#ม็อบ24มีนา : #เพราะประเทศนี้เป็นของราษฎร

วันที่2564-03-24

เวลา17:00

สถานที่แยก ราชประสงค์ จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 6

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ,ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล,ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์,เรียกร้องความยุติธรรมในระบบศาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 2500

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

ไม่ต่ำกว่า 2700

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

24 มีนาคม 2564 เวลา 17.00 น. ที่แยกราชประสงค์ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนัดทำกิจกรรม #เพราะประเทศนี้เป็นของราษฎร โดยมีเนื้อหาในการปราศรัยและข้อเสนอส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ฯ เช่น การยกเลิกมาตรา 112 และการเรียกร้องให้โอนคืนทรัพย์สินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์กลับคืนมาเป็นสมบัติชาติอีกครั้ง การชุมนุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมต่อเนื่องจากการสลายการชุมนุมแบบไร้แกนนำของรีเด็มเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 ที่ท้องสนามหลวง นำไปสู่การปรับรูปแบบการชุมนุมให้มีการปราศรัยและมีการรักษาความปลอดภัย

ลำดับเหตุการณ์

23 มีนาคม 2564

เวลา 16.30 น. ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดยภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, อรรถพล บัวพัฒน์ และ เบนจา อะปัญ เข้ายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในประเด็นเกี่ยวกับการดูแลรักษาความปลอดภัยในการชุมนุมที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2564 โดยเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกแก่การชุมนุมที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงดูแลความปลอดภัยไม่ให้มีกลุ่มมือที่สาม หรือมวลชนกลุ่มปกป้องสถาบันมาสร้างความปั่นป่วนหรือดักทำร้ายผู้ชุมนุม 

ที่มา : https://thestandard.co/thammasat-submit-police-a-document/

24 มีนาคม 2564

10.10 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น., จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกฯ ร่วมแถลงถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมในวันนี้ 

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้กทม.เป็นพื้นที่ประกาศห้ามชุมนุมตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และประกาศของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฉบับที่ 5 ถ้ามีการชุมนุมก็จะเป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ สำหรับผู้ที่โพสต์เชิญชวน ส่งต่อ กระจายต่อหรือเชิญชวนชักชวนด้วยประการหนึ่งประการใด ตลอดจนผู้เข้าร่วมชุมนุม เหล่านี้ถือว่า เป็นผู้ร่วมกระทำผิดและท่านอาจจะได้รับโทษตามกฎหมาย

และยืนยันว่า ตำรวจทุกนายมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ มีหน้าที่ในการรักษาสาธารณสมบัติสำคัญของประเทศ ป้องกันเหตุร้ายและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น แนวทางและมาตรการเกิดขึ้นเพื่อความสงบของสังคมโดยรวม ยืนยันว่า แนวทางและมาตรการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติไป เป็นไปตามหลักกฎหมาย หลักนิติธรรมและหลักสากล

พ.ต.อ.กฤษณะตอบคำถามเรื่องการฟ้องร้องของสื่อว่า เรื่องนี้ตนทราบจากทางสื่อ จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่สืบเนื่องจากการชุมนุมวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม 2564 ทราบว่า จะไปมีการไปฟ้องร้องสตช.ตรงนี้คงเป็นสิทธิของผู้ฟ้องร้อง ส่วนสตช. หลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมาย เป็นการปฏิบัติปกติ เป็นระเบียบประจำวันที่ต้องมีการถอดบทเรียน ให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฎหมาย อยู่ในจุดที่ทุกฝ่ายรับได้ ผมไม่อยากใช้คำว่า สลายการชุมนุม การควบคุมพื้นที่ ถ้าไม่มีการก่อความไม่สงบจะเจรจา ถ้ามีเวลายุติชัดเจนก็จะพยายามต่อรอง ยกเว้นมีการก่อความไม่สงบเกิดขึ้น ต้องนึกถึงประชาชนที่ต้องอยู่อาศัยตามปกติสุขและพี่น้องประชาชนที่ใช้พื้นที่ 

