#ม็อบ8กุมภา :#SaveMyanmar

วันที่2564-02-08

เวลา16:00

สถานที่สถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 5

วัตถุประสงค์การชุมนุม

แสดงจุดยืนคัดค้านการรัฐประหารเมียนมา

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 100

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

8 กุมภาพันธ์ 2564 เวลาประมาณ 16.00 น. ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย ชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมารวมตัวกันแสดงออกเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการรัฐประหาร โดยเท่าที่ติดตามข้อมูลครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ผู้ชุมนุมารวมตัวกันที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา

ลำดับเหตุการณ์

14.57 น. เริ่มมีผู้ชุมนุมชาวเมียนมาทยอยมาที่หน้าสถานทูตเมียนมาแล้ว โดยวันนี้ตำรวจวางแผงเหล็กตั้งแต่สถานทูตเมียนมายาวไปถึงสะพานลอยก่อนถึงซอยสาทร ซอย 12  ตำรวจกระจายกำลังกันอยู่ตามหัวถนนเช่น ถนนประมวญ บีทีเอส สุรศักดิ์และถนนปั้น 

15.35 น. หน้าสถานทูตเมียนมากิจกรรมเพิ่งเริ่มผู้ชุมนุมประมาณ 20 คน รวมตัวกันพร้อมชูป้ายประท้วง

15.40 น. ตำรวจวางกำลังในพื้นที่ค่อนข้างหนาแน่น มีรถตู้บรรทุกคฝ.ไม่น้อยกว่า 10 คัน จอดที่ถนนปั้นและสาธรซอย12 ซึ่งเป็นซอยขนาบข้างสถานทูต มีการปิดสะพานลอยใกล้สาทร ซอย 12 ไม่ให้ประชาชนข้าม ตำรวจมีการวางแผงเหล็กกั้นยาวตั้งแต่ฝั่งรั้วสถานทูตไปจนเกือบถึงสาทรซอย 12 และติดป้ายประกาศห้ามชุมนุมและอัตราโทษเป็นภาษาไทยและเมียนมา

มีรายงานว่า ตร.ตั้งจุดตรวจที่ถนนประมวญและพยายามสกัดผู้ชุมนุม ซึ่งมีอาชีพเป็นนักร้องและต้องพกลำโพงมาด้วยเข้าที่ชุมนุม เมื่ออธิบายว่า ไม่ได้นำมาใช้ในกิจกรรมก็ยินยอมให้เข้าพื้นที่

16.35 น. ตำรวจเจรจากับผู้ชุมนุมว่า ให้ทำกิจกรรมได้จนถึงเวลา 17.30 น. เท่านั้น ผู้ชุมนุมรับทราบ

17.00 น. ผู้ชุมนุมแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 30 คนอยู่เยื้องสถานทูตและอีก 100 คนเรียงแถวจากสาทรซอย12 

17.19 น. ตำรวจประกาศว่า แกนนำมาขอต่อรองเวลากับตำรวจให้ยุติเวลา 17.45 น. ตำรวจยินยอมและขอให้แกนนำไปใช้เครื่องขยายเสียงของตำรวจประกาศเพื่อแจ้งต่อผู้ชุมนุมทราบถึงเวลาที่จะต้องยุติ


17.45 น. ครบเวลากำหนดตามที่ตกลงไว้ ผู้ชุมนุมพยายามขอเวลาเพิ่มอีก 5 นาทีแต่ตร.ปฏิเสธ จากนั้นผู้ชุมนุมจึงยอมยุติและทยอยแยกย้าย โดยมีตร.ตั้งแถวดันไปเรื่อยๆทางบีทีเอสสุรศักดิ์

