#ม็อบ10กุมภา : ราษฎรเรียกร้องปล่อยตัวนักกิจกรรม

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564
เวลา 16:00
สถานที่ แยก ปทุมวัน Pathumwan Intersection
จังหวัด กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมและยกเลิกมาตรา 112

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

อย่างน้อย 1000

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

10 กุมภาพันธ์ 2564 17.00 น. ราษฎรนัดชุมนุมเป็นครั้งที่ 2 ของปี 2564 โดยมีข้อเรียกร้องหลักคือ การยกเลิก 112 และปล่อยตัวนักกิจกรรมที่ถูกศาลอาญาฝากขังระหว่างการพิจารณาคดี 112 จากการปราศรัยในการชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ที่สนามหลวง มีการควบคุมตัวประชาชนไม่น้อยกว่า 9 คน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชน 2 คน และยึดป้ายข้อความรณรงค์จากที่ชุมนุม 3 ผืน

ลำดับเหตุการณ์

เวลา 15.00 น. ตำรวจและชุดคุมฝูงชนประจำการอยู่บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ พบรถฉีดน้ำแรงดันสูงและรถน้ำ 2 คู่ รถตู้ตำรวจไม่น้อยกว่า 37 คัน รถผู้ต้องขังกระบะไม่น้อยกว่า 9 คัน รถผู้ต้องขังใหญ่ 2 คัน จอดอยู่ภายในสนาม มีผู้ชุมนุมเริ่มทะยอยมารอร่วมกิจกรรม

เวลา 16.00 น. กิจกรรมเริ่มขึ้นโดยมีประชาชนจำนวนหลายสิบคนนำหม้อมาเคาะบริเวณทางเดินสกายวอล์ค ก่อนที่จะมีคนเดินทางมาสมทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เวลา 16.20 น. ตำรวจควบคุมตัวผู้หญิงหนึ่งคนที่มาพ่นสีข้อความว่า “ยกเลิก 112” บนป้ายที่สกายวอล์คบริเวณหน้ามาบุญครองถูกพาตัวไป สน.ปทุมวัน

เวลา 16.36 น. มีการประกาศในพื้นที่ชุมนุมว่า มีผู้ชุมนุมถูกควบคุมไปที่ สน.ปทุมวัน จากการสอบถามศศลักษณ์ หรือ ภูมิ ผู้ที่ถูกคุมตัว แจ้งว่า ถูกพาตัวไปที่ สน.ปทุมวัน พร้อมผู้ไว้ใจอีก 1 คน เบื้องต้นตำรวจกล่าวว่า จะแจ้งข้อหาเรื่องการครอบครองวิทยุสื่อสารและพลุไฟ ทราบภายหลังว่า มีการควบคุมตัวประชาชนไม่น้อยกว่า 8 คน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชน 2 คน

เวลา 16.38 น. หลังจากเวลานัดหมายประมาณครึ่งชั่วโมง มีผู้มาร่วมชุมนุมมาเข้าร่วมเป็นจำนวนมากทำให้มีการประกาศย้ายจุดรวมตัวจากบนสกายวอล์คมาที่ลานหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ

เวลา 16:52 น. พนักงานทำความสะอาดของบีทีเอส มาลบสีที่พ่นบนป้ายบนสกายวอล์คบริเวณหน้ามาบุญครอง ข้อความ "ยกเลิก 112”

เวลา 17.06 น. ตำรวจชุดสีกากีนำเครื่องเสียงมาประกาศเรื่องมาตรการควบคุมโรคโควิด ตาม พ.ร.ก.ฉุนเฉินฯ เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนพร้อมโล่และอุปกรณ์ตั้งแถวบริเวณถนนหน้ามาบุญครอง ตรงข้ามผู้ชุมนุมที่รวมตัวอยู่ฝั่งหอศิลป์ฯ ตำรวจที่ตั้งแถวยังจำนวนน้อยกว่าผู้ชุมนุมมาก

เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บป้ายผ้าของผู้ชุมนุมที่แขวนอยู่บนสกายวอล์ค มีข้อความ เช่น “เราจะต่อสู้กับผู้เหยียบย่ำเราเยี่ยงสัตว์ด้วยความเป็นมนุษย์” แล้วเดินเอาป้ายผ้าเข้าไปหลังรั้วเหล็กบริเวณหน้าห้างมาบุญครอง ทำให้มีผู้ชุมนุมบางส่วนไม่พอใจและเข้าไปพูดคุยและขอป้ายคืนจากเจ้าหน้าที่ที่ยึดป้ายไป เจ้าหน้าที่แจ้งว่าผิด พ.ร.บ.ความสะอาดฯ จึงยึดป้ายผ้าเป็นของกลางของความผิดซึ่งหน้า และคืนให้ไม่ได้ ผู้สังเกตการณ์เห็นว่าป้ายถูกเก็บอย่างน้อย 3 ผืน

เวลา 19.10 น. การ์ดผู้ชุมนุมทำการปิดการจราจรถนนพระรามที่ 1 เส้นที่ตรงไปยังแยกปทุมวัน แต่ให้รถประจำทางผ่านได้ตามปกติ

เวลา 19.38 น. ธัชพงศ์ แกดำ ผู้ปราศรัยกล่าวว่า วันนี้คือจุดเริ่มต้นของการชุมนุม มันประเมินเราต่ำว่า จะไม่เคลื่อนไหว ที่เราเงียบไปเพราะสถานการณ์โควิด 19 แต่เราเฝ้าดูอยู่ คนจนเพิ่มมากขึ้น เป็นเพราะรัฐบาลชุดนี้ใช่หรือไม่ วันนี้เราจะไม่ทนอีกต่อไป เราจะเรียกมวลชนออกมาชุมนุม ตำรวจมาเยอะอยู่ที่สนามศุภชลาสัย ทำให้มันรู้ว่า เราไม่กลัวมึง

วันก่อนผู้กำกับฯสภ.ภูเขียวธำรงวินัย วันนี้รอดูผู้กำกับฯสน.ปทุมวัน ที่หน้ากระทรวงทรัพยากรฯ อยู่ๆก็บอกว่า โดนตบหัว...

ธัชพงศ์กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ตำรวจเมียนมาใส่โล่กันน้ำให้ผู้ชุมนุมและกล่าวว่า ถามตำรวจหน่อยว่า มายด์เซทของตำรวจไทยวันนี้พยายามจะทำให้ตำรวจเป็นแค่สุนัขรับใช้เท่านั้น ตำรวจไทยวันนี้ไม่เคยแม้แต่ที่จะเอาโล่มากันน้ำให้ผู้ชุมนุม ต่างกับตำรวจเมียนมา ขอเสียงปรบมือให้ตำรวจเมียนมาหน่อย วันนี้ยังไม่สายถ้าตำรวจไทยจะสำนึกบุญคุณกับบุญคุณภาษีประชาชน วันนี้ไม่ใช่วันที่จะทำให้เรากลัวและถอย วันนี้ร่วมกันชูสามนิ้วและบอกว่า กูไม่กลัวมึง ต่อไปนี้ถ้าตำรวจคุกคามเรา เราจะแสดงให้เห็นอย่างสันติวิธีว่า กูไม่กลัวมึง

วันนี้มีตำรวจสามนายไปบ้านผม ความทุเรศคือ ไปเคาะประตูบ้านผม พยายามจะไปถามหลานชายที่อยู่ชั้นม.3 เมื่อวานไปที่บ้านรุ้ง ไม่มีหมาย แบบนี้โจรใช่ไหมครับ? ต่อไปนี้ถ้าตำรวจไปโดยไม่มีหมายเขาคือผู้บุกรุก วันก่อนที่ชุมนุมบางกลอย ตำรวจมาอ้างว่า โดนตบหัว ต่อแต่นี้เป็นต้นไปพื้นที่ไหนตำรวจมาบอกไปเลยว่า อยากจะโดนตบเหมือนผู้กำกับบางซื่อหรือไม่

