#ม็อบ20มีนา : #จำกัดอำนาจสถาบันกษัตริย์ฯ

วันที่2564-03-20

เวลา

สถานที่สนามหลวง จ.กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

-

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 1500

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

ไม่ต่ำกว่า 3000

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

20 มีนาคม 2564  ที่สนามหลวงรีเด็มนัดชุมนุม #จำกัดอำนาจสถาบันกษัตริย์ เป็นการสลายการชุมนุมครั้งที่ 10 ของปี เฉลี่ยในทุกๆ 8 วันมีการสลายการชุมนุมเกิดขึ้น 1 ครั้ง โดยในระยะหลังการชุมนุมของรีเด็มกลายเป็นเป้าในการสลายการชุมนุม อาจด้วยสาเหตุจากพื้นที่การชุมนุมที่เป็นเขตพระราชฐานอันเป็นพื้นที่ที่รัฐมองว่า ล่วงละเมิดไม่ได้ เงื่อนไขในการเริ่มต้นสลายการชุมนุมเกิดขึ้นเมื่อผู้ชุมนุมช่วยกันเลื่อนเปิดแนวตู้คอนเทนเนอร์ที่ตำรวจกั้นขวางเอาไว้ แม้จะไม่มีพฤติการณ์ที่ชัดเจนถึงการเข้าไปในพื้นที่ของหวงห้ามก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมจนมีผู้สื่อข่าวและประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งลักษณะการเปิดแนวป้องกันดังกล่าวไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต หากแต่การชุมนุมในระยะหลังไม่สามารถกระทำได้อีกแล้ว เมื่อการเลื่อนเปิดแนวกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสลายการชุมนุม

ลำดับเหตุการณ์

11 มีนาคม 2564
 
เทเลแกรมรีเด็ม เปิดให้สมาชิกเลือกวันชุมนุมใหญ่ระหว่างวันที่ 15-21 มีนาคม 2564 โดยมีผู้ร่วมออกเสียง 11,700 เสียง มากสุดคือ วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม 2564 ที่ร้อยละ 61 หรือ 7,148 เสียง 
 
12 มีนาคม 2564
 
เทเลแกรมรีเด็มประกาศนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 20 มีนาคม 2564
 
17 มีนาคม 2564
 
เทเลแกรมรีเด็มประกาศนัดนัดชุมนุมวันที่ 20 มีนาคม 2564 เวลา 18.00-21.00 น. ที่สนามหลวง ทำกิจกรรมพับจดหมาย "จำกัดอำนาจกษัตริย์" ส่งข้ามรั้ววัง
 
18 มีนาคม 2564
 
เทเลแกรมรีเด็มประกาศว่า 20 มีนาคม 2564 เวลา 19.19 น. กลุ่มเพื่อนอานนท์จะอ่านบทปราศรัยประวัติศาสตร์ของอานนท์ นำภา โดยผู้เข้าร่วม 10,000 คนแรกรับฟรีหนังสือสถาบันกษัตริย์กับสังคมไทย 
 
19 มีนาคม 2564
 
วอยซ์ทีวีรายงานว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงการชุมนุมของ REDEM ในวันที่ 20 มีนาคม 2564 บริเวณสนามหลวง ว่า ผู้จัดกิจกรรมและผู้เข้าร่วมจะมีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทั้งหมดจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย เบื้องต้นกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เตรียมกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนไว้รองรับสถานการณ์ 22 กองร้อย ซึ่งจะมีการใช้ตามความจำเป็น โดยหากไม่มีความรุนแรงหรือกระทบต่อสถานที่สำคัญ และไม่ทำให้ประชาชนทั่วไปเดือดร้อนก็จะไม่ตั้งเครื่องกีดขวางใดๆ ซึ่งทางการข่าวขณะนี้ยังเชื่อว่า ไม่มีความรุนแรงเพราะยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ความรุนแรง  ถ้าหากกลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการปรับเปลี่ยนแผน หรือ เปลี่ยนพื้นที่ในการชุมนุมตำรวจก็มีแผนในการรองรับอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความวุ่นวายให้น้อยที่สุด ขณะที่ด้านพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า หากผู้ชุมนุมมีการแจกจ่ายเอกสาร หรือสื่อสิ่งพิมพ์เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ทั้งผู้พิมพ์ ผู้ผลิต ผู้แจกจ่ายและ ผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ก็ถูกดำเนินคดีด้วย
 
ที่มา : https://www.voicetv.co.th/read/FfR3QxAlr?fbclid=IwAR3_OF7R2Y1B3-Tvf3Z5tUwt1a554Si5Set7lcMCipQ_U28cslRAfJAlOoQ
 
20 มีนาคม 2564
 
11.05 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. แถลงข่าวว่า ตามที่มีการประกาศเชิญชวนว่า จะมีการชุมนุมที่สนามหลวงของ 3 กลุ่ม ก่อนหน้านี้ได้มีการประกาศแจ้งเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มที่มาเสริมหรือชักชวนให้มาชุมนุมได้ทราบว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย
 
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัยกล่าวว่า ขอแจ้งเตือนว่า ขณะนี้กทม.เป็นพื้นที่ควบคุมตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ประกอบกับประกาศฉบับที่ 5 ของหัวหัวหน้าผู้รับผิดชอบฯ ห้ามการชุมนุมในเขตพื้นที่กทม.ประกอบกับพ.ร.บ.โรคติดต่อ ฯ ขณะนี้การชุมนุมทุกอย่างถือว่า เป็นการกระทำผิดกฎหมาย  ฝากเรียนเตือนผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งว่า กรณีที่จะมีการแจกจ่ายหนังสือบางอย่าง หรือ สิ่งพิมพ์บางอย่างที่มีเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะเป็นความผิดหมิ่นประมาทผู้ใดหรือหมิ่นประมาทตามมาตรา 112 ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา ผู้จำหน่าย ผู้จ่ายแจกหรือผู้ที่เกี่ยวข้องประการใด ถือว่า เป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยทั้งนั้น 
 
