#ม็อบ1สิงหา : คาร์ม็อบขอนแก่น

วันที่ 1 สิงหาคม 2564
เวลา 17:00 - 20:30
สถานที่ จาก บึงแก่นนคร (เมืองขอนแก่น) ไปยัง อนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
จังหวัด ขอนแก่น

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล,เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ,ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

1 สิงหาคม 2564 เวลา 17.00 น. กลุ่มขอนแก่นพอกันทีจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ ครั้งที่ 2 โดยขบวนเริ่มจากบึงแก่นนครไปที่อนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ ซึ่งครั้งนี้เป็นการจัดคาร์ม็อบคู่ขนานอย่างน้อย 46 ครั้งใน 39 จังหวัดทั่วประเทศ  โดยมีข้อเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยืนยันในข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.รัฐบาลประยุทธ์ลาออก 2.รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ลำดับเหตุการณ์

ตั้งแต่เวลา 16.20 น. ทีมงานเริ่มทยอยมารวมตัว ตำรวจแจ้งกับทีมงานว่า การชุมนุมวันนี้อาจจะเข้าข่ายละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และขอไม่ให้มีป้ายข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ หากจะชุมนุมต้องปฏิบัติให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มาพร้อมกันแจ้งว่า ให้ผู้ชุมนุมสวมแมสก์และเว้นระยะห่าง

จากนั้นตำรวจได้เดินตรวจรถที่มาเข้าร่วมขบวนทุกคัน พร้อมบอกว่าไม่อยากให้ปิดป้ายทะเบียนรถและได้เดินไปบอกเจ้าของรถคนหนึ่งว่า ขอให้แกะป้ายที่มีข้อความว่า "ไอ้เหี้ย รอ 10 นาทีแล้วเขาไม่ทักมา" อ้างว่าเป็นข้อความที่หมิ่นเหม่ แต่เจ้าของรถยืนยันไม่แกะออกและอธิบายว่า ป้ายดังกล่าวหมายถึงเพื่อนที่ปล่อยให้เธอรอนาน ขณะที่รถปราศรัยประกาศว่า ถ้าตำรวจมาบอกให้แกะป้าย ไม่ต้องแกะเพราะเป็นสิทธิที่ประชาชนสามารถทำได้ 

เวลา 16.40 น. ตำรวจได้ประกาศข้อกฎหมายในการชุมนุมประกอบด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯและพ.ร.บ.จราจรฯ และเวลา 17.00 น. ขบวนเริ่มเคลื่อนโดยขับรอบบึงแก่นนครหนึ่งรอบเพื่อตั้งขบวนก่อนออกไปตามเส้นทาง โดยไปถึงปลายทางในเวลา 18.58 น. ตำรวจแจ้งว่า ขอให้อยู่ในความสงบรวมถึงแกนนำด้วยและให้ยุติการชุมนุมเพราะเสี่ยงต่อการติดโควิด 19 และการชุมนุมนี้ถือเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย 
ประชาชนนำหุ่นศพมาวางที่ด้านหน้าตำรวจ ด้านครูใหญ่-อรรถพล บัวพัฒน์กล่าวว่า ตำรวจอย่ามาอนอัว (อย่ามาวุ่นวาย) นี่ไม่ใช่งานหมอลำ เรามาเรียกร้องประชาธิปไตย 

ต่อมาเวลา 19.10 น. มีการเผาหุ่นศพ ขณะที่เผาตำรวจประกาศว่า การเผาหุ่นเป็นการกระทำที่กีดขวางการจราจร 

++มีการปราศรัยดังนี้++

๐ ขวัญข้าว ภาคีนักเรียน KKC ปราศรัยว่า เจ็ดปีแล้วที่ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้อำนาจจากการรัฐประหาร เจ็ดปีแล้วที่ประเทศของได้ผู้นำไม่มีสัจจะและไม่มีความเป็นมนุษย์ เจ็ดปีที่โกหกหลอกลวงว่า จะทำตามสัญญา สถานการณ์โควิด 19 ในไทยย่ำแย่ลงเรื่อยๆสวนทางกับต่างประเทศเป็นเพราะการบริหารงานของนายกรัฐมนตรีที่แย่ที่สุดที่ประเทศไทยเคยมีมา ทั้งยังผลักภาระความรับผิดชอบให้ประชาชนตลอด

๐ ครูใหญ่ อรรถพล บัวพัฒน์ เล่าถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมหลังจบการชุมนุมที่กรุงเทพมหานครวันนี้ และเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในปี  2553 ที่พี่น้องเสื้อแดงตาสว่างมาก่อนกาล ปัญหาตอนนี้คือความขัดแย้งระหว่างคนที่ตาสว่างและคนที่ตาบอด จากนั้นกล่าวถึงเรื่องระบบการเมืองที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน รัฐบาลจะต้องมีการบริหารเพื่อประชาชนและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลายคนพูดว่า อยากเป็นข้าราชการเพื่อให้ได้สวัสดิการที่ดี แต่สวัสดิการข้าราชการตอนนี้ยังน้อยกว่าประชาชนทั่วไปในต่างประเทศอีก ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้คือการต่อสู้เพื่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่ปัญหาคือ มันมีคนที่อยากให้ประชาชนทุกข์ยาก เพื่อให้ความทุกข์ยากนี้ปิดเสียงปิดปากประชาชนแทน  

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ซึ่งไม่ได้หมายถึงองค์กษัตริย์แต่กล่าวถึงองคาพยพที่อิงแอบกับสถาบันกษัตริย์ ตั้งแต่ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีให้สภาออกกฎหมายโอนย้ายกองกำลังทหารและการโอนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แทน