#ม็อบ5กุมภา : รายงานตัวคดีชุมนุมคลองหลวง

วันที่2564-02-05

เวลา10:00

สถานที่สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง จ.ปทุมธานี

  • + 2

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ให้กำลังใจผู้เข้ารายงานตัวในคดีชุมนุมและชักธงแดง 112 ที่สภ.คลองหลวง

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

-

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.00 น. ผู้ถูกกล่าวหาคดีชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวสิริชัย นาถึง แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564 และให้กำลังใจชยพล ดโนทัย แนวร่วมมธ.รายงานตัวเรื่องหมายจับ 112 ผิดคน เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2564 เข้ารายงานตัวที่สภ.คลองหลวง โดยมีผู้ถูกกล่าวหารวม 22 คน เช่น พริษฐ์ ชิวารักษ์, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุลและเบนจา อะปัญ แต่วันนี้มารายงานตัวไม่ครบขาด 1 คนคือ สุวรรณา ตาลเหล็กที่ติดคดีอีกศาลหนึ่ง 

ทั้งหมดถูกกล่าวหาใน 4 ข้อหาคือ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, ฝ่าฝืนคำสั่งผู้ว่าฯ ปทุมธานี เรื่องการควบคุมโรคและประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 ในจำนวนนี้มี 18 คนถูกกล่าวหาในมาตรา 215 วรรค 3 มีพฤติการณ์เป็นแกนนำ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีอาจจะถูกนำตัวไปฝากขังและอีก 4 คนที่เหลือถูกกล่าวหาในมาตรา 215 วรรค 1 ไม่ต้องฝากขัง

โดยบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ตำรวจปิดกั้นเส้นทางผ่านเข้าไปที่สภ.คลองหลวงทั้งฝั่งสภ.และฝั่งตรงข้าม ด้านถนนคลองหลวง หมายเลข 3214 วิ่งจากธรรมศาสตร์มุ่งหน้าวัดพระธรรมกาย เมื่อมาถึงใกล้สภ. ตำรวจจะปิดการจราจรเลนในสุดทั้งสองฝั่งที่จะไปหน้าสภ.ได้ โดยใช้ทั้งแบริเออร์ปูน รถบรรทุก รถยก รถควบคุมผู้ต้องขังจอดปิดถนน รวมทั้งปิดทางคนไม่ให้เดินด้วย และให้รถยนต์วิ่งข้ามสะพานลอยข้ามแยกเท่านั้น ขณะที่สะพานลอยคนข้ามด้านหน้า สภ. ก็ทำการปิดทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นได้รับผลกระทบต้องเข้ามาขอตำรวจผ่านทางเป็นกรณีๆ ไป ส่วนผู้ที่จะข้ามถนนต้องเดินตัดถนนใต้สะพานลอยแทน 

ขณะที่ฝั่งตรงข้าม สภ.คลองหลวงที่ใช้เป็นแนวกั้น จุดตรวจสำหรับผู้มารายงานตัวมีการวางแบริเออร์ปูนและรถฉีดน้ำแรงดันสูงไว้

ผู้ที่จะมารายงานตัวจะต้องเข้าไปแสดงตัวที่หน้าแนวกั้นฝั่งตรงข้ามสภ.คลองหลวง และจากนั้นจะมีตำรวจพาตัวขึ้นรถตู้ไปที่สภ.คลองหลวง สื่อมวลชนบางส่วนถูกกันไว้ที่แนวกั้นดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำราษฎรได้เรียกร้องให้ตำรวจเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนเข้าไปและมีการเจรจา จนตำรวจยอมให้สื่อทยอยเข้าไปได้ในเวลา 11.30 น.