วันนี้บช.น.จัดกำลังตำรวจตามสถานการณ์และการข่าว รวมทั้งตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกประชาชน นับตั้งแต่มึการชุมนุมมาตำรวจได้มีการจับกุมและควบคุมตัวผู้กระทำผิดตามกฎหมาย 179 คดี ส่งฟ้อง 129 คดีที่เหลืออยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน
 
และตอบคำถามเรื่องนักกิจกรรมยื่นหนังสือไม่ให้ตั้งสิ่งกีดขวางที่จะกระทบต่อการสอบของนักเรียนว่า จริงๆแล้วแก้ปัญหาได้ง่าย...แก้ได้นิดเดียวคือถ้าผู้ชุมนุมไม่มาก็ไม่มีปัญหาใดๆ ผลกระทบต่อเด็กที่สอบเพราะกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งนั้น ไม่ใช่การระวังป้องกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 
 
พ.ต.อ.กฤษณะเสริมว่า ความจำเป็นในการวางสิ่งกีดขวางเป็นการระวังป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดซ้ำ ระวังป้องกันสถานที่ราชการสำคัญ การป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ หรืออาจจะเป็นการป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเองที่บางครั้งแล้วอาจจะไม่มีความตั้งใจที่จะบุกรุก แต่ในขณะชุมนุมอาจจะมีลักษณะอารมณ์ร่วม ฉะนั้นการวางสิ่งกีดขวางเป็นการป้องกันไม่ให้กระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไรก็ตามในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งก็คงจะมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
 
ในห้วงปกติที่ไม่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การชุมนุมต้องเป็นไปตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ ตอนนี้อยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษการชุมนุมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ รวมถึงถ้าไปดูตามคอมเมนท์มีการเชิญชวนใช้สิ่งของที่ไม่เหมาะสมบุกรุกเข้าไปในสถานที่ การขว้างปาสิ่งของต่างๆนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังไม่สมควรอีกด้วย การวางแนวป้องกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดที่รุนแรงมากไปกว่านี้
 
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า เวลา 13.15 น. ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ นนทบุรี นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าค้นออฟฟิศของสำนักพิมพ์ ฟ้าเดียวกัน โดยระบุว่าเพื่อพบและยึด "หนังสือ สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย" 
 
15.30 น. เริ่มมีมวลชนมารอที่ฟุตบาทหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถนนหน้าพระลาน ขณะที่สนามหลวงมีการปิดประตู้รั้วทั้งหมด ภายในมีเจ้าหน้าที่เทศกิจอยู่
 
15.43 น. ที่ถนนมหาราชตัดเข้าพระบรมมหาราชวัง เจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทนเนอร์มาวางขวางถนน  สอบถามแม่ค้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการมาแจ้งก่อนปิดการจราจร ผู้ค้าต้องเดินไปสอบถามเจ้าหน้าที่เรื่องเส้นทางด้วยตนเอง
 
15.48 น. รถยนต์ที่สัญจรผ่านเข้ามาที่ถนนมหาราชแล้วต้องกลับรถไปทางท่าพระจันทร์ ชาวบ้านบางคนตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ปิดทางเข้าท่าพระจันทร์ก่อนและเมื่อรถสะสมออกไปหมดแล้วค่อยปิด
 
16.14 น. ปิดการจราจรบริเวณเจดีย์ขาวเข้าถนนหน้าพระลาน กลุ่มผู้ชุมนุมที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พูดคุยกันว่า จะไปรวมตัวกันที่พระแม่ธรณี
 
16.38 น. ถนนอัษฎางค์ตลอดแนวที่สามารถเลี้ยวไปพระบรมหหาราชวังมีตู้คอนเทนเนอร์ขวางไว้
 
16.48 น.ถนนราชินี ด้านหลังศาลฎีกา ตำรวจวางแผงเหล็กกั้นและวางกำลังด้วย (ถนนจะตัดเข้าซอยหน้าหับเผย ศาลหลักเมืองได้) มวลชนรวมตัวไม่น้อยกว่า 300 คน
 
16.59 น. ถนนหลักเมือง หลังกระทรวงกลาโหมเจ้าหน้าที่กำลังตั้งตู้คอนเทนเนอร์และติดลวดหนามหีบเพลงบนหลังคาตู้
 
17.03 น. บริเวณปากซอยบูรณศาสตร์ถนนราชดำเนินมุ่งหน้าสนามหลวง ตำรวจตั้งกรวยจราจรและจอดรถตู้ตำรวจไว้ มีตำรวจในเครื่องแบบเฝ้าอยู่ประมาณ 10 คน แต่ยังไม่มีการปิดการจราจร
 
17.04 น. บริเวณใต้สะพานไปปิ่นเกล้ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจราว 5-6 นาย ตั้งจุดสกัดไม่ให้รถจักรยานยนต์เข้าไปทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประตูท่าพระอาทิตย์ และสนามหลวง โดยแผงกั้นที่ตั้งไว้มีป้ายระบุเหตุผลที่ไม่ให้ผ่านว่า มีการชุมนุม
 
17.20 น. หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมีการตั้งแผงกั้นระบุว่า มีการชุมนุมฯ หลีกเลี่ยงเส้นทางถนนราชินีและหน้าพระธาตุ แต่แผงกั้นไม่ได้กั้นจนสุดเขตถนน รถยนต์ยังพอผ่านได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะคอยสอบถามผู้ขับขี่ตลอดว่า จะไปที่ไหน ถ้าไปบริเวณหน้าพระธาตุ ตำรวจจราจรจะแจ้งว่า ไปไม่ได้
 
