#ม็อบ2พฤษภา : คาราวานรีเด็ม

วันที่2564-05-02

เวลา15:00

สถานที่จาก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จ.กรุงเทพมหานคร ไปยัง ศาลอาญารัชดาฯ จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 32

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องความยุติธรรมในระบบศาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 400

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

2 พฤษภาคม 2564  เพจเฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์และกลุ่มเทเลแกรมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก นัดชุมนุมเชิญชวนให้นำพาหนะส่วนตัวมาเคลื่อนขบวนในรูปแบบ “คาราวาน” ประกาศคุณงามความดีตระกูลเหมือนพะวงศ์  ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเคลื่อนขบวนไปยังศาลอาญา เวลา 15.00 น. ก่อนหน้าที่ทางเพจเยาวชนปลดแอก ได้เผยแพร่ประวัติส่วนตัวและข้อมูลบุคคลในครอบครัวของ “ชนาธิป เหมือนพะวงศ์” ผู้พิพากษาที่มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 หลายคน อาทิเช่น อานนท์ นำภา, พริษฐ์ ชิวารักษ์, สมยศ พฤกษาเกษมสุข และ ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม และยังเคยเป็นผู้พิพากษาที่เคยพิพากษาโทษ 20 ปี แก่อำพล ตั้งนพกุล หรือที่รู้จักในนาม "อากง" ในคดีมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ


เวลา 17.56 น. รีเด็มประกาศยุติกิจกรรมและขอให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ต่อมาเวลา 18.17 น. รถเครื่องเสียงของกองสวัสดิการนนทบุรีประกาศว่า ม็อบนี้ไม่มีแกนนำ ใครประสงค์จะอยู่ต่อก็อยู่ได้ ผู้ชุมนุมที่ยังไม่อยากแยกย้ายปรบมือ จากนั้นมีการไปตั้งเวทีขนาดเล็กที่ฟุตบาท เชิงสะพานลอยซอยรัชดาภิเษก 32 ฝั่งตรงข้ามศาลอาญา  มีการปราศรัยเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาคดีทางการเมืองที่ถูกคุมขังระหว่างการพิจารณา 


ต่อมาเวลา 19.07 น. ตำรวจใช้เครื่องขยายเสียงประกาศออกมาจากศาลอาญาว่า ถ้าอีก 5 นาทียังไม่ยุติกิจกรรมจะสลายการชุมนุม ย้ำว่า ต้องการควบคุมสถานการณ์และไม่มีเจตนาทำร้ายประชาชน เวลาดังกล่าวมีผู้ชุมนุมส่วนใหญ่อยู่ในวัย 40 ปีขึ้นร้องเพลงที่หน้าฟุตบาทประมาณ 20 คน เมื่อผู้ชุมนุมทราบจึงเริ่มเก็บของและแยกย้าย นอกจากนี้ยังมีมวลชนอีกจำนวนหนึ่งที่กระจายรอบพื้นที่ 


หลังตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมนุม มวลชนบางส่วนเข้าไปภายในซอยรัชดาภิเษก 32 มีการปาประทัดและไม้ไปที่แนวตำรวจควบคุมฝูงชนที่ปักหลักบริเวณเชิงสะพานลอยหน้าปากซอยรัชดาภิเษก 32  จากนั้นมีการปาพลุใส่ไปที่แนวตำรวจควบคุมฝูงชน ทำให้ตำรวจตั้งแนวรุกเข้าไปภายในซอยรัชดาภิเษก 32 และผลักดันเข้าไปเรื่อยๆ 


มีรายงานการจับกุมประชาชน 4 คนคือในเวลา 19.50 น. พอต-คุณภัทร อดีตนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เพื่อนของพอตเล่าว่า พอตนำเสื้อมือสองมาขายที่หน้าศาลอาญาสองวันแล้ว คือ วันที่ 1 และ 2 พฤษภาคม 2564 สำหรับวันเกิดเหตุเมื่อเขาเห็นว่า เหตุการณ์ชุลมุนมีการใช้กระสุนยางจึงเก็บของเข้ามาหลบทานข้าวในซอยรัชดาภิเษก 32 ซึ่งมีร้านอาหารและคนพลุกพล่าน ต่อมาเขาถูกนำตัวไปที่สน.พหลโยธิน จากนั้นเวลา 23.10 น. มีผู้ถูกจับกุมเพิ่มเติมอีก 3 คนคือ ร่อซีกีน นิยมเดชา, หทัยรัตน์ แก้วสีครามและธีรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) ทั้งหมดถูกพาตัวมาที่สน.พหลโยธิน โดยศาลอาญาไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวร่อซีกีนและหทัยรัตน์

ลำดับเหตุการณ์

2 พฤษภาคม 2564

+++ช่วงที่ 1 : การชุมนุมของรีเด็ม+++

14.30 น. ประชาชนเริ่มมารวมตัวกันบริเวณเกาะพญาไท โดยมีการนำรถยนต์ส่วนตัว รถกระบะ และรถจักรยานยนต์มาจอดเตรียมเคลื่อนขบวน