ต่อมาเวลาประมาณ 15.00 น.หลังการเจรจาระหว่างตำรวจและผู้ต้องหา และทำเอกสารให้เรียบร้อย ทุกคนจะได้กลับบ้านวันนี้ ตำรวจจะไม่พาผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาล คดีนี้ทนายความขอเวลา 30 วันเพื่อทำคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรมายื่น หลังจากนั้นตำรวจจะกำหนดวันนัดใหม่ ตอนนี้ยังไม่มีวันนัด

ลำดับเหตุการณ์

6.00 น. ปิดการจราจรถนนคลองหลวง หมายเลข 3214 วิ่งจากธรรมศาสตร์มุ่งหน้าวัดพระธรรมกาย เมื่อมาถึงใกล้สภ. ตำรวจจะปิดการจราจรเลนในสุดทั้งสองฝั่งที่จะไปหน้าสภ.ได้ โดยใช้ทั้งแบริเออร์ปูน รถบรรทุก รถยก รถควบคุมผู้ต้องขังจอดปิดถนน รวมทั้งปิดทางคนไม่ให้เดินด้วย และให้รถยนต์วิ่งข้ามสะพานลอยข้ามแยกเท่านั้น ขณะที่สะพานลอยคนข้ามด้านหน้า สภ. ก็ทำการปิดทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นได้รับผลกระทบต้องเข้ามาขอตำรวจผ่านทางเป็นกรณีๆ ไป ส่วนผู้ที่จะข้ามถนนต้องเดินตัดถนนใต้สะพานลอยแทน 

ขณะที่ฝั่งตรงข้าม สภ.คลองหลวงที่ใช้เป็นแนวกั้น จุดตรวจสำหรับผู้มารายงานตัวมีการวางแบริเออร์ปูนและรถฉีดน้ำแรงดันสูงไว้

9.26 น. ที่บริเวณแนวกั้นหน้าที่ว่าการอำเภอคลองหลวง มีชาวบ้านที่อาศัยบริเวณดังกล่าวขอผ่านแนวกั้นเข้าไปที่พักอาศัย แต่ตำรวจไม่ให้ผ่านเข้าไป โดยจะต้องมีหลักฐานพิสูจน์ว่า บ้านอยู่ภายในแนวกั้น

9.57 น. โตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ We Volunteer มาถึงที่แนวกั้นก่อนถึงสภ.คลองหลวงและชี้แจงว่า ยังไม่ได้รับหมายเรียกอย่างเป็นทางการ แต่ทราบว่า เป็นผู้มีรายชื่อด้วยจึงแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการมาแสดงตัว และจะเดินเข้าไปที่สภ.เองโดยไม่ขึ้นรถของตำรวจ

10.03 น. ตำรวจขึ้นบนรถสิบล้อประกาศว่า ปทุมธานีเป็นพื้นที่ควบคุมโรคระบาดสูงสุด ผู้ต้องหาที่มารายงานตัวให้เดินข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง แจ้งชื่อแล้วจะมีรถตู้มารับ
10.21 น. ที่แนวกั้นฝั่งตรงข้ามสภ.คลองหลวง พริษฐ์ ชิวารักษ์, ณัฐชนน ไพโรจน์และชนินทร์ วงษ์ศรีมาถึงที่หน้าแนวกั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝั่งจุดทางเข้ารายงานตัวประกาศขอให้สื่อมวลชน บุคคลทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องเปิดทาง

10.30 น. ที่แนวกั้นฝั่งตรงข้ามสภ.คลองหลวง ผู้ที่มารายงานตัวจะต้องต่อรองกับตำรวจเป็นกรณีไปเรื่องการพาผู้ไว้ใจเข้าไปภายในสภ.คลองหลวง ขณะที่มีผู้พักอาศัยในคอนโดภายในแนวกั้นแสดงหลักฐานแต่ตำรวจมีทีท่าไม่ปล่อยให้เข้าไป เช่นเดียวกันกับประชาชนรายหนึ่งที่จะเข้าไปเสียภาษีและมีการแจ้งสรรพากรแล้ว แต่เมื่อแสดงหลักฐานต่อตำรวจกลับถูกปฏิเสธให้เข้าไป แต่จะประสานงานให้เจ้าหน้าที่สรรพากรออกมารับแทน