17.35 น. ผู้ชุมนุมมีการตัดลวดที่คล้องประตูสนามหลวงไว้และเปิดออก จากนั้นมวลชนเข้าไปรวมตัวในสนามหลวง เวลาเดียวกันผู้กำกับการสน.ชนะสงครามมาประกาศข้อกฎหมาย มีตำรวจควบคุมฝูงชนมาตั้งแนวล้อมรักษาความปลอดภัย ระหว่างประกาศมีผู้ชุมนุมไปตีตีนตบที่ด้านหน้าแนวพร้อมร้องรำทำเพลง เมื่อประกาศเสร็จจึงถอยหลังกลับสน.ชนะสงคราม ผู้ชุมนุมโห่ไล่ออกไปจนข้ามถนนไปถึงเกาะกลางแล้วหยุด บอกว่า พวกเราพอ กลับที่ตั้ง
 
17.40 น. ขบวนรถเครื่องเสียงมาจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมุ่งหน้าเข้าสู่สนามสนามหลวง มีมวลชนเดินตามรถประมาณ 50 คน  พร้อมชูป้ายกระดาษสีเขียวที่มีรูปผู้ถูกขัง และข้อความ #ปล่อยเพื่อนเรา
 
17.48 น. มวลชนที่มีลักษณะของการ์ดเก็บลวดหนามหน้าตู้คอนเทนเนอร์ ศาลฎีกา
 
17.54 น. ด้านในสนามหลวงกลุ่มศิลปะปลกแอกเริ่มทำกิจกรรมเพนท์รูปนักกิจกรรมที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำลงบนว่าว
 
18:03  น. มวลชนที่มีลักษณะของการ์ดพยามปีนตู้คอนเทนเนอร์และดึงแสลนเขียวออก
 
18.08 น. มีมวลชนผูกผ้าที่มีลักษณะเหมือนคน ห้อยติดต้นไม้ สอบถามระบุว่า เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ระลึกถึงเหตุการณ์ 6ตุลาที่มีศพนิรนามถูกแขวนคอที่บริเวณสนามหลวง
 
18:09 น. หลังตู้คอนเทนเนอร์ข้างศาลฎีกาพบเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบนำตู้เชื่อมเหล็กและเชื่อมตู้คอนเทนเนอร์เข้าด้วยกัน
 
18.11 น. พบโดรนบินเหนือสนามหลวง
 
18:19 น. หน้าศาลฎีกามีรถเข็นเครื่องเสียง 3 คันยังไม่เปิดใช้
 
18:24 น. หน้าศาลฎีกา มวลชนที่มีลักษณะของการ์ดมีการขว้างขวดและยิงหนังสติ๊กข้ามไปหลังตู้คอนเทนเนอร์
 
18.28 น. มวลชนหน้าศาลฎีกาเริ่มกันคนออกแนวคอนเทนเนอร์และมีการนำเชือกไปดึงตู้แล้วตั้งเชือกยาวและช่วยกันดึง
 
18.31 น. ที่หน้าศาลฎีกาตำรวจประกาศว่า ไม่ให้ทำลายแนวกั้น 
 
18.42 น. ตำรวจประกาศไม่ให้ทำลายแนวกั้น
 
18:42 น. การ์ดตะโกนใครไม่พร้อมออกจากแนวตู้ อาจจะมีการฉีดน้ำ
 
18.44 น. รถเครื่องเสียงแดงก้าวหน้าประกาศให้ประชาชนออกจากแนวตู้ กลัวว่า ถ้าดึงลงมาตู้หนึ่งแล้วจะตามมาเป็นแนว ขณะที่เครื่องเสียงของตำรวจประกาศว่า มีการใช้โซ่ล่ามตู้คอนเทนเนอร์ไว้ด้วยกันเป็นแนวหากมีการดึงลงมาหนึ่งตู้จะล้มตามเป็นแนว
 
18.45 น. ตู้คอนเทนเนอร์ชั้น 2 ถูกดึงลงมาแล้ว
 
18.46 น. ตำรวจประกาศอีกครั้ง หากท่านฝ่าฝืนอีก เราจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
 
18.51 น. การ์ดนำแผงเหล็กมาตั้งเป็นแนวไม่ให้มวลชนเข้าใกล้ตู้คอนเทนเนอร์ ที่หน้าศาลฎีกามีการจุดไฟที่พระบรมฉายาลักษณ์ฯ มีคนนำน้ำไปดับ
 
18.55 น.ตำรวจประกาศว่า หากยังกระทำต่อจะดำเนินการตามขั้นตอนคือ 1. ฉีดน้ำ และ 2. ฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตา ฉะนั้นอย่าพึงกระทำเลย 
 
18.56 น. ตำรวจประกาศทำนองว่า ในแนวรัฐศาสตร์ เราต้องมาคุยกันเพื่อจะแก้ปัญหาของท่าน...เราต้องแก้ปัญหาไปด้วยกัน พวกเราเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่รักษาปลอดภัย ระหว่างนั้นมีฉีดน้ำในลักษณะทดสอบ 1 ครั้งประมาณ 2 วินาที
 
