#ม็อบ18กรกฎา : เยาวชนปลดแอก

วันที่2564-07-18

เวลา14:00

สถานที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 64

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เพื่อเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาลาออกจากตำแหน่ง, ลดงบประมาณสถาบันกษัตริย์และกองทัพเพื่อนำมาสู้โควิด และจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด 19 ชนิด mRNA

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

-

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

18 กรกฎาคม 2564 เวลา 14.00 น. เยาวชนปลดแอกนัดหมายชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเคลื่อนตัวไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาลาออกจากตำแหน่ง, ลดงบประมาณสถาบันกษัตริย์และกองทัพเพื่อนำมาสู้โควิด และจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด 19 ชนิด mRNA รูปขบวนแบ่งเป็นกลุ่มการ์ดกรุยทาง, ขบวนเดินเท้า, ขบวนมอเตอร์ไซด์และขบวนรถยนต์ โดยขบวนเริ่มตั้งแต่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยาวไปจนถึงกองสลากเก่าฯ  

เวลา 15.10 น. ขบวนเคลื่อนตัวและยืนยันที่จะเดินไปทางถนนราชดำเนินนอก แต่ไม่สามารถผ่านไปได้เนื่องจากตำรวจตั้งแนวที่แยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศสองชั้นคือ บริเวณแยกสะผานผ่านฟ้าฯและบริเวณใกล้กับสำนักงานสปก. จากนั้นมีการประกาศเตือนให้ออกจากแนวและย้ำอย่างต่อเนื่องถึงการดำเนินการที่ได้สัดส่วน มวลชนยังยืนยันไปต่อเก็บลวดหนามชั้นแรก เวลา 15.38 น. เริ่มฉีดน้ำครั้งแรกโดยมีการเตือนก่อน ระหว่างนั้นมีผู้สื่อข่าวได้รับบาดเจ็บ เมื่อตรวจสอบแผลทีมพยาบาลยืนยันว่า เป็นบาดแผลจากกระสุนยาง ทั้งที่ขณะนั้นยังไม่มีการเตือนเรื่องกระสุนยาง 

ตำรวจประกาศจะใช้แก๊สน้ำตา หากไม่หยุดฝ่าเข้ามาและเริ่มใช้แก๊สน้ำตาครั้งแรกเวลา 16.10 น.  จากนั้นเวลา 16.11 น. ตำรวจประกาศว่า "ต่อไปเป็นการใช้กระสุนยาง" หนึ่งนาทีต่อมาตำรวจยิงกระสุนยางต่อเนื่อง เมื่อตำรวจใช้กระสุนยางหนักขึ้น บอย-ธัชพงศ์ แกดำประกาศเปลี่ยนเส้นทางไปทางถนนนครสวรรค์เข้าแยกนางเลิ้งแทน แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านเข้าไปที่ทำเนียบรัฐบาลได้ เนื่องจากตำรวจตั้งแนวสิ่งกีดขวางอย่างแน่นหนามีลวดหนาม 2 ชั้นบริเวณพาณิชย์พระนคร และที่แนวศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์มีการใช้รถตู้ตำรวจ รถผู้ต้องขังใหญ่ขวางไว้ ด้านหลังมีรถฉีดน้ำและตู้คอนเทนเนอร์บนสะพานชมัยมรุเชฐ

การ์ดพยายามที่จะฝ่าแนวที่ศาลกรมหลวงชุมพรฯ แต่เมื่อเข้าไปใกล้ ตำรวจจะยิงแก๊สน้ำตาและใช้น้ำสกัดเป็นระยะ ทำให้ไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้ ท้ายสุดเวลาประมาณ 18.00 น. ผู้จัดฯตัดสินใจทำกิจกรรมที่แยกนางเลิ้ง เป็นการเผาหุ่นศพผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 และกิโยติน พร้อมร้องเพลง Do you hear the people sing? ในตอนท้ายฟ้า-พรหมศร วีระธรรมจารีกล่าวว่า ประชาชนจะต้องได้วัคซีนที่ดี และเราจะไม่ต้องเป็นทาสอีกต่อไป จากนั้นยุติกิจกรรมในเวลา 18.30 น. นอกจากการเผาหุ่นที่แยกนางเลิ้งแล้วยังมีการเผาที่หน้าพาณิชย์พระนคร, หน้าธกส. และหน้าวัดโสมนัสวรวิหาร

เวลา 18.50 น. ทีมงานเยาวชนปลดแอกประกาศต่อเนื่องให้มวลชนกลับทางยมราช แต่ยังมีมวลชนหลงเหลืออยู่ เวลานี้แนวปะทะที่ศาลกรมหลวงชุมพรฯสงบ เปลี่ยนมาที่แยกเทวกรรมแทน จากนั้นเมื่อผู้ชุมนุมไม่ถอยตำรวจประกาศจะจับกุมและใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาต่อเนื่อง รุกไล่ผู้ชุมนุมมาทางแยกนางเลิ้ง หยุดชะลอแนวที่กรมการปกครอง ระหว่างนี้มวลชนบางส่วนเริ่มถอยกลับทางยมราช จนถึงเวลา 19.30 น. ยังมีมวลชนหลงเหลือที่แยกนางเลิ้ง ต่อมาเวลา 21.00 น. ตำรวจแถลงข่าวชี้แจงว่า มีการจับกุมตัวผู้ชุมนุมในที่เกิดเหตุ 13 คนและกำลังสอบสวนเพิ่มเติม

ลำดับเหตุการณ์

16 กรกฎาคม 2564

11.20 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล,พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลด้านการจราจรและพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวกรณีการชุมนุมทางการเมือง 

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีข้อมูลนำเสนอต่อประชาชนผ่านสื่อมวลชน กรณีที่มีกลุ่มบุคคลประกาศเชิญชวนผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 เวลา 14.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มเยาวชนปลดแอกมีการนัดหมายรวมตัวกัน ขอเตือนว่า เวลานี้กรุงเทพมหานครยังอยู่ภายใต้วิกฤติโควิด 19 และเป็นสิบจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด การรวมตัวกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปเป็นความผิดตามกฎหมาย การมาชุมนุมตามที่มีการเชิญชวนนอกจากจะเป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแล้วจะเป็นความผิดตามพ.ร.บ.โรคติดต่อฯและพ.ร.บ.จราจรทางบกฯ หรือกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในส่วนนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายโดยไม่มีการยกเว้นใดๆทั้งสิ้น