14.52 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศขอให้รถที่จะเข้ามาที่เกาะพญาไทไม่จอดกีดขวางการใช้รถประจำทางของประชาชนบริเวณป้ายรถเมล์ มีการประกาศจากรถเครื่องเสียงของผู้ชุมนุมบอกให้ผู้มาร่วมสามารถขึ้นรถกระบะ หรือรถจักรยานยนต์ที่ท้ายว่างได้เลย ผู้มาร่วมมากกว่า 30 คน 

15.00 น. เริ่มเคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรียชัย์สมรภูมิ ไปบนถนนพญาไท ตลอดการเคลื่อนขบวน มีรถเครื่องเสียงประกาศนำขบวน เนื้อหาที่เผยแพร่ผ่านรถเครื่องเสียง มีชื่อชนาธิป เหมือนพะวงศ์ ภรรยาและลูกทั้ง 2 คน บอกที่อยู่และอพาร์ตเมนต์ของครอบครัวไม่ได้มีการกล่าวถึงพ่อ-พี่น้อง นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา

15.16 น. บริเวณแยกราชเทวี มีเจ้าหน้าที่โบกให้ขบวนขับไปทางถนนเพชรบุรี ไม่ให้เคลื่อนขบวนไปทางถนนพญาไทที่จะผ่านวังสระปทุม

15.39 น. หัวขบวนเคลื่อนผ่านแยกราชประสงค์เลี้ยวขวาไปยังหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มวลชนมีการบีบแตรรถเป็นระยะ สำนักงานตำรวจวางแผงรั้วเหล็กและปิดประตู  มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนตั้งแถวประจำการอยู่ด้านหน้า

15.46 น. หัวขบวนอยู่หน้าแยกเฉลิมเผ่า มีการประกาศให้กลับรถไปแยกราชประสงค์ มีรายงานเหตุที่ไม่ให้ผ่าน เพราะว่าจะผ่านหน้าวังสระปทุม ทำให้หัวขบวนกลับรถมาทางแยกราชประสงค์อีกครั้งมุ่งหน้าไปทางประตูน้ำ 

16.18 น. ผู้ชุมนุมเลี้ยวขบวนมาทางถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าสนามเป้า  ระหว่างทางมีทางแยก บริเวณซอยพหลโยธิน 2 ที่สามารถออกไปยังถนนวิภาวดี แต่ตำรวจเอารถกระบะและกรวยมาตั้งไว้ ไม่ให้ไปทางถนนวิภาวดี ซึ่งจะผ่านทาง 'ราบ1' ด้วย ขบวนผู้ชุมนุมจึงตรงต่อไปทางอารีย์

16.45 น. หัวขบวนเคลื่อนมาตามถ.พหลโยธิน ผ่านสะพานควาย จตุจักร หยุดหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าวสักครู่หนึ่ง ก่อนเคลื่อนต่อถึงแยกรัชโยธิน และเลี้ยวเข้าถนนรัชดาภิเษก มุ่งหน้าศาลอาญาแล้ว

16.55 น. หัวขบวนถึงหน้าศาลอาญา มีประชาชนจำนวนหนึ่งมารอรับ มีผู้ชุมนุมบางส่วนช่วยกันรื้อแบริเออร์ที่เกาะกลางถนน เพื่อให้กลับรถไปหน้าศาลอาญาได้ง่ายในรั้วศาลอาญามีการวางลวดหนาม มีตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งแถวอยู่บางตา

17.38 ผู้ชุมนุมปาไข่และมะเขือเทศใส่รูปชนาธิป เหมือนพะวงศ์ ตำรวจด้านในศาลอาญาใช้รถเครื่องเสียงประกาศข้อกฎหมาย ผู้ชุมนุมบางคนปาไข่ มะเขือเทศเข้าไปด้านในรั้วศาลอาญา เจ้าหน้าที่ประกาศให้หยุด มีควันสีเขียวพุ่งขึ้นในรั้วศาลอาญา

17.40 น. ตำรวจประกาศว่า ขอความร่วมมือให้อยู่ในความสงบและให้หยุดการกระทำ หากไม่หยุดจะดำเนินตามยุทธวิธีของตำรวจ ขอย้ำว่า ไม่มีเจตนาทำร้ายประชาชน การกระทำของมวลชนเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 ...การกระทำของท่านเมื่อสักครู่คือการจงใจและเจตนาก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ไม่เกิดประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น หากไม่หยุดจะดำเนินการตามยุทธวิธี ขอยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการทำร้ายประชาชน แต่ต้องการควบคุมสถานการณ์ ใครที่จะเดินทางออกให้ออกได้เลย

17.45 น. ตำรวจประกาศผ่านรถเครื่องเสียงว่า “หากท่านยังไม่หยุดการกระทำ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามยุทธิวิธีเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบ ... ขอความร่วมมือสื่อบันทึกภาพให้เป็นหลักฐานถึงการกระทำความผิด” ด้านฝั่งผู้ชุมนุมใช้เครื่องเสียงบอกว่า แค่ไข่กับมะเขือเทศไม่เกิดอันตรายกับใคร ขอให้ตำรวจอย่าขว้างสิ่งใดกลับออกมา และบอกให้ผู้ชุมนุมหยุดการขว้างปาก่อน และห้ามอย่าตีกล้องวงจรปิด เพื่อจะทำกิจกรรม "มอบชาดำเย็นให้ชนาธิป"

