#ม็อบ2สิงหา : ทะลุฟ้าทวงเครื่องเสียง

วันที่ 2 สิงหาคม 2564
เวลา 10:00 - 12:29
สถานที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
จังหวัด กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ทวงคืนรถเครื่องเสียงที่ตำรวจยึดไปจากเหตุ #ม็อบ1สิงหา

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

21-50

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

101-200

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

2 สิงหาคม 2564 เวลา 10.00 น. ทะลุฟ้านำโดยไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษานัดหมายรวมตัวกันที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ใกล้กับสโมสรตำรวจเพื่อติดตามตัวคนขับรถเครื่องเสียง 3 คนที่ถูกจับกุมเมื่อวานนี้หลังจบ #ม็อบ1สิงหา ต่อมาศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวทั้งสามคน แต่ยังไม่มีการคืนทรัพย์สินที่ยึดไป อย่างเครื่องเสียง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทำมากิน ผู้ชุมนุมจึงปักหลักที่ด้านหน้าประตูทางเข้าเพื่อเรียกร้องให้ตำรวจคืนเครื่องเสียงหรือให้เข้าไปตรวจสอบ 

เวลาประมาณ 12.00 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งแนวเดินมาจากภายในรั้ว หยุดอยู่บริเวณลานจอดรถด้านหลัง ขณะที่มวลชนเตรียมสีแดงที่หน้ารั้ว ตำรวจที่อยู่บริเวณหน้าทางเข้าหลบ ต่อมาเวลา 12.08 น.ไผ่ประกาศว่า ถ้ายังไม่คืนเครื่องเสียงมา พวกเราจะแต่งเติมสีสันให้แก่กำแพงของท่าน “เอาเครื่องเสียงมาให้พวกเราเห็น อย่าหมกเม็ด” ย้ำด้วยว่า ไม่มีการสาดสี

มวลชนจุ่มนิ้วลงถังสีไปเขียนข้อความบนกำแพงและรั้ว มี 1 คนปีนรั้วนำสีไปสะบัดเหมือนพรมน้ำมนต์ใส่ป้อมยาม มีการนำป้ายไปติดที่กำแพง ไม่ได้มีท่าทีจะเข้าไปในพื้นที่ เวลา 12.18 น. ตำรวจชุดคุมฝูงชนตีล้อมมวลชนที่ทำกิจกรรมด้านนอกรั้ว มีมวลชนไปที่หน้าแนวและนำสีไปสาดหน้าแนว มี 1 ครั้งที่สาดและกระเซ็นไปถูกตำรวจ ไผ่เข้ามาไกล่เกลี่ยและขอให้ตำรวจและผู้ชุมนุมเว้นระยะห่าง 

เวลา 12.29 น. ตำรวจเดินแนวล้อมผู้ชุมนุมและจับกุม ผู้ชุมนุมบางคนนั่งลง ตำรวจประกาศให้สื่อมวลชนออกจากแนว  มีการค้นตัวผู้ชุมนุมบอกมีแต่อุปกรณ์เรียนออนไลน์  จากนั้นใช้สายรัดข้อมือและนำตัวขึ้นรถผู้ต้องขังไปที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ปทุมธานี รับทราบในภายหลังว่า มีทั้งหมด 30 คน

นอกจากนี้ระหว่างการจับกุมตัวที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มีนักกิจกรรมคนหนึ่งเป็นลมจึงต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลพร้อมกับเพื่อนอีก 1 คน เริ่มจากโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โรงพยาบาลภูมิพลและมาจบที่โรงพยาบาลตำรวจ การรักษาเสร็จสิ้นในเวลา 18.04 น. ทั้ง 2 คนถูกส่งตัวไปที่สน.สุทธิสาร  รวมแล้วมีผู้ถูกจับกุมจากเหตุการณ์ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดทั้งสิ้น 32 คน

ต่อมาผู้ชุมนุมจัดกิจกรรมตอบโต้การจับกุมที่หน้าสโมสรตำรวจ มีการสาดสีและเคลื่อนขบวนไปที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาคที่ 1 เพื่อสมทบกับกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่ด้านหน้าทางเข้า 