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้จะอยู่ภายใต้การล็อคดาวน์ การจราจรเบาบางแต่สัปดาห์ที่ผ่านมามีปัญหาเนื่องจากประชาชนไปฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อและการตรวจคัดกรองเชิงรุกรอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์นี้ก็จะมีเช่นเดียวกัน ฉะนั้นการที่กลุ่มผู้ชุมนุมมาชุมนุมในวันอาทิตย์นี้ก็น่าจะทำให้เกิดผลกระทบด้านการจราจรกับพี่น้องประชาชนที่เดินทางทั่วไป จึงขอให้ประชาชนรับทราบและหลีกเลี่ยงเส้นทาง


18 กรกฎาคม 2564


+++ช่วงที่ 1 ก่อนเริ่มกิจกรรม+++

10.25 น. โตโต้-ปิยรัฐแจ้งว่า มีการนำกำลังตำรวจเข้าจับกุมเจ้าของห้องเช่าแห่งหนึ่งย่านนนทบุรี  พร้อมยึดของที่จะใช้ประกอบฉากในการเดินขบวนวันนี้ อาทิ หุ่นล้อเลียน หุ่นศพ (ที่ทนายอานนท์โพสต์) และของที่มีค่าในห้องพัก

11.11 น. รัฐภูมิ เลิศไพจิตร We Volunteer ไลฟ์เฟซบุ๊กผ่านเพจ We Volunteer ขณะอยู่บนรถที่ภายในมีหุ่นศพ ตำรวจพื้นที่นนทบุรีเรียกลงไปพูดคุยอธิบายว่า รัฐภูมิเข้ามาทำไมที่อพาร์ทเมนท์แห่งนี้ วันนี้ทราบข่าวว่า จะมีการชุมนุมจึงมีการตรวจสอบเพื่อจะดูว่า มีสิ่งของใดที่จะสนับสนุนการชุมนุมในวันนี้ โดยตำรวจที่กล่าวแต่แรกนั้นแสดงตัวว่าคือ พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรีและแนะนำตัวตำรวจนอกเครื่องแบบทีละนาย พร้อมย้ำว่า ทุกคนที่ยืนอยู่คือตำรวจ จากนั้นกล่าวว่า มีอำนาจตามป.วิอาญาและขอตรวจสอบบัตรประชาชน รัฐภูมิให้ตรวจ  พ.ต.อ.โชติวัฒน์จะขอถ่ายภาพบัตรประชาชน รัฐภูมิไม่ยินยอมให้จดเพียงชื่อและนามสกุลไปเท่านั้น จากนั้นนำไปตรวจสอบหมายจับ ขณะที่ตำรวจนายอื่นขอตรวจสอบอาวุธเพื่อนที่มาพร้อมกับรัฐภูมิ

รัฐภูมิแจ้งว่า บนรถของเขาไม่มีของที่ผิดกฎหมาย  พ.ต.อ.โชติวัฒน์บอกว่า ทราบหรือไม่ว่าสิ่งของผิดกฎหมายคืออะไร และกล่าวทำนองเรื่องการก่อความวุ่นวาย รัฐภูมิถามว่า ความวุ่นวายคืออะไร  พ.ต.อ.โชติวัฒน์บอกว่า เผาบ้านเผาเมือง รัฐภูมิปฏิเสธว่า ไม่มีการกระทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน

ตำรวจอีกนายหนึ่งกล่าวว่า ผบ.สส.ประกาศข้อกฎหมาย เรื่องห้ามการชุมนุมแล้ว รัฐภูมิแย้งว่า พูดกันโดยทั่วไปพวกตนอยู่บ้านและทำตามกฎหมายมาตลอด มันมีอะไรดีขึ้นบ้าง  พ.ต.อ.โชติวัฒน์บอกว่า จะไปเรียกร้องเรื่องของคุณแต่ขอตรวจดูเรื่องความไม่สงบต่างๆ ตำรวจอีกคนหนึ่งระบุว่า มันมีเรื่องยาเสพติดมาก่อน มีหมายจับ แต่ไม่ยังไม่ชัดเจนเรื่องดังกล่าว รัฐภูมิถามว่า แล้วเจอไหม ส่วนหุ่นฟางจะคืนไหม ตำรวจไม่ตอบและถามว่า รัฐภูมิกับเพื่อนเป็นเจ้าของโล่วีโว่หรือไม่ รัฐภูมิและเพื่อนปฏิเสธ 

จากนั้นเวลา 11.18 น. ตำรวจจึงเริ่มค้นรถ มีหุ่นศพและปลาร้าตรา WeVo ตำรวจบอกว่า ไม่สามารถนำปลาร้าไปได้เพราะว่ามีการห่อแปลกเกิน รัฐภูมิกล่าวเพิ่มเติมบอกว่า ตำรวจมีการพูดว่า อาจจะเอาไปปาตำรวจ ปากคำจากเจ้าของอพาร์ทเมนท์เล่าว่า ตำรวจนำหมายค้นมาค้นห้องในอพาร์ทเมนท์ตั้งแต่เช้ามืดและมีการพาตัวบุคคลในห้องไปที่ไหนไม่ทราบ

+++ช่วงที่ 2 ก่อนกิจกรรม+++

12.00 มวลชน เริ่มทยอยเข้าพื้นที่ มีการแจกถุงบรรจุ แมสก์ N95 , Face shield, สเปรย์แอลกอฮอล์, เสื้อกันฝน และถุงมือยาง ให้กับประชาชน และขอให้ประชาชนเปลี่ยนแมสก์ที่ใส่มาเป็น N95 ระบุว่าเป็นการรักษาความปลอดภัยแบบสูงสุด มีการนำหุ่นศพผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 จำนวนมากวางบริเวณหน้าแมคโดนัลด์ ราชดำเนิน

12.27 น. พล.ต.ต.อรรถวิทย์ สายสืบมาเจรจาเรื่องการเปิดช่องจราจรบางส่วนและการเว้นระยะห่าง มีการสอบถามเรื่องหุ่นศพว่า จะใช้ทำอะไร

12.54 น. แยกผ่านฟ้าลีลาศมุ่งหน้าสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตำรวจวางแนวสิ่งกีดขวางเช่น แผงเหล็กและลาดหนามหีบเพลง มีตำรวจควบคุมฝูงชนวางกำลังตั้งแถวอยู่หลังแนวรั้วลวดหนาม มีรถผู้ต้องขังคันเล็กจอดอยู่ 1 คัน

13.00 น. แยกนางเลิ้งมีรั้วกั้นไม่ให้รถเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าแยกพาณิชยการ บริเวณแยกมีรถเครื่องเสียงใหญ่ บนสะพานชมัยมรุเชฐมีตู้คอนเทนเนอร์วางสองชั้น มีรถฉีดน้ำจอดอยู่สองคัน สอบถามประชาชนบริเวณนั้นบอกว่ามาจอดตั้งแต่เวลาประมาณ​ 11.00 น. 

