#ม็อบ7กรกฎา : #saveนาบอน

วันที่2564-07-07

เวลา14:00

สถานที่SCB สำนักงานใหญ่ จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 3

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหยุดโครงการโรงไฟฟ้าขยะ ที่อำเภอบางบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

-

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

7 กรกฎาคม 2564 เวลา 14.00 น. เครือข่ายปกป้องนาบอนจากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงพิษนัดหมายปักหลักที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อเรียกร้องให้ยุติการดำเนินการโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ 2 โรงรวม 50 เมกะวัตต์ ในตำบลทุ่งสง อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช บริษัททีลงทุนในโรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นบริษัทในเครือของบริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด ( มหาชน) ซึ่งมีผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งคือ พล.ต.อ.วีระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 

โดยก่อนหน้านี้ในวันที่ 5 - 6 กรกฎาคม 2564 เครือข่ายฯได้เดินทางมายื่นหนังสือที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และรัฐสภา ส่วนในวันนี้ที่มาปักหลักบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์เนื่องจากเป็นหุ้นส่วนในโครงการ 

โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าของบริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะดำเนินการจัดตั้งโรงไฟฟ้า บริเวณโดยรอบมีประชากรนับพันครัวเรือน ในรัศมี 5 กิโลเมตรประกอบด้วยโรงเรียนจำนวน 10 แห่ง วัดจำนวน 7 แห่ง โรงพยาบาลจำนวน 7 แห่ง จำนวนประชากรในตำบลทุ่งสงจำนวน 8,463 คน กระบวนการซื้อที่ดินของบริษัทนายหน้าระบุว่า จะนำที่ดินไปสร้างตลาดพืชผลการเกษตร  มีประชาชนจำนวน 13 ครัวเรือนไม่ยินยอมขายที่ดินให้ ท้ายสุดมีการซื้อที่ดินจนพื้นที่ 13 ครัวเรือนถูกล้อมไว้ เครือข่ายฯระบุด้วยว่า ในรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจะต้องมีการถมที่ดินให้สูงขึ้นจึงมองว่า "เมื่อบริษัทถมที่สูงขึ้นเพื่อทำการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ประชาชนจำนวน 13 ครัวเรือนเสมือนอาศัยอยู่ในหลุม ต้องเผชิญกับมลพิษนานาชนิด"  นอกจากนี้การสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่อาจก่อผลกระทบต่อการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่

ลำดับเหตุการณ์

ตั้งแต่เวลา 13.49 น. มีการนำแผงเหล็กพร้อมติดป้ายข้อความว่า บริเวณนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมใดๆ" จากนั้นชาวบ้านประมาณ 10 คนเริ่มเข้ามาทำกิจกรรมที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ มีการชูป้ายข้อความเช่น "SCB อย่าทำกำไรบนการทำลายชีวิตคน" และ "หยุด!โรงไฟฟ้าบนคราบน้ำตาชาวบ้าน" 

เรียง สีแก้ว ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าวว่า เหตุผลที่มาที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เพราะเป็นหุ้นส่วนในโครงการขนาดใหญ่นี้และกล่าวด้วยว่า มีเจ้าหน้าที่มาบอกให้ออกจากพื้นที่ภายใน 16.30 น. 

ต่อมาเวลา 14.20 น. ตัวแทนผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ลงมารับหนังสือ ตัวแทนชาวบ้านขออธิบายเหตุผลที่มาในวันนี้ก่อน  เขากล่าว่า เหตุที่ไม่ยอมขายที่ดินเพราะที่ดินเป็นที่ดินมรดกที่ได้มาจากพ่อแม่ของเขา ท้ายสุดที่ดินของโรงไฟฟ้าล้อมรอบบ้านเขา วันนี้เขาจำเป็นต้องฝ่าโควิด 19 มาเพื่อเรียกร้องประเด็นนี้ ตอนนี้คนที่ไม่ยอมขายที่ดินจะถูกถมที่ล้อมรอบ "ท่านคิดดูว่า เราจะอยู่อย่างไร พวกผมต้องมาปกป้องบ้านเกิด มาวันนี้ไม่ใช่ยื่นหนังสือแล้วกลับแต่ต้องอยู่จนได้คำตอบ"

ตัวแทนอีกคนหนึ่งกล่าวว่า โรงไฟฟ้านาบอนนั้นเป็นการนำโรงไฟฟ้าไปวางไว้กลางชุมชน ขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์ยุติโครงการโรงไฟฟ้านาบอนเนื่องอาจก่อให้เกิดผลกระทบของทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศน์ ส่วนหนึ่งของหนังสือระบุว่า "การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและหลักการพัฒนาความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์ ในฐานะที่ธนาคารเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งต้องดำเนินธุรกิจด้วยการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล"

เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของไทยพาณิชย์มารับหนังสือ หลังยื่นหนังสือ ตัวแทนเครือข่ายฯแจ้งว่า ชาวบ้านขอปักหลักที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์จนกว่าจะได้คำตอบแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะให้อยู่ได้ไม่เกินเวลา 16.30 น. 

