#ม็อบ29เมษา : #Saveเพนกวิน

วันที่2564-04-29

เวลา12:00

สถานที่ศาลอาญารัชดาฯ จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 29

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องความยุติธรรมในระบบศาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 300

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

ไม่ต่ำกว่า 200

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

29 เมษายน 2564 เวลา 12.00 น. ที่ศาลอาญา แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนัดรวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจราษมัมและทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่จะยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาคดีการเมือง 7 คนคือ เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ที่อดอาหารมา 45 วันและมีรายงานอาการถ่ายเป็นชิ้นเนื้อและลิ่มเลือด, รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุลที่อดอาหารมา 30 วัน, อานนท์ นำภา, ไมค์-ภาณุพงศ์ จาดนอก, แอมมี่-ไชยอมร แก้ววิบูลพันธ์, จัสติน-ชูเกียรติ แสงวงค์ ซึ่งติดโรคโควิด 19 จากแดนแรกรับของเรือนจำ และพอร์ท-ปริญญา ชีวินกุลปฐม หรือ พอร์ท ไฟเย็น

ขณะที่ตัวแทนแนวร่วมฯจะยื่นจดหมายถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาขอให้คำนึงถึงหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ (presumption of innocence) และคืนสิทธิ์ให้ประกันตัวให้ผู้ต้องหาคดีการเมืองที่อยู่ระหว่างการพิจารณา มีผู้ลงชื่อแนบท้ายจำนวน 11,035  คน ต่อมาเวลา 18.03 น. ศาลอาญายกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 7 คน โดยสั่งในลักษณะเดียวกันว่า ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์เคยสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

ต่อมาวันที่ 3 พฤษภาคม 2564 ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญายื่นคำร้องคดีละเมิดอำนาจศาล กล่าวหาเบนจา อะปัญ, ชินวัตร จันทร์กระจ่างและณัฐชนน ไพโรจน์

ลำดับเหตุการณ์

12.00 น. ที่หน้าอาคารศาลอาญา ไม่มีการวางแนวแผงเหล็กกั้นชานบันได ประชาชนเริ่มรวมตัวกันที่หน้าทางเข้าอาคารศาลอาญา ขณะที่บรรดาราษมัม นำโดยสุรีรัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของเพนกวินทยอยมารวมตัวกันเพื่อติดตามการปล่อยตัวชั่วคราว จากนั้นตำรวจสน.พหลโยธินมาแจ้งให้ออกจากบริเวณดังกล่าวเนื่องจากจัดที่ให้ยื่นหนังสือแล้ว และการอยู่รวมกันเกิน 20 คนเป็นการกระทำที่ผิดมาตรการ ส่วนประชาชนที่มาโต้เถียงว่าแค่มานั่งไม่ได้หรืออย่างไร มีมวลชนถามว่า จับเด็กมาขังนี่ไม่สงสารบ้างหรือ? ตำรวจบอกว่า "ผมสงสารนะ จริงๆผมสงสาร"

12.38 น. ตำรวจนำข้อกำหนดศาลอาญามาชี้แจงต่อมวลชนและเริ่มวางแผงเหล็กกั้นที่ชานบันได

12.46 น. Free Arts ชูป้ายไวนิลข้อความว่า "45 วัน #คืนสิทธิการประตัวโดยไม่มีเงื่อนไข" มีมวลชนร่วมกันชูสามนิ้วและตะโกนว่า ปล่อยเพนกวิน 

12.57 น. รองผู้กำกับสน.พหลโยธินกล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากผู้กำกับการสน.พหลโยธินให้ประกาศ "เข้าใจสถานการณ์และเข้าใจในความรู้สึกของพวกท่านเป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ประกอบรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน" ประชาชนโห่ร้อง รองผู้กำกับฯประกาศต่อเรื่องประกาศ ผบ.สส.ที่ออกตามความพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และประกาศกรุงเทพมหานคร ทั้งยังกล่าวว่า พื้นที่ที่ทำกิจกรรมอยู่นี้เป็นพื้นที่ศาล หากฝ่าฝืนข้อกำหนดจะมีความผิดละเมิดอำนาจศาล ประชาชนตะโกนโห่ตำรวจว่า ทองแท้แพ้ทองหล่อ, ปล่อยเพื่อนเรา และคืนลูกให้แม่