13.01 น. ผู้กำกับการสน.สำราญราษฎร์ และ สน.ชนะสงครามเข้ามาแจ้งข้อกฎหมายเรื่องข้อกำหนดนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 27 และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในส่วนความมั่นคง ที่ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขอให้ปฏิบัติตามประกาศนี้โดยเคร่งครัด 

13.27 น. ผู้กำกับการสน.สำราญราษฎร์ และ สน.ชนะสงครามประกาศบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นครั้งที่สอง แจ้งว่า การทำกิจกรรมเป็นการกระทำความผิดเนื่องจากขัดกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่น ข้อกำหนดฉบับที่ 27 

13.30 น. ที่แยก จ.ป.ร. มุ่งหน้าสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตำรวจกำลังวางลวดหนามบนตู้คอนเทนเนอร์หนึ่งชั้น ข้างหลังมีรถฟอร์คลิฟท์ และตู้คอนเทนเนอร์อีกจำนวนหนึ่ง แยกเทวกรรม ฝั่งถนนลูกหลวง กำลังทำการตั้งตู้คอนเทนเนอร์และวางลวดหนาม และมีตำรวจสวมชุดควบคุมฝูงชนกำลังเตรียมประจำการ

13.40 น. ขบวนรถตั้งแถวยาวจนถึงแยกคอกวัว ตำรวจนำแผงเหล็กมากั้น ยังเปิดถนนหนึ่งช่องทางให้สัญจรได้ การจราจรชะลอตัวเล็กน้อยแต่ไม่ติดขัด

13.50 น. ถนนราชดำเนินกลางขาออกแยกผ่านฟ้า รถจอดเต็มหกช่องทาง กำลังบีบแตรเสียงดัง เหลือให้รถทั่วไปวิ่งได้ช่องทางขวาสุดช่องทางดียว 

+++ช่วงที่ 3 เริ่มกิจกรรม+++

13.54 น. การ์ดผ้าพันคอเขียว ตั้งแนวหน้าขบวน มีการประกาศแจ้งว่าในขบวนขอให้รถมอเตอไซค์และซาเล้งอยู่หลังรถเครื่องเสียงที่กำลังปราศรัย พร้อมย้ำเรื่องมาตราการเว้นระยะห่าง เตรียมพร้อมเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบ

13.50 น. เริ่มจัดขบวน โดยให้ประชาชนเดินเท้าอยู่ด้านหน้าสุดพร้อมรถปราศรัย ถัดมาจึงเป็นรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ตามลำดับ พร้อมแจกจ่ายหุ่นจำลองศพ

ตัวแทนขอความร่วมมือผ่าน #ClubhouseTH ไม่ให้นำอาวุธเข้าไปในพื้นที่ขอให้มวลชนช่วยกันจับตาถ้าเห็นใครพกอาวุธให้แจ้งทีมดูแลที่ใส่ผ้าพันคอ และหากเห็นใครสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้ถ่ายคลิปไว้ วันนี้มีความตั้งใจที่จะดูแลให้ผู้มาร่วมชุมนุมมมีความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยทีมการ์ดหัวขบวนมีการเตรียมอุปกรณ์ความปลอดภัยเช่น ถุงมือหนาและถังดับเพลิง

14.15 น. ถนนราชดำเนินขาออกมุ่งหน้าผ่านฟ้าเต็มไปด้วยรถที่มาร่วมขบวน ไม่มีรถอื่นสัญจรแล้ว

14.25 น. พิธีกรประกาศว่า วันนี้จะดูแลความปลอดภัยมวลชนอย่างที่สุด และให้ความสำคัญลำดับแรกแก่การป้องกันโควิด 19 

14.30 น. ทีมดูแลความปลอดภัยเริ่มตั้งแถวหน้าขบวน บอย-ธัชพงศ์ แกดำ ประกาศว่า รอสักครู่ ขอเวลาสักบ่ายสามโมงเราจะทวงคืนถนนราชดำเนิน

14.48 น. พิธีกรประกาศว่า เวลา 15.00 น. จะเคลื่อนขบวน จากนั้นเพชร-ธนกรขึ้นปราศรัยว่า วันนี้จะมาพูดเรื่องงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการที่ถูกตัดงบปี 2565 ซึ่งเป็นงบประมาณสำคัญของชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา หากจะบอกให้ดิฉันพอเพียงให้ไปบอกกลาโหมก่อน หน่วยงานที่รับมือกับสถานการณ์โควิด 19 คือ กระทรวงสาธารณสุขแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ งบกระทรวงสาธารณสุขน้อยกว่ากระทรวงกลาโหม วันนี้ครบรอบ 1 ปีในการเรียกร้องประชาธิปไตยเราจะไปเรียกร้องวัคซีน mRNA

14.58 น. ฝนเริ่มตกลงมาแล้ว แต่ตกไม่นานหนัก 

15.02 น. หลังฝนซาการ์ดกรุยทางเตรียมขบวน บอย-ธัชพงศ์ประกาศย้ำ 3 ข้อเรียกร้องอีกครั้ง ท้ายขบวนยาวไปถึงกองสลากเก่า ส่วนบริเวณแนวกั้นผ่านฟ้าฯก่อนเข้าราชดำเนินนอก ตำรวจเตรียมรถฉีดน้ำมาพร้อมแล้ว

15.06 น. บอย-ธัชพงศ์ย้ำต่อมวลชนว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอให้เป็นหน้าที่ของการ์ดที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเท่านั้น วันนี้เราเผชิญความเสี่ยงอยู่ในบ้านเราก็จะตายเพราะโควิด เราต้องออกมา ถ้าเราไม่หยุดรัฐบาลชุดนี้ เราจะตายเพราะโควิดอีกมาก นี่คือหนทางเดียว

