#ม็อบ24มิถุนา : #ราษฎรยืนยันดันเพดาน

วันที่2564-06-24

เวลา10:00

สถานที่จาก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.กรุงเทพมหานคร ไปยัง รัฐสภา จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 10

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เพื่อเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน, ไล่รื้อระบอบประยุทธ์และรัฐธรรมนูญต้องแก้ได้ทุกหมวดทุกมาตรา

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

501-1,000

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

24 มิถุนายน 2564 เวลา 10.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยราษฎรนัดรวมตัวเคลื่อนขบวนไปยังรัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งได้ทำการประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่สภาก่อนแล้ว ข้อเรียกร้องคือ รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน, ไล่รื้อระบอบประยุทธ์เช่น ส.ว. 250 คน และรัฐธรรมนูญต้องแก้ได้ทุกหมวดทุกมาตรา สำหรับเหตุที่ต้องเดินเท้าไปยื่นหนังสือในวันนี้เนื่องมาจากที่ประชุมสภามีนัดพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 

มติชนออนไลน์รายงานคำสัมภาษณ์ของพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า  ขอเตือนว่าขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่อนุญาตให้ชุมนุม โดยจะต้องบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ชักชวนและผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกราย และพิจารณาตั้งเครื่องกีดขวางบริเวณทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา รวมถึงติดตามแกนนำบางคนที่มีเงื่อนไขการประกันตัวของศาล

นอกจากราษฎรที่ออกมาแสดงจุดยืนให้เรื่องรัฐธรรมนูญแล้ว ยังมีกลุ่มประชาชนคนไทยนำโดยนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขาที่เรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกลุ่ม #ไทยไม่ทน ที่มีข้อเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ลาออกเช่นเดียวกันเพื่อเปิดทางให้ผู้ที่มีความสามารถมาแก้ไขวิกฤตประเทศในครั้งนี้และเรียกร้องเกี่ยวกับการปรับปรุงสถาบันกษัตริย์ด้วย

ลำดับเหตุการณ์

10.01 น. ที่หน้าแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บอย-ธัชพงศ์ประกาศว่า ให้ประชาชนเตรียมตัวเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย อีกสักพักหนึ่งจะตั้งขบวนเพื่อเดินทางไปยังรัฐสภา โดยเส้นทางการเดินจะเป็นไปตามแผนที่ของสตช.ที่ได้เผยแพร่เมื่อวานนี้ คือ ราชดำเนินมุ่งหน้านครสวรรค์ เลี้ยวขวาที่แยกนางเลิ้งไปที่แยกอุรุพงษ์ เลี้ยวซ้ายไปต่อที่ถนนพระราม 6 จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่แยกประดิพัทธ์ 

10.10 น. สภาเริ่มการประชุมพิจารณา #แก้รัฐธรรมนูญ เป็นวันที่ 2 

10.13 น. ธัชพงศ์กล่าวย้ำว่า วันนี้ไม่ใช่การชุมนุมใหญ่แต่คนยังมากันเยอะขนาดนี้ ถ้าเป็นการชุมนุมใหญ่มันจะมากขนาดไหน ตอนนี้เพนกวิน-พริษฐ์เดินทางมาถึงที่ชุมนุมแล้ว

10.17 น. ทีมงานเริ่มจัดแถวเดินขบวน โดยกำชับให้มีการเว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด แกนนำราษฎรที่มาแล้วเช่น ไผ่-เพนกวิน-ไมค์ 

10.24 น. ที่แยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศฝั่งขาเข้าถนนราชดำเนินนอก ตำรวจควบคุมฝูงชนวางกำลังอยู่มากกว่า 1 กองร้อย พร้อมอุปกรณ์ป้องกันตัวปิดการจราจรถนนราชดำเนินนอกฝั่งคู่ขนานทั้งขาเข้าและขาออก ถนนราชดำเนินกลางเส้นหลักยังเปิดอยู่ ส่วนถนนเส้นนครสวรรค์มุ่งหน้าแยกนางเลิ้งเปิดการจราจรปกติ

10.30 น. บริเวณหน้าขบวนมีการเผารัฐธรรมนูญ 2560 ไผ่-จตุภัทร์ กล่าวถึงจุดยืนเรื่องรัฐธรรมนูญ 3 ข้อว่า รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน ไล่รื้อระบอบประยุทธ์ ส.ว. 250 คน และรัฐธรรมนูญต้องแก้ได้ทุกหมวดทุกมาตรา

10.43 น. หัวขบวนเดินถึงแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศแล้ว  ทิ้งระยะห่างจากแนวกั้นของตำรวจควบคุมฝูงชนประมาณ 100 เมตร ขณะนี้ตำรวจตั้งแถวปิดทางผ่านเข้าถนนราชดำเนินนอกทั้งหมด

10.45 น. ตำรวจประกาศให้สื่อมวลชนอยู่ที่นอกแผงเหล็กกั้น ทิ้งระยะห่างแถวตำรวจไว้ประมาณ 10 เมตร  ด้านหลังแนวตำรวจเป็นแนวรั้วลวดหนามอีก 1 ชั้น

10.49 น. เมื่อไม่สามารถผ่านทางถนนราชดำเนินนอกได้ จึงจะเลี่ยงไปเดินถนนนครสวรรค์แทน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับตำรวจ บนถนนนครสวรรค์แยกซอยเล็กซอยน้อยที่สามารถทะลุไปที่ถนนราชดำเนินนอก ตำรวจวางกำลังหลวมไว้ด้วย อย่างไรก็ตามตำรวจเจรจากับตัวแทนให้ไปเดินเส้นหลานหลวง ท้ายสุดทีมงานยินยอมเดินเส้นหลานหลวงแทน

11.12 น. การเดินขบวนบนถนนหลานหลวงเดินช่องทางขาออกแยกยมราช 1 ช่องทาง  ฝั่งขาเข้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยรถยังคงสัญจรได้ตามปกติ มีติดขัดเล็กน้อย

11.19 น. ที่แยกยมราช ฝั่งถนนสวรรคโลก ตำรวจในชุดเครื่องแบบสีกากีตั้งแถวขวางปิดถนนไว้ ขณะที่มอเตอร์ไซด์กรุยทางมุ่งหน้าไปรอที่แยกอุรุพงษ์แล้ว ตามแผนคือ ขบวนเมื่อมาถึงแยกยมราชจะต้องเลี้ยวขวา

11.28 น. ที่ท้ายขบวน ธัชพงศ์ ปราศรัยบนรถเครื่องขยายเสียงเรื่องตั๋วช้างและกล่าวถึงวัตถุประสงค์การเดินว่า เพื่อให้ระบอบประยุทธ์ จันทร์โอชาต้องหมดไป เพื่อลดอำนาจส.ว. 250 คนและเพื่อรัฐธรรมนูญที่ต้องเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง แก้ได้ทุกหมวดทุกมาตรา

11.29 น. ตำรวจเปิดแยกยมราช ฝั่งถนนสวรรคโลก

11.45 น. หัวขบวนถึงแยกศรีอยุธยายังเดินบนนพระราม 6 มุ่งหน้าแยกตึกชัย ตำรวจมีการตั้งแถวปิดถนนฝั่งขาเข้าแยกสะพานเสาวนีย์ 

11.56 น. ขบวนผ่านรพ.รามาธิบดี ไม่ได้ใช้เครื่องเสียง และตัวแทนบอกให้รักษาระยะห่าง รักษาแถวเป็นห้าแถวและเดินเร็วๆ ขณะที่มีบุคลกรทางการแพทย์ชูสามนิ้วให้ขบวน

12.14 น. ไบรท์-ชินวัตรปราศรัยว่า วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง กว่าจะได้ระบอบประชาชนที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่วันนี้อำนาจอธิปไตยกลับไปอยู่กับอภิสิทธิ์ชนไม่กี่คน และที่เราต้องเดินไปรัฐสภาวันนี้เพราะวันนี้มีการประชุมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้เราต้องไปเตือนสติว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนและการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องแก้ได้ทุกหมวดทุกมาตรา...สังคมไทยทุกวันนี้ ถ้าทุกคนเท่าเทียมกัน เอาแค่ง่ายๆ ประชาชนมาเรียกร้องขอรัฐธรรมนูญวันนี้ก็ไม่จำเป็นต้องปิดถนนให้มันวุ่นวาย แต่วันนี้เราต้องเดินอ้อมโลก...โครงการเราชนะ ผมถามว่า ใครชนะ วันนี้ผมให้พี่น้องคนไทยตั้งสติและคิดดูดีๆว่า พวกเราน้อยใจไหมว่า เกิดเป็นคนไทยไม่สามารถเลือกฉีดวัคซีนได้เลย วันนี้ขอให้นักการเมืองที่อยู่ในสภาได้โปรดฟังเสียงประชาชนสักนิดเถิด

12.22 น. ถึงจุดพักที่ปั๊มเอสโซ่

12.22 น. ที่ด้านหน้าประตูทางเข้ารัฐสภา มีตำรวจควบคุมฝูงชนประจำการอยู่ประมาณ 20 นาย พร้อมโล่ แต่ไม่มีหมวกและกระบอง มีประชาชนบางส่วนมานั่งรอแถวหน้าประตูทางเข้าฝั่งตรงข้ามแล้ว

12.50 น. ที่หน้ารัฐสภา ฝั่งแยกเกียกกาย พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเข้มข้นเป็นพิเศษ ไม่สามารถรวมตัวกันเกิน 50 คน การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อกำหนดของนายกรัฐมนตรีที่ออกตามความในมาตรา 9 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและประกาศกรุงเทพมหานคร การจัดกิจกรรมช่วงเช้าที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานเอาผิดกลุ่มแกนนำและผู้เข้าร่วม ความผิดหลักคือ ฝ่าฝืนข้อกำหนดนายกรัฐมนตรีที่ออกตามความในมาตรา 9 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และประกาศกรุงเทพมหานคร 

การเรียกร้องอยากจะให้อยู่ในกรอบและกฎเกณฑ์ที่บ้านเมืองกำหนดไว้ ในการบังคับใช้กฎหมายจะบังคับใช้อย่างเท่าเทียมกันทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ที่ชักชวน ยุยงให้มาชุมนุมในสื่อโซเชียลต่างๆ  ส่วนแกนนำที่ได้รับการประกันตัวและมาเข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้อยากจะให้ตรวจสอบเงื่อนไขการประกันตัวให้ดี

การวางกำลังมีการเตรียมไว้จำนวนหนึ่งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนเป็นหลัก จะใช้การพูดคุยเจรจาเป็นหลัก อยากจะให้เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจและดำเนินการตามขั้นตอนที่ได้พูดคุยเอาไว้

การชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลไม่สามารถทำได้ ข้อกฎหมายเช่น ข้อกำหนดของนายกรัฐมนตรี, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของผบ.สส.และประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัด หากผู้ชุมนุมยืนยันจะไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลจะต้องมีการพูดคุยและเจรจากัน ในทางการข่าวยังไม่ได้มีอะไรที่น่าเป็นห่วง 

การบังคับใช้กฎหมายจะต้องพิจารณาดูตามสถานการณ์ การพูดคุยการเจรจาถือเป็นการบังคับใช้กฎหมายอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่การฉีดน้ำอย่างเดียว ปัจจุบันได้รับความมือเป็นอย่างดี

13.39 น. ขบวนเดินถึงแยกเกียกกาย ไมค์-ภาณุพงศ์ กล่าวว่า เส้นทางการเดินมีอุปสรรคคือ การปิดกั้นถนนของตำรวจ เขามองว่า ถนนทุกสายสร้างมาจากภาษีประชาชน ดังนั้นประชาชนก็ควรจะใช้ได้ โดยมีการตั้งเวทีที่พื้นที่วางมุมแยกเกียกกาย ถนนทหาร 

13.40 น. พิธีกรประกาศว่า การชุมนุมในครั้งนี้มีการป้องกันมาตรการโควิค 19 โดยมีแอลกอฮอล์แจกบริเวณทางเข้าหน้าเวทีให้กับมวลชน วันนี้จะมีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ถ้าหากแก้รัฐธรรมนูญระบบเลือกตั้งที่เป็นผลประโยชน์ของพวกเขาเอง แต่ไม่ได้รื้อถอนอำนาจของคสช. อย่างเช่น ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน ถือว่า ไม่ได้แก้ ความฝันของพวกเราที่เราต่อสู้กันมาตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้และจะสู้ต่อไปในอนาคตคือ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทุกหมวดทุกมาตรา โดยประชาชน เปิดทางให้เลือกตั้งส.ส.ร. 

13.55 น. นพ. ชลน่าน ศรีแก้วและสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาที่พื้นที่ชุมนุมเพื่อติดตามเรื่องการรับหนังสือของราษฎร  

14.09 น. ส.ส.วิปฝ่ายค้านรับจดหมายเปิดผนึกและรัฐธรรมนูญ 2475 จากนั้นนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า หลังจากนี้ตัวแทนราษฎร 5 คนจะไปพูดคุยกับตัวแทนส.ส.ภายในสภา  ตามความเข้าใจของเขาราษฎรต้องการให้ตัดวงจรการสืบทอดอำนาจและแก้ได้ทุกหมวดทุกมาตรา เขากล่าวว่า จะนำเรื่องไปปรึกษากับสุทิน คลังแสง ส่วนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมดก็น่าจะเป็นไปได้

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกลกล่าวโดยสรุปว่า เห็นด้วยและจะรับข้อเสนอที่ราษฎรมายื่นหนังสือต่อเราทั้งหมด ตอนนี้รัฐสภาได้พิจารณาผ่านกฎหมายการออกเสียงประชามติแล้ว ซึ่งสามารถผลักดันให้เกิดประชามติได้หลายช่องทางไม่ว่าจะการเข้าชื่อของประชาชนและการผลักดันผ่านรัฐสภา จำเป็นต้องช่วยกันทุกช่องทาง หากสำเร็จก็จะสามารถผลักดันให้เกิดการทำประชามติให้ประชาชนออกเสียงเรื่องการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับคสช. แต่ก็จะต้องกดดันรัฐบาลต่อให้เกิดประชามติให้ได้จริง ท้ายสุดเมื่อประชามติผ่านจนมีการแก้ไขจะต้องไม่จำกัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะเราเชื่อว่า ถ้าส.ส.ร.ไม่ใช่พื้นที่ให้แก่ทุกกลุ่ม มันจะไม่สามารถสร้างฉันทามติให้แก่สังคมไทยได้

14.22 น. สิระ เจนจาคะในฐานะส.ส.ฝ่ายรัฐบาลออกมารับจดหมายจากราษฎร มวลชนโห่ร้อง เพนกวิน-พริษฐ์กล่าวต่อว่า "วันนี้เป็นครบรอบปีที่ 89 ของการก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย หนังสือฉบับนี้คือรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ถือเป็นเจตนารมณ์..." แต่พูดไม่ทันจบ เสียงมวลชนโห่ร้องไล่สิระดังกลบ เพนกวินจึงขอร้องมวลชนให้เขายื่นหนังสือให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นเขากล่าวต่อว่า เมื่อตัวแทนส.ส.ฝ่ายรัฐบาลรับรัฐธรรมนูญฉบับแรกไปแล้วก็จะได้ศึกษาถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

14.26 น. ไผ่-จตุภัทร์ อ่านจดหมายเปิดผนึกถึงสมาชิกรัฐสภา แสดงจุดยืนว่า รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน การแก้ไขหรือร่างรัฐธรรมนูญจะต้องกระทำผ่านส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด , รัฐธรรมนูญจะต้องไม่เป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจของเผด็จการประยุทธ์และคณะ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่จะต้องร่างได้ทุกหมวดทุกมาตรา ไม่มีข้อยกเว้น

14.29 น. สิระ เจนจาคะ ในนามตัวแทนรัฐบาลจะกล่าวต่อมวลชนว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้ดีร้อยเปอร์เซนต์ ตรงไหนเป็นอุปสรรคก็จะรับฟังและนำหนังสือยื่นต่อวิปรัฐบาล ระหว่างที่สิระพูดนั้นมวลชนตะโกนอยู่ตลอด เมื่อกล่าวเสร็จจึงลงเวทีไปทันที เพนกวินประกาศขอให้มวลชนอยู่ในความสงบ สถานการณ์คลี่คลายลง เพนกวินกล่าวอีกว่า ถึงเราจะชอบหรือไม่ชอบตัวแทนของรัฐบาลแต่เราก็ต้องฟังเขา เพื่อให้เห็นว่า เรา "ราษฎร" ใจใหญ่พอ จากนั้นจึงเรียกมวลชนที่ตามสิระกลับมา ไมค์-ภาณุพงศ์ช่วยพูดว่า พ่อแม่พี่น้องกลับมาครับ ถ้าเรารู้ว่า เป็นขี้เราจะตามทำไม

14.37 น. เกิดเหตุชุลมุนระหว่างที่สิระลงจากเวที ทำให้มีการประกาศว่า การ์ดทุกคนสามารถยึดสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากมวลชนได้ เช่น วัตถุแหลมคมและก้อนหิน

14.40 น. ตัวแทนราษฎรเข้าไปยื่นจดหมายเปิดผนึกภายในรัฐสภา