17.50 น. มีการตะโกนพร้อมกันว่า ปล่อยนักโทษทางการเมือง จากนั้นจึงเปิดแถลงการณ์จากพี่น้องประชาชนถึงชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา

17.56 น. รถเครื่องเสียงประกาศยุติกิจกรรม ขอให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้าน สามารถกลับได้ทั้งทางบีทีเอสและเอ็มอาร์ที และประกาศว่า ให้ชนาธิปรู้ไว้ว่าเราจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ ขอให้ปล่อยนักโทษทางการเมืองทุกคน ชวนทุกคนตะโกนพร้อมกัน


++ช่วงที่ 2 : หลังการประกาศยุติการชุมนุมของรีเด็ม+++


18.04 น. มีเสียงดัง “ปัง” ขึ้นหนึ่งครั้งหน้าศาลอาญา มีเสียงตะโกนด่าว่า ไอ้สัส! ใครปา! ไอ้พวกสร้างสถานการณ์ กลับบ้านเลยๆ คนส่วนใหญ่กำลังทยอยเดินแยกย้ายกันกลับ

18.17 น. หน้าศาลอาญา รถเครื่องเสียงของกองสวัสดิการนนทบุรีประกาศว่า ม็อบนี้ไม่มีแกนนำ ใครประสงค์จะอยู่ก็อยู่ต่อได้ ผู้ชุมนุมบริเวณโดยรอบปรบมือ 

18.25 น. หน้าศาลอาญาเปิดถนนแล้ว 2 ช่องทาง  ผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงอยู่ที่เดิม ผู้ชุมนุมรอบรถกองสวัสดิการนนทบุนรีตะโกนว่า 

18.27 น. ที่เชิงสะพานลอยซอยรัชดาภิเษก 32 ฝั่งตรงข้ามศาลอาญา เวลาดังกล่าวมีผู้ชุมนุมส่วนใหญ่อยู่ในวัย 40 ปีขึ้นร้องเพลงที่หน้าฟุตบาทประมาณ 20 คน  ผู้ชุมนุมบางส่วนอยู่ที่ด้านหน้าศาลอาญาและกระจายโดยรอบไม่ทราบจำนวน

19.07 น. ตำรวจภายในศาลอาญาประกาศว่า ถ้าไม่ยุติกิจกรรมอีก 5 นาที จะเข้าควบคุมสถานการณ์ กลุ่มมวลชนประกาศยุติและเก็บของ  ที่ป้ายรถเมล์ศาลอาญาและฝั่งตรงข้าม ตำรวจเข้าไปไล่คนออกทั้งหมด เริ่มปิดไฟที่ถนนหน้าศาลอาญา

19.20 น. ตำรวจเริ่มสลายการชุมนุมดันแนวไปปักหลักที่สะพานลอยหน้าซอยรัชดาภิเษก 32 มีเสียงคล้ายประทัดดังต่อเนื่อง

19.26 น. มวลชนประมาณ 20 คนอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 32 ปาประทัดและไม้ไปหาเแนวตำรวจที่ปักหลักเชิงสะพานลอย

19.29 น. ตำรวจมาไล่ผู้สื่อข่าวที่อยู่ด้านหน้าศาลอาญาระบุว่า นี่เป็นพื้นที่ปฏิบัติการ "โทษนะครับโทษ ขอความร่วมมือด้วย"มีการวางกำลังเพิ่มขึ้น และมีปืนยาวสำหรับยิงกระสุนยาง

19.35 น. ที่หน้าศาลอาญา ตำรวจสั่งให้สื่อมวลชนเตรียมบัตรสื่อ ถ้าไม่ใช่สื่อหลักให้เตรียมบัตรประชาชน พร้อมทั้งสั่งให้ตำรวจตั้งแนวไว้ไม่ให้ใครออกแล้วเพราะถือว่า ให้เวลาแล้ว  มวลชนในซอยรัชดาภิเษก 32 มีการปาพลุเข้าไปที่แนวตำรวจควบคุมฝูงชน  จากนั้นตำรวจจึงวิ่งตามเข้าไปในซอย 

19.41 น. ตำรวจตั้งแนวที่ด้านหน้าศาลอาญา ด้านหลังมีรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คันและรถผู้ต้องขังเล็ก

19.45 น. ตำรวจอีกชุดหนึ่งที่วิ่งเข้าไปในซอยรัชดาภิเษก 32 ตั้งแนวที่บริเวณโลตัส เอ็กเพรส บางหมู่มีโล่ดำและปืนยาวสำหรับยิงกระสุนยาง ตอนนี้รุกคืนพื้นที่ทั้งหมดที่มวลชนเดิมเคยปักหลักแล้ว

19.50 น. ที่ซอยรัชดาภิเษก 32 พอต-คุณภัทรถูกจับกุม จนถึงปัจจุบันยังมีเสียงดังคล้ายประทัดอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ถี่นัก  ผู้สังเกตการณ์รายงานจากฝั่งศาลอาญาว่า สังเกตเห็นกลุ่มควันลอยจากหน้าแนวตำรวจในซอยรัชดาภิเษก 32 