15.10 น. เคลื่อนขบวน บอย-ธัชพงศ์ประกาศว่า เราจะทวงคืนราชดำเนินของราษฎรกลับคืนมา แนวตำรวจที่แยกผ่านฟ้าฯเตรียมพร้อมคฝ.พร้อมอุปกรณ์ป้องกันและรถฉีดน้ำ

15.21 น. หัวขบวนกรุยทางเดินขยับถึงป้อมพระสุเมรุ มวลชนบางส่วนไปอยู่ที่หน้าแนวลวดหนามที่แยกผ่านฟ้าแล้ว

15.24 น.  หัวขบวนเดินทางมาถึงแยกผ่านฟ้าลีลาศ ส่วนหัวขบวนที่นำโดยการ์ด We Volunteer หรือ WeVo ตั้งแถวหน้ากระดานบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ โดยยืนแถวเรียงหน้ากระดานและถือเชือกไนล่อนยาวเอาไว้ จากนั้นทีมการ์ดแจ้งให้สื่อมวลชนที่อยู่ระหว่างแนวรั้วกั้นของตำรวจกับที่การ์ดขยับออกด้ายซ้าย และขวาเพื่อความปลอดภัย ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ถนนราชดำเนินนอก ใกล้กับสํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เริ่มเตรียมพร้อม จากนั้นถอยให้รถฉีดน้ำและเครื่องขยายเสียงขยับขึ้นเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุมที่บริเวณแยกผ่านฟ้าฯ

15.31 น. ตำรวจประกาศข้อกฎหมายขอให้หยุดการชุมนุม บรรยากาศขณะนี้การ์ดกรุยทางทิ้งระยะจากแนวตำรวจประมาณ 50 เมตร ขบวนใหญ่ทิ้งห่างจากการ์ดประมาณ 200 เมตร

15.35 น. ทีมการ์ดประกาศให้สื่อมวลชนที่อยู่หน้าแนวรั้วหลบออกทางซ้าย-ขวาของถนนอีกครั้งจากนั้นทีมการ์ด WeVo ที่ถือเชือกกันอยู่ได้เดินเรียงหน้ากระดานเข้าไปเพื่อตัดลวดหนาม ตำรวจประกาศเรื่องห้ามทำลายทรัพย์สินราชการ(รื้อแนวสิ่งกีดขวาง) ขอให้หยุดการกระทำ หากไม่หยุดจะต้องดำเนินการจากเบาไปหาหนัก อาจจะต้องบังคับใช้กฎหมายตลอดจนดำเนินคดี แต่ทีมการ์ดยังทำการตัดลวดหนามกันต่อไป

15.37 น. ตำรวจแจ้งว่าหากไม่หยุดการกระทำจะทำการใช้น้ำฉีดโดยจะนับจาก 1 ถึง 10 จากนั้นตำรวจเริ่มนับ แต่ทีมการ์ดยังไม่หยุดการตัดลวด จากนั้นเมื่อนับเลขถึง 10 จึงได้ทำการฉีดน้ำเปล่ามาทางทีมการ์ดที่ตัดลวดแบบเต็มแรง และฉีดเป็นจำนวนหลายครั้ง ซึ่งทำให้มวลชน และสื่อมวลชนที่อยู่แนวข้างโดนน้ำด้วย

15.38 น. ตำรวจฉีดน้ำครั้ง 1 ระยะสั้นๆ ไม่น้อยกว่า 4 ระลอก

15.39 น. เริ่มฉีดน้ำต่อเนื่องระยะไกลจากแนวสิ่งขวางมากขึ้น

15.40 น.  ตำรวจหยุดฉีดน้ำ และประกาศว่าเราจะไม่ดำเนินการอะไรต่อ ถ้าท่านหยุดรื้อ ตำรวจมารักษาสถานที่ไม่ใช่คู่กรณีของท่าน 

15.41 น. ตำรวจประกาศว่า นี่คือเสียงจากผบ.เหตุการณ์ขอความร่วมมือให้สวมหน้ากากกันแก๊ส  และประกาศให้ประชาชนหยุดการทำลายแนวรั้ว และแจ้งว่า หากไม่หยุดจะเพิ่มมาตรการเข้มข้นขึ้น ในช่วงเวลาดังกล่าวตำรวจได้ฉีดน้ำออกไปทางขวาของกลุ่มผู้ชุมนุมสองครั้ง โดยฉีดลงที่พื้นแจ้งว่าเป็นการฉีดน้ำธรรมดาเพื่อการดับไฟที่มีคนจุดขึ้น และประกาศห้ามเผาสิ่งของต่างๆ

15.42 น. ผบ.เหตุการณ์จีโน่เตรียมผสมสี เพื่อคัดแยกกลุ่มคนที่ก่อความวุ่นวาย หวังว่า จะได้รับความร่วมมือ

15.44 น.  ผบ.เหตุการณ์ ขณะนี้มีการสร้างสถานการณ์จุดไฟ (มวลชนมีการจุดไฟที่หุ่นศพหน้าแนวตำรวจ) การกระทำดังกล่าวไม่เป็นผลดี และสั่งให้ฉีดน้ำดับเพลิง  พร้อมชี้แจงว่า จำเป็นต้องฉีดน้ำเพื่อดับเพลิง เป็นการกระทำเพื่อป้องกันทรัพย์สิน การ์ดกรุยทางม้วนลวดหนามแนวแรกของแยกผ่านฟ้าแล้ว

15.47 น. ตำรวจประกาศห้ามเผาสิ่งของต่างๆ 

15.48 น. ผบ.เหตุการณ์ประกาศว่า จะดำเนินการตามขั้นตอนและได้สัดส่วน การ์ดกรุยทางบางส่วนไปแนวรถฉีดน้ำ 

15.50 น. ผบ.เหตุการณ์สั่งเตรียมฉีดสี เราขอให้คำมั่นและยืนยันว่า เราจะใช้อุปกรณ์ตามสัดส่วนและตามสถานการณ์

15.53 น. ผบ.เหตุการณ์สั่งให้เตรียมใช้น้ำ และให้สื่อมวลชนถอย การ์ดเริ่มเก็บลวดหนามแนวหน้ารถฉีดน้ำ 

15.54 น. ผู้สังเกตการณ์ได้ยินเสียงตั๊บ ตั๊บ สองครั้งออกมาจากฝั่งตำรวจจากทางฝั่งขวาของกลุ่มผู้ชุมนุม(ฝั่งสน.นางเลิ้ง) แล้วมีคนตะโกนว่า มีคนถูกกระสุนยางหน้าแนวรั้ว จึงมีคนไปช่วยนำตัวออกมา โดยคนที่ถูกยิงยืนยันกับทีมพยาบาลว่าถูกยิงเข้าที่บริเวณสะโพก ทราบภายหลังว่าเป็นนักข่าวจาก PLUS SEVEN โดยในเวลานั้นผู้สังเกตการณ์รายงานตรงกันว่า ตำรวจไม่ได้มีการเตือนเรื่องกระสุนยาง

15.55 น. ตำรวจประกาศฉีดน้ำเพื่อดับควันจากพลุสี ยังเก็บลวดหนามอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเริ่มฉีดน้ำในเวลา 15.56 น.