14.38 น. เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ติดตามไปที่ตชด. ภาค 1 แต่ไม่สามารถเข้าไปได้เนื่องจากตำรวจตั้งแนวปิดไว้ มวลชนจึงนำแผงเหล็กไปขวางที่ปากทางเข้า ระบุว่า ถ้าเข้าไม่ได้ก็ขวางไว้เช่นนี้ โดยขณะนี้มีรถผู้ต้องขัง 2 คันกำลังจอดเพื่อออกจากพื้นที่ ต่อมามีความพยายามจะจับกุมเพนกวิน แต่มีเพื่อนๆช่วยดึงออกมาได้ อย่างไรก็ตามในภายหลังมีรายงานว่า ตำรวจได้จับกุมสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเข้าไปภายในตชด.อีก 1 คน

เวลา 16.20 น. ขบวนคาร์ม็อบจากสโมสรตำรวจมาถึง มีการบีบแตร ตำรวนประกาศข้อกฎหมายต่อเนื่องต่อมาเวลา 16.32 น. ผู้ชุมนุมถือถังบรรจุสีแดงไปที่หน้าแนวตร.ยังเว้นระยะห่าง เพนกวินปราศรัยว่า เรามาสู้กันอย่างสันติ จากนั้นเวลา 16.37 น. ผู้ชุมนุมสาดสีแดงใส่ตำรวจและมีการนำสเปรย์ไปพ่นที่โล่ของตำรวจ

เวลา 17.19 น. เพนกวินประกาศให้ผู้ชุมนุมขึ้นรถ ตั้งขบวนเตรียมออกจากพื้นที่ พร้อมให้ผู้ชุมนุมเก็บแรงไปเจอกันวันพรุ่งนี้ เวลา 16.00 น. ที่หน้าหอศิลป์ “พรุ่งนี้เราจะไปปิดแยกปทุมวัน” 
สรุปแล้วมีผู้ชุมนุมถูกจับกุมวันนี้ทั้งสิ้น 33 คน แบ่งเป็น 31 คนถูกคุมตัวที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาคที่ 1 และอีก 2 คนที่สน.สุทธิสาร

ลำดับเหตุการณ์

2 สิงหาคม 2564

เวลา 10.12 น. ทีมทะลุฟ้าติดป้ายผ้าที่รั้วของกองบังคับการปราบปรามยาเสพติด ข้อความเช่น ปล่อยนักโทษทางการเมืองและประยุทธ์ออกไป

เวลา 10.15 น. เจ้าหน้าที่เดินมาแจ้งกับทีมทะลุฟ้าทำนองว่า ให้ถอดป้ายออกเนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ ตอนนี้ศาลอนุญาตให้ประกันตัวคนขับรถเครื่องเสียงแล้ว รอหมายปล่อย ขณะนั้นตำรวจปิดรั้ว แต่ไม่ได้มีการล็อคประตู 10.18 น. ไผ่-จตุภัทร์ กล่าวว่า วันนี้หากยังไม่มีการปล่อยตัวคนขับรถเครื่องเสียงเราก็ยังอยู่อย่างนี้ ขอโทษพี่น้องบนถนนเส้นนี้ ขออภัยในความไม่สะดวกเนื่องจากมีการจับกุม เนื่องจากมีการละเมิดสิทธิเกิดขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคารพกติกาสากลไม่เคารพกติกาพื้นฐาน