สำหรับวันนี้เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมีการติดกล้องบันทึกเหตุการณ์ไว้ด้วย เท่าที่ติดตามการติดกล้องลักษณะนี้จะพบในตำรวจในเครื่องแบบ 

10.31 น. ที่แนวกั้นฝั่งสภ.คลองหลวง ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงขอให้ผู้ที่มาให้กำลังใจผู้มารับทราบข้อกล่าวหาปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างและระมัดระวังการปฏิบัติขัดต่อกฎหมาย ทางตำรวจคุยกับปริญญา เทวานฤมิตรกุลแล้ว ทางมหาวิทยาลัยแสดงความเป็นห่วงนักศึกษาและสอบถามถึงสถานการณ์อยู่ตลอด

10.45 น. ที่แนวกั้นฝั่งตรงข้ามสภ.คลองหลวง รถตำรวจ สภ. คลองห้ามาจอดที่สะพานลอย ใกล้กับแนวกั้น ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสภ.คลองหลวงและติดตั้งกล้องวงจรปิดชั่วคราว

10.47 น. บริเวณใกล้กับแนวกั้นฝั่งตรงข้ามสภ.คลองหลวง ทีมงานของพริษฐ์เริ่มติดตั้งเครื่องเสียง ด้านตำรวจประกาศว่า ให้งดใช้เครื่องขยายเสียงและให้ปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง 

10.50 น. ที่แนวกั้นฝั่งตรงข้ามสภ.คลองหลวง เคท ครั้งพิบูลย์และอดิศร จันทรสุข อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พร้อมผู้ติดตามอีก 5 คนมาขอเข้าไปที่สภ.คลองหลวง ตำรวจให้เพียงเคทและอดิศรเข้าไปเท่านั้น

10.57 น. พริษฐ์ปราศรัยว่า คดีที่เรามาตามหมายเรียกคดีที่มีอัตราโทษต่ำกว่า 3 ปี ตามกฎหมายไม่สามารถฝากขังได้ หากจะฝากขังถือว่า ตำรวจทำผิดกฎหมาย วันนี้ไม่ทราบว่า ทำไมถึงนำตำรวจควบคุมฝูงชนมามากขนาดนี้ รถที่อยู่ตรงหน้าคือรถรุ่นเดียวกับที่เคยฉีดใส่เราที่หน้าสภา ไม่ทราบและไม่เข้าใจว่า รถอัปลักษณ์เช่นนี้มาอยู่ในวันที่เรามารับทราบข้อกล่าวหา ที่สำคัญที่อยากจะเรียนไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ่อแม่พี่น้อง สื่อมวลชนทุกคนมีสิทธิที่จะเข้าไปสังเกตการณ์คดี การดำเนินคดีเป็นการดำเนินคดีทางการเมือง ประชาชนควรมีสิทธิที่จะได้รับรู้ หากท่านไม่ได้คิดจะทำผิดกฎหมาย ไม่มีสิ่งปิดบัง พี่น้องสื่อมวลชนจะได้เข้าไปด้วย อีกสักครู่พวกเราจะเข้าไปที่สภ. และต้องให้สื่อมวลชนเข้าไปด้วย หากไม่เปิดทางเท่ากับว่า มีลับลมคมในและต้องการปิดบัง ขณะเดียวกันตำรวจก็อ่านประกาศข้อกฎหมายเรื่องการควบคุมโรค

11.07 น. มีผู้นำป้ายไวนิลวิจารณ์ตำรวจไปวางที่หน้าแนวกั้น จากนั้นมีตำรวจออกมาเจรจาและตำรวจควบคุมฝูงชนวิ่งเข้ามาพยายามเก็บป้ายไวนิลไป แต่ไม่สำเร็จ