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ นายกรัฐมนตรีกำชับหน่วยที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่ทางทฤษฎีอย่างเดียว...ยกตัวอย่างหากมีสถานการณ์ในเย็นนี้ก็ขอให้นักข่าวอยู่รวมกลุ่ม เชื่อฟังคำสั่งของตำรวจและก่อนหน้านี้ตำรวจได้แจกเครื่องหมายบ่งชี้ บางครั้งอาจมีช่างภาพและคนถ่ายคลิปบางคนที่อยู่บางจุดไม่เหมือนชาวบ้านเขา ส่วนการฟ้องร้องเป็นสิทธิของผู้ทึ่ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เกิดขึ้น 

12.31 น. เพจเฟซบุ๊กแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเผยแพร่จุดนนัดชุมนุมว่า คือบริเวณสี่แยกราชประสงค์ โดยจะมีการปราศรัยจากนักกิจกรรมเช่น เบนจา อะปัญ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล กลุ่ม ROOT และอรรถพล บัวพัฒน์ กลุ่มราษฎรโขง ชี มูล

14.20 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้หวังว่า จะไม่มีอะไรแต่เราต้องพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงหากมีเหตุไม่คาดฝันก็ต้องพร้อมรับมือ ความพร้อมมันมีอยู่แล้ว จะฝากคือเรื่องของความรุนแรงมันไม่มีประโยชน์ที่จะทำแบบนั้น อะไรที่ตำรวจผิดพลาดไปก็ขอโทษ เช่น ที่ว่าไปถูกกระสุนพลาด แต่ไม่ได้ไปขอโทษม็อบที่ผิดกฎหมาย ไม่ได้ขอโทษคนที่ใช้ความรุนแรง ตรงนั้นเราก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย คราวที่แล้วจับไป 20 คน เราบอกแล้วว่า ความรุนแรงเราไม่อยากให้มันเกิดแต่ถึงเวลาเกิดแล้วมันควบคุมยาก สถานการณ์อย่างนั้นทุกคนผิดพลาดกันได้ ไม่มีใครอยากจะให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมารับผลของการกระทำ ตำรวจเองไม่ใช่คู่กรณี เราทำและใช้กฎหมายตามความจำเป็น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยุทธวิธีทำอย่างไรให้มันซอฟท์ลงหรือยังคงทำตามมาตรฐานสากล พล.ต.อ.สุวัฒน์ ตอบว่า ก็คงต้องไปตามมาตรฐานของเรา อย่างคราวที่แล้วเมื่อวันก่อนเราก็นำตำรวจเข้าสนาม ตรวจสอบเรื่องการใช้อาวุธ เรื่องการยิงปืน ต้องการความแม่นเที่ยงตรงให้มากกว่านี้...ตอนนี้เรามีการดำเนินคดีมาตลอด มีการสืบสวนเชิงลึกและดำเนินคดี คนที่กระทำผิดไปแล้วไม่ใช่ว่า มันจบแค่นั้น ย้ำอีกครั้งเรื่องความรุนแรงว่า มันไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเลย

ปกติพื้นที่มีความอ่อนไหว พื้นที่เฝ้าระวังเรามีการดูแลพิเศษอยู่แล้ว และมีการประสานกับศูนย์การค้าแล้ว มีมาตรการร่วมกันอยู่ นายกรัฐมนตรีอยากให้ตำรวจทำความเข้าใจและชี้แจงสิ่งที่ได้ทำลงไปและเป็นข้อห่วงใยของเรา อยากให้ประชาชนเข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ขอร้องว่า ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรจริงๆ  เรื่องการรื้อสิ่งกีดขวาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ตอบว่า เอาง่ายนะ คิดแบบสามัญชน สมมติว่า ถ้าการชุมนุมอยู่หลังแนวกีดขวางอยู่ตรงนั้นก็ทำกิจกรรมไป อยู่ตรงนั้นผิดกฎหมาย แต่ถามว่า เราจะต้องใช้กำลังเข้าไปก็ต้องดูเรื่องความสงบเรียบร้อย ถ้าไม่สงบเราก็อาจดำเนินคดีภายหลังได้ แต่ถ้าท่านรื้อเครื่องกีดขวาง รื้อมาถามว่า เจอใคร...เจอเจ้าหน้าที่ และเมื่อเจอเจ้าหน้าที่เริ่มมีหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ลูกหิน อย่างนี้เราก็ต้องใช้กำลังเข้าจับกุม เราปล่อยไม่ได้ เราได้ประกาศห้ามแล้ว ผู้ชุมุนมผมเชื่อว่า ไม่ได้เป็นอย่างนี้ทุกคน แต่คนที่ทำก็มี

กรณีของวันนี้ต้องดูว่า ถ้าเขาอยู่ในพื้นที่ที่ดูแล้วไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น ไม่เป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ต้องมีประกาศและขั้นตอนเตือน แต่จะใช้กำลังต่อเมื่อเขาเริ่มอันตราย 

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามเรื่องการใช้มาตรการควบคุมการชุมนุมวันนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ตอบว่า ยืนยันไม่ได้หรอกครับ เรายืนยันไม่ได้ เราใช้ตามสถานการณ์ เราพยายามทำทุกครั้งให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด ทุกครั้งเรามีการทบทวนบทเรียนเรื่องยุทธวิธี เพราะเราต้องพัฒนาคนของเรา ถ้าอะไรผิดต้องแก้ไข เราต้องแก้ไขปรับปรุงให้มันดีขึ้น ไม่ใช่ไปขอโทษม็อบ คนที่ทำผิด ไม่ใช่แบบนั้น เป็นการด้อยค่าหรือทำลายความน่าเชื่อถือของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

14.00 น. ตำรวจในชุดเรื่องแบบปกติเริ่มวางกำลังภายในห้างเกษรฯ 

14.52 น. ตำรวจคุมฝูงชนวางกำลังภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยมีรถฉีดน้ำจอดเตรียมพร้อมตามปกติ 2 คัน  ด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ฝั่งประตูเซนและฝั่งโรงพยาบาลตำรวจ มีตำรวตั้งจุดคัดกรองอาวุธ

15.09 น. เจ้าหน้าที่บีทีเอสปิดสกายวอล์คทางฝั่งเซ็นทรัลเวิร์ดผ่านไปสยาม

15.30 น. มีรายงานเพิ่มเติมว่า มีการปิดสกายวอล์คฝั่งห้างเกษร พลาซ่า ไปเซ็นทรัลเวิร์ด และมีรถฉีดน้ำจอดอีก 2 คันที่ถนนวิทยุ

16.38 น. ในวัดปทุมวนารามมีรายงานว่าพบรถผู้ต้องขัง 6 คัน และพบเห็นตำรวจคุมฝูงชนถือปืนยาว

16.48 น. รถเครื่องเสียงของผู้ชุมนุมเข้าพื้นที่ รถกระบะหนึ่งคันมาถึง พร้อมคนเดินล้อมรถประมาณ 15-20 คน และพยายามเรียกผู้ชุมนุมให้ลงมาปิดถนน

16.54 น. เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ประกาศข้อกฎหมายและขอความกรุณาให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นผิวถนน โดยช่วงเวลานั้นรถฝั่งวิ่งไปแยกประตูน้ำยังวิ่งได้ 1 เลน

17.00 น. ประตูสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ปิด มีตำรวจวางกำลังหลวมๆ ด้านหน้ามีแผงเหล็กล้อมพระบรมฉายาลักษณ์ร.9 และป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตอนนี้ตำรวจให้รถที่จะออกจากห้างเลี้ยวขวาไปที่แยกเฉลิมเผ่า

17.15 ผู้ชุมนุมปิดการจราจร สี่แยกราชประสงค์ฝั่งมุ่งหน้าประตูน้ำได้ และค่อยๆ ขยายการปิดการจราจรเพิ่ม โดยผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งเริ่มนั่งลงกับพื้นถนนเพื่อยึดพื้นที่ 

17:19 น. แยกราชประสงค์ฝั่งขาเข้าทุกแยกถูกปิด

17.23 น. มีการแจกใบปลิวเรื่องสันติวิธีในพื้นที่ชุมนุม

17.35 น. เตนท์แพทย์อาสาอยู่บริเวณหน้าถนนราชดำริขาเข้าแยกราชประสงค์ บริเวณห้างเกษรฯ

17.49 น. บริเวณท้ายแถวของการชุมนุม มีกิจกรรมเขียนป้ายผ้าจากกลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย

18.22 น. ธัชพงศ์ ประกาศข่าวว่า ถ้าวันที่ 29 นี้นักกิจกรรมยังไม่ได้รับการประกันตัว รุ้ง-ปนัสยา จะอดอาหารด้วย ตอนนี้มีนักกิจกรรม 2 คนที่อดอาหารคือ เพนกวิน-พริษฐ์และฟ้า-พรหมศร

18.57 น. หน้าห้างเกษรฯ ผู้ชุมนุมนอนเรียงกัน 5 คนในกรอบของชอล์คสีขาวที่เขียนว่า112 และร่วมกันร้องเพลงเพื่อมวลชน

19.28 น. ศิลปะปลดแอกจัดกิจกรรมหน้าห้างเกษรฯ พ่นสเปรย์หน้าแกนนำที่โดน112 ลงบนผ้าหรือสิ่งของที่ผู้ชุมนุมนำมา 

20.40 น. แหวน-ณัฏฐธิดา มีวังปลากล่าวว่า #ม็อบ20มีนา มีเด็กๆที่กลับบ้านคนเดียวถูกดักทำร้ายและวันนี้มีข่าวการดักทำร้ายอีกครั้ง เธอบอกว่า คนเหล่านี้ไม่มีสิทธิมาทำร้ายใคร สถานที่นี้มีคนตายมากพอแล้ว เรียกชื่อผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 ให้ปกป้องเยาวชนและผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหว ถ้ารัฐบาลดีกว่านี้ วันนี้จะไม่มีม็อบนักศึกษา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะต่อสู้เคียงข้างพวกเขา

ผู้ชุมนุมสลับกันขึ้นปราศรัย จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.50 เบญจา นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ก็อ่านแถลงการณ์ และประกาศยุติการชุมนุม โดยตำรวจไม่ได้มีทีท่าว่าจะแทรกแซง หรือเข้าสลายการชุมนุม ในช่วงเวลาก่อนเลิก มีข่าวว่ามีกลุ่มฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอยู่บริเวณแยกเฉลิมเผ่า และแยกปทุมวัน จึงมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ชุมนุมกลับบ้านทางแยกประตูน้ำ
_________

ตัวอย่างเนื้อหาปราศรัยบนเวที

ไหม-ธนพร จากเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กล่าวว่า “พี่น้องแรงงานคือ ผู้สร้างชาติไม่ใช่มหาราชองค์ใด วันนีพวกเราทนไม่ได้กับการบริหารประเทศในระบบเผด็จการ...พวกเราไม่ว่าจะทำงานสาขาอาชีพใด พวกเราคือคนทำงาน พวกเราถูกความเหลื่อมล้ำจากคน 1 เปอร์เซนต์ที่มาเอาเปรียบพวกเรา

การจ้างงานของพวกเราตอนนี้ ทุกอาชีพไม่มีความมั่นคงเลย...รัฐบาลไม่เห็นหัวประชาชนแต่เห็นหัวกลุ่มทุน วันนี้ประยุทธ์ต้องออกไปและต้องออกไปโดยทันที...ส.ว. 250 คนก็ยังหน้าด้านหน้าทน สิ่งเหล่านี้ประชาชนกำลังบอกผ่านการชุมนุม...”

