#ม็อบ24มิถุนา : #ไทยไม่ทน

วันที่2564-06-24

เวลา17:00

สถานที่จาก สะพานผ่านฟ้าลีลาศ จ.กรุงเทพมหานคร ไปยัง ทำเนียบรัฐบาล จ.กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ,ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

200 -300

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

ไม่ต่ำกว่า 500

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

วันที่ 24 มิถุนายน 2564 กลุ่มไทยไม่ทน นัดชุมนุมขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำเนียบรัฐบาลโดยนัดรวมตัวที่สะพานผ่านฟ้าในเวลา 16.00 น. 

เมื่อถึงวันนัดหมาย เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย - Ramkhamhaeng Network for Democracy จัดคาราวานรถแห่จากหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ล่วงหน้ามารวมตัวที่สะพานผ่านฟ้าตั้งแต่เวลา 14.00 น. ระหว่างนั้นก็มีผู้ชุมุมไทยไม่ทนบางส่วนมารอด้วยเช่นกัน จากนั้นในเวลาประมาณ 16.00 น. กลุ่มไทยไม่ทนจึงเริ่มตั้งเวทีปราศรัยที่สะพานผ่านฟ้า การปราศรัยดำเนินเรื่อยไปจนกระทั่งเวลาประมาณ 18.20 น. กลุ่มไทยไม่ทนจึงเริ่มเคลื่อนขบวนไปที่ทำเนียบรัฐบาลโดยใช้เส้นทางถนนนครสวรรค์ หัวขบวนผู้ชุมนุมมาถึงแยกนางเลิ้งในเวลาประมาณ 18.40 น.และปักหลักปราศรัยจนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 19.40 น.จึงประกาศยุติการชุมนุมโดยจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ประกาศยุติการชุมนุมอ้างเหตุความกังวลต่อการแทรกแซงของมือที่ 3 

ลำดับเหตุการณ์

14.00 น.คาราวานของเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยเดินทางจากจุดรวมพลหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงถึงที่สะพานผ่านฟ้า รถกระบะติดเครื่องเสียงของทางกลุ่มสองคันขึ้นไปจอดอยู่บนสะพานในช่องทางจราจรซ้ายสุด 

ในขณะที่คาราวานจากรามคำแหงมาถึงที่สะพานผ่านฟ้าก็มีผู้ชุมนุมกลุ่มไทยไม่ทนส่วนหนึ่งประมาณ 40 - 50 คน ปักหลักรออยู่ในร่มไม้เชิงผ่านฟ้าฝั่งทางเดินไปท่าเรือคลองแสนแสบอยู่แล้ว ระหว่างที่ตัวแทนแนวร่วมรามคำแหงฯปราศรัยบนรถเครื่องเสียงเพื่อเชิญชวนประชาชนมาร่วมชุมนุมและฟังการปราศรัยในเวลา 16.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมที่น่าจะเป็นทีมจัดงานนำแผงเหล็กมากั้นพื้นที่การจราจรบนสะพานผ่านฟ้าฝั่งมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยประมาณสองช่องทางเพื่อใช้เป็นพื้นที่ตั้งเวทีการชุมนุม ในช่วงเวลานั้นสังเกตเห็นบุคคลที่น่าจะเป็นยศวริศ ชูกล่อมหรือ เจ๋ง ดอกจิก เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยในพื้นที่การชุมนุมด้วย 

จากการสอบถามนันทพงศ์ ปานมาศ จากเครือข่ายรามคำแหงฯ ได้ข้อมูลว่า ทางเครือข่ายยืนยัน 3 ข้อเรียกร้องของราษฎร แต่การมาร่วมชุมนุมกับกลุ่ม "ไทยไม่ทน" ซึ่งมีจุดยืนข้อเดียวคือการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ในวันนี้เป็นลักษณะแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง

14.17 น.กฤษณะ ไก่แก้ว จากเครือข่ายรามคำแหงฯ ขึ้นปราศรัยบนรถเวทีของทางเครือข่าย ตอนหนึ่งของการปราศรัยกฤษณะพูดถึงรัฐธรรมนูญ 60 โดยสรุปได้ว่า ก่อนที่จะมีการออกเสียงประชามติที่ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกประกาศใช้ มีคนจำนวนหนึ่งออกไปรณรงค์ให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญซึ่งก็ถูกดำเนินคดีกันทั่วหน้าในขณะที่คนรณรงค์สนับสนุนกลับทำได้โดยสะดวก สำหรับคนที่ถูกดำเนินคดีแม้สุดท้ายศาลจะยกฟ้องแต่ก็ได้รับผลกระทบกับชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการใช้กฎหมายกลั่นแกล้งประชาชนโดยเผด็จการ 

14.47 น. รถเครื่องเสียงขนาดใหญ่ของกลุ่มไทยไม่ทนสองคันซึ่งก่อนหน้านี้จอดอยู่บริเวณถนนข้างสะพานผ่านฟ้าที่จะมุ่งหน้าไปวัดภูเขาทองซึ่งไม่ใช่เส้นทางสัญจรหลักเคลื่อนขึ้นมาบนสะพานผ่านฟ้า ส่วนรถกระบะของเครือข่ายรามคำแหงสองคันก็ขยับลงสะพานไปเพื่อเปิดพื้นที่ให้โดยมีตัวแทนเครือข่ายประกาศเชิญชวนประชาชนร่วมชุมนุมในเวลา 16.00 น. เป็นระยะ