ที่ผ่านมามีข่าวว่า จะให้ขังเราโดยไม่มีเงื่อนไข จำไว้นะครับว่า ประเทศไหนเหลื่อมล้ำสูง รัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ได้ ฟางเส้นสุดท้ายคือ กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถเชื่อมั่นได้ แปลว่ารัฐล้มเหลว

เวลา 19.28 น. ผู้ที่ถูกจับกุมไปที่ สน.ปทุมวันยังไม่ได้รับการปล่อยตัว ผู้ชุมนุมจึงเคลื่อนขบวนไปทางสี่แยกปทุมวันและเดินเท้าต่อไปยังถนนพญาไท มุ่งหน้าไป สน.ปทุมวันเพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมจากที่ชุมนุม และผู้ที่ถูกสั่งคุมขังจากคดี 112 เมื่อวานนี้

เวลา 19.40 น. ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนถึงหน้า สน.ปทุมวัน มีบุคคลไม่ทราบฝ่ายยิงเลเซอร์สีเขียวไปที่อาคาร ภายในสน.มีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ

เวลา 19.50 น. ตัวแทนผู้ชุมนุมชี้แจงว่า มาเพื่อสอบถามความคืบหน้าของการคุมตัวเยาวชน 2 คนที่อยู่ภายใน สน.ปทุมวัน ไมค์ ภาณุพงศ์ปราศรัยว่า เหตุที่ยังไม่ปล่อยคือ มีคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว ให้เวลาถึง 20.30 น. หากไม่ออกมาจะบุกเข้าสน.ปทุมวัน

เวลา 19.54 น. ประชาชนทยอยมารวมตัวกันเรื่อยๆ เมื่อมวลชนวิ่งตามลงมาที่แยกปทุมวัน ฝั่งหอศิลป์ ปรากฏว่า ตำรวจปล่อยรถเครื่องเสียงออกมาแล้วและกำลังวนรถเข้ามาใหม่

เวลา 19.55 น. ณวรรษกล่าวขณะปราศรัยว่า ตอนนี้มีตำรวจยึดรถขนเครื่องเสียง ขอให้มวลชนบางส่วนตามไปดู มวลชนวิ่งลงไปที่แยกปทุมวัน ฝั่งมุมหอศิลป์ฯ เมื่อไปถึงรถเครื่องเสียงไม่อยู่แล้ว ถามได้ความว่า ตำรวจปล่อยรถไปแล้ว แต่จะต้องไปวนรถกลับมาที่บริเวณหอศิลป์ฯอีกรอบหนึ่ง ไม่ทราบสาเหตุ

เวลา 19.56 น. มีการตั้งเวทีปราศรัยหน้า สน.ปทุมวันขณะที่ด้านในสน.มีการเจรจากันเพื่อที่จะปล่อยตัวผู้ถูกจับกุม โดยเหลือผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน 2 คน ซึ่งตำรวจจะตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีฐานมีวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

เวลา 20.02 น. ชุดคุมฝูงชนตั้งแนวบริเวณ ข้างสวนหลวงสแควร์

เวลา 20.13 น. บริเวณทางเข้ามาบุญครอง ตำรวจอ่านประกาศเรื่องห้ามชุมนุม ผู้ชุมนุมวิ่งกรูเข้ามาและตะโกนโห่ร้องว่า ไอ้เหี้ยตู่และควย ตีดังทับจนแทบไม่ได้ยินเสียงการอ่านของตำรวจ ขณะเดียวกันตำรวจนอกเครื่องแบบมีการถ่ายคลิปตลอด มีการตีกระทะ หม้อ โห่ร้องว่า ตำรวจออกไป

