#ม็อบ17ธันวา ร่วมกันแต่งชุดไทย ให้กำลังใจ2ผู้ต้องหาคดีอาญา

วันที่2563-12-17

เวลา10:30

สถานที่สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา (สน.ยานนาวา) จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 2

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ร่วมกันแต่งชุดไทย ไปที่สน.ยานนาวา ให้กำลังใจ 2 ผู้ต้องหาคดีอาญา ม.112

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

11-20

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

21-50

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

วันที่  17 ธันวาคม 2563 พนักงานสอบสวนสน.ยานนาวานัด 2 ผู้ต้องหาคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 จากการร่วมงาน #ม็อบ29ตุลา เดินแฟชั่นที่สีลม ได้แก่จตุพร สมาชิกกลุ่ม Wevo และ บุรีรัมย์ปลดแอก กับ "เอฟ" เยาวชนวัย 16 ปี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ทำให้ทางกลุ่มมวลชนอาสา We Volunteer (Wevo) ประกาศนัดรวมตัวที่หน้าสน.ยานนาวาตั้งแต่เวลา 10.30 น. ของวันที่ 17 ธันวาคมเพื่อให้กำลังใจทั้งสองโดยเฉพาะจตุพรที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม โดยหลังจากกลุ่ม We Volunteer ได้ประกาศนัดรวมตัวปรากฎว่าตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ทางสน.ยานนาวาจึงได้มีการกั้นพื้นที่หน้าสน.เตรียมรับการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้น

หลังตำรวจแจ้งม.112 จตุพรกับเด็ก 16 เสร็จ จตุพรได้ปล่อยทันที แต่เด็กถูกส่งตัวไปศาลเยาวชนต่อ จตุพรชี้แจงถูกดำเนินคดีเพราะแค่แต่งชุดไทยแต่ถูกกล่าวหาว่าแต่เลียนแบบราชินีและไม่ได้ปราศรัยใดๆ

ลำดับเหตุการณ์

ตั้งแต่ก่อนเวลา 10.00 น. พบว่าสมาชิกกลุ่ม Wevo อย่างน้อย 20 คนพร้อมรถกระบะของทางกลุ่มได้เข้ามาจับจองพื้นที่หน้าสน.ยานนาวา ซึ่งอยู่บนถนนสุรศักดิ์ระหว่างถนนสีลมกับถนนสาธรใต้ นอกจากนั้นมีประชาชนอีกประมาณ 10 - 20 คนเข้ามารอให้กำลังใจผู้ต้องหาทั้งสองที่หน้าสน.ด้วย ขณะที่บริเวณหน้าสน.มีการใช้รั้วเหล็กกั้นพื้นที่ไว้พร้อมติดป้าย "พื้นที่ควบคุม" 

10.11 น. จตุพร หนึ่งในผู้ต้องหาเดินทางมาถึงที่หน้าสน.ยานนาวาท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับของคนที่มารอให้กำลังใจ ในขณะนั้นการชุมนุมไม่มีการกั้นปิดจราจรแต่อย่างใด รถยังวิ่งบนถนนสุรศักดิ์ได้ตามปกติ แต่บริเวณหน้าสน.ยานนาวา สมาชิกกลุ่ม Wevo บางส่วนยืนเรียงกันเป็นแนวเพื่อปิดการจราจรบริเวณหน้าสถานีตำรวจหนึ่งช่องทาง หลังจตุพรให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวก็ให้ข้อมูลกับ iLaw สั้นๆว่า ยังไม่ทราบในรายละเอียดว่าการกระทำใดเป็นเหตุให้ถูกกล่าวหา ซึ่งกรณีของตัวเองไม่น่ากังวลเท่าน้องเยาววชน 16 ปี ที่อาจถูกส่งตัวไปศาลเยาวชนต่อเลย

10.22 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจของสน.ยานนาวานายหนึ่ง เดินนำใบสั่งมาเสียบบริเวณที่ปัดน้ำฝนรถของกลุ่มWevo ทำให้มีเสียงโห่จากผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณนั้น ใบสั่งดังกล่าวหาว่าจอดรถไม่ชิดทางเท้าด้านซ้ายพร้อมระบุโทษปรับเป็นเงิน 700 บาท 