เวลา 15.00 น. ชาวบ้านนาบอนเริ่มตั้งเพิงสำหรับปักหลักหน้าธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ โดยยืนยันจะปักหลักต่อไป

ประชาไทรายงานว่า ต่อมาเวลา 16.00 น. เครือข่าย #saveนาบอน ทำพิธีสาปแช่งคนที่ทำลายวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของชุมชน หลังจากนั้นมีการแถลงว่าที่ต้องคัดค้านการเข้ามาลงทุนของกลุ่มธุรกิจของตระกูลทรงเมตตา นำโดย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร. และมีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นนั้น มีเหตุผล 5 ข้อ ดังนี้


1.กลุ่มทุนเข้ามาไล่ซื้อที่ดินของคนในชุมชนและทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิม
2.น้ำเป็นทรัพยากรหลักที่จะถูกนำไปใช้ในกิจการโรงไฟฟ้า กระทบต่อน้ำอุปโภคบริโภคในภาคเกษตรกรรมที่เป็นอาชีพหลักของคนในชุมชน
3.โรงไฟฟ้าอาจก่อมลพิษทั้งทางน้ำและอากาศ
4.เกิดความเหลื่อมล้ำและแบ่งฝักฝ่ายในชุมชน เนื่องจากกลุ่มทุนเสนอผลประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม
5.ชุมชนต้องการอุตสาหกรรมที่มิตรต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนในชุมชนโดยเครือข่ายประกาศจะนั่งปักหลักภาวนาอย่างสันติ เพื่อรอคำตอบจากผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์


ประมาณ 16.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตัวแทนธนาคารไทยพาณิชย์ และ พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย จาก สน.พหลโยธิน มาเจรจากับเครือข่าย #saveนาบอน โดยตัวแทนธนาคารไทยพาณิชย์แจ้งว่า ธนาคารรับทราบเรื่องแล้ว แต่จำเป็นต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อเท็จจริง ขอให้เครือข่ายเดินทางกลับไปก่อนระหว่างรอการตรวจสอบข้อร้องเรียน ด้าน พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 นะบาดหนัก และมีข้อกำหนดห้ามรวมตัวเกิน 20 คน ขอให้เครือข่ายเลิกกิจกรรมก่อนพระอาทิตย์ตกดิน มิเช่นนั้นมีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ประสิทธิชัย หนูนวล เป็นตัวแทนเครือข่ายฯ ตอบตัวแทนธนาคารไทยพาณิชย์ว่า เรื่องเกิดขึ้นมากว่า 3 ปีแล้ว หากตอนนี้ธนาคารบอกว่าขอตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่ากับที่ผ่านมาธนาคารไม่ทราบอะไรเลย คุณอยู่สบายกลางเมือง ขณะที่ชาวบ้านถูกถมดินทับที่แล้ว ประสิทธิชัยตอบตำรวจด้วยว่า ทุกคนทราบดีเกี่ยวกับมาตรการโควิด-19 แต่ที่มาวันนี้เพราะยอมเอาชีวิตเข้าแลกแล้ว หากตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมาย ต้องมาหิ้วพวกเราออกจากพื้นที่ก็ทำได้เลย นอกจากนี้ ประสิทธิชัยยังทิ้งท้ายว่า ทุกคนไม่เรียนรู้อะไรจากกรณี #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้เลย วันนี้โรงไฟฟ้าแม้จะถมดินแล้วแต่ก็ยังไม่ตอกเสาเข็ม เรายังช่วยกันหยุดยั้งได้

เวลา 18.15 น. สมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส.พรรคก้าวไกล เป็นตัวแทน กรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ของรัฐสภา รับเรื่องร้องเรียนจากเครือข่าย #saveนาบอน ที่หน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ ก่อนรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล จะปราศรัยให้กำลังใจและตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มทุนโรงไฟฟ้าอาจเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทุนพลังประชารัฐ

18.45 น. 'เพนกวิน' พริษฐ์ ชิวารักษ์ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางมาให้กำลังใจเครือข่าย #saveนาบอน พร้อมกล่าวว่า หลายคนไม่เคยไปและไม่ใช่ประชาชนชาว อ.นาบอนจ.นครศรีธรรมราช แต่เมื่อทราบข่าวหลายคนก็ทนไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และจะต่อสู้ร่วมกันไปกับพี่น้องชาวนาบอน

พริษฐ์ชี้ว่า นี่คือตัวอย่างกลุ่มทุนของอภิสิทธิ์ชน ที่ไม่เห็นใจว่าในที่ดินอื่นจะมีใครอยู่อาศัยบ้าง และใช้อำนาจสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวลกลางชุมชน ต้องถามว่า ถ้าวันหนึ่งมีคนไปเผาขยะกลางบ้านท่าน ท่านจะยอมไหม ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้อง ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กับพี่น้องชาวนาบอน

สมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมยังกล่าวด้วยว่า แม้รัฐจะอ้างว่ามีความจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน แต่ปัจจุบันประเทศไทยผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าความต้องการใช้อยู่แล้วครึ่งหนึ่ง แต่ประชาชนกลับต้องใช้เงินไปสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้า และมีคนกำลังเดือดร้อนอยู่ที่นี่

18.55 น. 'ป็อกกี้' จากเพจกระเทยแม่ลูกอ่อน กล่าวว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนในพื้นที่ถึง 3 ปี แต่รัฐกลับเพิกเฉย ตนขอตั้งคำถามว่านี่ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ทั้งที่ชาวนาบอนร้องเรียนไปยังช่องทางต่างๆ จำนวนมาก และขอเรียกร้องให้ธนาคารไทยพาณิชย์ถอนหุ้นจากกลุ่มทุนโรงไฟฟ้า เพื่อรักษาความเป็นคนอีกด้วย

19.00 น. ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า ให้กำลังใจเครือข่าย #saveนาบอน พร้อมให้กำลังใจว่านาบอนต้องเป็นของพี่น้องชาวนาบอน ไม่ใช่กลุ่มทุนทรงเมตตา หรือนายทุนสามานย์คนใด ก่อนประสิทธิชัย หนูนวล จะขึ้นมากล่าวต่อว่า ปัจจุบันน้ำในภาคใต้กำลังถูกแย่งชิง ที่ดินกำลังถูกกว้านซื้อแบบที่เครือข่าย #saveนาบอน เจอ แต่ตนทำงานมานานยังไม่เคยเจอทุนใดก้าวร้าวแบบกลุ่มทุนทรงเมตตา

ประสิทธิชัย กล่าวว่า มีคนเตือนว่าอย่ามายุ่งกับกลุ่มทุนโรงไฟฟ้านี้ เพราะเจ้าของบริษัทใหญ่มาก มีทั้งอดีตรอง ผบ.ตร. และธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ตนกล่าวว่ากลุ่มทุนนี้ก้าวร้าวมาก เพราะเริ่มถมดินทั้งที่ยังไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง และที่ดินหลายผืนไม่ยินยอมขาย ทำให้ถูกถมที่ล้อมที่ดิน

ประสิทธิชัย กล่าวว่า #saveนาบอน เป็นเพียงกรณีหนึ่ง แต่เป็นตัวอย่างว่ากลุ่มทุนใหญ่สร้างความเสียหายให้ประเทศ เป็นกลุ่มทุนศักดินาที่ไม่เห็นหัวประชาชน ท่วงทำนองการเจรจาของตัวแทนธนาคารไทยพาณิชย์เมื่อช่วงเย็น ก็เป็นทำนองของคนที่อยู่สูงกว่า ทั้งที่รถแบ็กโฮจอดอยู่ รอถมที่บ้านของชาวนาบอน

ประสิทธิชัยประกาศว่า เครือข่าย #saveนาบอน จะปักหลักที่หน้าสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อสร้างการเรียนรู้ พร้อมเล่าว่ามีชาว จ.พระนครศรีอยุธยา เขียนมาบอกว่า กลุ่มทุนทรงเมตตาทำพฤติกรรมคล้ายกันนี้ในธุรกิจถ่านหินที่นั่นเช่นกัน และธนาคารไทยพาณิชย์จะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มทุนนี้

ประมาณ 19.30 น. เครือข่าย #saveนาบอน พักกิจกรรมเพื่อรับประทานอาหาร ขณะที่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชนร่วมกันเขียนป้ายผ้ารณรงค์ คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ อ.นาบอน และบางส่วนก็ร่วมพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น


8 กรกฎาคม 2564

10.00 น. ตำรวจสน.พหลโยธินแจ้งว่า จะมีเจ้าหน้าที่มาฉีดยาฆ่าเชื้อ ตัวแทนยอมให้ฉีดได้แต่ต้องแสดงเอกสารด้วยว่า เป็นการฉีดยาฆ่าเชื้อจริง

10.21 น. ชาวบ้านยังไม่ได้ดูเอกสาร ตำรวจเข้าพูดคุยอีกครั้งและแจ้งว่า ไม่ฉีดแล้ว

10.37 น. ชาวนาบอนแถลงผ่านการไลฟ์สดว่า มาจนถึงตอนนี้พวกเขาปักหลักมา 20 ชั่วโมงแล้ว มีตัวแทนมารับหนังสือแต่ยังไม่มีใครติดต่อกลับมาหาเพิ่มเติมอีก จากนั้นจึงอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรียกร้องทำนองว่า ให้ผู้ฝากเงินในธนาคารไทยพาณิชย์ตรวจสอบเงินในบัญชีและกล่าวว่า เป็นการฝากเงินไว้กับธนาคารที่ไปตั้งโรงไฟฟ้าสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นการฝากเงินกับธนาคารที่ไม่มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไปแล้ว และภายในเวลา 10.00 น.ของวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 ถ้าไม่มีตัวแทนของธนาคารและบริษัทผู้สร้างโรงไฟฟ้ามาเจรจา ชาวนาบอนจะโกนหัวเพื่อเรียกร้องแผ่นดินคืน