18.58 น. ตำรวจประกาศต่อเนื่องทำนองว่า หากผู้ชุมนุมทำกิจกรรมบริเวณหน้าแนวคอนเทนเนอร์จะไม่ว่าอะไรเลยเพื่อสร้างบรรทัดฐานในการชุมนุม เมื่อมีแนวกั้นตรงนี้ก็ทำกิจกรรมตรงนี้ให้ลุล่วงไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะอยู่ตรงนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยของทุกคนที่มาร่วมการชุมนม ฉะนั้นอย่างทำลายแนวกั้นตรงนี้เลย...หากมีแนวคิดที่ดี มีความรู้ความสามารถที่ดี เราจะนำไปแก้ไขปรับปรุงให้ประเทศเจริญก้าวหน้าต่อไป เราอยากให้พี่น้องจัดกิจกรรมอย่างสงบ
 
19.01 น. ผู้ชุมนุมดึงตู้คอนเทนเนอร์ด้านล่างออกเปิดแนว ด้านในมีรถเครื่องขยายเสียงและรถฉีดน้ำจอดอยู่  หน้าแนวกั้นมีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ดึงตู้คอนเทนเนอร์ออกและผู้สื่อข่าวจำนวนมาก เท่าที่เห็นยังไม่มีการขยับเข้าไปหลังตู้คอนเทนเนอร์ จากนั้นตำรวจนับถอยหลัง 9 8 7 4 3 2 และฉีดน้ำเข้ามาที่บริเวณชุมนุมเป็นเวลา 20 วินาที ผู้สังเกตการณ์และผู้ที่อยู่บริเวณนั้นไม่รู้สึกถึงอาการระคายเคือง
 
19.02 น. ผู้ชุมนุมมีการปาสิ่งของเช่น ขวดน้ำและวัตถุติดไฟเข้าไปในที่แนวตำรวจ ลักษณะของสียงไม่ดังมากคล้ายประทัด ตำรวจประกาศว่า ถ้ายังฝ่าฝืนจะใช้น้ำผสมสารเคมี
 
19.02 น. มีการฉีดน้ำระลอกสั้น
 
19.03 น. ที่หน้าศาลฎีกา เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศว่าให้ส่งตัวแทนมา อย่าฝ่าฝืนเข้ามาบริเวณตู้คอนแทนเนอร์ 
 
19.05 น. ผู้ชุมนุมคนหนึ่งเดินไปที่แนวเปิดพร้อมส่งสัญญาณมือให้ตำรวจไม่ทำอะไรเขา จากนั้นลากแผงเหล็กมาปิดแนวตู้คอนเทนเนอร์ที่เปิดออก

19.06 น. มีเสียงดังปังไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง ตำรวจบนรถเครื่องขยายเสียงประกาศว่า ห้ามเข้ามาในเขตที่กำหนด หากใครฝ่าฝืนเข้าไปให้ทำการจับกุมทันที พร้อมกับมีเสียงดังอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเริ่มฉีดน้ำอีกครั้ง 
 
19.08 น.  เจ้าหน้าที่ประกาศเตรียมชุดจับกุม เสียงดังปัง 1 ครั้ง ตำรวจประกาศว่า อย่าเข้ามาแม้แต่คนเดียว ตอนนี้เราได้เตรียมชุดจับกุมเรียบร้อยแล้ว ห้ามเข้ามา หากเข้ามาเราจะดำเนินการจับกุมทันที ตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งแถวมาปักหลักหลังแนวตู้คอนเทนเนอร์ ตำรวจประกาศต่อว่า ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ ขอให้ท่านจัดกิจกรรมด้วยความสงบและปลอดภัย
 
19.09 น. ที่หน้าศาลพระแม่ธรณีมีการปูผ้าขาว  ตำรวจประกาศว่า ห้ามเข้ามาในพื้นที่เด็ดขาดหากเข้ามาจะทำการจับกุมทันที มวลชนตะโกนว่า "ไอ่เหี้ยตู่"
 
19.10 น. ตำรวจประกาศว่า ให้อยู่ในแนวนั้น มีการส่งตัวแทนผู้ชุมนุมเข้าเจรจแล้ว ขณะที่แยกคอกวัวแทบไม่มีรถยนต์มุ่งหน้าแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศแล้ว
 
19.11 น. ผู้ชุมนุมขยับผ้าขาวไปใกล้แนวคอนเทนเนอร์มากขึ้น มีเสียงชินวัตร จันทร์กระจ่างอยู่บนรถเครื่องเสียงประกาศจากเครื่องขยายเสียงว่า ขอเสียงปรบมือให้กับราษฎรทุกคนและประกาศให้มวลชนเข้าไปในสนามหลวง มีเสียงเคาะหม้อไปด้วย 
 
19.12 น. มวลชนนำผ้าขาวขนาดใหญ่ไปขยับเป็นคลื่นที่หน้าแนวตู้คอนเทนเนอร์และตะโกนว่า "ปล่อยเพื่อนเรา" 
 
19.13 น. ตำรวจปิดถนนราชดำเนินกลางจากแยกคอกวัว
 
19.14 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งแถวตรงแยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง ตำรวจประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม ใครเข้ามาจับเลย  ที่หน้าศาลฎีกามีเสียงประกาศจากหลังแนวคอนเทนเนอร์ว่า "อย่าเข้ามาอยู่นั่นแหละ เราคุยกันแล้วนะ"
 
19:15 น. ที่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลางตำรวจที่อยู่บนรถขยายเสียงสั่งถือโล่และประกาศว่า ขณะนี้มีการปาระเบิดควันด้านหน้า หน่วยพิเศษตชด. ไปด้านหน้า
 
19.15 น.ที่หน้าศาลฎีกาตำรวจฉีดน้ำอีกครั้ง ระลอกสั้นไม่ถึง 3 วินาที 1 ครั้งและอีก 1 ครั้งประมาณ 10 วินาที และประกาศว่า ห้ามเข้ามานะครับ อยู่บริเวณที่กำหนดนะครับ อย่าล้ำเข้ามา อยู่ตรงนั้นๆ ไม่เข้ามานะครับ
 
