#ม็อบ10สิงหา : คาร์ม็อบใหญ่ไล่ทรราช

วันที่2564-08-10

เวลา13:00

สถานที่จาก แยก ราษฎรประสงค์ จ.กรุงเทพมหานคร ไปยัง คิง พาวเวอร์ รางน้ำ จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 92

วัตถุประสงค์การชุมนุม

-

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

มากกว่า 5,000

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

10 สิงหาคม 2564 แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนัดรวมตัวกันที่แยกราชประสงค์ วันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีการชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต การจัดกิจกรรมวันนี้จะจัดในรูปแบบคาร์ม็อบ เดิมทีการนัดหมายรวมตัวกันในวันธรรมดาและช่วงกลางวันเช่นนี้อาจมีผู้ชุมนุมไม่มากนัก แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายในช่วงเวลา 13.00 น. รถยนต์เต็มพื้นที่แยกราชประสงค์ 

สถานการณ์สำคัญ คือ การเดินหน้าจับกุมนักกิจกรรม 12 คนเมื่อวานนี้ 10 ใน 12 คนศาลสั่งไม่ให้ประกันตัวไปแล้ว  ศาลจังหวัดธัญบุรีมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวนักกิจกรรม 9 คนในคดีชุมนุม #ม็อบ2สิงหา ที่หน้าตชด. ภาค 1 ในจำนวนนี้มีเพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์และฮิวโก้-สิริชัย นาถึง แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม รวมทั้งณัฐชนน ไพโรจน์และไมค์-ภาณุพงศ์ จาดนอก สองผู้ปราศรัยบนเวทีธรรมศาสตร์จะไม่ทน 

ขณะที่ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษาในคดี #ม็อบ3สิงหา ที่สน.ทุ่งสองห้องและสั่งถอนประกันตัวเพนกวิน-พริษฐ์ โดยไม่ได้ไต่สวนถอนประกันก่อน ซึ่งทั้งสองคำสั่งลงนามโดยชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ในคลื่นการเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม 2564 นั้นชนาธิปเป็นหนึ่งในผู้พิพากษาที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ย้อนไปถึงปี 2553 คดีอากง-อำพล ตั้งนพกุล คดีส่งเอสเอ็มเอสไปยังโทรศัพท์ของเลขานุการอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชนาธิป ผู้พิพากษาที่รับผิดชอบคดีในขณะนั้นสั่งจำคุกรวม 20 ปี ต่อมาอากงเสียชีวิตระหว่างการรับโทษในปี 2555

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีผู้ถูกจับกุมจำนวน 42 คน เป็นเยาวชน 14 คน (ปล่อยตัวแล้ว2คน) และ ประชาชนอีก 28 คน ขณะที่มีรายงานการจับกุมทีมงานและรถเครื่องเสียงของเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีไปช่วงกลางดึกหลังจบงานด้วย

ลำดับเหตุการณ์

๐ 12.00 น. ผู้ชุมนุมเริ่มมารวมตัวกระจัดกระจายกันตั้งแต่แยกราชประสงค์ไปจนถึงสะพานก่อนเข้าแยกประตูน้ำ 

๐ 12.06 น. แยกราชประสงค์ ตำรวจจราจรเริ่มเข้าพื้นที่จัดการรถยนต์ที่จอดรอนัดหมายบริเวณฝั่งตรงข้ามเดอะมาร์เก็ต

๐ 12.17 น. แยกดินแดง ทางไปราบ 1 ตำรวจนำแผงเหล็กและรถผู้ต้องขังเล็กมาเตรียมไว้แล้ว

๐ 12.24 น. ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรถฉีดน้ำหนึ่งคัน พร้อมตำรวจชุดคุมฝูงชนวางกำลังจำนวนมาก ด้านนอกตำรวจพร้อมอุปกรณ์ป้องกันวางกำลังประมาณหนึ่งกองร้อย โดยมีการใช้ผ้าใบคลุมปิดป้ายไว้ด้วย