13.06 น. ตำรวจประกาศว่า เจ้าหน้าที่มีความเข้าใจในการสิทธิและเสรีภาพของทุกๆท่าน ให้ความเคารพในการแสดงสิทธิของพวกท่าน หากท่านสังเกตดูเรายืนอยู่หน้าศาลอาญา ทุกท่านที่ยืนอยู่รู้และตระหนักข้อกำหนดศาลอาญา ผมเข้าใจว่า พี่น้องมวลชนมารอให้กำลังใจและติดตามคำสั่ง ฉะนั้นอยากให้อยู่สงบเรียบร้อย สิทธิและเสรีภาพต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านกำลังละเมิดสิทธิของผู้อื่นอยู่ บริเวณนี้มีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก ผมคิดว่า ผมพูดแค่นี้ท่านคงเข้าใจ วันนี้ได้รับความเมตตากรุณาจากศาลให้ท่านมาอยู่บริเวณนี้ได้ มวลชนโห่ดังขึ้น 

13.44 น. เบนจา อะปัญ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเดินทางมายื่นจดหมายและรายชื่อแนบท้าย 11,035  รายชื่อ โดยมีการนำป้ายผ้าข้อความว่า "รัฐโจรถ่อยปล่อยเพื่อนเรา" ชูที่ด้านหน้าศาล เบนจาเรียกร้องให้ตัวแทนอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาออกมารับจดหมายและรายชื่อ จนกระทั่งเวลา 13.50 น. ยังไม่มีผู้ออกมารับจดหมาย มวลชนตะโกนว่า ออกมาๆ เบนจาบอกว่า ออกมาเถอะ ฟังเสียงประชาชนบ้าง ถ้าไม่ออกมาจะปักหลักอยู่ตรงนี้เพื่อแสดงเจตนารมณ์

14.09 น. ยังไม่มีตัวแทนมารับหนังสือ เบนจาบอกว่า หรือบางทีเราต้องเอาขึ้นไปให้หรือเปล่า ตำรวจประกาศเตือนอีกครั้งเรื่องความผิดตามกฎหมายเช่น ประกาศกรุงเทพมหานครและการใช้เครื่องขยายเสียง ประชาชนโห่ร้องด้วยความโกรธ เบนจาและมวลชนตะโกนพร้อมกันต่อเนื่องว่า ขี้ข้าเผด็จการ

14.11 น. ตำรวจถามว่า ใครเป็นตัวแทนมายื่นหนังสือกับศาลอาญา เมื่อแสดงตัว ตำรวจบอกว่า ตำรวจจะอาสาเป็นตัวกลาง เบนจาประกาศว่า เอาชนาธิปออกมารับจดหมาย ถ้าชนาธิปไม่ออกมารับจดหมายก็จะเอาไปให้ชนาธิปเอง และยืนยันว่า จะให้ชนาธิปออกมาที่ด้านหน้าอาคารศาลอาญา  (ชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา)

14.15 น. ตำรวจประกาศย้ำเตือนอีกครั้งว่า กิจกรรมที่ท่านทำอยู่ขณะนี้เป็นการฝ่าฝืนประกาศกรุงเทพมหานครฉบับที่ 25 ห้ามทำกิจกรรมเกิน 20 คน ละเมิดมาตรการควบคุมโควิด 19 มวลชนตะโกนกลับว่า ในคุกมีโควิด

14.18 น. ตำรวจประกาศเรื่องการแพร่ระบาดโควิด 19 อีกครั้ง จากนั้นเบนจากล่าวว่า "..นี่มันสูญสิ้นความเป็นคนกันแล้วหรือ พวกเขาทำอะไรผิด เขาไปฆ่าใครหรือ เขาไปทำร้ายใครหรือ สิ่งที่เพื่อนของเราได้ทำเพียงแค่อยากให้สังคมนี้มันดีขึ้น ให้สถาบันกษัตริย์อยู่รอดได้ในสังคมยุคสมัยใหม่ เพื่อนเราไม่ใช่ภัยความมั่นคงต่อรัฐ เขาต่างเป็นมนุษย์ มีชีวิตจิตใจ หลายคนเป็นนักศึกษา เขาเป็นเพียงนักศึกษาอายุ 20 ต้นๆ หากศาลยังฟังอยู่ หากศาลยังมีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่ ได้โปรดปล่อยเพื่อนของเราออกมา คืนสิทธิในการประกันตัวให้เพื่อนของเราเพราะเขายังไม่ใช่ผู้กระทำความผิด..." จากนั้นเรียกร้องให้ชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาลงมารับหนังสือ "ในเมื่อคุณกล้าไม่ให้ประกันตัวเพื่อนของเรา คุณก็ต้องกล้าที่จะออกมารับกว่า 10,000 รายชื่อนี้"