เวลา 10.20 น. มีการใช้เครื่องขยายเสียงและตะโกนว่า ประยุทธ์ออกไป

เวลา 10.30 น. ไผ่-จตุภัทร์ ปราศรัยว่า

การกระทำของเจ้าหน้าที่คือส่วนหนึ่งคือการปิดกั้นและปกป้องรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา การที่ตำรวจจับรถเครื่องเสียงคือการปิดกั้นประชาชนที่ต้องการขับไล่รัฐบาลนี้ ขวางทางประชาชนและเปิดทางให้รัฐเผด็จการ ทั้งที่มันล้มเหลวรู้อยู่แก่ใจ ทำตามนายสั่งชีวิตมันไม่ดีขึ้นหรอก ทำตามหัวใจบ้าง การปกป้องรัฐบาลไม่ลืมหูลืมตา เห็นความโกรธของประชาชนที่ออกมาหรือไม่ อยู่เฉยๆได้ไหม ไม่ได้เรียกร้องให้มาร่วมเคลื่อนไหวแต่อย่าเป็นเครื่องมือรัฐบาล ณ วันนี้ตำรวจยังเลือกข้างประยุทธ์ จันทร์โอชา คิดว่า อำนาจจะไม่เปลี่ยนข้างหรือ ประชาชนออกมาแล้วแค่อย่าไปขัดขวางเขาก็พอแล้ว แต่กลับจับรถเครื่องเสียง ไม่ปฏิบัติตามหลักสากล ไม่เคารพสิทธิ ไม่แจ้งสิทธิ ไม่ให้สิทธิในการพบผู้ไว้วางใจ จับตั้งแต่ตอนเย็นแต่เที่ยงคืนถึงได้ติดต่อมา มาตรฐานของตำรวจไทยมันต่ำมากๆรู้หรือยัง เมื่อไหร่จะมีศักดิ์ศรีและยืนด้วยลำแข้งของตนเองได้ ปล่อยรถเครื่องเสียงเถอะและอย่าลืมว่า การยึดโทรศัพท์มันผิดหลักการ ถ้ารัฐบาลมันล้มเหลวตำรวจยังกอดรัฐบาลนี้อยู่ก็จะล้มเหลวไปตามๆกัน

เวลา 10.40 น. มีรถกระบะและรถตู้ตำรวจนำกำลังตำรวจชุดคุมฝูงชนเข้ามาที่บริเวณบช.ปส.ทางด้านหลังที่กลุ่มทะลุฟ้าจัดกิจกรรม

เวลา 11.54 น. ตำรวจออกมาเจรจากับตัวแทนที่อยู่บริเวณหน้าป้ายบช.ปส. บริเวณวงเวียน ตำรวจประกาศข้อกฎหมายผ่านโทรโข่ง มวลชนตะโกนสวนต่อเนื่องว่า ประยุทธ์ออกไป ทำให้ไม่ได้ยินข้อกฎหมายที่ตำรวจประกาศชัดเจนนัก

เวลา 12.00 น. มวลชนไปยืนถือป้ายที่หน้ารั้วทางเข้าลานจอดรถของบช.ปส. มีการตะโกนว่า เอาเครื่องเสียงคืนมา ประยุทธ์ออกไป

เวลา 12.05 น. ตำรวจด้านในถือโทรโข่ง แต่ยังไม่มีการพูดอะไร ด้านหลังมีตำรวจชุดคุมฝูงชนตั้งแนวอยู่ จากปากคำของผู้อยู่ในเหตุการณ์มีบางนายถือปืนยาว ตำรวจประกาศว่า ขอให้ส่งตัวแทนเข้าไปดูเครื่องเสียงในบช.ปส. แต่เสียงมวลชนยังตะโกนดังจนกลบเสียงจากโทรโข่งขนาดเล็กของตำรวจ มวลชนเตรียมสีแดงที่หน้ารั้ว ตำรวจที่อยู่บริเวณหน้ารั้วหลบ

เวลา 12.08 น. ไผ่กล่าวว่า ตอนนี้เรามีสีพี่น้องท่านใดที่อยากนิ้วเปื้อนนิดหน่อย ให้นำสีไปเขียนที่กำแพง เริ่มต้นถ้ายังไม่คืนเครื่องเสียง พวกเราจะเติมสีสันให้กำแพงของท่าน “เอาเครื่องเสียงมาให้พวกเราเห็น อย่าหมกเม็ด” เอาเครื่องมือทำมาหากินคืนมา ไผ่ย้ำว่า อันนี้ไม่ได้สาดแต่จะใช้นิ้วจุ่ม