เบนจา อะปัญ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า วันนี้ราษฎรกลับมาแล้ว ก่อนเริ่มมีสิ่งหนึ่งที่อยากจะพูดคือรายชื่อของนักกิจกรรมที่ถูกคุมขังระหว่างการดำเนินคดี เช่น รุ้ง-ปนัสยา คดีมาตรา 112, โตโต้-ปิยรัฐ คดีอั้งยี่และณัฐนนท์ คดีช่วยเหลือพริษฐ์และภาณุพงศ์ที่ถูกจับกุมขึ้นรถผู้ต้องขังของตำรวจ

“เราต่อสู้เพราะเราต้องการประชาธิปไตย ต้องการรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน มีการใช้กฎหมายมาปิดกั้นมายับยั้งพวกเราเสมอ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเราถูกสลายการชุมนุมไปกี่ครั้งแล้ว แต่วันนี้เรากลับมาแล้วที่แยกราชประสงค์ ประกาศว่า ต่อให้คุณจับเพื่อนเราไปกี่คน กี่สิบกี่ร้อยคนเราจะออกมาไม่หยุด เพื่อนๆ ของเราถูกตั้งข้อหามาตรา 112 เพียงเพราะต้องการพูดและแลกเปลี่ยน หรือต้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์”

“เราจะยังสู้ต่อ เราจะยังไม่หยุด เพื่อนๆที่อยู่ในเรือนจำจะต้องดีใจ ทั้งหมดที่อยู่ในนั้นเขายังมีหวัง ยังฝากข้อความมาถึงเรา อดทนชัยชนะจะมาถึงแน่นอน ฝากคนในนี้ชูสามนิ้วด้วย ถึงแม้ว่า กวิ้นจะไม่ได้เห็นภาพนี้ แต่เชื่อว่า กวิ้นจะชูสามนิ้วเช่นเดียวกัน”

“ที่ผ่านมาเราโดนสลายมาตลอด เอาคฝ.มาตี แก๊สน้ำตามาฉีด เอากระสุนยางมายิงเรา ประชาชนต้องการมาชุมนุม มีพื้นที่ปลอดภัยในการชุมนุมไม่ได้มาเพื่อปะทะและก่อความรุนแรง และมันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและตำรวจที่จะดูแลความปลอดภัยให้เรา ทุกวันนี้เผด็จการและศักดินาทำร้ายพวกเรามากพอแล้ว” 

จากนั้นเบนจาอ่านจดหมายจากเพนกวิน-พริษฐ์ กล่าวถึงเรื่องการต่อสู้ในปี 2563 และการใช้มาตรา 112 รวมทั้งผลักดันให้มวลชนต่อสู้ต่อไป

ครูใหญ่-อรรถพล บัวพัฒน์ หัวหน้าพรรคก้าวล่วงและราษฎรโขงชีมูลกล่าวว่า “หลายคนบอกว่า ที่มันเหนื่อยเพราะเปิดเพดานสูง หลายคนบอกว่า สู้ไปกราบไป แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาด่ากัน แต่มันเป็นเวลาที่เราต้องร่วมสู้กันในสายธารประชาธิปไตยแห่งนี้ ขอบอกกับผู้มีอำนาจและชาวเผ่ามังกรฟ้า...ว่า การเปลี่ยนแปลงมันเริ่มแล้ว คุณทำได้แค่ให้มันช้าลงเท่านั้น แต่คุณหยุดการเปลี่ยนแปลงไม่ได้”

“ประยุทธ์ จันทร์โอชาถ้าเอ็งไม่รู้ว่า ผิดอะไร มาดูไลฟ์สด หรือมาดูย้อนหลัง เดี๋ยววันนี้จะสาธยายความผิดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาให้ฟัง แต่กว่าจะพูดจบผมอาจจะหมดลมหายใจไปก่อน”

“อย่างแรก คือ พลเอกประยุทธ์คือหัวหน้าคณะรัฐประหาร ทำให้นานาชาติไม่ยอมรับประเทศไทย อับอายในเวทีโลก มิหนำซ้ำแม่งยังเป็นโมเดลให้พม่า ชั่วคนเดียวไม่พอยังเป็นแบบอย่างความชั่วให้เพื่อนบ้าน

สอง ตรวจสอบไม่ได้ แม้แต่องค์กรอิสระมึงก็ตั้งมาเอง ฝากถึงพี่น้องขนมหวาน ตอนที่ออกมาไล่ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์บอกว่า เผด็จการรัฐสภา แต่ 250 ส.ว. นี่ไม่ใช่เผด็จการรัฐสภาหรือ...ต่อไปนี้โลกเสรีประชาธิปไตยจะไม่มีการเหยียดกะหรี่ เขาเหล่านี้มีศักดิ์ศรีมากกว่า งูเห่า คนในทำเนียบรัฐบาล อีกคนนึงที่เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนชื่อแล้วคิดว่าจะดีขึ้นหรือ เปลี่ยนสันดานดีกว่า

สาม รัฐบาลประยุทธ์สนับสนุนการรัฐประหารพม่า ส่งข้าวส่งน้ำให้คนที่ฆ่าคนในประเทศเพื่อนบ้าน

สี่ การเขียนรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ ไม่มีทางออกให้ประเทศ เพราะทุกประตูที่เป็นทางออกมึงก็ปิดประตูเสมอ เรื่องนี้ พี่น้องอาจคิดว่า การต่อสู้ 7-8 เดือนมาไม่ได้อะไรเลย แต่ลองคิดดูดีๆ ว่า ถ้าไม่มีการออกมาเรียกร้องจะมีการผลักดันหรือไม่ วันนี้เขาเห็นว่า เราอ่อนกำลังลงจึงฉวยโอกาสล้มร่างฯ แต่ขอโทษเถอะ วันนี้เรากลับมาแล้ว

ห้า พลเอกประยุทธ์ทำให้เสียภาพลักษณ์ประเทศในเวทีต่างประเทศ อย่าทำให้อายไปกว่านี้

หก พลเอกประยุทธ์ทำให้ระบบการศึกษาของไทยถอยหลัง

เจ็ด พลเอกประยุทธ์ไม่เคยเห็นหัวประชาชน เห็นแต่หัวนายทุน

แปด พลเอกประยุทธ์ไม่เคยรับผิดชอบอะไรเลย เหมืองทองอัครา ประชาชนต้องเสียค่าโง่และรับผิดชอบความผิดของไอ้คนโง่คนนี้ การประกาศของโควิด-19 ก็โทษประชาชน แต่มันเริ่มมาจากสนามมวยทหารและบ่อนของหลงจู๊ ยังไม่เคยมีใครติดจากการชุมนุม

เก้า พลเอกประยุทธ์ซื้ออาวุธที่ซื้อมาทำไมนักหนา

สิบ พลเอกประยุทธ์คุกคามประชาชนที่เห็นต่าง ส่งคนไปหาที่บ้าน ยัดข้อหาที่ไม่เป็นธรรม แต่วันนี้ต่อให้คนคุกคามขนาดไหนเราก็จะออกมายืนแบบนี้”

มายด์-ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล กลุ่ม ROOT กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่า พรุ่งนี้จะถูกฝากขังและได้รับการประกันตัวหรือไม่ และกล่าวต่อว่า เมื่อมีเหตุต้องสงสัยในการกระทำต่างๆของกษัตริย์ ประชาชนในฐานะกัลยาณมิตรที่ดีมีหน้าที่ต้องตักเตือนและการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์สมควรทำได้ “ในฐานะเราประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ การพูดถึงสถาบันกษัตริย์นั้น เราควรจะต้องพูดถึงได้ในแง่ของการสรรเสริญและวิพากษ์วิจารณ์ นี่คือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนไทยตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

เธอกล่าวถึงการขยายพระราชอำนาจจนล้นเกิน เช่น การโอนกำลังพลทหารและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นสำนักงานทรัพย์สินกษัตริย์ ในฐานะประชาชนคนธรรมดาขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า เราทุกคนคือเจ้าของประเทศตัวจริง