14.27 น. สุรีรัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของเพนกวินออกมาที่ด้านหน้าอาคารศาลอาญาและให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า เรื่องการถ่ายเป็นชิ้นเนื้อและลิ่มเลือดขอยืนยันว่า ลูกของเธอเจ็บป่วยจริง ถ้าใครสงสัยอะไรให้มาถามแม่ ตอนนี้ในเรือนจำมีผู้ต้องขังที่ติดโรคโควิด 19 แล้ว เอาเวลาของราชทัณฑ์ไปดูแลคนที่ติดโควิด 19 "และเราจะดูแลคนของเราเอง มันไม่ดีกว่าหรือ ตอนนี้ในราชทัณฑ์แออัดเยอะ...ทำทุกวิถีทางยอมให้ติดอีเอ็มและยึดพาสปอร์ต เรายื่นข้อเสนอว่า ปล่อยคนของเราออกมา เราจะดูแลเอง เดี๋ยวเราจะพาไปรักษาเองแล้วคุณจะรับผิดชอบไหวไหม...ถ้าเด็กเป็นอะไรไป คุณจะรับผิดชอบด้วยชีวิตของคนที่คุณรักหรือ เราไม่เอาชีวิตของคุณนะ แต่จะเอาชีวิตของคนที่คุณรัก คุณจะยอมรับผิดชอบอย่างนั้นไหม ถ้าเราต้องสูญเสียคนที่เรารักและคุณบอกจะแสดงความรับผิดชอบคุณก็จะต้องให้สิ่งนั้นคืนมาให้เรา"

"เราเคยยื่นขอให้เพนกวิน-พริษฐ์ออกมารักษาตัวด้านนอกและจะรายงานตัวทีหลัง แต่ไม่ได้รับการตอบรับ รอจนเพนกวินอาการสาหัส เรากำลังรอดูว่า เขากำลังให้ประกันตัวไหม ตะกี้นี้ที่ตอนที่เห็นว่า แม่นั่งอยู่บนบันได มีเจ้าหน้าที่มาบอกแม่ว่า ให้ลุกออกไป ไม่เช่นนั้นผลที่คุณมาทั้งหลายเขาจะไม่ให้ประกันตัวกวิ้น แม่ก็ถามกลับไปว่า ถ้าเราเงียบ ลูกเราจะได้ประกันตัวไหม ถ้าวันนี้เรายอมเดินออกไป การันตีไหมว่า ลูกเราจะได้ประกันตัว ไม่ว่าเราจะทำตัวดี ไม่ว่าจะเป็นหมาที่เชื่อง ไม่ว่าจะโวยวาย...มันไม่เกี่ยวกันว่า ต้องทำให้คุณพอใจ เราต้องทำให้คุณพอใจหรอ ทำทุกอย่างให้คุณพอใจถึงจะสาสมแก่ใจหรือ มันถูกต้องตามกฎหมายไหม" 

14.47 น. ณัฐชนนท์ ทำการกรวดน้ำและอ่านกวีถึงมหาตุลาการของอานนท์ นำภาว่า 

"คือตราชู ผู้ชี้ เสรีสิทธิ 
คือศาลสถิต ยุติธรรม นำสมัย
คือหลัก ประกัน ประชาธิปไตย 
มิใช่  อภิชน  คนชั้นฟ้า !

ครุยที่สวม นั้นมา จากภาษี  
รถที่ขี่  เงินใคร ให้หรูหรา
ข้าวที่กิน ดินที่ย่ำ บ้านงามตา 
ล้วนแต่เงิน ของมหา ประชาชน

มิได้ อวตาร มาโปรดสัตว์
แต่เป็น "ลูกจ้างรัฐ"  ตั้งแต่ต้น
ให้อำนาจ แล้วอย่าหลง ทนงตน
ว่าเป็นคน เหนือคน  ชี้เป็น-ตาย   

เสาหลัก ต้องเป็นหลัก อันศักดิ์สิทธิ์
ใช่ต้องลม เพียงนิด ก็ล้มหงาย
ยิ่งเสาสูง ใจต้องสูง เด่นท้าท้าย
ใช่ใจง่าย เห็นเงิน แล้วเออออ !

