สน้ำตาไปทางราชวิถี 

ขณะที่เมื่อเวลา 19.30 น.ถนนดินเเดงหน้าตึกไทยวิวัฒน์ประกันภัยเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเส้นทางจราจรฝั่งมุ่งหน้าถนนวิภาวดีรังสิตเเล้ว 

19.34 น.ขยับพ้นแนวเข้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 

19.27 น. ตำรวจใช้ปืนยาวยิง ไม่แน่ชัดว่า แก๊สน้ำตาหรือกระสุนยางจากบนสะพาน 3 นัด 

20.09 น. มีการประกาศว่า “กลับบ้านเถอะครับน้อง” ก่อนจะมีเสียงดังปั้ง ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

20.53 น. ที่แยกดินแดง บริเวณตรงข้ามแฟลตดินแดง มีเหตุปะทะอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลประมาณ 6 – 10 คนที่มีปืนจริง จึงให้เจ้าหน้าที่อยู่หลังแนวตำรวจ  ยังมีการยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมบริเวณดังกล่าว 

กระทั่งเวลา 21.15 น. บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง สถานการณ์ทั่วไปสงบ ผู้ขุมนุมออกนอกพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจถอนกำลังกลับ