#ม็อบ6พฤษภา : #คืนสิทธิประกันตัวให้ประชาชน

วันที่2564-05-06

เวลา9:00

สถานที่ศาลอาญารัชดาฯ จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 8

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องความยุติธรรมในระบบศาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 200

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

ไม่ต่ำกว่า 100

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.00 น. ศาลอาญานัดไต่สวนคำร้องประกันตัวของรุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์และแอมมี่-ไชยอมร แก้ววิบูลพันธ์ จำเลยคดีมาตรา 112 จากการชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร ทำให้มีหลายกลุ่ม 
นัดหมายทำกิจกรรม หน้าศาลอาญาระหว่างรอผลการไต่สวน ได้แก่ กลุ่ม ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่มีกำหนดเดินทางมายื่นแถลงการณ์เรียกร้องสิทธิการประกันตัว, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม 
กลุ่มคนรุ่นใหม่นนท์ และอื่นๆ แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายปรากฏว่า รุ้ง-ปนัสยาถูกเบิกตัวมาศาลเพียงคนเดียว ศาลแจ้งว่า ต้องเลื่อนการไต่สวนของเพนกวินและแอมมี่ออกไปก่อนเนื่องจากราชทัณฑ์แจ้งเมื่อวานนี้ว่า ทั้งสองยังกักตัวไม่ครบ 14 วัน  

หลังศาลไต่สวนคำร้องของประกันตัวรุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุลเสร็จในช่วงเช้า ศาลอาญานัดฟังคำสั่งในเวลา 15.00 น. ก่อนจะเลื่อนเป็นเวลา 16.00 น. และ 17.00 น. ตามลำดับ คำสั่งคืออนุญาตประกันตัว วางหลักทรัพย์ประกัน 200,000 บาท มีเงื่อนไขคือ ห้ามกระทำในลักษณะเช่นเดียวกันตามฟ้องในคดีอันเป็นที่เสื่อมเสียแก่สถาบันกษัตริย์, เข้าร่วมกิจกรรมใดที่อาจก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาลและให้มาศาลตามนัดโดยเคร่งครัด ทั้งนี้เงื่อนไขข้อที่สองเรื่องเข้าร่วมกิจกรรมใดที่อาจก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองไม่ใช่เงื่อนไขที่ได้แถลงไว้เมื่อช่วงเช้า

ลำดับเหตุการณ์

สำหรับบรรยากาศวันนี้ตั้งแต่ก่อนเวลา 9.00 น. ศาลอาญามีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดรอบบริเวณมีการวางกำลังของตำรวจควบคุมฝูงชนและเตรียมรถฉีดน้ำไว้ในศาลอย่างน้อย 2 คัน นอกจากนี้บริเวณธนาคารกรุงไทยยังมีการตั้งจุดคัดกรองสำหรับผู้ที่จะเข้าไปในอาคารศาลอาญา


เวลา 09.00 น. มีนัดทำกิจกรรมโดยกลุ่มตัวแทนศิทย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของคณะรัฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ หน้าประตูศาลอาญา เริ่มวางพวงมาลัยและกำลังจะเริ่มอ่านแถลงการณ์ มีผู้ร่วมกิจกรรมประมาณ 40-50 คน

12.53 น. บริเวณหน้าศาลอาญามีจุดตั้งโต๊ะแก้รัฐธรรมนูญ รื้อระบอบประยุทธ์โดยเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนท์

ประชาชนเข้าพื้นที่มากขึ้นจึงทำให้มีการปิดการจราจรริมฟุตบาท 1 เลน 

13.07 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเข้ามาแจ้งกับประชาชนและกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมว่ามาตราการใหม่ไม่ให้มวลชนอยู่ในบริเวณศาล และกลุ่มมธ.มีการก่อความวุ่นวาย
ทางแนวร่วมฯเจรจาขอว่าถ้าเราอยู่ในบริเวณรั้วสีเหลือง

14.49 น. เจ้าหน้าที่ประกาศจากจากรถขยายเสียงว่าตามประกาศกทม. ห้ามชุมนุมเกิน20คน และ พระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้ เครื่องขยายเสียง

17.00 น. เมื่อศาลอนุญาตให้ประกัน มวลชนบางส่วนจึงไปรอ การปล่อยตัวของรุ้งที่เรือนจำกลางคลองเปรม

///////////////////////////////////////////////////////////////

การพิจารณาคดีวันนี้นัดที่ห้อง 912 ศาลอนุญาตให้เฉพาะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการไต่สวนคืออัยการ จำเลย ทนายความและพยานเข้าห้องเท่านั้น ขณะที่ผู้สังเกตการณ์และสื่อมวลชนจะต้องไปสังเกตการณ์ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่ชั้นเจ็ด  วันนี้มีตัวแทนสถานทูตต่างๆ เช่น ออสเตรีย ออสเตรเลีย และคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยและมีส.ส.พรรคก้าวไกล 4 คน นำโดยพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลพร้อมทีมงานเข้าร่วมสังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่จำกัดโควตาผู้เข้าห้องสังเกตการณ์ไว้ 15 คน ระบุว่า จำเป็นต้องจัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล โดยผู้ที่จะเข้าห้องพิจารณานี้ได้จะต้องแขวนบัตรสีชมพูซึ่งแลกมาจากกจุดคัดกรอง

การไต่สวนเริ่มในเวลาประมาณ 10.25 น.  ศาลไต่สวนปนัสยาเป็นคนแรก ปนัสยาเบิกความว่าเธอเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สาม คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนเกิดเหตุเธอพักอาศัยอยู่ที่บ้านของครอบครัวร่วมกับคุณพ่อคุณแม่และพี่สาวคนโต พ่อและแม่ของเธอเป็นผู้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย และความเป็นอยู่ของเธอ รวมทั้งเป็นผู้อบรมสั่งสอนเธอ ในคดีนี้นับตั้งแต่ถูกออกหมายเรียกโดยพนักงานสอบสวนเธอก็ไปรายงานตัวตามนัดทุกครั้ง และหากศาลให้ประกันตัวเธอยินดีปฏิบัตตามข้อกำหนดไม่กระทำการใดๆที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ออกนอกประเทศ จะมาศาลทุกนัด และจะตั้งทนายความต่อสู้คดีตามกระบวนการ ซึ่งในวันนี้เธอก็ได้แต่งตั้งทนายความเข้าต่อสู้คดีแล้ว 

ทนายจำเลยถามว่าปนัสยารู้จักกับผศ.ดร.อดิศร หรือไม่ ปนัสยาตอบว่ารู้จักเพราะเป็นรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยผศ.ดร. อดิศรเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลเรื่องกิจกรรมของนักศึกษาโดยตรง ทนายจำเลยถามย้ำอีกครั้งว่าปนัสยายอมรับเงื่อนไขซึ่งเธอได้แถลงต่อศาลในคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) ลงวันที่ 30 เมษายน ใช่หรือไม่ ปนัสยาแถลงยืนยันว่ายอมรับ 

จากนั้นศาลให้อัยการถามค้าน อัยการถามปนัสยาว่า ปนัสยาจะปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ได้แถลงต่อศาลใช่หรือไม่ ปนัสยารับว่าใช่ หลังจากนั้นอัยการแถลงหมดคำถาม

พยานปากที่สอง ผศ.ดร. อดิศร จันทรสุขกล่าวว่า เขาทำงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาเป็นเวลาเกือบ 7 ปี แล้ว มีตำแหน่งบริหารเป็นรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มีหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลกิจกรรมของนักศึกษา ดูแลสุขภาวะของนักศึกษาและการประพฤติตัวของนักศึกษา สำหรับปนัสยาจำเลยคดีนี้เขารู้จักว่า เป็นนักศึกษาอยู่คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา เท่าที่รู้จักเธอเป็นนักศึกษาที่มีความประพฤติดี หากศาลอนุญาตให้ประกันตัวเขายินดีที่จะช่วยกำกับดูแลให้ปนัสยาปฏิบัติตามข้อกำหนดศาลอย่างเคร่งครัด และหากได้รับแจ้งว่าปนัสยามีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำผิดเงื่อนไขเขาก็พร้อมที่จะดำเนินการกำชับและดูแลปนัสยาให้ปฏิบัติตามข้อกำหนด ทนายจำเลยแถลงหมดคำถาม

อัยการถามว่าในทางรูปธรรมอดิศรจะดำเนินการอย่างไร อดิศรตอบว่าเขาจะสื่อสารพูดคุยกับปนัสยาอย่างสม่ำเสมอและจะทำงานร่วมกับคณาจารย์คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยาอย่างใกล้ชิด อัยการแถลงหมดคำถาม

พยานปากที่สามสุริยา สิทธิจิรวัฒนกุล คุณแม่ของปนัสยาเบิกความว่า เธอสมรสกับบิดาของปนัสยาประกอบอาชีพทำธุรกิจส่วนตัวและเป็นผู้ปกครองดูแลเลี้ยงดูปนัสยา โดยปนัสยาเป็นลูกของสุดท้องของครอบครัวจากจำนวนลูกสามคน  ตัวเธอเป็นผู้วางเงิน 200,000 บาทเพื่อขอปล่อยตัวปนัสยา สุริยาเบิกความว่า ที่ผ่านมาลูกสาวของเธอเป็นเด็กเรียบร้อย รักการเรียน และไม่เคยมีประวัติถูกพิพากษาเป็นที่สุดให้รับโทษจำคุกมาก่อน หากได้รับการปล่อยตัวสุริยาก็พร้อมดูแลให้ปนัสยาปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลและมั่นใจว่าตัวปนัสยาเองก็จะปฏิบัติตามเงื่อนไข ทนายจำเลยแถลงหมดคำถาม

อัยการถามค้านโดยกล่าวทำนองว่า ตัวเขาเองก็มีลูกเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาเข้าใจหัวอกของแม่และเข้าใจความเดือดร้อน จึงขอให้คุณแม่ของปนัสยาควบคุมดูแลให้ปนัสยากลับไปทำการศึกษาและให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาล

พยานปากที่สี่ เจ้าหน้าที่จากทัณฑสถานหญิงกลางเบิกความว่า เธอรับราชการที่กรมราชทัณฑ์ในตำแหน่งพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญการที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เธอไม่ได้เป็นผู้ทำหน้าที่ควบคุมปนัสยาโดยตรงแต่เท่าที่ทราบปนัสยาไม่มีประวัติทำความผิดวินัยระหว่างอยู่ในเรือนจำ และปนัสยาก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ด้วยดี

พยานปากที่ห้าคุณพ่อของปนัสยาเบิกความว่าตัวเขาประกอบอาชีพทำธุรกิจส่วนตัวและจดทะเบียนอย่างถูกต้องกับสุริยาซึ่งเป็นแม่ของปนัสยา ครอบครัวของเขามีลูกสามคน ปนัสยาเป็นคนสุดท้อง เขาและภรรยาเป็นผู้ส่งเสียให้ปนัสยาเรียนหนังสือและเป็นคนที่คอยดูแลอบรมปนัสยา สำหรับการประกันตัว หากศาลอนุญาตตัวเขาก็จะช่วยดูแลให้ปนัสยาปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมดอย่างเต็มที่ ทนายจำเลยแถลงหมดคำถาม

อัยการถามค้านโดยกล่าวทำนองว่า พ่อและแม่ย่อมมีหน้าที่ตามกฎหมายและศีลธรรมอันดีที่จะเลี้ยงดูอุปการะลูก  หากศาลอนุญาตให้ปนัสยาประกันตัวขอให้คุณพ่อและคุณแม่ของปนัสยารับประกันทั้งกับศาลและกับโจทก์ว่าจะกำกับดูแลให้ปนัสยาปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายทั้งกับโจทก์และกับการพิจารณาคดีในภาพรวม ขอให้ยอมรับในกระบวนการยุติธรรมแต่งทนายความเข้าต่อสู้คดีหรือจะว่าความเองก็ได้เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีดำเนินไปโดยสะดวก 

ในเวลาประมาณ 11.05 น. ระหว่างที่ผู้เข้ารับการไต่สวนทั้งหมดรอศาลอ่านทวนคำเบิกความเพื่อตรวจสอบความถูกต้องปนัสยาเดินมาที่คอกพยานพร้อมแถลงต่อศาลว่า หากศาลจำกำหนดให้เธอใส่กำไลอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรือ EM ระหว่างการประกันตัวเธอก็ยินยอม จากนั้นเธอก็ลุกกลับไปนั่งที่เดิม ในเวลาประมาณ 12.03 น. ศาลอ่านทวนคำเบิกความของพยานทุกคนก่อนที่จะนัดฟังคำสั่งประกันตัวในเวลา 15.00 น. 
เวลา 15.25 น. ศาลยังไม่ขึ้นนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งตามนัดหมาย ต่อมามีรายงานว่า ศาลเลื่อนการอ่านคำสั่งไปเป็นเวลา 16.00 น.

17.00 น. ศาลขึ้นนั่งบัลลังก์เตรียมอ่านคำสั่ง กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความแจ้งต่อศาลว่า ผลตรวจโควิด 19 ของเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์และแอมมี่-ไชยอมร แก้ววิบูลพันธ์น่าจะออกพรุ่งนี้และเป็นไปได้ว่า จะไม่ติดโควิด 19 ขอให้ศาลเปิดการไต่สวนคำร้องขอประกันตัวของทั้งสองคนในวันพรุ่งนี้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ศาลตอบว่า เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานที่แจ้งผลการตรวจอย่างเป็นทางการ ศาลจึงยังไม่นัดวันไต่สวนแต่ขอให้นัดพร้อมเพื่อไต่สวนทั้งสองคนไว้ก่อนในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ หากมีเหตุเปลี่ยนแปลงหรือมีผลการตรวจออกมา ทนายความสามารถยื่นคำร้องขอไต่สวนได้ทันที

ต่อมาเวลา 17.06 น. ศาลอ่านคำสั่งโดยสรุปว่า การยื่นประกันตัวมารดาของปนัสยาได้ยื่นหลักทรัพย์ 200,000 บาทเป็นหลักประกันและเป็นนายประกันด้วยตนเอง จำเลยอยู่กับพ่อแม่และกำลังเรียนในชั้นปีที่สาม พ่อแม่ของจำเลยได้แถลงแล้วว่า จะดูแลจำเลยไม่ให้ไปกระทำการที่ผิดต่อเงื่อนไขการประกันตัว ทั้งในเรื่องการทำให้สถาบันกษัตริย์ฯเสื่อมเสีย, การเดินทางออกนอกประเทศและการมาศาลตามนัด ทั้งผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข ได้แถลงร่วมด้วยว่า จะกำกับดูแลจำเลย 

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มาเบิกความให้เห็นว่า จำเลยปฏิบัติตัวเป็นอย่างดี ไม่เคยกระทำผิดกฎและยังได้มีการแต่งทนายเข้ามาสู้คดีแล้ว หากพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา มาตรา 108/1 แล้วไม่มีเงื่อนไขใดที่จะไม่ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย ส่วนในเรื่องของพยานหลักฐาน ตำรวจได้ทำการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว จำเลยเป็นเพียงนักศึกษาไม่มีความสามารถที่จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้  นอกจากนี้ศาลยังระบุว่า จำเลยแถลงด้วยความสมัครใจว่า จะปฏิบัติตามเงื่อนไข จึงไม่มีเหตุที่คุมขังต่อไป

เงื่อนไขของการประกันตัวคือ ห้ามกระทำในลักษณะเช่นเดียวกันตามฟ้องในคดีอันเป็นที่เสื่อมเสียแก่สถาบันกษัตริย์, เข้าร่วมกิจกรรมใดที่อาจก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาลและให้มาศาลตามนัดโดยเคร่งครัด ทั้งนี้เงื่อนไขข้อที่สองเรื่องเข้าร่วมกิจกรรมใดที่อาจก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองไม่ใช่เงื่อนไขที่ได้แถลงไว้เมื่อช่วงเช้า


ข้อมูลเพิ่มเติม
๐ กรมราชทัณฑ์รายงานว่า อานนท์ นำภาติดโควิด 19 โดยถูกส่งตัวออกมารักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่ได้อธิบายรายละเอียดของอาการในขณะนี้ และโรงพยาบาลรามาธิบดีได้ส่งตัวเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์มารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีการนำส่งตัวเมื่อเวลา 10.00 น.