เวลา 12.10 น. มวลชนจุ่มนิ้วลงถังสีไปเขียนข้อความบนกำแพงและรั้ว มี 1 คนปีนรั้วนำสีไปสะบัดเหมือนพรมน้ำมนต์ใส่ป้อมยาม มีบางส่วนนำสเปรย์สีแดงไปพ่นกำแพงและพื้นถนน

เวลา 12.17 น. ตำรวจชุดคุมฝูงชนที่อยู่ด้านในบช.ปส. เดินแนวออกมาจากด้านในไปประกบล้อมมวลชนที่ตำรวจกำลังล้อมมวลชนจากอีกด้านหนึ่ง บริเวณวงเวียน มีมวลชนนำสีไปสาดที่หน้าแนวตำรวจ มีอย่างน้อย 1 ครั้งที่กระเซ็นไปที่ขาตำรวจ ไผ่เข้ามาไกล่เกลี่ยและแยกออกไป จากนั้นประกาศให้ตำรวจชุดคุมฝูงชนและผู้ชุมนุมรักษาระยะห่างไม่ให้เผชิญหน้ากัน จากนั้นมวลชนนั่งลงที่หน้าแนวตำรวจชุดคุมฝูงชน

เวลา 12.29 น. ตำรวจชุดคุมฝูงชนเดินแนวล้อมผู้ชุมนุมและจับกุม ผู้ชุมนุมบางคนนั่งลง ตำรวจประกาศให้สื่อมวลชนออกจากแนวพื้นที่ มีรายงานว่า ผู้สื่อข่าววอยซ์ทีวีที่กำลังไลฟ์อยู่ถูกดันออกจากพื้นที่ มีการผลักสื่อมวลชนจนล้ม เวลาเดียวกันตำรวจที่จับกุมมวลชนมีการค้นกระเป๋าเป้ของมวลชนคนหนึ่ง คาดว่า เป็นเยาวชน มวลชนบอกกับตำรวจว่า ในกระเป๋ามีแต่อุปกรณ์เรียนออนไลน์

ต่อมาตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 29 คนในจำนวนนี้มีเยาวชน 1 คนไปที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาคที่ 1 ปทุมธานี ระหว่างการจับกุมมีมวลชนหนึ่งคนเป็นลม จึงต้องนำขึ้นรถกู้ภัยไปส่งโรงพยาบาลพร้อมผู้ไว้ใจอีก 1 คน โรงพยายาลแรกที่ไปถึงคือ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เมื่อเข้าห้องฉุกเฉินเจ้าหน้าที่ถามตำรวจที่คุมตัวไปว่า ผู้ที่เป็นลมมาจากที่ใด ตำรวจตอบว่า มาจากที่ชุมนุม เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจึงกล่าวว่า ขอไปถามผอ.ก่อนว่า รับหรือไม่ สุดท้ายแจ้งว่า ผู้ที่เป็นลมนั้นมีอุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียสจะต้องตรวจโควิดก่อน แต่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะคิวเต็มแล้วไม่รับตรวจ ท้ายสุดพาขึ้นรถกู้ภัยไปที่โรงพยาบาลภูมิพล แต่ระหว่างทางเปลี่ยนไปที่โรงพยาบาลตำรวจแทน

เวลา 15.56 น. ที่โรงพยาบาลตำรวจ มีมวลชนที่เป็นลมอยู่ระหว่างการรักษา มีตำรวจมาคุม 2 นาย สอบถามว่า หลังจากนี้จะคุมตัวทั้ง 2 คนไปที่ตชด.หรือไม่ ได้รับคำตอบว่า ไม่ทราบจะต้องรอคำสั่งอีกที

เวลา 17.30 น. ที่โรงพยาบาลตำรวจ กระบวนการรักษายังไม่เสร็จสิ้น ตำรวจมาเสริมกำลังกัน รถกระบะจากสน.ทุ่งสองห้องและวังทองหลาง รถตู้จากสน.ปทุมวัน ตำรวจมีทั้งชุดกากีและชุดคุมฝูงชน (อย่างน้อย 1 คน) สอบถามตำรวจอีกคนหนึ่งว่า สรุปแล้วจะพาตัวทั้ง 2 คนไปที่ไหน ตำรวจบอกว่า ยังไม่ได้รับแจ้ง ถ้าได้รู้แล้วจะแจ้งให้ทราบ