ต้องเปิด โลกทัศน์ อย่างชัดเจน
ใช่ซ่อนเร้น  อ่านตำรา แต่ในหอ
ออกบัลลังค์ นั่งเพลิน คำเยินยอ
เลือกเหล่ากอ มากอง ห้องทำงาน               

ตุลาการ คือหนึ่ง อธิปไตย
อันเป็นของ คนไทย ไพร่-ชาวบ้าน        
มิใช่ของ ใครผู้หนึ่ง ซึ่งดักดาน
แต่เป็น  "ตุลาการ" ประชาชน

ฉะนั้นพึง  สำนึก มโนทัศน์
ใช่ด้านดัด   มืดดับ ด้วยสับสน
เปื้อนราคิน กินสินบาท คาดสินบน
แล้วแบ่งคน  แบ่งชั้น บัญชาชี้

เถิด"ตุลาการ"  จงคิด อย่างอิสระ
รับภาระ อันหนักหนา ทำหน้าที่
หากรับใช้ ใบสั่ง ดั่งกาลี
ตุลาการ เช่นนี้  อย่ามีเลย!"

14.55 น. เบนจาประกาศว่าา อีกห้านาทีจะถึงเวลาบ่ายสาม ถ้าหากชนาธิปและผู้พิพากษาคนอื่นๆลงมารับจะทำกิจกรรมต่อไป

14.59 น. เบนจาอ่านท่อนสุดท้ายของกวีมหาตุลาการ "หากรับใช้ ใบสั่ง ดั่งกาลี ตุลาการ เช่นนี้  อย่ามีเลย!" และเดินขึ้นบันไดศาลอาญาและโปรยกระดาษรายชื่อ มวลชนตะโกนว่า ปล่อยเพื่อนเรา

15.02 น. ตำรวจประกาศให้มวลชนอยู่ในความสงบอีกครั้ง เบนจาบอกว่า เพื่อนเรากำลังจะตายไม่มีความเป็นมนุษยกันเลยหรือ ความยุติธรรมคือสิ่งที่ต้องพึงมีแต่แรก ไม่ต้องร้องขอ หากเราไร้ซึ่งอุดมการณ์เราจะมีค่าอะไร

15.06 น. รปภ.ศาลพยายามจัดแผงเหล็ก มวลชนถามว่า จะทำอะไร ตำรวจประกาศไม่ให้ฝ่าแนวแผงเหล็กเข้ามาและบอกว่า มาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ขอให้มวลชนใจเย็นและฝ่าแผงกั้นเข้าไปที่ชานบันได้

15.07 น. มีการเรียกกำลังตำรวจมาที่ชานบันไดเพิ่มเติม

15.11 น. มวลชนตะโกนถามว่า ทำไมฆ่าคนตายถึงได้ประกัน กูไปไหว้ศาลเจ้าดีกว่าอีเหี้ย และตะโกนว่า ปล่อยเพื่อนเรา ขณะที่รายชื่อผู้ที่ลงชื่อถึงอธิบดีฯ ยังกองอยู่ที่พื้น

16:08 รถบัสตำรวจควบคุมฝูงชน 3 คันพร้อมกำลังพลและรถควบคุมตัว 1 คันเข้าพื้นที่ศาลอาญา

16.27 น. ตำรวจเจรจากับมวลชนว่า ไม่มีการใช้กำลังแค่จะนำกำลังพลไปที่ด้านหลังศาล เมื่อมวลชนถามว่า นำคฝ.เข้ามาทำไม ไม่ได้รับคำตอบ จากนั้นเวลา 16.30 น. จึงยอมนำกำลังออกไปด้านนอกรั้วศาล 

16.52 น. เบนจาประกาศว่า ได้รับแจ้งมาว่า ศาลเลื่อนการอ่านคำสั่งไปเป็นวันพรุ่งนี้ทางออนไลน์ ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงในการประกาศคำสั่งเพราะเหตุใดจึงไม่ประกาศที่นี่ วันนี้ กะหวังว่า ให้เรากลับ คิดว่า เราจะลืมงั้นหรือ วางแผนให้ประชาชนออกจากพื้นที่ศาล เราก็จะบอกเลยว่า เราจะไม่ออก...และแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ประกาศกิจกรรม “อยู่ หยุด ขัง”จากเดิมที่ศาลฎีกา เราจะย้ายมาปักหลักที่นี่ศาลอาญา ถ้าอยากให้เราออกก็ปล่อยเพื่อนของเรา