17.55 น. ตำรวจนอกเครื่องแบบขอตรวจบัตรประจำตัวผู้ชุมนุมรายหนึ่ง ในบัตรระบุว่า พักอาศัยอยู่ที่มหาชัย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีคำสั่งงดการเดินทางข้ามพื้นที่ เว้นแต่เหตุจำเป็นหรือขนส่งสินค้า ผู้ชุมนุมกล่าวปฏิเสธว่า ตนไม่ได้อาศัยที่มหาชัยแต่ย้ายมาอยู่ในกรุงเทพฯแล้ว ตำรวจให้ผู้ชุมนุมหาบุคคลมายืนยัน จากนั้นจึงให้หน่วยแพทย์มาทำการวัดไข้ แต่อุณหภูมิร่างกายของผู้ชุมนุมรายดังกล่าวเป็นปกติ

18.03 น. ตำรวจบอกว่า ถ้าพิสูจน์แล้วว่า มาจากมหาชัยจะจับกุมและไม่คืนบัตรประจำตัว ระบุว่า จะยึดบัตรไว้จนกว่าจะตรวจสอบได้ ผู้ชุมนุมยื่นโทรศัพท์ให้ตำรวจคุยกับนายจ้าง

18.08 น. ตำรวจจะนำตัวผู้ชุมนุมไปที่สน.ยานนาวา แต่ผู้ชุมนุมปฏิเสธและมีแกนนำกิจกรรมพยายามช่วยพูดว่า ให้เคลียร์กันที่นี่ แต่ตำรวจไม่ยินยอม ตำรวจย้ำว่า เป็นการไปเคลียร์เอกสารไม่ใช่การจับกุม

18.13 น. ผู้ชุมนุมที่อยู่ในเหตุการณ์โห่ร้องให้ตำรวจคืนบัตร ศศลักษณ์เข้าไปแจ้งกับตำรวจว่า ตำรวจไม่มีอำนาจในการยึดบัตร ตำรวจมีการตั้งแนวกั้นผู้ชุมนุมไม่ให้เข้าถึงตัวผู้ชุมนุมที่ถูกตรวจบัตร มีการยื้อกัน ระหว่างนั้นตำรวจถ่ายบัตรประจำตัวของผู้ชุมนุมไว้

18.21 น. ตำรวจคืนบัตรให้แก่ผู้ชุมนุมและกล่าวว่า ถ้ามีการเปลี่ยนที่อยู่แล้วให้ไปแก้ไขรายละเอียดในบัตรด้วย

18.27 น. หลังตำรวจคืนบัตรและผู้ชุมนุมชาวเมียนมาแยกย้ายกันกลับบ้าน มีเหตุชุลมุนเล็กน้อยเมื่อศศลักษณ์ หรือภูมิ เยาวชนวัย 17 ปีถูกบุคคลรายหนึ่งต่อย เขาอ้างว่า เป็นตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ ทำให้ศศลักษณ์ พร้อมพวกแสดงความไม่พอใจและเดินย้อนมาทางหน้าสถานทูตเมียนมาอีกครั้ง พยายามชี้ตัวตำรวจที่กระทำการดังกล่าว ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาพยายามไล่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าไปด้านในสาธร ซอย 14 ทั้งหมดและตั้งแผงเหล็กกันไว้ แต่ผู้ชุมนุมดันแนวรั้วเดินตามเข้าไป เพื่อเรียกร้องให้ตำรวจขอโทษต่อการกระทำดังกล่าว ตำรวจบอกว่า จะตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้ แต่ยังไม่ขอโทษ

18.35 น. มีผู้ชุมนุมคนหนึ่งบอกว่า ให้ถอยกลับและจะไม่มีการปะทะ แต่ยังไม่ออกนอกพื้นที่

18.37 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งแถวเดินมาจากถนนปั้น ผผู้ชุมนุมล่าถอยไปทางสาทร ซอย 10 ใกล้กับบีทีเอส เซนหลุยส์

18.55 น. ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า ที่บริเวณบีทีเอส เซนหลุยส์ ทางออก 1 มีเสียงประทัดดังขึ้น 1 ครั้ง โดยเห็นชัดเจนว่า เป็นประทัดและมีดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยครั้งนี้ไม่เห็นว่า เสียงดังกล่าวเป็นประทัดหรือวัตถุใด ตำรวจขึ้นไปที่บีทีเอส คาดว่า ขอไปดูกล้องวงจรปิด