15.57 น. ผบ.เหตุการณ์กล่าวว่า หากมีการรื้อแนวเราจะดำเนินการฉีดแก๊ส ขอให้สื่อเชื่อฟัง

16.02 น. ตำรวจสั่งฉีดน้ำระลอกสั้นอีกหนึ่งครั้ง 
 
16.03 น. ตำรวจฉีดน้ำระลอกสั้นอีกหนึ่งครั้ง ผบ.เหตุการณ์เตือนว่าต่อไปจะไม่มีการฉีดน้ำแล้ว จะยกระดับ

16.05 น. ผบ.เหตุการณ์สั่งผสมแก๊สและหากทำลายสิ่งกีดขวางจะดำเนินการต่อไป มีการฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง ผู้ชุมนุมที่อยู่นอกสิ่งกีดขวางจะไม่ได้รับอันตรายใดๆจากตำรวจ จะบังคับใช้กฎหมายตามสถานการณ์ "ต่อไปเตรียมน้ำผสมแก๊ส ให้ท่านระวัง เจ้าหน้าที่ดำเนินเฉพาะกลุ่มบุคคลที่เข้ามาในการรื้อสิ่งขวางเท่านั้น สำหรับผู้ที่นั่งโดยสงบจะไม่ถูกดำเนินการอะไรจากเจ้าหน้าที่" มวลชนตะโกนต่อเนื่องว่า ประยุทธ์ออกไป 

16.07 น. ตำรวจประกาศว่า ถ้าใครไม่ถอยให้จับกุม ผบ.เหตุการณ์ประกาศย้ำเรื่องการแยกดำเนินการ

16.10 น. ผบ.เหตุการณ์กล่าวว่า ให้รักษาระยะห่าง เราจะฉีดน้ำผสมแก๊สเพื่อรักษาแนวหน้าตำรวจ มีการใช้แก๊สน้ำตาแล้ว

16.11 น. ตำรวจประกาศว่า "ต่อไปเป็นการใช้กระสุนยาง"

16.12 น. ตำรวจยิงกระสุนยางต่อเนื่อง

16.13 น. แกนนำประกาศว่า มีการใช้ความรุนแรงกับประชาชนจะทำให้เข้าใจว่า พามวลชนมาเจ็บตัว เราจะไม่หลงกลมันไปทางถนนนครสวรรค์ ได้ยินกระสุนยางต่อเนื่อง มวลชนกรูไปเส้นนครสวรรค์ ทิศทางลมไปทางแยกสะพานผ่านฟ้าฯ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยาง 1 คน

ขณะที่มวลชนกำลังย้ายไปทางถนนนครสวรรค์ ได้มีควันพวยพุ่งที่มุมตัดเข้าถนนนครสวรรค์ ควันดังกล่าวลอยมาส่งผลกระทบต่อผู้ชุมนุมที่ตัดสินใจละทิ้งแนวดังกล่าวแล้ว ขณะเดียวกันตำรวจก็ยังไม่หยุดฉีดน้ำและยิงกระสุนยางใส่คนที่อยู่ใกล้แนวรั้วตำรวจ เวลานั้นทีมการ์ดก็ได้ถอนตัวจากแนวรั้วเพื่อนเปลี่ยนเส้นทางเดินไปทางถนนนครสวรรค์ตามที่รถเครื่องเสียงแจ้ง

16.21น. ที่แยกสะพานผ่านฟ้า ตำรวจควบคุมฝูงชนยังไม่หยุดยิงกระสุนยาง

16:23 น. บริเวณแยกจักรพรรดิพงษ์ มีตำรวจควบคุมฝูงชนตรึงกำลังเต็มถนนห่างออกจากแนวรั้วประมาณ 100 เมตร ผู้ชุมนุมนำหุ่นศพโควิด19 ไปวางที่รั้วลวดหนาม

16.25 น. มวลชนบางส่วนมาที่หน้าแนวศาลกรมหลวงชุมพรฯ มีการบีบแตรต่อเนื่องตำรวจประกาศให้ออกจากหน้าแนวและมีการฉีดน้ำ ผู้ชุมนุมตะโกนว่า มีแก๊สน้ำตาและหนีออกมาจากแนว

16.28 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ มวลชนกลับมาที่หน้าแนวอีกครั้งและบีบแตร

16.30 น. ตำรวจประกาศไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าใกล้แนวสิ่งกีดขวางของตำรวจ  ขอให้ให้ความร่วมมือกับตำรวจด้วย

16.31 น. รถเครื่องเสียงคันแรกมาถึงบริเวณพาณิชยการพระนคร มีการประกาศว่า วันนี้เราสร้างพื้นที่ความปลอดภัยในแก่พี่น้องประชาชน ให้พี่น้องที่มีผ้าพันคอเขียวดื่มน้ำ กินอาหารให้พร้อม ถ้าพร้อมให้ตั้งแนวตามแผนเดิมที่เรารับรู้กัน สถานการณ์นิ่ง

16.40 น. ที่แยกสะพานผ่านฟ้าฯ มวลชนเผาหุ่นศพ ตำรวจฉีดน้ำดับไฟ รอบแรกฉีดเพื่อดับไฟหุ่นที่มวลชนเผาแล้วฉีดอีก 2-3 ครั้งระลอกสั้นๆ

16.46 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ  ตำรวจขยับรถฉีดน้ำและฉีดแก๊สน้ำตาไล่มวลชน มีเสียงดังปังอย่างน้อย 7 ครั้ง

16.49 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ตัวแทนประกาศให้มวลชนเตรียมน้ำและอุปกรณ์ป้องกัน มีการฉีดน้ำอีกหนึ่งครั้งเป็นระลอกสั้น การ์ดวีโว่เริ่มตั้งแนวโล่ห่างจากแนวรั้วลวดหนามแนวแรก 20 เมตร หน้าแนวลวดหนามมีผู้ชุมนุมหมอบอยู่ประมาณ 5 คน
 