19.16 น. ตำรวจแจ้งว่า มีการปาระเบิดควันแนวหน้า ตำรวจเต็มถนนราชดำเนินกลางทั้งซ้ายขวา
 
19.17 น. ชินวัตรประกาศต่อเนื่องให้ผู้ชุมนุมเดินเข้าไปในสนามหลวง ประกาศว่า "ปล่อยให้ตำรวจมันบ้าไป อย่าไปปะทะ" มวลชนทยอยเข้าสนามหลวงรวมทั้งผู้ชุมนุมที่ถือผ้าข้าวด้วย
 
19.18 น. ที่หน้าศาลฎีกาผู้ชุมนุมพยายามดึงตู้คอนเทนเนอร์ชั้น 2 ลงอีกครั้ง ตำรวจประกาศว่าอย่าทำลายเครื่องกีดขวางนะครับ ขอให้ท่านจัดกิจกรรมบริเวณรอบนอก อย่าฝ่าฝืน ตัวแทนของท่านเสนอข้อตกลงเรียบร้อยเพราะฉะนั้นปฏิบัติตามข้อตกลง ไม่ฝ่าฝืนเครื่องกีดขวางเข้ามานะครับ เจ้าหน้าที่ยิงน้ำวิถีสูง
 
19.18 น. มวลชนนำแผงกั้นมาวางที่ทางขึ้นสะพานผ่านพิภพลีลา
 
19.19 น. ที่แยกคอกวัว ตำรวจตั้งแนวเริ่มออกเดิน ตำรวจที่อยู่บนรถเครื่องขยายเสียงประกาศว่า เป้าหมายสะพานผ่านพิภพลีลา มีการประกาศว่า สำหรับประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง บริเวณนี้เป็นพื้นที่ควบคุม ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกจับกุม
 
19.20 น. ภายในสนามหลวง ผู้ชุมนุมประกาศว่า ห้ามให้มวลชนเข้าใกล้ตู้คอนเทนเนอร์และให้มวลชนมารวมกันตรงบริเวณผ้าขาวผืนใหญ่ที่แสดงออกถึงกิจกรรมที่ต้องการให้ปล่อยเพื่อนเรา ขณะที่ตำรวจประกาศว่า ไม่อยากให้บาดเจ็บ ให้ดูแลซึ่งกันและกัน หากไม่เชื่อฟัง เราจะทำการจับกุมทันที เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำอีกครั้ง ครั้งนี้เริ่มมีอาการระคายเคือง 

ที่แยกคอกวัว ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ชุดคฝ. เดินหน้าต่อ เดินอยู่ประมาณแนวซอยบูรณศาสตร์ 
 
19.23 น. ที่แยกคอกวัว ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า มวลชนที่อยู่อยู่บริเวณสะพานผ่านพิภพฯนะครับ ขณะนี้เจ้าพนักงานควบคุมการชุมนุมได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ห้ามชุมนุม ให้ท่านเลิกการชุมนุม 
 
19.24 น. ที่แยกคอกวัว ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ชุดตอบโต้เตรียมพร้อม ถ้ามีการดำเนินการกับคฝ.อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์พิเศษได้ ที่หน้าแนวกั้นผู้ชุมนุมใช้ลวดหนามหีบเพลงและแผงเหล็กกั้นมาปิดแนวตู้คอนเทนเนอร์ที่เปิดไว้
 
19.25 น. บริเวณสนามหลวง ผ้าสีขาวที่เป็นสัญลักษณ์การแสดงออกในกิจกรรม วันนี้เริ่มมีมวลชนมาแสดงออกถึงการเขียนลงบนผ้าสีขาวแล้ว ขณะที่มวลชนบางกลุ่มพยายามจะดันตู้คอนเทนเนอร์ ขณะเดียวกันที่แยกคอกวัว ตำรวจควบคุมฝูงชนเดินถึงแนวโรงแรมรัตนโกสินทร์แล้ว มีมวลชน 1 คนปาสีใส่ตำรวจ ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า สำหรับมวลชนที่อยู่ตรงนี้ ถ้าท่านขว้างปาสิ่งของเข้าใส่กองร้อยควบคุมฝูงชน เราจะใช้อุปกรณ์พิเศษกับท่าน ให้ท่านออกจากบริเวณนี้
 
19.26 น. รถเครื่องเสียงขยับออกจากพื้นที่สนามหลวง โดยชินวัตรประกาศว่า ให้ผู้ชุมนุมขึ้นไปอยู่บนท้องสนามหลวง เพราะมีทางออกอีกฝั่งหนึ่ง
 
19.27 น. แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมมีการแจกกระดาษเพื่อเขียนข้อความและพับจรวด
 
19.29 น. ตำรวจจากแยกคอกวัวเดินแนวถึงแยกสะพานผ่านพิภพลีลา
 
19.30 น. ที่หน้าศาลฎีกา ตำรวจยังคงฉีดน้ำเป็นระยะและผู้ชุมุนมยังปาข้าวของอยู่เป็นระยะเช่นเดียวกัน ที่แยกคอกวัว ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า มวลชนที่อยู่ด้านหลังพื้นที่การชุมนุม บริเวณนี้เป็นพื้นที่ควบคุมให้ท่านเชื่อฟัง
 
19.30 น. ชินวัตรประกาศให้ออกทางใต้สะพานปิ่นเกล้า มีการแจกข้อเรียกร้อง 1 ฉบับและมวลชนทยอยเดินออกจากสนามหลวง
 
