#ม็อบ10กรกฎา : คาร์ม็อบสกลฯ

วันที่2564-07-10

เวลา17:00

สถานที่วงเวียนพญานาค จ.สกลนคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

-

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

10 กรกฎาคม 2564 เวลา 17.00 น. เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ ‘Aim Phubeth’นัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์คาร์ม็อบ “ไทสกล ไม่ทนตู่นะจ๊ะ”คาร์ม็อบของสกลฯ จะเป็นการทำกิจกรรมลักษณะเดียวกับคาร์ม็อบที่กรุงเทพฯนำโดย สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด โดยจะเป็นการขับรถเคลื่อนขบวนไปตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ และมีการติดป้ายข้อความต่าง ๆ ตามรถยนต์เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล และมีการบีบแตรเสียงดังเพื่อสะท้อนความโกรธเกรี้ยวของประชาชน

เมื่อถึงเวลานัดหมายมีรถยนต์มารอประมาณ 10 คันที่วงเวียนพญานาค พิพิธภัณฑ์ภูพาน จากนั้นขบวนรถจะเดินทางไปตาม ถ.นิตโย วนรถที่สี่แยกบ้านธาตุ และกลับมายังวงเวียนพญานาค ระหว่างขบวนรถยนต์ขับไปเรื่อย ๆ มีรถยนต์ประชาชนคนอื่น ๆ เข้ามาในขบวนตามรายทางตลอดเวลา ขณะที่บรรยากาศการทำกิจกรรมเป็นไปอย่างราบรื่น เป็นไปตามกำหนดการทุกอย่าง และไม่มีรายงานการคุกคามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

เมื่อกลับมาที่จุดเริ่มต้นทางตัวแทนผู้จัดกิจกรรมอ่านแถลงการณ์ “เจตจำนงไทยสกล ไม่ทนตู่นะจ๊ะ” เป็นอันสิ้นเสร็จกิจกรรม 

ผู้จัดกิจกรรมระบุว่า จริง ๆ การจัดกิจกรรมวันนี้ค่อนข้างได้รับผลตอบรับดี แต่เนื่องด้วยตนประชาสัมพันธ์กระชั้นเกินไป คือประชาสัมพันธ์วันที่ 9 กรกฎาคม 2564 และจัดกิจกรรมเลย ทำให้คนมาร่วมไม่เยอะมากเท่าไหร่ ทั้งที่ประชาชนอยากมาร่วมมากกว่านี้

เหตุผลที่อยากจัดคาร์ม็อบคู่ขนานเพราะว่า "ต่างจังหวัดต้องช่วยกัน เพื่อส่งเสียงความเดือดร้อนของประชาชนทุกพื้นที่ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสกลนครก็ก็ไม่ได้สู้ดีเท่าใด 

“ผมว่าคนที่อยู่ในพื้นที่รู้สึกได้ คนเหลืออดแล้ว ก็เลยน่าจะมีอะไรสักอย่างหนึ่งที่ให้พี่น้องได้แสดงออกบ้าง ก็เลยประกาศเมื่อวานนี้เลย (9 กรกฎาคม) จากพี่หนูหริ่ง (สมบัติ บุญงามอนงค์) อยากแสดงออก และผมว่าไอเดียดี” 

สำหรับข้อเรียกร้องมีทั้งหมด 12 ข้อ แต่โดยหลัก ๆ คือ รัฐบาลต้องจัดหาวัคซีนที่ดีเร็ว และเพียงพอต่อประชากรทุกคน ที่สกลนครมีอัตราการฉีดวัคซีนของประชาชนค่อนข้างต่ำ มีชาวประมาณหลักหมื่นต้น ๆ ทั้งที่จังหวัดสกลนคร มีประชาชนทั้งสิ้น 1.5 ล้านคน หรือมีผู้ได้ฉีดวัคซีนไม่ถึง 10% 

นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลว่า หากประชาชนยังไม่ได้รับวัคซีน อาจเกิดเหตุการณ์เหมือนที่ กทม. ที่ทุกคนต้องไปเบียดเสียดต่อแถวตั้งแต่กลางคืน เพื่อเข้ารับการตรวจโควิด-19 และบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าในจังหวัดสกลนครก็ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร 

โดยนอกจากเรื่องการจัดหาวัคซีน เขาต้องการให้รัฐบาลเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ และการล็อกดาวน์ สุดท้ายคือประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรลาออกจากการเป็นนายกฯ ได้แล้ว

อ้างอิง : https://prachatai.com/journal/2021/07/93913