#ม็อบ4กุมภา :#LightUpMyanmar

วันที่2564-02-04

เวลา

สถานที่สถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย จ.กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

แสดงจุดยืนคัดค้านการรัฐประหารเมียนมา

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

-

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

4 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 20.00 น. ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ถนนสาธรเหนือ ประชาชนนัดรวมตัวกันทำกิจกรรม #LightUpMyanmar เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการรัฐประหารเมียนมา

ลำดับเหตุการณ์

18.41 น. การจราจรถนนสาทรเหนือมุ่งหน้าแยกสาทร นราธิวาสยังคงเป็นปกติ ไม่มีการปิดการจราจร มีรถตู้ตำรวจและรถผู้ต้องขังอย่างละ 1 คันเลี้ยวออกมาจากถนนประมวลมุ่งหน้าไปที่สถานทูต

18.49 น. ที่ถนนปั้น มีรถผู้ขัง 3 คัน รถขยายเสียงของตำรวจ 1 คัน จอดอยู่พร้อมตำรวจประจำการบริเวณใกล้เคียง

18.52 น. ตำรวจเข้ามาแจ้งอาเล็ก ที่กำลังร้องเพลงไม่รักนะ ระวังติดคุกว่า ขอร้องไม่ให้เล่นเพลง มันผิดกฎหมายนะครับ อาเล็กตอบว่า “ผมไม่เล่นแล้วครับ แต่จะเปิดเพลงแทน”

19.04 น. เจ้าหน้าที่จากศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเปิดสปอร์ตไลท์ที่หน้าสถานทูต สอบถามตำรวจระบุว่า เป็นผู้ประสานมาเอง

19.15 มีการโต้เถียงระหว่างคนทั่วไปที่จะเดินผ่านบริเวณด้านหน้าสถานทูตกับตำรวจไม่ยอมให้เดินผ่านพื้นที่ชุมนุม แต่สุดท้ายตำรวจก็ให้ผ่านเข้าไปได้

19.26 น. ที่หน้าสถานทูตมีพยาบาล 2 คน พร้อมติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ

19.30 น. ตำรวจพยายามวางกรอบพื้นที่การชุมนุม โดยนำแผงเหล็กลงมาขวางช่องทางจราจรช่องซ้ายสุดบริเวณขอบเขตหน้าสถานทูตและให้ผู้ชุมนุมขึ้นฟุตบาทที่อยู่นอกเขตสถานทูต อ้างว่า กีดขวางทางจราจร มีผู้ชุมนุมไม่ยินยอมพยายามโต้แย้งและยกรั้วเหล็ก ขึ้นไปไว้บนฟุตบาท จากนั้นมีผู้ชุมนุมชาวเมียนมาเริ่มแสดงออก

19.34 น. ผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวมาทางฝั่งซ้ายของสถานทูต ตำรวจนำกรวยและแผงเหล็กล้อมทางเข้าสถานทูตอีกครั้งและให้ทุกคนขึ้นฟุตบาทอีกครั้ง

19.43 น. ตัวแทนผู้ชุมนุมประกาศให้สื่อมวลชนและผู้ชุมนุมขึ้นฟุตบาท ตำรวจระบุว่า การอยู่บนพื้นผิวถนนจะทำให้ควบคุมลำบากและอาจเกินอันตรายได้ ผู้ชุมนุมบางคนกล่าวว่า การไปอัดกันอยู่บนฟุตบาทจะไม่สามารถเว้นระยะห่างได้

19.45 น. เริ่มมีผู้ชุมนุมทยอยรวมตัวกันมากขึ้น ตำรวจยังประกาศให้ผู้ชุมนุมขึ้นฟุตบาท

19.50 น. เริ่มทำกิจกรรม มีการเผารูปมิน อ่อง ลาย ร่วมกันชูสามนิ้วและร้องเพลง ระหว่างที่ร้องเพลงหลายคนไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กไปด้วย

20.03 น. ผู้ชุมนุมจุดเทียนและเดินแห่ไปทางหน้าสถานทูต ตำรวจขอให้ถอยออกไปจากหน้าสถานทูตและขึ้นฟุตบาท

20.05 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าไปภายในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน

20.10 น. ตำรวจประกาศทำนองว่า จบการชุมนุมแล้ว คุยกันรู้เรื่องและขอให้เดินออกไปเรื่อยๆตามทีได้ตกลงกันไว้ ประกาศย้ำๆว่า ขอบคุณมากนะครับ เดินทางโดยสวัสดิภาพ ผู้ชุมนุมตะโกนสวนว่า ยังไม่จบ 

20.13 น. ชาวเมียนมาและชาวไทยยังคงแสดงออกที่ด้านหน้าแนวรั้วของตำรวจ หน้าสถานทูต

20.16 น. ตำรวจพยายามตัดบทจบกิจกรรมและกล่าวว่า ให้ทำกิจกรรมจนเสร็จสิ้นแล้วก็ควรแยกย้ายกันได้แล้วและนำกำลังล้อมเทียนที่ผู้ชุมนุมจุดไว้

20.23 สะพานลอยด้านข้างสถานทูต (มุ่งหน้าแยกสาทร-นราธิวาส) มีการ์ดไม่ทราบสังกัดประมาณ 20 คน ชาวเมียนมารราว 20 คนอยู่บริเวณฟุตบาท จากนั้นมีชาวเมียนมาประมาณ 5 คน ถือเทียน ส่องไฟฉายจากมือถือและร้องเพลงเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

เชิงสะพานและบนสะพานเจ้าหน้าที่จราจรทั้งในและนอกเครื่องแบบยังคงตรึงกำลังรวมไม่ต่ำกว่า 10นาย

20.33 น. ตำรวจเริ่มบีบให้ผู้ชุมนุมขึ้นฟุตบาท โดยใช้ตำรวจค่อยๆขยับแนวเข้าไป อ้างเหตุผลความปลอดภัยทางการจราจร

20.44 น. ตำรวจประกาศว่า ยืดหยุ่นให้จัดกิจกรรมได้แล้ว เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจึงควรแยกย้ายกลับบ้าน ทั้งผู้ชุมนุมและสื่อมวลชน 

20.49 น. ผู้ชุมนุมเริ่มทยอยกลับ มีเหลือในพื้นที่ประมาณ 100 คน

20.50 น. เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบขอตรวจบัตรประชาชนผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมไม่ยอมให้ดูและให้เจ้าหน้าที่แสดงบัตรข้าราชการก่อน ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวถามว่า ตรวจบัตรไปเพื่ออะไร ตำรวจตอบว่า ตรวจเพื่อดูว่า เป็นคนไทยหรือต่างชาติ ประวิตรถามต่อว่า แล้วส่งผลอย่างไรต่อเสรีภาพการชุมนุม ตำรวจตอบว่า เป็นการตรวจสอบเฉยๆ