19.31 น. ที่แยกสะพานผ่านพิภพลีลา มีเสียงปังขึ้น 5 ครั้ง ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านหน้าให้เลิกการกระทำและขอให้ประชาชนเดินกลับทางสะพานปิ่นเกล้า ชุดอุปกรณ์พิเศษเตรียมพร้อม พบเห็นผู้ใดปาของเข้ามาในกองร้อยดำเนินการได้เลย ขณะที่ทางมุ่งหน้าสะพานพระปิ่นเกล้า ตำรวจประกาศว่า จับคนไหนได้จับเลย
 
19.32 น. ที่ท้องสนามหลวง มวลชนประกาศว่า ให้รีบออกจากพื้นที่ทางฝั่งโรงละครแห่งชาติเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ดันเข้ามาแล้ว
 
19.34 น. ที่หน้าศาลฎีกาตำรวจออกมาจากหลังตู้คอนเทนเนอร์
 
19.34 น. มวลชนทยอยเดินออกไปทางสะพานพระปิ่นเกล้า
 
19.37 น. ที่หน้าศาลฎีกาตำรวจเริ่มใช้กระสุนยาง
 
19.38 น. มวลชนบางส่วนวิ่งออกมาทางตรอกสาเกและมีรายงานการจับกุมผู้ชุมนุม โดยเน้นจับผู้ชุมนุมที่อยู่บนพื้นผิวการจราจร
 
19.47 น. ที่ตรอกสาเก ตำรวจควบคุมฝูงชนขยับแนวเข้ามา ขณะที่อรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ ตะโกนนำประชาชนให้ออกจากพื้นที่สนามหลวงข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า
 
19.48 น. ตำรวจที่มาจากแยกคอกวัวประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ชุดพิเศษวิ่งไปที่คลองหลอด และมีคำสั่งให้วางกำลังที่หน้าตรอกสาเก เวลานี้ตำรวจควบคุมฝูงชนที่เดินมาจากแยกคอกวัวแบ่งเป็น 3 เส้นทางคือ มุ่งหน้าคลองหลอด, เชิงสะพานปิ่นเกล้าและราชดำเนินใน 
 
19.51 น. ที่สะพานผ่านพิภพลีลา มีคนไปชูป้ายที่หน้าแนวตำรวจ จากนั้นตำรวจประมาณ 3 นายเข้าล้อมและดันเข้าไปที่ท้ายรถเครื่องเสียงใหญ่ ที่ตรอกสาเก ตำรวจวางกำลังปิดทางเข้า
 
19.54 น. ตำรวจมีการประกาศว่ามียุติการชุมนุม แล้วให้แยกย้ายเดินทางกลับบ้าน
 
19.57น. มีมวลชนหลงเหลืออยู่ที่หน้าเจดีย์ขาว ตำรวจไม่รุกไล่แต่ประกาศว่า กลับบ้านไป
 
19.58 น. มีเสียงปังขึ้น 1 ครั้ง
 
20.00 น. มวลชนสามารถเดินออกทางถนนข้าวสารได้
 
20.00 น. ตำรวจเริ่มให้ทีมพยาบาลออกนอกพื้นที่
 
20.05 น. เชิงสะพานปิ่นเกล้า ตำรวจประชิดผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมมีการขว้างปาสิ่งของเรื่อยๆ 
 
20.07 น. เชิงสะพานปิ่นเกล้ามีเสียงปังดังมาก 1 ครั้ง หลังจากนั้นมีควันคละคลุ้ง
 
20.09 น. ตำรวจประกาศว่า สื่อมวลชนให้เข้าไปในสนามหลวง
 
20.14 น. ที่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า เสียงดังปัง 1 ครั้ง 
 
20.17 น. ที่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ตำรวจใช้กระสุนยางยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุม
 
20.21 น. ที่ตรอกสาเก มีตำรวจควบคุมฝูงชนมาเสริมกำลัง
 
20.22 น. ที่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ตำรวจสั่งเคลียร์พื้นที่เข้าจับกุมและมีการยิงกระสุนยางต่อเนื่อง
 
20.25 น. ที่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ตำรวจมีการใช้กระสุนยาง
 
20.28-20.30 น. ที่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ตำรวจขว้างวัตถุติดไฟไปทางผู้ชุมนุมไม่น้อยกว่า 7 ครั้ง ผู้สังเกตการณ์ที่อยู่บริเวณนั้นแจ้งว่า เป็นการยิงแก๊ซน้ำตา
 
20.34 น. ที่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ผู้ชุมนุมประกาศขอน้ำและน้ำเกลือ
 
20.39 น. ที่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา 2 ครั้ง
 
20.30 น. ที่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ตำรวจบอกว่า ให้เวลาผู้ชุมนุมอีก 5นาที 
 
20.40 น. ที่คลองหลอด ด้านหลังศาลฎีกา มีผู้ชุมนุมคงค้าง มีการเจรจากับตำรวจให้ออกทางตรอกสาเกได้
 
20.41 น. ที่แยกคอกวัว ตำรวจประกาศว่า ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกลับออกไป ขอเตือนครั้งที่ 1 ชุดตอบโต้เตรียมอุปกรณ์พิเศษ
 
20.57 น. ตำรวจเปิดทางให้ผู้ชุมนุมที่จอดรถไว้หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์เข้าไปเอารถออกมาได้
 