17.00 น. ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนพร้อมอุปกรณ์ป้องกันเดินเท้าเข้าไปที่ด้านหลังอาคารศาลอาญา

17.09 น. หลังนำกำลังเข้าไปที่ด้านหลังอาคารศาลอาญา ตำรวจนำแผงเหล็กมาปิดบริเวณซอยข้าง ธ.กรุงไทย ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าด้านหลังศาลอาญาและล็อครั้วทางเข้าอีกฝั่งหนึ่ง กำลังพลมีประมาณ 100 นาย พร้อมอุปกรณ์ป้องกันตัว ไม่ได้มีท่าทีมุ่งเผชิญหน้ากับมวลชน

17.40 น. ไบรท์-ชินวัตร จันทร์กระจ่างกล่าวว่า "...บัดนี้ท่านจะเป็นศาลยุติธรรมได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีความยุติธรรมให้ประชาชน...ถ้าท่านอยากให้พวกเราออกไปจากตรงนี่ ขอให้ท่านมีจิตใต้สำนึกสักนิดนึงว่า เขาก็คน ไม่ได้ออกมาสู้เพื่อตัวเขาเอง เขาออกมาสู้เพื่อทุกคน..."

17.43 น. เบนจา อะปัญ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาของคนหลายๆคน สื่อจับตาดูให้ดีและขอให้ท่านทำหน้าที่สื่อในการตีแผ่ในสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ท่านกำลังถูกบีบจากใครอยู่ใช่หรือไม่ เราจะอยู่ตรงนี้ เรายังเชื่อว่า สักวันหนึ่งผู้พิพากษาจะมีจิตสำนึกในความถูกต้อง สำนึกในความถูกต้อง สำนึกในความยุติธรรม ขอเถอะขอเป็นตราชั่งที่มีความเที่ยงตรง หากศาลไม่มีความเที่ยงตรงแล้วประเทศนี้จะมีอะไรมาค้ำจุน...ถ้าศาลให้ความเที่ยงตรงกับประชาชน ประเทศเราคงไร้ซึ่งความหวัง เราเป็นเพียงประชาชน เราไม่ใช่ผู้พิพากษา เราไปตัดสินอะไรแทนท่านไม่ได้ เราทำได้แค่ยืนหยัดต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง และหวังว่า ท่านจะมีมโนสำนึก จิตสำนึกของความเป็นมนุษย์ คืนความยุติธรรมให้ประชาชน หากศาลยังประพฤติเช่นนี้ต่อก็คงได้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมทั้งประเทศไทย ต่อสังคมทั่วโลกว่า ศาลที่ประเทศไทยนั้นไร้้ซึ่งความยุติธรรม ให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า ประเทศนี้มันหมดสิ้นแล้วซึ่งความยุติธรรม ถ้าอยากจะกอบกู้ความยุติธรรมคืนมาก็โปรดคืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษาและคืนความยุติธรรมให้ประชาชน

หากท่านได้พึงระลึกว่า หน้าที่ของผู้พิพากษาคือการให้ความยุติธรรมกับประชาชนก็โปรดเถิดคืนความยุติธรรมให้กับประชาชน...เราอยากให้ท่านรักษาเกียรติ ไม่ใช่เอาเกียรติของผู้พิพากษามาย่ำยีแบบนี้ ต่อให้ท่านเอากฎหมายมาตราไหนมากดขี่ข่มเหงเราก็ยังยืนยันต่อสู้ เอาตำรวจ เอาคฝ. เอากระสุนยาง กินอยู่สะดวก บ้านพัก ครุยที่สวมใส่นั้นมันก็มาจากภาษีของเรา ท่านทำอย่างนี้ได้อย่างไร...แค่เพิกเฉยก็มากพอแล้ว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความอยุติธรรม ท่านกำลังหยามเกียรติในอาชีพของตนเอง...