๐ 12.27 น. ปิดสกายวอร์คฝั่งเซ็นทรัลเวิร์ด

๐ 12.30 น. ถนนราชดำริห่างจากรพ.จุฬาฯเล็กน้อยตำรวจตั้งด่าน มีกล้องวงจรปิดสองตัว

๐ 12.56 น. พบว่า ตำรวจจราจรนำใบสั่งไปติดตามรถที่มาจอดรอเคลื่อนขบวน มีรายงานว่า รถของสื่อมวลชนก็ได้รับใบสั่งเช่นกัน

๐ 12.58 น. ผู้กำกับการ สน.ลุมพินีมาประกาศแจ้งเตือนข้อกฎหมายเช่น ข้อกำหนดนายกรัฐมนตรีฉบับ ที่ 24, ประกาศผู้บัญชาการทหารสูงสุดและประกาศกทม. ที่ 36 ยังไม่มีการสั่งให้เลิกการชุมนุม เมื่อประกาศเสร็จผู้ชุมนุมชูสามนิ้วและตะโกนเผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ

๐ 13.02-13.05 น. ตำรวจข้ามกลับไปทางเดอะมาร์เก็ต ผู้ชุมนุมเดินแห่ตามไปและตะโกนต่อว่าด้วยความไม่พอใจถามว่า ตำรวจรับใช้ใคร ที่ชานบันไดเดอะมาร์เก็ต ตำรวจหยุดเดินและหันมาเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุม ทำให้สองฝ่ายอยู่ในระยะประชิด มีตำรวจบางนายดันตัวเพื่อนๆให้กลับเข้าไปในเดอะมาร์เก็ต ผู้ชุมนุมตามไปที่ประตูทางเข้า ตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งโบกมือให้พอ ผู้ชุมนุมยอมทำตาม เท่าที่เห็นไม่มีการขว้างปาสิ่งของ มีเพียงการต่อว่าด้วยคำหยาบคายบ้างและการชูป้าย

๐ 13.36 น. ตัวแทนประกาศว่า มีการวางกำลังที่วิภาวดีแล้ว รถฉีดน้ำอยู่ที่ปตท.ราบ 1 ขอแสดงความเสียใจด้วยว่า วันนี้เราไม่ไปราบ 1 “หรือเราจะไปดี?” โดยกิจกรรมจะจบไม่เกิน 18.00 น. 

๐ 14.34 น. แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯประกาศจะไปซิโนไทย คลองเตย ท้ายขบวนยังอยู่ก่อนเข้าแยกเพลินจิต ระหว่างทางหากมีรถพยาบาล จะมีผู้ชุมนุมโบกให้รถในขบวนและรถอื่นๆที่ไม่ได้ร่วมขบวนหลบทางจนสามารถผ่านไปได้

๐ 14.58 น. ที่หน้าซิโนไทย เบนจา อะปัญอ่านประกาศแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฉบับที่ 2 เรื่อง ประกาศเป้าหมาย “นายทุน-ขุนศึก-ศักดินา” และการเมืองหลังระบบประยุทธ์ ราษฎรทั้งหลาย สรุปว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจในปี 2557 ให้คำมั่นว่า จะเข้ามาปฏิรูปให้ประเทศก้าวหน้า แต่เกิดการสืบทอดอำนาจ แต่งตั้งคนสอพลอขึ้นดำรงตำแหน่ง ในสถานการณ์โรคระบาดยังคงแบ่งปันผลประโยชน์แต่ชนชั้นนำปล่อยให้ประชาชนป่วยไข้ และเสียชีวิตตามยถากรรม ตกต่ำทางเศรษฐกิจ ตกต่ำทางสาธารณสุข ตกต่ำทางการศึกษา ตกต่ำในเสรีภาพในการแสดงออก ตกต่ำในความศรัทธาต่อทุกสถาบัน ตกต่ำในความเป็นมนุษย์