20.02 น. มีการนำกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนมาเพิ่มเติมและเดินแนวเข้าไปในซอยรัชดาภิเษก 32

20.11 น. รถฉีดน้ำแรงดันสูงและรถเครื่องขยายเสียงเข้าไปที่ซอยรัชดาภิเษก 32

20.16 น. ตำรวจประกาศว่า ให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับ หากภายใน 3 นาทีไม่กลับออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่จะต้องมีการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย จากนั้นให้ตำรวจควบคุมฝูงชนเริ่มตั้งแนว

20.17 น. ตำรวจบอกว่า เหลือ 1 นาที

20.24 น. ตำรวจประกาศเดินแนว 50 เมตร ตำรวจได้มีการให้เวลาและอดทนมาระยะหนึ่งแล้ว เรามีความจำเป็นจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย

20.25 น. ตำรวจประกาศย้ำเตือนอีกครั้งและให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากแนวของตำรวจ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงาน "ท่านมีไม่ถึง 30 คน เจ้าหน้าที่มีทั้งหมด 8 กองร้อยพร้อมปฏิบัติหน้าที่"

20.28 น. ตำรวจประกาศให้เวลา 5 นาทีสุดท้าย ถ้าไม่กลับเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าท่านถอยเราจะไม่มีการจับกุม ขอให้ท่านเดินทางกลับด้านหลังซอยรัชดาภิเษก 32 เรายืนยันว่า ด้านหลังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจตนาคือ ต้องการให้ท่านเดินทางกลับ

20.30 น. ตำรวจประกาศว่า 1 นาทีสุดท้าย

20.30 น. ตำรวจขยับแนว 50 เมตร ประกาศว่า จีโน่เตรียมใช้น้ำ 

20.32 น. มีการฉีดน้ำระลอกสั้น 1 ครั้ง

20.34 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งแนวเดินหน้า 20 เมตร

20.35 น. ตำรวจตั้งแนวปิดถนนจากซอยรัชดาภิเษก 30 ยาวข้ามไปยังฝั่งศาลแพ่ง เป็นการปิดถนนรัชดาภิเษกทั้งขาเข้าขาออก

20.43 น. ตำรวจประกาศว่า ให้เดินทางกลับย้อนลงไปท้ายซอยรัชดาภิเษก 32

20.45 น. ตำรวจประกาศอีกครั้งว่า ให้เวลาอีก 5 นาทีให้แยกย้าย

20.47 น. ตำรวจประกาศอีกครั้งว่า ต้องการให้ผู้ชุมนุมยุติการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้เดินทางกลับ เราจะให้เวลาอีก 10 นาที

20.50 น. เสียงวิทยุตำรวจสอบถามว่า มีมวลชนหน้าแนวตำรวจกี่คน ตำรวจด้านในวิทยุกลับมาว่า มีไม่เกิน 20 คนห่างจากรถจีโน่ไม่เกิน 100 เมตร

20.53 น. ตำรวจประกาศอีกครั้งว่า การกระทำของท่านเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตำรวจได้รักษาความสงบเรียบร้อย-หลีกเลี่ยงการปะทะตั้งแต่ช่วงเย็น ไม่อยากให้เกิดการสูญเสีย มีการแจ้งเตือนเป็นระยะ มีการฝ่าฝืนกฎหมายพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติตต่อฯและข้อกำหนดศาลอาญา ก่อนจะประกาศขออภัยชาวบ้านในละแวกนี้เนื่องจากผู้ชุมนุมมีการชุมนุมที่หน้าศาลอาญา ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากการกระทำที่เกิดขึ้น ทำให้ตำรวจจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย

20.55 น. ตำรวจประกาศว่า ให้เวลาอีก 5 นาที 

20.59 น. ในซอยรัชดาภิเษก 32 มีผู้ชุมนุมโดนกระสุนยางที่ข้อศอก จากนั้นจึงมีการเผาสิ่งของและปิดไฟรถเพื่อบังทัศนวิสัยของตำรวจ

21.01 น. ตำรวจประกาศว่า การกระทำของผู้ชุมนุมผิดต่อกฎหมายอาญา ขอให้ยุติ

21.02 น. ตำรวจนำตัวพอต-คุณภัทรที่ถูกจับกุมขึ้นรถผู้ต้องขังออกมาจากซอยรัชดาภิเษก 32 เบื้องต้นแจ้งว่า จะพาตัวไปที่สน.พหลโยธิน

21.05 น. ตำรวจประกาศอีกครั้งว่า เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย ขออภัยพี่น้องที่อยู่ในละแวกนี้

21.07 น. ตำรวจประกาศอีกครั้งถึงความจำเป็น มวลชนหลาย 10 คนยังอยู่หน้าแนวตำรวจ

21.08 น. ตำรวจขยับแนวอีก 100 เมตร และเตือนว่า การเผาอาจให้เกิดการลุกลามได้

21.11 น. มีการฉีดน้ำระลอกสั้น 1 ครั้ง

21.20 น. ภายในซอยรัชดาภิเษก 32 แยก 19-1 ยังมีมวลชนประมาณ 100 คนที่หน้าแนวตำรวจ โดยเป็นกลุ่มที่มาเสริมจากช่วงค่ำ จากนั้นมีการเผาบดบังทัศนวิสัยและสกัดแนวรุกของตำรวจ ขณะที่ตำรวจค่อยๆขยับแนวมาเรื่อยๆทีละ 50 เมตร 100 เมตรและขอให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน หลังจากนั้นผู้ชุมนุมส่วนมากขับมอเตอร์ไซด์ถอยร่นออกไปทางท้ายซอย แต่กลับเจอกับแนวตำรวจควบคุมฝูงชนบริเวณท้ายซอยแทน

21.45 น. พอต คุณภัทรที่ถูกจับกุมจากบริเวณซอยรัชดาฯ 32 ไปถึงสน.พหลโยธินแล้ว โดยมีการแสดงเสื้อมือ 2 ,สายวัดความยาวและหนังสือให้ตำรวจดู ตอนนี้จะต้องรอตำรวจควบคุมฝูงชนที่จับกุมมาทำบันทึกจับกุม

21.45 น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกฯ กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ทุกท่านทราบอยู่แล้วว่า กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มรีเด็มได้มีการนัดรวมตัวกันบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและมีการเคลื่อนตัวไปบริเวณแยกราชประสงค์ และมีการรวมพลเรื่อยมาจนถึงเมื่อช่วงเย็นมารวมตัวกันหน้าศาลอาญาเวลา 17.00 น. หลังจากที่มีการรวมตัวกันเวลาประมาณ 17.30 น.กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำการขว้างปาวัตถุสิ่งของเข้าไปบริเวณรั้วศาลอาญามีวัตถุประสงค์ที่จะทำร้ายหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณศาลอาญาและเป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ วัตถุที่มีการปาไปมีทั้งก้อนหิน ก้อนอิฐ ขวดน้ำใส ลูกแก้ว 

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประกาศเตือนว่า การกระทำของผู้ชุมนุมนั้นเป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อกำหนดที่ออกตามความพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เนื่องจากว่า ปัจจุบันนี้มีการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เนื่องจากมีการระบาดของโควิด 19 อยู่ กลุ่มผู้ชุมุนมไม่ได้เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการใช้ระเบิดปิงปอง พลุยิงเข้าหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นการก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการประกาศแจ้งเตือนอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นแล้วกลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศยุติการชุมนุม บางส่วนได้เดินทางกลับไปและบางส่วนที่ยังคงอยู่ มีการก่อความวุ่นวาย ขว้างปาระเบิดปิงปอง ลูกแก้ว

ผลจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ตำรวจได้เข้าควบคุมพื้นที่ได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว ยังมีผู้ชุมนุมบางส่วนล่าถอยไปยังซอยรัชดาฯ 32 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ชุมนุมไว้ 1 ราย สำหรับการสอบสวน ดำเนินคดีในวันนี้ ได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3-4 ราย ในการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม นอกจากที่จับไปแล้วก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติมอย่างน้อยคือเรื่องของข้อกำหนดที่ออกตามความพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การชุมนุมมีลักษณะที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค นอกจากนี้เป็นการรวมตัวกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวาย และทำร้ายเจ้าพนักงาน

ขณะนี้เราอยู่บนถนนรัชดาภิเษกที่ปกติแล้วพี่น้องประชาชนจะใช้ในการสัญจรไปมาในส่วนของพื้นที่แยกพระราม 9 ทะลุถนนวิภาวดีรังสิต ถือว่า เป็นถนนอีกเส้นหนึ่งที่มีความสำคัญ ฉะนั้นแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องดำเนินการอย่างที่ได้เห็น สถานการณ์ภายในซอยรัชดาฯ 32 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงพื้นที่บริเวณปากซอย โดยหลักแล้วเจ้าหน้าที่เรามีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เราคงไม่ได้มีหน้าที่ที่จะเข้าไปในเชิงรุก ถ้าเห็นการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นฝ่ายที่ตั้งรับมาโดยตลอด จนถึงจุดที่มีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ ขอสื่อเป็นประจักษ์พยานในการรายงานเหตุที่เกิดขึ้น

22.37 น. ตำรวจตั้งแนวเดินเข้าไปในซอยรัชดาภิเษก 32 แยก 19-1 มีการกล่าวว่าให้เดินเข้าไปเรื่อยๆ 

22.50 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนวางกำลังที่แยกรัชโยธิน ปิดสะพานข้ามแยกรัชโยธิน

23.10 น. มีผู้ถูกจับกุมเพิ่มเติมอีก 3 คน ทั้งหมดถูกพาตัวมาที่สน.พหลโยธิน


**หมายเหตุ :  หลังการสลายการชุมนุมพบปลอกกระสุนยางจำนวนมากตกอยู่บนพื้นถนน ผู้สังเกตการณ์รายงานด้วยว่า ในช่วงต้นตำรวจไม่ได้ประกาศแจ้งก่อนการใช้กระสุนยาง**