ถ้าคฝ.ออกมาจัดการกับพวกเราก็ขอให้เป็นที่รู้กันว่า ศาลอาญา รัชดาฯ สำนักงานศาลยุติธรรมให้พื้นที่กับคฝ.เพื่อกำจัดประชาชน เราจะถือว่าศาลสนับสนุนการคุกคามประชาชน

17.57 น. ไบรท์-ชินวัตรประกาศว่า ขอให้พี่น้องร่วมกันทำกิจกรรมนั่งสงบนิ่งหน้าศาลตรงนี้และพี่น้องที่อยู่ทางบ้านมารวมตัวกันที่หน้าศาลตอนนี้ ขณะนี้ศาลให้คฝ.เข้ามา ขอให้พี่น้องทุกท่านนั่งลงอย่างสงบ รอเพื่อนของเรามาสมทบ

18.03 น. ผศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทวีตข้อความว่า ศาลอ่านคำสั่งแล้ว ไม่ให้ประกันตัวเพนกวิน ขณะที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า าลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้ง 7 ผู้ต้องขังทางการเมืองในทุกคดี โดยสั่งในลักษณะเดียวกันว่า ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์เคยสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาต ทุกคำสั่งลงนามโดยเทวัญ รอดเจริญ

18.20 น. มวลชนตะโกนออกมาด้วยความโกรธหลังทราบคำสั่ง กฤษฎางค์ นุตจรัสระบุว่า เหตุผลคือเคยไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวและแสดงเหตุผลชัดแจ้งแล้ว เราเขียนไปในคำร้องเลยว่า หากศาลจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ เรายินดี ในคดีนี้ศาลเคยกำหนดเงื่อนไขให้สมยศ พฤกษาเกษมสุข, ไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และหมอลำแบงค์-ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ซึ่งเป็นจำเลยร่วมในคดีมาแล้ว

บรรดาแม่ของจำเลยก็ช็อคด้วยไม่คิดว่า ศาลจะไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราว "แม่ทุกคนอยากให้ลูกกลับบ้านอย่างมีชีวิต...ชีวิตของเด็กทุกคนมีความหมาย ถ้าเป็นแบบนี้พวกเรายังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร คงต้องให้สังคมช่วยกันคิดเพราะแม่ทั้งหลายก็หมดแรงแล้ว...ตอนนี้เป็นเรื่องกดดันคนเป็นแม่พอสมควร พยายามหาทางให้เขาออกมาอย่างมีชีวิต"

สุรีรัตน์กล่าวว่า เรายอมประนีประนอมแล้ว ท่านมากล่าวว่า เราไม่ประนีประนอม ลูกเราแลกด้วยชีวิต ไม่ใช่แค่มาอธิบายว่า ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง กรุณาตอบเหตุผล  จากนั้นกล่าวกับมวลชนว่า อยากให้พวกเราเก็บแรงและกำลังไว้ต่อสู้ เพนกวินจะต้องออกมาเจอทุกคนอย่างมีชีวิต ขอให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้าน และขอขอบคุณที่มาให้กำลังใจในวันนี้ หวังว่า ทุกคนจะยังไม่ทิ้งเพนกวิน

18.40 น. เบนจากล่าวว่า ต่อให้วันนี้ศาลจะยังไม่ปล่อยเพื่อนเราแต่เราจะยังไม่ยอมแพ้

18.47 น. ไบรท์-ชินวัตรประกาศยุติกกิจกรรมและเคลื่อนไปที่หน้าศาลอาญา ตะโกนขอให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูศาล

30 เมษายน 2564

มติชนออนไลน์รายงานว่า สิทธิโชติ อินทรวิเศษ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึงเหตุการณ์การชุมนุมบริเวณบันไดศาลอาญา เพื่อเรียกร้องกดดันให้ปล่อยเเกนนำราษฎร เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564 ทางศาลอาญากำลังตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและรายละเอียดทั้งหมดอยู่ ให้ละเอียดชัดเจน ถ้าหากมีการกระทำที่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ทางศาลอาญาก็จะดำเนินการเอง ในส่วนข้อหาอื่นที่เป็นในภาพรวมเช่น ความผิดฐานดูหมิ่นศาล หรือความผิดลักษณะนี้ ก็จะขอให้สำนักงานศาลยุติธรรมดูข้อมูลจากคลิปเพื่อดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อไป ส่วนความผิดพวก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯหรือ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ของตำรวจ การดำเนินการต้องแยกกัน ส่วนเรื่องการตรวจสอบจะใช้ระยะเวลานานหรือไม่นั้น ทางผู้อำนวยการศาลอาญากำลังตรวจสอบดูอยู่ คาดว่า จะมีการดำเนินการอยากดำเนินการให้เร็วแต่ติดปัญหาเรื่องการพิจารณาคดีเพราะติดโควิด 19 แต่ถ้ามีจำเลยที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดอำนาจศาลติดประกันอยู่ในคดีอื่นแล้วสามารถเรียกตัวมาได้ง่ายก็จะดำเนินการเร็วขึ้น