15.02 น. ผู้สังเกตการณ์เห็นว่าบริเวณเกาะกลางถนนหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่จะใช้เดินทางจากสะพานผ่านฟ้าไปทำเนียบรัฐบาลมีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนพร้อมอุปกรณ์หมวกและโล่ประมาณ 300 - 400 นาย ยืนเตรียมความพร้อมอยู่ นอกจากนั้นบนเกาะกลางถนนฝั่งสน.นางเลิ้งก็มีลวดหนามหีบเพลงจำนวนหนึ่งตั้งไว้ด้วย คาดว่าหากผู้ชุมนุมจะเคลื่อนผ่านเส้นทางดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะนำกำลังพร้อมลวดหนามมากีดขวางเส้นทาง

16.00 น. กลุ่มไทยไม่ทนเริ่มเปิดเวทีโดยมีแนวร่วมของกลุ่มสลับกันขึ้นปราศรัย อาทิ ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือหมู่อาร์ม ที่เคยเปิดเผยการทุจริตเบี้ยเลี้ยงทหารต่อสาธารณะ ส.อ.ณรงค์ชัยปราศรัยตอนหนึ่งว่า 
วันนี้เป้าหมายประการเดียวที่ชัดเจนคือ การขับไล่พลเอกประยุทธ์ฯ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ฯ เริ่มต้นจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยอ้างเหตุเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ แต่กลับใช้พรก.ฉุกเฉิน เพื่อกำจัดคนที่เห็นต่าง ขัดแย้ง หรือต่างขั้วกับตนเอง 
นอกจากนั้นยังอาศัยอำนาจกฎหมายอื่นๆ เช่น มาตรา 112 และมาตรา 116 ดำเนินคดีกับประชาชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง และแอบอ้าง เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง โดยที่สถาบันไม่ได้มีส่วนรู้เห็นใดๆ

18.20 น. ผู้ชุมนุมเริ่มเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล โดยรถของเครือข่ายรามคำแหงฯสองคันเคลื่อนออกจากสะพานผ่านฟ้าก่อน ตามด้วยรรถส่วนตัวของผู้ร่วมชุมนุมส่วนหนึ่งและรถเวทีของกลุ่มไทยไม่ทน เนื่องจากถนนราชดำเนินถูกปิดโดยเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนและรั้วลวดหนามหีบเพลง ผู้ชุมนุมไทยไม่ทนจึงต้องเคลื่อนไปทางถนนนครสวรรค์ มุ่งหน้าไปทางสนามม้านางเลิ้งเก่า แล้วไปเลี้ยวซ้ายเพื่อมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาลแทนซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่ผู้ชุมนุมคณะราษฎรเคยใช้ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ปี 2563 

การเคลื่อนขบวนขแองผู้ชุมนุมเป็นการเคลื่อนไปพร้อมกับรถที่สัญจรทั่วไป ตลอดการเดินทางรถของผู้ชุมนุมบางคันจะเปิดเพลงของคนเสื้อแดง หรือเพลงการเมืองเพลงอื่น นอกจากนั้นก็มีการตะโกนขับไล่พล.อ.ประยุทธ์เป็นระยะ 

18.40 ขบวนของกลุ่มไทยไม่ทนทยอยถึงแยกนางเลิ้ง เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีผู้ชุมนุมกลุ่มประชาชนคนไทยนำโดยนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา ปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณสวนกรมหลวงชุมพรเชิงสะพานชมัยมรุเชฐฝั่งมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาลอยู่ก่อนแล้ว รถเครื่องเสียงของกลุ่มไทยไม่ทนจึงประกาศให้ใช้สะพานลอยหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเป็นแนวกั้นระหว่างผู้ชุมนุมสองกลุ่ม แต่ก็มีผู้ชุมนุมกลุ่มไทยไม่ทนบางส่วนเดินไปที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐเพื่อสังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่มประชาชนคนไทย ซึ่งที่บริเวณเชิงสะพานเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนยืนประจำการปิดทางสัญจรทั้งสองฝั่งรวมทั้งมีรถบรรทุกน้ำจอดปิดทางด้วย แต่เหตุการณ์โดยทั่วไปในบริเวณนั้นเรียบร้อยดีผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่มไม่มีท่าทีจะฝ่าแนวกั้นขณะที่เจ้าหน้าที่ก็เพียงแต่ตรึงกำลังไม่ได้เคลื่อนเข้าหาผู้ชุมนุม และเท่าที่ได้ยินไม่มีการประกาศให้ผู้ชุมนุมสลายตัว ผู้ชุมนุมกลุ่มไทยไม่ทนบางส่วนเมื่อไปถึงแนวหน้าของเจ้าหน้าที่ยังไปโพสต์ท่าชูสามนิ้วถ่ายภาพเป็นที่ระลึกด้วย

19.30 น. หลังปักหลักที่แยกนางเลิ้งได้ประมาณ 1 ชั่วโมง จตุพร พรหมพันธุ์ ขึ้นรถเวทีของกลุ่มไทยไม่ทนประกาศยุติการชุมนุมโดยให้เหตุผลว่าได้ข่าวมาว่ามีมือที่สามเตรียมเข้ามาก่อเหตุ และในวันนี้ถึงจำนวนผู้ชุมนุมจะมีมากแต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ตามแผน "ฟ้าทะลายโจร" จึงขอยุติการชุมนุมขอให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนและพบกันใหม่ในวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน เวลา 16.00 น. ที่สะพานผ่านฟ้า