3 พฤษภาคม 2564


+++ผบ.ชน.ชี้แจงการสลายการชุมนุม ดำเนินคดีแล้ว 4 คนและกำลังสืบสวนเพิ่มเติม+++


10.23 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวกรณีการสลายการชุมนุมที่หน้าศาลอาญาว่า วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 มีการชุมนุมของกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า วีโว่และรีเด็มเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาที่ศาลอาญา เมื่อถึงศาลอาญามีการปราศรัยถึงผู้พิพากษาศาลอาญาและเริ่มขว้างปาสิ่งของเช่น ไข่ พลุไฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศแจ้งเตือนว่า เป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมายแล้วเนื่องจากอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมโรค จนกระทั่งเวลา 18.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมมีการประกาศยุติการชุมนุม ยังคงมีกลุ่มบุคคลด้านหน้าศาลอาญา มีการขว้างปาสิ่งของและกล่าวโจมตีการทำงานของผู้พิพากษาศาลอาญาและกระบวนการยุติธรรม


จนกระทั่งเวลา กองบัญชาการตำรวจนครบาลเห็นว่า ถ้าไม่ดำเนินการรักษาความสงบก็เกรงว่า เหตุการณ์จะลุกลามและอาจจะสร้างความเสียหายและอันตรายต่อผู้คน กองบัญชาการตำรวจนครบาลจึงตัดสินใจใช้กำลังผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมออกนอกศาลอาญา ระหว่างที่ใช้กำลังเข้าผลักดันมีการยิงพลุเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ...จึงดำเนินการในกรอบและใช้อาวุธ อุปกรณ์ที่ได้รับการอนุญาตตามกฎหมาย มีการจับกุมผู้ก่อเหตุจำนวน 4 คน มีการดำเนินคดีต่างกรรมต่างวาระกันไป ความผิดอื่นๆกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน สำหรับกรณีที่ทำให้เสียทรัพย์หรือละเมิดอำนาจศาล ศาลอาญาอยู่ระหว่างการพิจารณา


กลุ่มผู้ชุมนุมหลายคนอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในการชุมนุมหลายครั้งหลายหน ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน บางคนก็มีประวัติในการชุมนุมหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 3 นายจากการโดนพลุยิงเข้าใส่


ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า การชุมนุมของรีเด็มครั้งหน้าจะไม่ปล่อยให้รวมตัวได้ คือ เริ่มสกัดตั้งแต่เริ่มต้น พล.ต.ท. ภัคพงศ์ตอบว่า ก็มีความเป็นไปได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "เราตัดสินใจบนความจำเป็นเนื่องจากว่า เหตุการณ์เริ่มรุนแรง เริ่มมืดค่ำและเกรงว่า จะได้รับอันตรายและมีความเสียหายไปมากกว่านี้จึงสั่งให้กำลังเข้าดำเนินการ"


+++ศาลยุติธรรมแถลงการชุมนุมรีเด็มกดดันศาล ไม่เป็นประชาธิปไตยและทำลายความอิสระของตุลาการ+++


เวลา 13.03 น. สำนักงานศาลยุติธรรมออกแถลงการณ์ว่า สำนักงานศาลยุติธรรมขอแจ้งให้ทราบว่า ในการดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาและมีคำสั่งในคดีทั้งปวง ศาลยุติธรรมให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นเสมอมา และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะความคิดเห็นทางวิชาการที่มุ่งก่อให้เกิดความสร้างสรรค์และพัฒนาการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย 


อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมที่เกิดขึ้นบริเวณศาลอาญาเมื่อคืนวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมาที่บุคคลจำนวนหนึ่ง ใช้ความรุนแรงด้วยการขว้างปาสิ่งของ ใช้เครื่องมือยิงวัสดุเข้ามาในอาคารศาล การใช้วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง จนเกิดความเสียหาย ความรุนแรงและไม่สงบขึ้น นั้น นอกจากจะเป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาลอาญา ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นในระบอบประชาธิปไตยและอันเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยชอบธรรมภายในกรอบของกฎหมาย อีกทั้งยังมีลักษณะของการก้าวล่วงใช้ความรุนแรงเพื่อแทรกแซงโดยหวังผลให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาไปในทางหนึ่งทางใดตามที่กลุ่มผู้ใช้ความรุนแรงมุ่งประสงค์ โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ของกฎหมาย อันเป็นการมุ่งทำลายความอิสระของตุลาการตามรัฐธรรมนูญ


นอกจากการใช้ความรุนแรงดังกล่าวแล้ว ปัจจุบันยังมีพฤติกรรมทำนองขู่เข็ญ และสร้างความหวาดกลัวไม่เพียงแก่บุคลากรในศาลยุติธรรมเท่านั้น หากแต่ยังมีการขู่เข็ญและสร้างความหวาดกลัวไปยังบุคคลในครอบครัวของผู้พิพากษาและบุคลากรในศาลยุติธรรมด้วย ทั้ง ๆ ที่บุคคลดังกล่าวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาพิพากษาคดีแต่อย่างใด พฤติกรรมดังกล่าวที่มีการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ ใช้สื่อโซเชียลต่าง ๆ ล้วนมุ่งหวังให้เกิดผลในทำนองเดียวกับการใช้ความรุนแรงข้างต้นที่ต้องการให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคำสั่งในทางที่ตนเองหรือขบวนการของตนต้องการโดยไม่คำนึงถึงหลักเกณฑ์ของกฎหมาย จึงไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นหรือการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอันชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย
 

ในการนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมจึงขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบได้ตรวจสอบการกระทำและพยานหลักฐานที่ปรากฏ หากมีการกระทำใดที่เป็นการละเมิดหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และขอให้พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็นและใช้เสรีภาพของตนอย่างสันติ ด้วยความสงบ และงดเว้นการกระทำใด ๆ ที่อาจเป็นอันตรายแก่ชีวิต เป็นภยันตรายแก่ร่างกาย หรือสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินไม่ว่าของส่วนบุคคลหรือของทางราชการ และให้การดำเนินกระบวนพิจารณาต่าง ๆ ดำเนินไปตามครรลองของกฎหมายที่มีการตรวจสอบและถ่วงดุลตามที่กฎหมายกำหนด
 

ในการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง ศาลยุติธรรมทุกศาลจะยังคงทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ปราศจากอคติ พิพากษาและมีคำสั่งให้คู่ความทุกฝ่ายได้รับความยุติธรรมภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันต่อไป
 

+++รองผบ.ชน. กางคดีชุมนุมที่หน้าศาลอาญาดำเนินคดีอย่างน้อย 10 คนและสึกพระ 2 รูป+++


เวลา 17.00 น. มีรายงานว่า พล.ต.ต.ปิยะ   ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกล่าวถึงคดีความที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมนับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2564 ดังนี้
 
๐ หนึ่ง การชุมนุมที่หน้าอาคารศาลอาญาวันที่ 29 เมษายน 2564 สน.พหลโยธินดำเนินคดีกับเบนจา อะปัญและชินวัตร จันทร์กระจ่าง ในข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดและประกาศที่ออกตามความพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
 
๐ สอง การชุมนุมที่หน้าศาลอาญาวันที่ 30 เมษายน 2564 สน.พหลโยธินดำเนินคดีกับณัฐชนน ไพโรจน์, เบนจา อะปัญและศศลักษณ์ สุขเจริญ ในข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดและประกาศที่ออกตามความพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
 
๐ สาม การชุมนุมวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 สน.พหลโยธินดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 4 คนที่จับกุมในที่เกิดเหตุได้แก่ คุณภัทร คะชะนา ในข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดและประกาศที่ออกตามความพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ (คุณภัทรเป็นอดีตนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาขายเสื้อมือสองในที่ชุมนุมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 แล้ว เมื่อเห็นสถานการณ์ชุลมุลจึงหลบมาทานข้าวบริเวณเซเว่น ปากซอยรัชดาภิเษก 32)
 
ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คนคือ ร่อซีกีน นิยมเดชา, หทัยรัตน์ แก้วสีครามและธีรศักดิ์ ในข้อหาร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานฯ, ร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ, เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้มั่วสุมเพื่อกระทำผิดให้เลิกไปแต่ผู้กระทำไม่เลิก, ทำให้เสียทรัพย์, ร่วมกันมั่วสุมละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
 
๐ สี่ กรณีที่มีการปรากฏภาพบุคคลที่แต่งกายคล้ายพระภิกษุสงฆ์อยู่ในที่ชุมนุมบริเวณหน้าศาลอาญาในวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 จากการพิสูจน์เบื้องต้นพบว่าคือวิรัช  แซ่คู และสหรัฐ  สุขคำหล้า ซึ่งวิรัช ถูกดำเนินคดีแล้วในคดีสลายการชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้าวันที่ 28 มีนาคม 2564  ในท้องที่สน.นางเลิ้งและสามเณรสหรัฐ  สุดคำหล้า ถูกดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งฯ ,ร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียง , ร่วมกันจัดการชุมนุมโดย   ไม่ให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมปฏิบัติตามมาตราการป้องกันโรค  สน.พหลโยธิน ซึ่งทั้งสองกรณีถูกจับกุมและควบคุมตัวและได้ทำการลาสิกขาแล้ว

+++รายละเอียดตามข้อกล่าวหาและผลการปล่อยตัวชั่วคราว+++

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ตามบันทึกการจับกุมระบุว่า การจับกุมเกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และ พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผู้กำกับสน.พหลโยธิน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เดชา พรมโสภา สว.ป.สน.วังทองหลาง, พ.ต.ต ธรรมศพงศ์ เดชวรไพบูลย์ สว.ป.สน.ประเวศ เข้าจับกุมประชาชน 4 ราย บริเวณภายในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19 ถนนรัชดาภิเษก       

การดำเนินการถูกแยกเป็น 3 คดี ได้แก่ คดีของธีรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) เยาวชนอายุ 16 ปี, คดีของร่อซีกีน นิยมเดชา และหทัยรัตน์ แก้วสีคราม และคดีของคุณภัทร คะชะนา 

เจ้าหน้าที่ตำรวจบรรยายพฤติการณ์โดยสรุปว่า  เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2564 เวลาประมาณ 16.45 น. มีกลุ่มมวลชนรวมตัวกันหน้าศาลอาญา เพื่อจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองจากการที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เยาวชนปลดแอก-Free YOUTH” ได้เชิญชวนประชาชนมาทำกิจกรรม ซึ่งมีมวลชนเข้าร่วมประมาณ 300 คน แม้มวลชนส่วนใหญ่จะสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า แต่อยู่ในระยะห่างกันไม่เกิน 1 เมตร จึงถือเป็นการรวมคนที่แออัดเกิน 20 คน ในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อโควิด 19 