เวลา 18.04 น. ออกจากโรงพยาบาลตำรวจตำรวจไปที่สน.สุทธิสาร

เวลา 18.29 น. นักกิจกรรมอีก 2 คนมาถึงสน.สุทธิสาร

เวลา 18.43 น. ตำรวจจากสน.ทุ่งสองห้องมาที่สน.สุทธิสาร ระบุว่า จะมาทำบันทึกการจับกุม ซึ่งเป็นเหตุเดียวกันกับผู้ชุมนุมอีก 30 คนที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้าแล้ว อ่านข้อกล่าวหาคร่าวๆคือ ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายและร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อแพร่โรคในพื้นที่ที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 3 สิงหาคม 2564

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้ขอฝากขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฝากขังผู้ต้องหา รวม 31 ราย (ไม่นับรวมเยาวชนอีก 1 ราย) ผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ก่อนศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ต่อมา ทนายความผู้ต้องหาทั้ง 31 ราย ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้ตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรเป็นหลักประกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ศาลได้แจ้งว่า ผู้ที่สามารถเป็นนายประกันได้จะต้องเป็นผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องทางสายเลือดกับผู้ต้องหา ในกรณีที่เป็น ส.ส. จะต้องเป็น ส.ส. ในเขตพื้นที่อยู่อาศัยของผู้ต้องหา ทนายความจึงได้เสนอหลักทรัพย์ประกันเป็นเงินสด

เวลาประมาณ 16.00 น. ภคเชษ มีพันลม ผู้พิพากษาทยอยมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาจนครบทุกราย กำหนดวงเงินประกันรายละ 100,000 บาท พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไข ห้ามผู้ต้องหาก่อความวุ่นวายหรือกระทำกิจกรรมในลักษณะเดียวกับที่ถูกกล่าวหา และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล โดยผู้ต้องหาทุกคนจะต้องมาเซ็นสัญญาประกันตัวเองในวันพรุ่งนี้ (4 สิงหาคม 2564) ศาลกำหนดนัดให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 16 สิงหาคม 2564

ทั้งนี้ ทนายความได้ใช้เงินจากกองทุนราษฎรประสงค์วางเป็นหลักประกัน รวมเป็นเงินประกันทั้งสิ้น 3,100,000 บาท จากนั้นทั้งหมดถูกนำตัวไปยัง สน. ทุ่งสองห้อง และได้รับการปล่อยตัวในเวลาราว 16.30 น.

ปากคำนักกิจกรรมที่ถูกจับกุม

เจมส์-เจษฎา ศรีปลั่ง เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี หนึ่งในผู้ถูกจับกุมกล่าวว่า วันที่ 2 สิงหาคม 2564 เขาเดินทางไปถึงบช.ปส.ช่วงประมาณ 10.00 น. ตามเวลานัดหมายของทีมทะลุฟ้า เมื่อไปถึงก็ไม่ได้ร่วมกิจกรรม แต่มีการไลฟ์เฟซบุ๊กเพื่อเล่าเหตุการณ์ว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง ต่อมาทีมทะลุฟ้าขอดูรถเครื่องเสียง เจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อบอกว่า ผู้ต้องหากำลังได้รับการประกันตัว รถยังไม่ได้คืน ด้วยความที่เป็นห่วงรถ ทีมทะลุฟ้าจะขอเข้าไปดู แต่ยังไม่ได้มีการเข้าไปในบริเวณรั้ว