16.50 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ตำรวจฉีดน้ำที่ฝั่งราชวินิตและมีเสียงดังปัง การ์ดสั่งให้ทุกคนหมอบ ผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านหน้าแนวลวดหนามออกมาแล้ว มีมวลชนบางส่วนปาสิ่งเข้าไปในแนวตำรวจทางฝั่งรร.ราชวินิต บอย-ธัชพงศ์ประกาศว่า ห้ามขว้างปาสิ่งของเข้าไปในแนวตำรวจ ระยะห่างระหว่างมวลชนและตำรวจค่อนข้างไกล ตำรวจประกาศให้หยุดการกระทำ มีควันออกมาจากแนวตำรวจ 1 ครั้งและจางลงไป

16.50 น. ที่แนวสะพานผ่านฟ้าฯ มีรถหกล้อมาจอดขวางที่กลางแยกสะพานผ่านฟ้าฯ หน้าแนวตำรวจ

16.52 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ฉีดน้ำเป็นฝอยละอองน้ำประมาณ 30 วินาที

16.53 น. ที่แนวสะพานผ่านฟ้าฯ มีเสียงดังปังคล้ายประทัด 1 ครั้ง โดยเสียงมาจากฝั่งผู้ชุมนุม

16.55 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ การ์ดใช้ป้ายไพ่คิงเป็นฉากกั้นขยับดันเข้าไปแนวลวดหนามอีกครั้ง เมื่อตำรวจฉีดน้ำจึงเปลี่ยนใจ ขยับถอย

16.58 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ตำรวจฉีดน้ำระลอกสั้น 2 ครั้ง มีการประกาศให้หยุดการกระทำ มีผู้ชุมนุมเข้าใกล้แนวฝั่งรร.ราชวินิต ตำรวจจึงใช้การฉีดน้ำให้ออกจากแนว มีการขว้างปาสิ่งของเข้าไปในแนว ตำรวจตั้งแนวห่างไปทางรถผู้ต้องขังด้านหลัง

17.00 น. ที่แนวสะพานผ่านฟ้าฯ ตำรวจยังคงฉีดน้ำอีกครั้ง แจ้งว่า เพื่อดับเพลิง

17.00 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ตำรวจควบคุมฝูงชนเริ่มตั้งแนวใกล้กับแนวลวดหนามบริเวณราชวินิต มวลชนปาขวดน้ำและกรวยจราจรเข้าไปที่แนวตำรวจ รถของมวลชนขับเข้าไปใกล้แนวตำรวจ  มีการควันแก๊สน้ำตามาทางผู้ชุมนุม ควันคละคลุ้งเต็มพื้นที่หน้าแนว  ผู้ชุมนุมล่าถอยลงมาทางแยกนางเลิ้ง (ควันลอยมาถึงแยกนางเลิ้ง)

17.03 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ควันเริ่มจาง มีการ์ดบางส่วนอยู่ที่หน้าแนว มวลชนที่แยกนางเลิ้งตะโกนขอน้ำ

17.05 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ตำรวจประกาศว่า การใช้น้ำและแก๊สต้องฟังคำสั่งจากผบ.เหตุการณ์ก่อนทุกครั้ง

17.12 น. การ์ดกลับมาที่หน้าพาณิชยพระนครอีกครั้ง 

17.16 น. มีเสียงดังปังมาจากแนวตำรวจที่ฝั่งราชวินิตอีกครั้ง มวลชนวิ่งหนี

17.17 น. รถสิบล้อที่ใช้ปิดแนวแยกผ่านฟ้ามาเตรียมที่รร.ราชวินิต

17.21 น. รถสิบล้อจะถอยเข้าหาแนวตำรวจ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาอีกครั้ง

17.23 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ตำรวจประกาศหากมีการขว้างปาสิ่งของให้ใช้กระสุนยาง มีการใช้แก๊สน้ำตาแบบควันอีกครั้ง การ์ดเขี่ยลงท่อระบายน้ำ

17.23 น. ที่แนวสะพานผ่านฟ้าฯ ขบวนรถยังทยอยไปจากแยกสะพานผ่านฟ้าเรื่อยๆ พบบุคคลปาสิ่งของเข้าไปในแนวตำรวจ

17.25 น. ที่แนวสะพานผ่านฟ้าฯ ตำรวจยิงกระสุนยางจากราชดำเนินนอก(สปก.) ทำให้ผู้ชุมนุมต้องล่าถอยมาจนถึงเชิงสะพานผ่านฟ้า

17.28 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาต่อเนื่อง มวลชนบางส่วนใช้กรวยจราจรดับ มีหนึ่งครั้งที่ขว้างกลับไปหาแนวตำรวจเพื่อนๆห้ามไว้แต่ไม่ทัน

17.30 น. ที่แนวสะพานผ่านฟ้าฯ ผบ.เหตุการณ์สั่งบรรจุกระสุนยาง

17.34 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ตำรวจประกาศว่า หยุดสร้างสถานการณ์ การ์ดหน้าแนวบอกว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครทำอะไรเลย มีมึงคนเดียวเลย

17.37 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ มีการถอดผ้าที่ใช้ประดับบริเวณนั้นมาใช้ในการดับแก๊สน้ำตาที่ตำรวจยิงมา มีเสียงดังปังพร้อมควันพวยพุ่งที่บริเวณฝั่งราชวินิต ตำรวจประกาศย้ำว่า อย่าสร้างสถานการณ์

17.40 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตามาที่หน้าพาณิชยพระนคร มวลชนฉีดน้ำและใช้หุ่นศพชุ่มน้ำซับไว้

17.41 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ มีควันพวยพุ่งที่แนวตำรวจ จากนั้นตำรวจฉีดน้ำ มวลชนตะโกนว่า หลบ! มันปาผิด แต่หลังจากนั้นประมาณ 20 วินาทีพากันวิ่งหนีพร้อมตะโกนว่า มันจะขยับแล้ว (หมายถึงการใช้ควันบดบังทัศนวิสัยและขยับแนวรุกผู้ชุมนุม)

17.41 น. ที่แนวสะพานผ่านฟ้าฯ ผู้ชุมนุมประมาณ 10 คนปาของเข้าไปในแนวกั้น ตำรวจยิงกระสุนยางใส่เป็นระยะ