ต่อมาเวลา 18.00 น. แกนนำได้ประกาศยุติการจัดกิจกรรมให้มวลชนแยกย้ายออกจากพื้นที่ แต่ยังมีประชาชนบางส่วนคงอยู่ที่หน้าศาลต่อไป ประมาณ 19.00 น. พ.ต.อ. ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผู้กำกับ สน.พหลโยธิน ได้ประกาศให้ทุกคนออกจากพื้นที่ หากยังคงอยู่ในพื้นที่ตำรวจจะเข้าตรวจสอบ 

มวลชนบางส่วนที่ข้ามถนนไปยังปากซอยรัชดาภิเษก 32 ตรงข้ามศาลอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังชุดควบคุมฝูงชนเข้าไปในพื้นที่จัดกิจกรรม เพื่อขอคืนพื้นที่ แต่กลุ่มมวลชนที่ข้ามไปยังปากซอยรัชดาภิเษกได้ขว้างปาสิ่งของและวัตถุระเบิดปิงปองเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้รับบาดเจ็บจากพลุหรือวัตถุระเบิดที่กลุ่มมวลชนปาเข้ามา เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ 

เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับคำสั่งให้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19 ที่เชื่อมต่อกับซอยรัชดาภิเษก 32 เดินทางไปถึงพบมวลชนรวมกลุ่มกันประมาณ 30 คน ที่จุดนั้น และมวลชนได้ขว้างปาสิ่งของและวัตถุระเบิด เข้ามาทุบทำลายรถยนต์และรถตู้ที่นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเข้ามาจนได้รับความเสียหาย แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถลงมาตั้งแถวและทำการกดดันให้กลุ่มมวลชนล่าถอยไป

ต่อมากลุ่มมวลชนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์อ้อมมาบริเวณด้านหลังขบวนและได้เข้าทุบทำลายรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง 

เจ้าหน้าที่อ้างว่าได้พบธีรศักดิ์ บริเวณมวลชนที่รวมตัวกันพยายามขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่จำได้ว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่เข้ามาทำลายและขว้างปาสิ่งของใส่ และน่าเชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกับมวลชนที่รวมตัวกันบริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 32 ที่ขว้างปาระเบิดและพลุเข้าใส่ตำรวจ จึงได้เข้าทำการจับกุม 

ขณะที่ร่อซีกีนและหทัยรัตน์ เจ้าหน้าที่ระบุว่าพบทั้งคู่บริเวณทางขึ้นสะพานข้ามคลองลาดพร้าว ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19 ซึ่งเจ้าหน้าที่จำได้ว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่เข้ามาทำลายและขว้างปาสิ่งของใส่ และน่าเชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกับมวลชนที่รวมตัวกันบริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 32 ที่ขว้างปาระเบิดและพลุเข้าใส่ตำรวจ จึงได้เข้าทำการจับกุม นำตัวไปที่สน.พหลโยธิน

พนักงานสอบสวนสน.พหลโยธิน ทำการขอฝากขังผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่อซีกีนและหทัยรัตน์ ต่อศาลอาญาเป็นระยะเวลา 12 วัน และนำตัวคุณภัทรไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลแขวงพระนครเหนือ เป็นระยะเวลา 6 วัน ทั้งศาลอาญาและศาลแขวงพระนครเหนือมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 3 ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ทนายความจึงยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 3 คน 

ต่อมาเวลา 16.30 น. ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวคุณภัทร คะชะนา โดยให้วางหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 10,000 บาท โดยเป็นหลักทรัพย์จากกองทุนราษฎรประสงค์ และศาลนัดรายงานตัวครั้งต่อไปวันที่ 7 พฤษภาคม 2564  

ขณะที่ศาลอาญา ได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวร่อซีกีนและหทัยรัตน์ ซึ่งใช้ตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นนายประกัน โดยศาลระบุว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับการคัดค้านการประกันตัวของพนักงานสอบสวน เห็นว่าหากศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองไปมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

ผลของการไม่ได้ประกันตัว ทำให้ร่อซีกีนจะถูกนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานาคร และหทัยรัตน์ถูกนำตัวไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ด้านธีรศักดิ์ หลังไต่สวนการจับกุม ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีคำสั่งว่าการจับกุมของเจ้าหน้าที่ชอบแล้ว และให้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ ที่ปรึกษากฎหมายจึงยื่นขอประกันตัวชั่วคราวธีรศักดิ์ ศาลเยาวชนฯ มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่ด้วยคดีนี้มีหลายข้อหา จึงกำหนดหลักประกันจำนวน 10,000 บาท

ผู้ปกครองของธีรศักดิ์ได้ขอวางเงินประกันไว้ 2,000 บาท ส่วนอีก 8,000 บาทได้ขอขยายระยะเวลาวางหลักประกัน 15 วัน ต่อศาลเยาวชนฯ ช่วงบ่ายของวันนี้ ธีรศักดิ์จึงได้รับการปล่อยตัว