21.03 น. ที่แยกคอกวัว ตำรวจวางแนวกั้นและนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงหันหน้าเข้าหาผู้ชุมมุมที่อยู่บริเวณป้อมจราจรฝั่งตรงข้าม จากนั้นมีการใช้แก๊สน้ำตายิงเข้าหาผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านหน้า แต่เวลาดังกล่าวกระแสลมย้อนลงมาทางแนวตำรวจหรือทางแยกสะพานผ่านพิภพลีลา ทำให้แก๊สน้ำตาส่งผลกระทบต่อคนที่อยู่ใต้ลม รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่กำลังอยู่บริเวณถนนข้าวสาร ขณะที่ประชาชนกำลังทานอาหารและเดินผ่านไปมา เกิดอาการแสบตา แต่เมื่อไม่ทราบสาเหตุทุกคนจึงต่างมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ จากนั้นประมาณ 30 วินาทีมีประชาชนวิ่งจากถนนข้าวสาร บริเวณใกล้แยกคอกวัวเข้ามา มีบางคนตะโกนว่า แก๊สน้ำตา ผู้คนจึงเข้าใจและต้องวิ่งเข้าตึกเพื่อหนีแนวลมที่ส่งแก๊สน้ำตาเข้ามา
 
21.06 น. สหายปูน ธนภัทร อายุ 18 ปีถูกจับกุม
 
21.11 น. ที่แยกคอกวัว มีมวลชนไม่น้อยกว่า 200 คนอยู่หน้าแนวตำรวจ มีการบีบแตรมอเตอร์ไซด์
 
21.14 น. ที่แยกคอกวัว ตำรวจประกาศว่า ท่านกำลังขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่
 
21.16 น. ที่แยกคอกวัว ตำรวจประกาศว่า ขอเตือนน้องๆที่อยู่ด้านหน้าให้เลิก มีเสียงปัง 3 ครั้ง มีการตะโกนว่า ตำรวจเดินหน้ามาแล้ว
 
21.17 น. ที่แยกคอกวัว ตำรวจมีการยิงกระสุนยางต่อเนื่อง ผู้ชุมนุมถอยร่นลงมาทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บางส่วนเข้าไปในถนนดินสอ ฝั่งข้าวสาร
 
21.27 น. ที่แยกคอกวัว ตำรวจฉีดน้ำอีกครั้ง 
 
21.36 น. ที่แยกคอกวัว มวลชนที่ถอยร่นจากแนวตำรวจ นำกระถางต้นไม้ที่เกาะกลางถนนมาวางขวางถนนเพื่อชะลอการเดินแนวของตำรวจ
 
22.00 น. ตำรวจดันผู้ชุมนุมมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและฉีดแก๊สน้ำตา มีผู้ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 20 คน
 
22.03 น. ตำรวจเดินมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
 
22.08 น. ตำรวจยึดพื้นผิวการจราจรบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทั้งหมด
 
22.36 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตำรวจควบคุมฝูงชนบางส่วนถอยหลังไปที่แยกคอกวัว พร้อมด้วยรถเครื่องเสียงของตำรวจถอยตามไปด้วย
 
22.20 น. มีรายงานว่า ผู้สื่อข่าวประชาไทถูกกระสุนยางเข้าที่ด้านหลังในระดับเหนือเอวประมาณ 1 ฟุต
 
22.45 น. ที่ถนนข้าวสาร ตำรวจควบคุมฝูงชนพยายามจะปิดถนน แต่นักท่องเที่ยวโห่ไล่ตำรวจพร้อมกับมีคนตะโกนว่า "ไอ้เหี้ย กูจะแดกเหล้า" และ "ปล่อยเพื่อนกู"
 
22.54 น. ที่สะพานวันชาติ ตำรวจมีการยิงกระสุนยาง
 
23.00 น. ที่สะพานวันชาติ ยังมีผู้ชุมนุมอยู่หน้าแนวตำรวจ
 
23.25 น. ตำรวจควบคุมฝูงชน พร้อมด้วยรถฉีดน้ำเข้าเสริมแนวที่สะพานวันชาติ
 
23.42 น. กรองข่าวแกงรายงานว่า ที่สะพานวันชาติ ตำรวจประกาศใช้กำลังเต็มรูปแบบ จากนั้นเข้ายึดพื้นที่กลางแยกสะพานวันชาติ
 
23.40 น. มีรายงานว่า คนขับรถเมล์สาย 59 ถูกจับกุมที่แยกคอกวัว หลังจากขับพุ่งเข้าไปที่แยกและบีบแตรด้านหน้าแนวตำรวจ


21 มีนาคม 2564
 
00.03 น. ถนนราชดำเนินนอก ตำรวจปิดแยกมัฆวานฯ ช่องทางมุ่งหน้าลานพระรูปฯ 
 
00.27 น. รถ EOD เข้าไปที่สะพานวันชาติ
 
01.21 น. ตำรวจยังตั้งแนวหลวมๆที่แยกคอกวัวฝั่งข้าวสาร ตามซอยเล็กซอยน้อยก่อนเข้าแยกผ่านพิภพยังคงวางกำลังขวางอยู่ รถทำความสะอาดเริ่มทำความสะอาดไล่ลงมาจากแยกผ่านพิภพ
 
01.45 น. ตำรวจปิดแยกวัดเบญจฯ มุ่งหน้าลานพระรูป 


22 มีนาคม 2564

12.42 น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวว่า วันที่ 20 มีนาคม 2564 ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม 3 กลุ่มรวมตัวบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและสนามหลวง จากนั้นผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันและเดินเข้าไปที่ท้องสนามหลวง ขณะนั้นผู้กำกับการสน.ชนะสงครามได้มีการประกาศแจ้งเตือนว่า การกระทำเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและให้ยุติการกระทำ แต่ผู้ชุมนุมกลับไม่เชื่อฟังและมีการผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ...จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการรื้อถอนแนวลวดหนามที่ตำรวจได้จัดทำไว้เพื่อแสดงให้เห็นว่า เป็นพื้นที่ต้องห้าม...และมีการพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่รักษาการอยู่บริเวณนั้นมีการทุบทำลายสิ่งของของทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด รั้วของทางราชการและทรัพย์สินของทางราชการอื่นๆ มีการขว้างปาสิ่งของ...

นอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำการรื้อถอนสิ่งกีดขวางที่ผู้ชุมนุมได้ตั้งวางไว้ โดยทำการรื้อถอนตู้คอนเทนเนอร์ตู้ที่ 1 ออกจากแนวเขตหวงห้ามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจได้มีการประกาศเตือนให้หยุดการกระทำเป็นระยะๆ แต่ผู้ชุมนุมมิได้สนใจ จากนั้นมีการขว้างก้อนหินและวัตถุอื่นๆ ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกระทั่งต่อมาเวลา 19.00 น. กลุ่มผู้ชุมุนุมได้รื้อถอนตู้คอนเทนเนอร์ 1 ช่อง จากนั้นได้มีการระดมปาสิ่งของใส่ตำรวจที่รักษาการณ์บริเวณนั้นและพยายามฝ่าฝืนเข้าไปในพื้นที่สำคัญ ใจกลางกรุงเทพมหานครที่ประกอบด้วยสถานที่สำคัญและเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพี่น้องประชาชนชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าพ่อหลักเมือง วัดพระแก้วและกระทรวงกลาโหม...

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประกาศเตือนอีก 1 ครั้งและได้มีการฉีดน้ำเตือนกลุ่มผู้ชุมนุม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่หยุดการกระทำ กลับละเมิดกฎหมายในหลายๆข้อหลายๆบทบัญญัติ และได้ทำการทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาการบริเวณนั้น จึงได้ออกมาจับกุมตัว ควบคุมตัวเพื่อบังคับใช้ตามกฎหมาย ผลของการจับกุมในที่เกิดเหตุรวม 20 ราย ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน ส่วนที่เป็นผู้ใหญ่ทำการฝากขังที่ศาลอาญา ส่วนที่เป็นเด็กได้ปฏิบัติตามสนธิสัญญาเจนีวาว่าด้วยการคุ้มครองเด็กโดยมีการใช้ทีมสหวิชาชีพทำการสอบสวน และนำตัวส่งศาลเยาวชนฯและให้ประกันตัวผู้ต้องหาเรียบร้อยแล้ว

ตำรวจได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 50 นาย ต้องพักรักษาตัวทั้งสิ้น 11 นายและที่สำคัญตำรวจนายหนึ่งกระโหลกศีรษะแตก อนึ่งมีกรณีที่มีการจับกุมตัวผู้ก่อความไม่สงบบริเวณสะพานวันชาติได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม ผู้ก่อเหตุที่มีการจุดไฟเผาบริเวณสะพานวันชาติและแยกคอกวัวเป็นระยะ ตำรวจได้ติดตามจับกุมและกลุ่มบุคคลเหล่านั้นได้หลบหนีเข้าไปในซอยๆหนึ่งใกล้ๆสะพานวันชาติ กรณีดังกล่าวนี้ได้มีผู้สื่อช่อง 8 วิ่งเข้าไปทำข่าวในซอยนั้น ซึ่งขณะที่ตำรวจกำลังวิ่งติดตามไปและเข้าไปทำการจับกุมได้ส่งสัญญาณว่า จะใช้กระสุนยาง ผู้สื่อข่าวได้ก้มลงหลบกระสุนยาง กระสุนจึงพลาดไปถูกศีรษะ กรณีดังกล่าวนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจกับนักข่าวและนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังผบ.ตร.ให้ดูแลคนเจ็บ พร้อมทั้งกำชับให้ตำรวจปฏิบัติตามยุทธวิธีและหลักสากล

พล.ต.ต.ปิยะตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า ทางยุทธวิธีคงใช้คำว่า "เตรียม" ซึ่งผู้สื่อข่าวคงจะทราบและก้มลง ตามหลักสากลแล้วการยิงกระสุนยางเราจะยิงในพื้นที่ส่วนหนาของร่างกายตั้งแต่ระดับอกจนถึงส่วนล่างของร่างกาย (ผู้สื่อข่าวที่ได้รับบาดเจ็บให้สัมภาษณ์กับช่อง 3 แย้งว่า ขณะเกิดเหตุที่ถนนข้าวสารมีผู้ชุมนุมรายหนึ่งขว้างปาขวดใส่ตำรวจที่อยู่บริเวณแยกคอกวัว ก่อนพยายามจะวิ่งหลบเข้ามาที่กลุ่มสื่อมวลชนและประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว แต่ประชาชนในพื้นที่ได้ช่วยกันไล่ออกไป ทำให้ชายคนดังกล่าววิ่งหลบหนีออกไปจากพื้นที่  ซึ่งในเวลาต่อมาตำรวจที่อยู่บริเวณแยกคอกวัว ก็ได้หันมาและเริ่มยิงกระสุนยางใส่ โดยที่ไม่ได้มีการให้สัญญาณ หรือแจ้งเตือนก่อนแต่อย่างใด ยืนยันว่า ไม่ได้ก้มหลบลงตามที่ทางตำรวจให้ข้อมูล เพราะไม่รู้ว่าตำรวจจะยิงใส่กลุ่มตนเอง) 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ตำรวจประกาศแจ้งเตือนให้ออกจากพื้นที่ปฏิบัติการ หลังจากที่ได้มีการแจ้งเตือนเป็นระยะ ตำรวจได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ปฏิบัติตามกฎหมายภายใน กฎหมายระหว่างประเทศหรือมาตรฐานสากล เริ่มตั้งแต่การใช้น้ำฉีด การเข้าจับกุมเพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย การจับกุมเป็นไปตามยุทธวิธี...ยืนยันว่า ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตามกฎของการใช้กำลังจากเบาไปหาหนัก จะใช้มาตรการในส่วนที่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต เลือกใช้อุปกรณ์ที่มีความจำเป็นจริงๆ