เวลา 20.15 น. ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนเดินแถวเข้ามายังบริเวณที่ผู้ชุมนุมอยู่จากทั้ง 2 ด้าน โดยผู้ชุมนุมที่เป็นชายวัยรุ่นจำนวนหลายสิบคนพยายามเข้าขัดขวาง โดยการขว้างปาสิ่งของที่หยิบได้บริเวณนั้น และเอารั้วเหล็กมาวางกั้นไม่ให้ตำรวจเดินเข้ามา แต่เมื่อตำรวจเดินแถวเรียงหน้าเข้ามาถึงผู้ชุมนุมก็ค่อยๆ ถอยร่นไป จนมีเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้น 4-5 ครั้ง และมีผู้สังเกตการณ์รายงานว่ารู้สึกระคายเคืองตา คล้ายกับได้รับผลจากแก๊สน้ำตา

เวลา 20.22 น. เจ้าหน้าที่ออกมาแจ้งกับผู้ชุมนุมว่าจะทำเรื่องการประกันตัวให้เสร็จภายในเวลาประมาณ

เวลา 21.00 น. การชุมนุมและการปราศรัยหน้าสน.ปทุมวันก็เดินหน้าไป ขณะที่ถนนโดยรอบมีเหตุปะทะประปราย

เวลา 20.30 น. หลังเหตุปะทะมีรายงานพบเศษขวดแตก พบกระป๋องคล้ายแก๊สน้ำตาตกอยู่ในพื้นที่ชุมนุม หลังจากนั้นมีความพยายามเจรจากันเป็นจุดๆ ระหว่างการ์ดผู้ชุมนุมกับตำรวจชุดควบคุมฝูงชน

เวลา 20.45 น. ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนตั้งแถวขนาบผู้ชุมนุมจากสองด้าน แต่ไม่เดินแถวแล้ว ตำรวจนายหนึ่งบอกกับการ์ดผู้ชุมนุมว่า จะขอตั้งแถวตรงนี้เฉยๆ ไม่เคลื่อนย้าย เพื่อไม่ให้มีการปะทะอีก

เวลา 21.00 น. ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่นั่งฟังปราศรัยโดยสงบ ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ตั้งแนวขนาบสองฝั่งเดินไปรวมฝั่งเดียวกัน ด้านเยาวชนสองคนที่ถูกจับกุม ได้ประกันตัวคนละ 5,000 บาท และปล่อยตัวออกมาแล้ว ตำรวจนัดหมายไปที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ในวันรุ่งขึ้น เวลา 10.00 น.

เวลา 21.02 น. ประกาศเลิกการชุมนุมและให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายกันกลับ ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนก็แจ้งว่า เมื่อผู้ชุมนุมกลับแล้ว ตำรวจก็จะกลับเช่นกัน

เวลา 21.12 น. ชาวบ้านที่ค้าขายบริเวณสวนหลวงสแควร์ โกรธและต่อว่าตำรวจที่ใช้แก๊สน้ำตา ทำให้ได้รับความเสียหาย ค้าขายไม่ได้ ต้องการให้ตำรวจขอโทษ การ์ดจึงไปคุยกับตำรวจให้ส่งตัวแทนมาขอโทษ

เวลา 21.14 น. ตำรวจเดินเข้าไปภายในชุมชนเพื่อจะขอโทษ ออกมาเจอกับชาวบ้านที่ยังโกรธอยู่ ต่อว่าและถามว่า เหตุใดถึงปาระเบิด ตำรวจตอบว่า ไม่ใช่ครับ ระเบิดนั้นผู้ชุมนุมปาเข้ามา ชาวบ้านโกรธขึ้นอีกบอกว่า ยังจะบอกว่า ผู้ชุมนุมอีกหรือ ตำรวจบอกว่า เอาเป็นบุคคลไม่ทราบฝ่ายแล้วกัน

เวลา 21.40 น. โตโต้ ปิยรัฐ ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กรายงานว่า ระหว่างการแยกย้ายมีคนสองคนขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาไล่ตีผู้ชุมนุมที่กำลังเดินทางกลับ และมีการขว้างปาระเบิดเพื่อเปิดทางหลบหนี แต่ระเบิดไม่ทำงาน