เหตุแห่งความตกต่ำทั้งหมดนั้น เป็นเพราะสถาบันการเมืองล้วนแล้วแต่รักษาอำนาจอย่างไม่รู้จักพอ ไม่ยอมแสวงหาวัคซีนที่มีคุณภาพและหลากหลาย ยังผยอง ปฏิเสธความช่วยเหลือจากนานาชาติ ดังเช่นไม่ยอมเข้าร่วมโครงการ COVAX เสียแต่เนิ่นๆ

เรียกร้องให้การเมืองหลังระบอบประยุทธ์ดําเนินภารกิจ เร่งด่วนเฉพาะหน้าที่รัฐบาลปัจจุบันไม่มีความตั้งใจจะทํา และทําไม่ได้ มีดังต่อไปนี้

๐ ควบคุมสถานการณ์โรคระบาดให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ประชาชนในชาติได้รับการตรวจ รักษา และป้องกันโรคระบาดได้อย่างมีคุณภาพ ทั่วถึง ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่เสียเวลาลงทะเบียนและขั้นตอนที่ยาวนาน เสียจนเป็นการฆ่าคนตาย อย่างขั้นตอนในระบบราชการ

๐ แก้ไขวิกฤติการณ์เศรษฐกิจให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพและดํารงชีวิตได้โดยปกติสุข

๐ ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นเพื่อเป็นช่องทางให้ทรราชประยุทธ์ จันทร์โอชาได้สืบทอดอํานาจของตน และร่างรัฐธรรมนูญประชาชนขึ้นใหม่ทั้งฉบับ

๐ ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างสถาบันการเมือง สถาบันกองทัพ สถาบันศาล สถาบันกษัตริย์ รวมถึงสถาบันอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ และประเทศชาติมีประชาธิปไตย
คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ประชาชนเดี๋ยวนี้

จากนั้นขบวนเคลื่อนไปที่บ้านพักของธรรมนัส พรหมเผ่าที่ถนนพระรามเก้า มีการแขวนหุ่นศพและประกาศเคลื่อนไปที่คิงพาวเวอร์รางน้ำ ตาม Live สดของแนวร่วมธรนรมศาสตร์และการชุมนุม ในเวลา 16.48 น. รถเครื่องเสียงซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่เป็นหัวขบวนคาร์ม็อบ เดินทางถึงตึกคิงพาวเวอร์ ซอยรางน้ำซึ่งเป็นจุดหมายหลักแห่งที่สาม พิธีกรบนรถเครื่องเสียง กล่าวว่า เครือข่าย 'คิง พาวเวอร์' เป็นแหล่งทุนที่สนับสนุนประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ขึ้นมามีอำนาจอย่างไม่ชอบธรรม เป็นกลุ่มเครือข่ายเดียวที่ได้รับสัมปทานในการขายสินค้าโดยงดเว้นภาษี ผูกขาดเจ้าเดียวมาตลอด สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้ เป็นสิ่งที่เราเห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันในการขายสินค้า

นอกจากนี้ พิธีกรรถเครื่องเสียงระบุ ยืนยันในหลักสิทธิและเสรีภาพ และหลักสันติวิธี จะไม่มีการใช้ความรุนแรงในการประท้วง

เวลา 17.02 น. ผู้ชุมนุมที่ร่วมคาร์ม็อบ นำสีแดงไปสาดที่ป้ายของตึกคิง พาวเวอร์ ซอยรางน้ำ ผู้ปราศรัย กล่าวว่า "เราจะสาดสี เราจะไม่ใช้ความรุนแรง ไม่มีขวด ไม่มีปิงปอง เราจะสาดสี และสิ่งเน่าเหม็นเข้าไปในตึก เข้าไปให้นายทุนเผด็จการ สีที่สาดไป คือ สีแดง คือเลือดของประชาชน มันคือตัวแทนของเลือดเนื้อของชีวิต ซึ่งจะบ่งบอกว่า ประเทศนี้ต้องเป็นของประชาชนเท่านั้น สิ่งเน่าเหม็นเหล่านี้มันคือตัวแทนที่จะบอกว่า ความเน่าเหม็นของนายทุนเผด็จการมันน่ารังเกียจ น่าขยะแขยง นายทุนฟังไว้ คุณคือศัตรูของประชาชน"