17.44 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตามาบริเวณพาณิชยพระนคร ผู้ชุมนุมอย่างน้อย 1 คนปากลับไปที่แนวตำรวจ ตำรวจประกาศว่า หยุดสร้างสถานการณ์

17.46 น. ที่แนวสะพานผ่านฟ้าฯ ตำรวจประกาศฉีดน้ำอีกครั้ง

17.47 น. ที่แนวสะพานผ่านฟ้าฯ ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมที่ไปใกล้แนวกั้น ก่อนฉีดมีการประกาศว่า ตำรวจได้ถอยออกจากแนวเพื่อผ่อนคลายเหตุการณ์แล้ว ขอให้ผู้ชุมนุมถอยออกไปให้หมดไม่เช่นนั้นจะฉีดน้ำ จากนั้นเริ่มฉีด *น้ำเปล่า*

17.50 ที่แนวศาลกรมหลวงฯ มีการยิงแก๊สน้ำตาอีกครั้งมาที่หน้ารร. ราชวินิต

17.57 น. ที่แนวศาลกรมหลวงฯ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาออกมาต่อเนื่อง ผู้ชุมนุมใช้น้ำและกรวยยางดับ

18.02 น. ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาไปเกือบถึงแยกนางเลิ้งที่ผู้ชุมนุมอยู่ ผู้ชุมนุมที่นางเลิ้งบอกว่า แก๊สน้ำตาเมื่อสักครู่มาจากภายในรร.ราชวินิต ไม่ใช่แนวศาลกรมหลวงฯ จึงได้ไปไกลกว่าการยิงที่ผ่านมา

18.04 น. การ์ดหน้าแนวศาลกรมหลวงฯแจ้งว่า ให้ถอยกลับไปยังแยกนางเลิ้งเพื่อทำกิจกรรมต่อ

18.05 น. เตรียมกิจกรรมเผาหุ่นศพโควิด19

18.10 น. มีมวลชนกลับเข้าไปที่หน้าแนวศาลกรมหลวงฯ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสกัด มวลชนตะโกนว่า ถอยมาก่อน ตั้งหลักก่อน ตอนนี้การ์ดผ้าพันคอเขียวไม่ได้รุกแนวเข้าไปแล้ว บางส่วนยืนอยู่ที่พาณิชย์พระนคร

18.12 น. มีการเผาหุ่นศพโควิด19 พร้อมกิโยติน พร้อมร้องเพลง Do You Hear The People Sing? ในตอนท้ายฟ้า-พรหมศร วีระธรรมจารีกล่าวว่า ประชาชนจะต้องได้วัคซีนที่ดี และเราจะไม่ต้องเป็นทาสอีกต่อไป

18.15 น. ที่แยกเทวกรรมฝั่งตัดลงราชดำเนินนอก ชายวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งพังรั้วและวิ่งกรูเข้าไปหลังแนวรั้วตำรวจ คฝ.ถอยกลับไปหลังแนวรั้วที่สอง และมีตำรวจอีกชุดหนึ่งมาเสริมกำลัง กลุ่มชายวัยรุ่นวิ่งเข้าไปนิดหน่อยแล้วเดินกลับออกมา ยกมือบอกคนอื่นอย่าตามเข้าไป

18.17 น. มีการเผาหุ่นศพที่หน้าธกส.

18.21-18.27 น. ที่แยกนางเลิ้งมีเสียงดังปัง 1 ครั้งและต่อเนื่องเรื่อยๆ เป็นเสียงจากแนวตำรวจที่ศาลกรมหลวงชุมพรฯ จากไลฟ์ของเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยเริ่มต้นในเวลา 18.20 น. ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่อยู่ที่แยกนางเลิ้ง จากนั้นมีผู้ชุมุนมวิ่งย้อนกลับไปที่แนวศาลกรมหลวงฯ ด้านฝั่งรร.ราชวินิตมีผู้ชุมนุมขี่มอเตอร์ไซด์ไปเร่งเครื่องที่หน้าแนวห่างประมาณ 50 เมตร ตำรวจประกาศให้ออกจากหน้าแนว มีเสียงปังดังต่อเนื่อง

18.28 น. ยุติกิจกรรม รถเครื่องเสียงยังประกาศต่อเนื่องให้ผู้ชุมนุมกลับไปทางยมราช

+++ช่วงที่ 4 การปะทะหลังยุติกิจกรรม+++

18.30 น. ที่แนวศาลกรมหลวงชุมพรฯ ผู้ชุมนุมจุดพลุไฟ จากนั้นตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่อีกครั้ง

18.34 น. บริเวณก่อนแยกนางเลิ้ง มีการเผาหุ่นศพอีกหนึ่งจุด  ที่แยกเทวกรรม ตำรวจถอยเข้าไปภายในวัดโสมนัสฯ ผู้ชุมนุมจุดไฟเผาหุ่นฟางตรงประตู

18.35 น. การ์ดคล้องแขนบริเวณแยกนางเลิ้งเพื่อกันมวลชนออกทางยมราช

18.41 น. บอย-ธัชพงศ์ประกาศเร่งให้มวลชนกลับทางยมราช

18.42 น. ตร.ตั้งแนวเดินเข้าแยกเทวกรรมจากถนนผดุงกรุงเกษม

18.48 น. มีมวลชนจำนวนหนึ่งยังอยู่ที่บริเวณศาลกรมหลวงฯ ตร.ยิงแก๊สน้ำตา 1 ครั้ง

18.50 น. ตำรวจประกาศให้ชุดจับกุมเตรียมพร้อม

18.57 น. มวลชนบางส่วนลากแผงเหล็กจากแยกนางเลิ้งเข้าไปที่ขวางถนนหน้าธกส.