11.02 น. อานนท์ นำภา แกนนำราษฎร ทวีตว่า ตำรวจจะฝากขังนักศึกษา 14 คนที่ศาลจังหวัดธัญบุรี และมี 2 คนถูกแยกไปที่ศาลเยาวชน

11.23 น. ตำรวจประกาศให้ผู้ถูกกล่าวหาที่อยู่หน้าแนวกั้นเช่น เพนกวินและรุ้งว่า หากจะเข้าไปด้านในจะต้องแสดงบัตรประจำตัว ส่วนสื่อมวลชนก็ขอให้ทยอยเข้าไปเพื่อความเป็นระเบียบ

12.10 น. พริษฐ์และปนัสยา เข้าไปภายในสภ.คลองหลวง โดยตำรวจให้เฉพาะผู้ถูกกล่าวหาและผู้ไว้วางใจเข้าไปเท่านั้น ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนตามเข้าไป เมื่อเข้าไปหมดแล้วจึงทำการปิดประตูสภ.ทันที 

ภายในสภ. ตำรวจมีการประกาศเรื่องข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และพบว่า มีการตั้งจุดรับแจ้งความที่เพิงข้างร้านกาแฟ ด้านข้างสภ.คลองหลวง จากเดิมที่จะอยู่ภายในอาคารสภ.

12.54 น. แนวกั้นหน้าที่ว่าการอำเภอคลองหลวงใกล้กับสภ. คลองหลวง มีประชาชนที่มาให้กำลังใจผู้รายงานตัวนำหม้อและกระทะมาตีเพื่อประท้วงการทำงานของเจ้าหน้าที่

13.52 น. แนวกั้นหน้าที่ว่าการอำเภอคลองหลวงใกล้กับสภ. คลองหลวง จนท.ตร. ได้ประกาศให้ผู้มาให้กำลังใจผู้ถูกกล่าวหาออกจากพื้นที่บนถนน และอ้างมาตรา 18 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

14.00 น. ตร.ควบคุมฝูงชนตั้งแถวเตรียมพร้อมที่หน้าสภ.คลองหลวง ไล่เลี่ยกันมีขบวนรถตู้ตำรวจและรถจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้ามาที่สภ.คลองหลวง

14.21 น. ตำรวจแจ้งว่า วันนี้จะปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาแบบไม่มีเงื่อนไข แต่ข้อตกลงคือผู้ที่มาให้กำลังใจต้องงดใช้เครื่องเสียงและงดปราศรัย และต้องออกจากพื้นที่ถนน ไปอยู่บนฟุตปาธ ทั้งนี้ยังไม่มีการนำแบริเออร์ออกแต่อย่างใด

14.28 น. หลังจากตำรวจปล่อยตัวศศลักษณ์ เยาวชนอายุ 17 ปีแล้ว ศศลักษณ์ออกไปที่แนวกั้นหน้าที่ว่าการอำเภอ จากนั้นตำรวจจึงเรียกตัวกลับเข้าไปในสภ.อีกครั้ง

15.02 น. มีตัวแทนแจ้งว่า อรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ขึ้นรถตู้ตำรวจออกจากสภ.คลองหลวงแล้ว แต่เป็นการตรงกลับบ้าน โดยขอให้ผู้สื่อข่าวไปรอที่หน้าแนวกั้นฝั่งตรงข้ามสภ.คลองหลวงเพื่อรอการแถลงข่าว

15.00 น. ผู้ถูกกล่าวหาบางส่วนออกมาที่หน้าสภ.คลองหลวง โดยตำรวจจะพาขึ้นรถตู้ไปส่งที่ด้านหน้าแนวกั้น

15.19 น. แนวกั้นฝั่งตรงข้ามสภ.คลองหลวง ผู้ถูกกล่าวหาบางส่วนเริ่มออกมารอแถลงข่าวแล้ว