เมื่อคุยกันไม่รู้เรื่องเริ่มทำกิจกรรมตอบโต้การกระทำของตำรวจด้วยการนำนิ้วจุ่มสีแดงและวาดบนกำแพง เขายืนยันว่า ไม่มีการฝ่าเข้าไปภายในบช.ปส.อย่างแน่นอน ไม่มีการคิดจะทำร้าย ตอนที่ไผ่ประกาศให้ใช้สีแดงตกแต่ง คิดว่า จะจบลงด้วยดีแล้ว ระหว่างที่เขายืนอยู่บริเวณหน้ารั้วลานจอดรถ เขาไม่ทราบว่า เกิดอะไรขึ้น อยู่ทีมทะลุฟ้าก็ถอยร่นจากประตูลานจอดรถไปทางวงเวียน จากนั้นเจ้าหน้าที่ออกมาถ่ายภาพ สักพักมีตำรวจควบคุมฝูงชนออกมาจากประตูลานจอดรถ มีทีละชุดเสริมกันทีละสิบและมีตำรวจบางนายที่ถือปืนยาวออกมาด้วย

เขาอยู่แนวหลังตำรวจไม่สามารถเดินฝ่าออกไปได้ จึงยืนไลฟ์อยู่บริเวณนั้นแทน สักพักหนึ่งมีเสียงน้องผู้หญิงกรี๊ด สื่อมวลชนถูกผลักออกไปไกลมาก จากนั้นไลฟ์ในทะลุฟ้าก็ดับหายไป แต่เขายังไลฟ์อยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งทุกอย่างเหมือนจะสงบลง ตำรวจเดินย้อนกลับมาเห็นเขาไลฟ์อยู่ ตำรวจกรูเข้ามาประมาณสิบนาย สั่งให้ปิดไลฟ์ พร้อมตำรวจที่เป็นผู้สั่งการบอกว่า เอาตัวไป เขาถามว่า ประกาศให้ยุติการชุมนุมหรือยัง ตำรวจบอกว่า ประกาศแล้ว เขาจึงบอกว่า งั้นเอาคลิปที่สั่งให้ออกมาจากพื้นที่มาให้ดูหน่อย ตอนนั้นเขามีข้อสงสัยว่า ตำรวจอาจจะประกาศบางอย่างแต่เขาไม่ได้ยินเองหรือไม่

ภายหลังเขาสอบถามกับผู้ต้องหาที่ถูกคุมตัวไปกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาคที่ 1 พร้อมกันว่า ได้ยินตำรวจประกาศหรือไม่ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่ได้ยิน จากนั้นตำรวจนำสายรัดข้อมือรัดที่ข้อมือเขา ตำรวจนายที่เป็นผู้สั่งการพยายามจะยึดโทรศัพท์ของเขา แต่เขายืนยันว่า ตำรวจไม่มีสิทธิกระทำเช่นนี้ ตำรวจระดับปฏิบัติการพยายามต่อรองกับตำรวจผู้สั่งการว่า "ผมรัดข้อมือแล้ว คงไม่เป็นไร" สุดท้ายตำรวจจึงไม่ได้ยึดโทรศัพท์ แต่นำมาใส่กระเป๋าเป้ให้และนำกระเป๋าคล้องคอเขาไว้

ระหว่างที่ตำรวจพาตัวไปที่รถผู้ต้องขัง เจมส์บอกว่า เขาอารมณ์ขึ้นอยู่บ้างมีการด่าออกไป เมื่อไปถึงรถเจอกับป้านก นักกิจกรรมอีกคนที่ถูกจับกุมเช่นกัน ป้านกก็ห้ามเขาและบอกว่า ไม่เป็นไรเจมส์ เดี๋ยวป้าไปด้วย นอกจากนี้เจมส์เล่าว่า ตอนที่เขากำลังถูกจับกุม มีชายคนหนึ่งคาดว่า น่าจะพักที่แฟลตข้าราชการบริเวณนั้นลงมาดูเหตุการณ์บริเวณใกล้ๆกันกับเขา ชายคนนั้นเกือบถูกจับไปด้วยแต่ได้รับปล่อยตัวเนื่องจากเขาชี้แจงว่า พักอยู่ในแฟลต ตำรวจสั่งให้กลับเข้าแฟลตไป