“พฤติการณ์ที่มากันเป็นม็อบและมาตะโกนด่า และแสดงออกตามที่เห็นในคลิป มันเป็นการข่มขู่ศาล ข่มขู่ผู้ พิพากษาและไม่คำนึงถึงหลักกฎหมายที่ควรจะเป็น ไม่มีประเทศไหนในโลกที่มีการเข้ามาขู่ศาลถึงหน้าศาลแบบศาลอาญาประเทศไทย ถ้าเป็นประเทศอื่นเขาจับกันไปหมดแล้ว ขนาดเราปล่อยให้เขาใช้สิทธิเสรีภาพ ได้อย่างเต็มที่ในยุคนี้ก็ยังถูกกล่าวหาว่าทำศาลให้เป็นเรือนจำ ซึ่งเป็นคำพูดของกลุ่มทนายมาหลายครั้งหลายคลา ซึ่งมันไม่ตรงกับข้อเท็จจริง สังเกตจากเมื่อวานเราก็ไม่ได้คัดกรองอะไรเข้มจนเกินปกติ แต่กลุ่มนี้กลับมาใช้ปฏิกิริยากดดันศาลด่าทอหยาบคาย อันนี้ไม่ใช่การใช้สิทธิแต่เป็นการก้าวร้าวไม่เคารพกฎหมายมากกว่า” 

อ้างอิง : https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_26999523 พฤษภาคม 2564


มติชนออนไลน์รายงานว่า ที่ศาลอาญา รัชดาฯ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ยื่นคำร้องคดีละเมิดอำนาจศาล โดยมีผู้ถูกกล่าวหา 3 คนคือ เบนจา อะปัญ, ชินวัตร จันทร์กระจ่างและณัฐชนน ไพโรจน์


กรณีของเบนจาศาลนัดไต่สวนวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 เวลา 13.30 น.  คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน เวลาประมาณ 12.30 น. มีมวลชนกลุ่ม “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ประมาณ 300 คน ได้มีการเชิญชวนกันมาทำกิจกรรมยื่นจดหมาย “ราชอยุติธรรม” พร้อมทั้งยืนอ่านกลอน “ตุลาการภิวัฒน์” ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เข้ามาในบริเวณศาลอาญา และรวมตัวกันบริเวณบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) มีการใช้เครื่องขยายเสียงพร้อมทั้งตะโกนข้อความ “ปล่อยเพื่อนเรา” จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.50 น. พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย รอง ผกก.ป.สน.พหลโยธิน ได้อ่านประกาศคำสั่งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เรื่อง การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบเรียบร้อย แต่ไม่ได้รับความร่วมมือแต่อย่างใด ต่อมาเวลาประมาณ 13.05 น. พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน ได้ประกาศเรื่องการใช้สิทธิและเสรีภาพของผู้ชุมนุมให้อยู่ภายใต้กฎหมายและข้อกำหนดของศาล และแจ้งให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบเรียบร้อย แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ชุมนุม และผู้ชุมนุมยังคงมีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ร่วมตะโกนด้วยข้อความต่างๆ อยู่เป็นระยะ มีการพูดผ่านเครื่องขยายเสียงกล่าวโทษศาลยุติธรรมและตุลาการศาลยุติธรรม ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในศาลอาญาข้อ