จากนั้นแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมประกาศยุติการชุมนุมและพิธีกรบนรถเครื่องเสียงชวนผู้ร่วมคาร์ม็อบตะโกนพร้อมกันว่า 'ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎรจงเจริญ' ก่อนประกาศให้ทุกคนแยกย้ายและเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

+++การเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมอิสระและตำรวจที่แยกดินแดง+++

๐ 16.26 น. แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมประกาศเคลื่อนขบวนจากบ้านธรรมนัส พรหมเผ่า บริเวณถนนพระรามเก้าไปยังคิงพาวเวอร์ ซอยรางน้ำ การเคลื่อนขบวนวิ่งผ่านถนนอโศก-ดินแดง ข้ามแยกดินแดง หัวขบวนเป็นกลุ่มมอเตอร์ไซด์และรถยนต์จำนวนหนึ่งไปเจอกับแนวตำรวจที่ตั้งแถวกั้นถนนวิภาวดีทางไปกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ราบ 1)

๐ 16.36 น. มีผู้ชุมนุมบางส่วนไปยืนที่กลางแยกดินแดง อีกฝั่งหนึ่งด้านถนนวิภาวดี ตรงกับป้ายทางด่วนโทลเวย์ มีตำรวจชุดคุมฝูงชนวางกำลังหลวมเต็มถนน ลักษณะเป็นแนวไม่หนาแน่นประมาณสองชั้นซ้อนกัน ผู้ชุมนุมีการขว้างปาสิ่งของไปที่แนวตำรวจ 

๐ 16.50 น. ตำรวจมีการใช้ปืนยาวยิงออกมาทางผู้ชุมนุมแล้ว ไม่แน่ชัดว่า แก๊สน้ำตาหรือกระสุนยาง ตำรวจประกาศว่า หากไม่ฝ่าแนวเข้ามาจะไม่ทำอะไร ก่อนหน้านี้ผู้ชุมนุมปาสิ่งของเช่น ก้อนหินและประทัด เวลาเดียวกันผู้ชุมนุมหลักประกาศให้ผู้ชุมนุมที่อยู่แยกดินแดงไปที่พบกันคิงพาวเวอร์

๐ 16.53 น. ตำรวจประกาศต่อเนื่องว่า อย่าเข้ามาในแนวตำรวจ หากฝ่าฝืนจำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่อไป

๐ 16.54 น. ผู้ชุมนุมหน้าแนวประมาณ 100 คน ตำรวจเริ่มเข้ามาเสริมกำลัง

๐ 16.56 น. ผู้ชุมนุมเริ่มถอยไปทางฝั่งอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีการเผาที่หน้าแนวเป็นกองไฟขนาดเล็กๆ

๐ 16.57 น. ตำรวจมาเสริมกำลังจากทางฝั่งแฟลตดินแดง มีรถน้ำมาแล้ว ผู้ชุมนุมใช้โทรโข่งบอกว่า พอแล้วครับ อย่าทำ แต่ไม่ได้ผลนัก  

๐ 16.59 น. ตำรวจประกาศข้อกฎหมายและให้ยุติการกระทำ ขอให้อยู่ในแนวของท่าน เจ้าหน้าที่มาดูแลรักษาความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ไม่ต้องการจับกุม สถานการณ์ค่อยๆสงบลง

๐ 17.05 น. ผู้ชุมนุมกลับมาอีกครั้ง ตำรวจประกาศจะดำเนินการตามขั้นตอน

๐ 17.06 น. แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมประกาศยุติกิจกรรม

๐ 17.06 น. มีผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งนำท่อนไม้มาตีกระจกที่ป้อมจราจรใต้ทางด่วนดินแดง ไม่พบตำรวจในป้อมจราจรแล้ว ตำรวจที่ใช้เครื่องขยายเสียงสั่งบรรจุกระสุน