19.02 น. ตำรวจตั้งแนวจากถนนผดุงกรุงเกษมเกือบถึงแยกเทวกรรมแล้ว ยังมีรถยนต์สะสมจำนวนมากที่ถนนนครสวรรค์  ตำรวจทดลองฉีดน้ำ

19.04 น. ตำรวจประกาศให้ผู้ชุมนุมที่แยกเทวกรรมกลับบ้านเนื่องจากแกนนำยุติกิจกรรมแล้ว มิเช่นนั้นจะใช้มาตรการเบาไปหาหนัก ตำรวจใช้กระสุนยางมาทางแยกเทวกรรม ขณะที่รถยังสัญจรผ่านมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

19.06 น. ตำรวจขยับแนวมาหามวลชนบนแยกเทวกรรม รถยังสัญจร 

19.07 น. ตำรวจฉีดน้ำ ขณะที่ผู้ชุมนุมวิ่งไปทางนางเลิ้งแล้ว มวลชนจากแนวศาลกรมหลวงชุมพรฯย้อนมารวมตัวที่แยกนางเลิ้ง

19.08 น. ตำรวจประกาศว่า จนท.จำเป็นต้องใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตา คฝ.ขยับอีก 10 เมตรเสมอแนวแยกเทวกรรมแล้ว รถยนต์ยังสัญจรผ่านไปมา

19.14 น. ที่แยกเทวกรรม ตำรวจประกาศว่า ให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายกลับบ้าน ให้เวลาอีก 3 นาที แท็กซี่ขับผ่านมาบีบแตรใส่แนวตำรวจ "กลุ่มมอเตอร์ไซด์ที่อยู่ด้านหน้า หากไม่แยกย้ายจะจับกุม" 

19.16 น. ตำรวจประกาศว่า จนท.จะดำเนินการจับกุม เริ่มเดินแนวไปที่แยกนางเลิ้งและแยกสะพานขาว

19.31 น. ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาต่อเนื่องและประกาศให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายเนื่องจากใกล้เวลาเคอร์ฟิวแล้ว

20.00 น. ตำรวจเดินแนวไปจนถึงแยกอุรุพงษ์


+++ช่วงที่ 5 หลังเหตุการณ์ยุติ+++


21.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวกรณีการชุมนุมและพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า ปัจจุบันอยู่ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและมีข้อกำหนดนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 27 ด้วยเหตุผลนี้ทำให้พ.ร.บ.ชุมนุมฯไม่สามารถนำมาใช้ได้เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด 19 การดำเนินการของตำรวจวันนี้ตั้งแต่เริ่มการชุมนุมจนสิ้นสุดเป็นไปตามขั้นตอนการควบคุมฝูงชน ตามกฎหมายและตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายและระงับยับยั้งฝูงชนไม่ให้ทำลายทรัพย์สินราชการและสถานที่ราชการ 

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า วันนี้มีการรวมตัวกันของราษฎร เยาวชนปลดแอกและภาคีเครือข่ายฯต่างๆ โดยเริ่มมีการชุมนุมกันตั้งแต่เวลา 10.00 น. 

12.20 น. กลุ่มเยาวชนปลดแอกเริ่มมีการตั้งรถเครื่องเสียงและมีการรวมตัวกัน

13.00 น. ผู้กำกับสน.สำราญราษฎร์ประกาศให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมเนื่องจากการชุมนุมดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้ตามกฎหมาย

13.10 น. กลุ่มมวลชนไม่เชื่อฟังและได้มีการรวมตัวกันลงมาบริเวณผิวการจราจร จากนั้นได้นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ปิดการจราจรถนนราชดำเนินรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและมีการตั้งขบวนเพื่อเดินทางไป

13.50 น. มวลชนเริ่มออกเดินมาหยุดที่แยกผ่านฟ้า

15.30 น. ผู้กำกับการสน.นางเลิ้งประกาศให้ยุติการชุมนุม

15.40 น. ผู้ชุมนุมไม่ยุติการชุมนุมและปิดการจราจร ขว้างปาสิ่งของ ใช้หนังสติ๊ก อาวุธต่างๆทำร้ายเจ้าหน้าที่ มีการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ มีทำลายทรัพย์สินที่เป็นสาธารณประโยชน์ มีการจุดพลุเพลิง พลุไฟ มีการเผาสิ่งต่างๆรอบแยกสะพานผ่านฟ้า ตำรวจได้มีการประกาศเตือนอีกครั้ง ผู้ชุมุนมไม่ได้หยุดดำเนินการ ตำรวจจึงใช้การฉีดน้ำ แก๊สน้ำตาและกระสุนยางเพื่อหยุดดำเนินการของผู้ชุมนุม จากนั้นกลุ่มผู้ชุมุนมยุติการกระทำชั่วคราว และไปทางถนนนครสวรรค์และมาหยุดที่บริเวณวิทยาลัยพาณิชยการพระนคร

17.09 น. อานนท์ นำภาประกาศให้ผู้ชุมุนมไปรวมตัวที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐเพื่อเตรียมการปะทะกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เวลา 
17.30 น. กลุ่มการ์ดวีโว่พยายามฝ่าแนวตำรวจเพื่อไปบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความจำเป็นจึงได้ทำการฉีดน้ำและใช้แก๊สน้ำตาอีกหนึ่งรอบ

17.40 น.แกนนำของผู้ชุมุนุมได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมมารวมตัวที่แยกนางเลิ้ง

18.20 น. ผู้ชุมนุมเผาหุ่นฟางที่เตรียมมาที่แยกนางเลิ้ง

18.35 น. กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศยุติการชุมนุมมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนไม่ยอมเดินทางกลับและปักหลักที่แยกนางเลิ้ง กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนทุบทำลายสิ่งของราชการ มีการจุดไฟเผาหุ่นฟางโดยรอบแยกนางเลิ้ง การดำเนินการต่างๆ ตำรวจคุมตัวได้ 13 คน รวมทั้งธนเดช ศรีสงคราม ผู้ต้องหาตามหมายจับ ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 8 นาย รักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ 6 นาย ส่วนทรัพย์สินทางราชการอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 

ข้อกล่าวหาเบื้องต้นคือ ขัดข้อกำหนดนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 27, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบฯฉบับที่ 6, ประกาศกรุงเทพมหานครฯ และพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า กรณีการใช้กระสุนยางจนผู้สื่อข่าวได้รับบาดเจ็บ กองบัญชาการตำรวจนครบาลขอโทษเหตุในครั้งนี้ จากการพูดคุยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกระสุนยางพลาดไปโดนที่แขนซ้าย กรณีนี้มีการสร้างกระแสเฟคนิวส์ด้วยการนำภาพผู้ชุมนุมบางคนที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเผาพระบรมฉายาลักษณ์ นำไปกระจายตามสื่อต่างๆว่า บุคคลดังกล่าวเป็นผู้สื่อข่าว แต่ข้อเท็จจริงแล้วที่ปรากฏตามภาพคือ เป็นผู้ชุมนุมไม่ใช่ผู้สื่อข่าว