เวลา 15.00 น. ได้วิ่งผ่านแนวรั้วแผงเหล็กที่กั้นอยู่บริเวณหน้าบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) พร้อมทั้งโปรยแผ่นกระดาษขณะวิ่งขึ้นบันได โดยพยายามหลบหลีกเจ้าหน้าที่ศาลอาญาพร้อมตะโกนสรุปข้อความว่า “ตุลาการเช่นนี้อย่ามีเลย” และเมื่อโปรยกระดาษเสร็จแล้วได้หยุดยืนอยู่บริเวณบันได และพูดผ่านเครื่องขยายเสียงโดยหันหน้าเข้าหาเจ้าหน้าที่ศาล สรุปข้อความได้ว่า “ขี้ข้าเผด็จการ ขี้ข้าเผด็จการ พี่มองหน้าหนู พี่มองหน้าหนู เพื่อนหนูอดอาหารมา 40 กว่าวันแล้ว เพื่อนเรากำลังจะตาย ไม่มีความเป็นมนุษย์กันเลยเหรอ ความยุติธรรมควรเป็นสิ่งที่พึงมีตั้งแต่แรกไม่ใช่ร้องขอ ศาลทำหน้าที่ผดุงความยุติธรรม แต่ทำไมถึงไม่มีความยุติธรรมให้กับเพื่อน เรารู้ว่าทำตามหน้าที่ รู้ว่าโดนนายสั่งมา คิดว่าหนูมายืนตรงนี้เนี่ยมันไม่ต้องแลกอะไรเหรอ เราทุกคนต่างสูญเสีย เราทุกคนต่างสูญเสียในรัฐเผด็จการนี้ เราสูญเสียกันมามากพอแล้ว เราจะต้องสูญเสียกันอีกเท่าไหร่ หากความเป็นคนในพวกคุณไม่มีเหลือแล้วเราจะไปถามหาความเป็นคนได้จากใครอีก ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยเพื่อนเรา ได้ยินไหม หากรับใช้ใบสั่งอย่าง…ตุลาการเช่นนี้อย่ามีเลยตุลาการเช่นนี้อย่ามีเลย ปล่อยเพื่อนเรา หากศาลยังฟังอยู่ หากศาลยังมีความยุติธรรมยังหลงเหลืออยู่ ให้นึกถึงเวลาที่ท่านได้ตรากตรำอ่านตำราดึกดื่นเพื่อสอบเข้ามาเป็นผู้พิพากษา สอบเข้ามาเพื่อผดุงความยุติธรรมให้กับประเทศชาติ สอบเข้ามาเพื่อผดุงความยุติธรรมให้กับประชาชน แต่ทำไมอุดมการณ์ของผู้พิพากษาไม่มีเหลือแล้วหรือ หากเราไร้ซึ่งอุดมการณ์เราจะมีค่าอะไร เป็นผู้พิพากษาอย่าหลงลืมอุดมการณ์แห่งการเป็นผู้พิพากษา คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน” พร้อมโปรยกระดาษที่เหลืออีกครั้งต่อหน้าเจ้าหน้าที่


กรณีของชินวัตร จันทร์กระจ่าง มีพฤติการณ์สรุปว่า นายชินวัตร ได้ร่วมชุมนุมโดยยืนอยู่บริเวณหน้าบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) ได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียงด้วยข้อความว่า “ผมขอประกาศ วันที่ 30 เม.ย.64 นี้ผมจะเดินทางมาศาลอาญารัชดาแห่งนี้ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผมก้าวขึ้นศาลผมจะไม่เคารพต่อศาลอาญารัชดาแห่งนี้อีกต่อไปครับพี่น้อง อะไรจะเกิดให้มันเกิด ต่อไปนี้เราจะไม่เคารพศาลอีกต่อไป ในเมื่อศาลทำตัว…แบบนี้ ขอให้พี่น้องแชร์ทั้งโลกให้โลกรู้ว่า ศาลไทยมีฆาตกรได้ ฆาตกร ไอ้ฆาตกร ไอ้ฆาตกร ไอ้…แม่” 

กรณีของณัฐชนน ไพโรจน์ มีพฤติการณ์สรุปว่า ณัฐชนนได้เข้าร่วมชุมนุมโดยยืนอยู่บริเวณด้านหน้าบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) ได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียงมีข้อความว่า “ผมขอไม่นับว่าท่านจบที่ธรรมศาสตร์ที่เดียวกับผม เพราะท่านไม่เคยรักประชาชนเหมือนที่มหา’ลัยสอนคุณ มันไร้กระดูกสันหลัง ถ้าคุณไร้กระดูกสันหลังคุณก็ไม่ได้ตั้งตรงเหมือนกับคนทั่วไป”  โดยศาลนัดชินวัตรและณัฐชนนไต่สวนวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 เวลา 13.30 น.