๐ 17.08 น. เสียงปังต่อเนื่องมากกว่าสิบครั้ง

๐ 17.09 น. แก๊สน้ำตาตกที่บริเวณผู้ชุมนุม ก่อนหน้านี้ยังไม่มีการประกาศว่าจะใช้แก๊สน้ำตา

๐ 17.12 น. มีการใช้แก๊สน้ำตาพร้อมขยับแนวมาที่กลางแยกดินแดง ผู้ชุมนุมประมาณ 200-300 คน กำลังเคลื่อนกลับไปถนนอโศก-ดินแดง มุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีบางส่วนไม่ยอม ทุบป้อมจราจรต่อ

๐ 17.19 น. ตำรวจขึ้นไปยิงแก๊สน้ำตาจากบนทางด่วน บางส่วนตกลงบนบ้านประชาชน

๐ 17.24 น. ที่แยกสามเหลี่ยมดินแดงมีประชาชนคอยบอกให้รถยนต์ที่ผ่านเข้ามาทางนี้กลับรถออกไป ไม่ให้ผ่านไปทางดินแดง มีการสาดสีที่ป้ายป.ป.ส.

๐ 17.27 น. ผู้ชุมนุมมากกว่า 500 คนมาที่แยกดินแดง มีรถขนน้ำมาเสริม

๐ 17.31 น. จากไลฟ์วอยซ์ทีวีหลังแนวตำรวจที่แยกดินแดง ตำรวจมีการประกาศว่า อย่าเพิ่งใช้แก๊ส

๐ 17.32 น. ผู้ชุมนุมร้องเฮ มีควันปรากฏที่แนวตำรวจบนทางด่วนดินแดง จากนั้นตำรวจหลบ

๐ 17.40 น. ผู้ชุมนุมสังเกตเห็นชายคนหนึ่งบริเวณลานจอดรถคอนโด The Capital มีการพูดปากต่อปากว่า ปาสิ่งของลงมาจึงปาของกลับเข้าไป มีคนห้ามให้หยุด ยังไม่ทันหยุดดี ผู้ชุมนุมหน้าแนววิ่งกรูย้อนกลับมา ไม่แน่ชัดว่า เหตุใด

๐ 17.41 น. ตำรวจชุดคุมฝูงชนมาเสริมกำลังจากทางด่วนดินแดง ตำรวจโล่ดำและโล่ใสยังประจำการยิงแก๊สน้ำตาลงมาเรื่อยๆ

๐ 17.46 น. ไฟไหม้ป้อมจราจร ใต้ทางด่วนดินแดง

๐ 17.49 น. ตำรวจชุดคุมฝูงชนประกาศให้รถฉีดน้ำแรงดันสูงและรถน้ำเข้าดับไฟที่ป้อมแ จากนั้นฉีดน้ำเปิดทางรุกสลายการชุมนุมที่บริเวณถนนอโศก-ดินแดง

๐ 17.51 น. รถฉีดน้ำไล่ฉีดน้ำเปิดทางมาจากแยกดินแดง

๐ 17.57 น. ผู้ชุมนุมถอยไปทางสามเหลี่ยมดินแดง ตำรวจขยับมาถึงสะพานลอยบริเวณซอยบุญอยู่ ตำรวจประมาณห้านายเดินกึ่งวิ่งไปแยกสามเหลี่ยมดินแดง ระหว่างทางมีการตำรวจตรวจสอบว่า ใครอยู่ด้านข้างฟุตบาท ไม่ได้กระทำการทันทีและหากต้องการถอยออกจากแนวตำรวจจะพาไปส่ง

๐ 17.57 น. บริเวณใต้ทางด่วนแยกดินแดง  ตำรวจแจ้งเตือนว่า การกระทำของท่านตอนนี้เป็นการทำผิดพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯและให้สัญญาณว่า เตรียมตัวปล่อยม้า

๐ 17.58 น. ผู้ชุมนุมปาสิ่งของต่อเนื่อง อยู่เชิงสะพานก่อนทางลงสะพานลอยซอยบุญอยู่ 

๐ 18.00 น. ตำรวจขึ้นไปบนสะพานลอยซอยบุญอยู่ ตำรวจแจ้งเตือนว่า การกระทำของผู้ชุมนุมผิดกฎหมายและมีการทำลายทรัพย์สินราชการ ขอให้ชุดจับกุมเตรียมพร้อม "รถควบคุมผู้ต้องหาเตรียมพร้อม โหลดกระสุน ถ้าท่านไม่แยกย้ายจำเป็นต้องจับกุม ให้ท่านเลี้ยวซ้ายออกไปทางสนามไทยญี่ปุ่นดินแดง ถ้ายังไม่เดินทางกลับจะจับกุม" ผู้ชุมนุมตะโกนว่า ขี้ข้าเผด็จการ

๐ 18.06 น. ตำรวจเคลื่อนรถมาถึงสะพานลอยแล้ว ผู้ชุมนุมจุดพลุ

๐ 18.12 น. ตำรวจมีการประกาศว่า "แก๊สอย่าเพิ่งๆ" ยังไม่รุกเข้าหาผู้ชุมนุมต่อ ผู้ชุมนุมปาก้อนหินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่สุดสองเซนติเมตร, หินขนาดเล็กและพลุ

๐ 18.14 น. ตำรวจถามกำลังว่า พร้อมยังๆ จากนั้นประกาศแจ้งเตือนว่า "มีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ หากไม่หยุดต้องตอบโต้เพื่อรักษาชีวิต"

๐ 18.19 น. ตำรวจดันกำลังไปถึงแยกสามเหลี่ยมดินแดง เดินทั้งสองฝั่งการจราจรและสะพานข้ามแยก

๐ 18.22 น. ผู้ชุมนุมยังอยู่ที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง ห่างประมาณ 30 เมตร จากนั้นเจ้าหน้าที่ฉีดน้ำ

๐ 18.28 น. ผู้ชุมนุมปาพลุใส่ตำรวจชนสะพานข้ามแยกสามเหลี่ยมดินแดง มีการยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตา จากนั้นตำรวจประกาศเตือนอีกครั้ง

๐ 18.30 น. ผู้ชุมนุมปาสิ่งของมาที่แนวตำรวจต่อเนื่อง มีตำรวจและผู้ชุมนุมบางส่วนอยู่บนสะพานด้วย 

๐ 18.25 น. พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงหน้าป้อมที่ถูกเผาไหม้ว่า การชุมนุมในวันนี้ผู้ชุมนุมนัดรวมตัวกันที่สี่แยกราชประสงค์และเคลื่อนขบวนไปหลายสถานที่ ระหว่างที่เคลื่อนขบวนไปซอยรางน้ำ มีชุมนุมบางส่วนปาหัวน็อต ลูกแก้ว ระเบิดปิงปองและก้อนอิฐ มีการวางเพลิงที่ตู้จราจรใต้ทางด่วนดินแดง กลุ่มผู้ที่ใช้ความรุนแรงได้เผา มีการปะทะมาประมาณกว่าชั่วโมงแล้ว ตอนนี้เสริมกำลังเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย มีการดำเนินการจากเบาไปหาหนัก มีการประกาศเตือนหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงรักษาแนวให้ผู้ชุมนุมข้ามสะพานที่จะข้ามไปอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 

การชุมนุมมีสองส่วน คือ ผู้ที่ต่อต้านรัฐบาลและผู้ที่ก่อความวุ่นวาย ทั้งสองส่วนกระทำผิดกฎหมาย วันนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้เยอะ
แต่มีกำลังเสริมเข้ามาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

๐ 18.37 น. ตำรวจบนสะพานข้ามแยกสามเหลี่ยมยิงไล่ผู้ชุมนุมบนสะพานลงไป ก่อนหน้านี้มีการยิงพลุและปาสิ่งของมาที่แนว พลุมีการวิ่งมาปาระยะใกล้ ปรากฏพลุกระจายที่แนวตำรวจ ส่วนสิ่งของต่างๆปาระยะไกลตกบริเวณก่อนหน้าแนวตำรวจ

๐ 18.42 น. ผู้ชุมนุมมาจากอีกทางหนึ่ง วิ่งเข้ามาปาสิ่งของทางฝั่งขวาแนวตำรวจฝั่งป.ป.ส.

๐ 18.46 น. ตำรวจประกาศขอความร่วมมือไม่ให้เข้ามาหน้าตำรวจ ถ้าฝ่าฝืนต้องจับ ผู้ชุมนุมฝ่าเข้ามาใกล้ขึ้น ตำรวจยิง

๐ 18.49 น. บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ใกล้แนวปะทะยังมีผู้ชุมนุมทยอยเข้ามาสมทบอยู่เรื่อยๆ มีการเผาสิ่งของเพื่อบดบังทัศนวิสัยของตำรวจ

๐ 18.54-18.55 น. ระหว่างปะทะกันมีตำรวจคนหนึ่งถูกหิ้วย้อนกลับมาหลังแนว ตำรวจตะโกนเรียกสื่อว่า มาถ่ายดิ คนโดนยิงมาถ่ายดิ จากนั้นตำรวจประกาศว่า ตำรวจนายดังกล่าวถูกยิงด้วย "กระสุนจริง" ผู้สังเกตการณ์เห็นว่า ตำรวจนายดังกล่าวนอนลงและกุมที่ต้นขาไว้ แต่เนื่องจากกางเกงตำรวจชุดคุมฝูงชนมีสีทึบและตำรวจนายอื่นๆตั้งแนวล้อมไว้จึงไม่สามารถเห็นร่องรอยบาดแผลและเลือดได้

๐ 18.57 น. ตำรวจมีการตั้งแนวยิงกระสุนยางไปทางฝั่งขวา 

๐ 19.01 น. ตำรวจล่าถอยออกจากสามเหลี่ยมดินแดง มีการยิงกันต่อเนื่อง

๐ 19.31 น. มีการเผาป้อมจราจรที่เกาะพญาไท

๐ 19.49 น. มีผู้ชุมนุมทยอยถอนออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิฝั่งพหลโยธิน

---

7 ตุลาคม 2564

ที่สน.ลุมพินี เบนจา อะปัญ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเข้ารายงานตัวในคดีชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2564 หลังรายงานตัวตำรวจได้แสดงหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 241/2564 ลงวันที่ 9 กันยายน 2564  ระบุข้อหาคือ มาตรา 112, ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มมากกว่าห้าคนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดและร่วมชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

โดยอ้างเหตุว่า คดีมีอัตราโทษจำคุกเกินสามปีและมีเหตุควรเชื่อว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนี เบนจากล่าวกับตำรวจว่า ขอกินข้าวก่อนและหากจะจับกุมก็ให้อุ้มไปจะไม่เดินไปเอง ต่อมาตำรวจหญิงสองนายได้อุ้มตัวเธอไปที่สน.ทองหล่อเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา 

---

8 ตุลาคม 2564

เวลา 14.00 น. เนตรดาว มโนธรรมกิจ ผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวเบนจา พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงประกอบกับพฤติการณ์ตามคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวน ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ผู้ต้องหาเคยถูกฟ้องที่ศาลนี้มาแล้ว อีกทั้งพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา ศาลเห็นควรไม่อนุญาต ยกคำร้องขอประกันตัว

ประชาไทรายงานว่า เวลา 17.15 น. ขณะที่มวลชนผู้มารอส่งกำลังใจให้ เบนจาที่ประตูด้านหลังศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนที่เบนจาจะถูกนำส่งตัวไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม แต่รถนำส่งตัวนั้นได้หันหัวรถออกไปทางประตูด้านหน้า หลังจากนั้นมวลชนได้พากันวิ่งตามไปที่ประตูด้านหน้าแต่ไม่มีใครตามทัน