10.52 น. "เอฟ" ผู้ต้องหาเยาวชนเดินทางมาถึงสน.สำราญราษฎร เขาพูดคุยกับผู้สื่อข่าวอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเดินเข้าไปในสน.ยานนาวา โดยมีทนายจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือทางคดีและมีส.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล จากพรรคก้าวไกลติดตามเข้าไปด้วย ส่วนจตุพรยังไม่เข้ารายงานตัว

10.55 น. ระหว่างที่ทีมงาน Wevo กำลังทดสอบระบบเสียงและเครื่องดนตรีที่จะใช้แสดงบนเวทีชั่วคราวที่หน้าสน.ยานนาวา เจ้าหน้าที่ได้นำประกาศจากเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะมาแจกจ่ายซึ่งมีสาระสำคัญว่า การชุมนุมในสาธารณะที่เกิดขึ้นไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะผู้ชุมนุมไม่ได้แจ้งการชุมนุมตามกฎหมาย ให้เลิกการชุมนุมภายในเวลา 11.30 น. 

11.06 น. ผู้ชุมนุมกลุ่ม Wevo คนหนึ่งที่สวมชุดไทยอ่านประกาศให้เลิกการชุมนุมที่ถูกนำมาแจกก่อนหน้านั้นและเมื่ออ่านจบก็โยนทิ้งไปคล้ายจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าพวกเขาจะไม่ปฏิบัติตามและการชุมนุมจะดำเนินต่อไป

11.13 น. จตุพรซึ่งวันนี้แต่งชุดไทยมารายงานตัวพร้อมทนายความเดินเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา โดยจตุพรแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการเต้นตามเพลง "ไม่รักระวังติดคุก" ของวงไฟเย็นพร้อมกับแจกจ่ายสำเนาหมายเรียกให้กับสื่อมวลชนและผู้มาให้กำลังใจประมาณ 3 - 5 นาที ก่อนจะเดินเข้าไปรายงานตัว

11.29 น.  ผู้ชุมนุมกลุ่ม Wevo ที่ทำหน้าที่พิธีกรประจำเวทีประกาศเริ่มกิจกรรม โดยยืนยันว่าทางกลุ่มเพียงแต่ต้องการมาให้กำลังใจผู้ต้องหาคดี 112 ทั้งสองคนซึ่งหนึ่งในนั้นมีสมาชิกกลุ่มรวมอยู่ด้วย กิจกรรมวันนี้จะไม่มีการปราศรัย มีเพียงการแสดงดนตรี และจะดำเนินไปจนถึงเวลา 15.30 น. ตามที่ได้ประกาศต่อสาธารณะไว้

11.36 น. ผู้ชุมนุมกลุ่ม Wevo ที่ทำหน้าที่พิธีกรประจำเวทีประกาศผ่านเครื่องเสียงว่า ทางสน.ให้ประชาชนเข้าไปใช้ห้องน้ำได้ แต่ขอให้เข้าไปโดยจำกัดจำนวนคนต่อครั้งเพื่อป้องกันความแออัดตามมาตรการป้องกันโควิด จากการสังเกตก่อนหน้าจะมีการประกาศดังกล่าวมีทีมงานของ Wevo เข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่บริเวณหน้าทางเข้าสน.เป็นเวลานานกว่า 5 นาที จึงคาดว่าน่าจะเป็นการประสานงานเพื่อให้ประชาชนที่มาชุมนุมได้เข้าไปใช้ห้องน้ำ

11.56 ชายสวมเสื้อสีฟ้าคนหนึ่งเดินเข้ามาทางถนนศรีเวียง หน้าอนุบาลเปล่งประสิทธิ์ เข้ามาถามทีมงานWevo เกี่ยวกับการปิดถนนบริเวณดังกล่าว จนเกิดเป็นการโต้เถียงกัน ทีมงาน Wevo พยายามขอดูบัตรประจำตัวเพราะเกรงว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ ระหว่างนั้นปิยรัฐซึ่งเป็นแกนนำกลุ่ม Wevo ได้เข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ ชายคนดังกล่าวจึงเดินแยกออกไป หลังจากนั้นทีมงาน Wevo ทำการมัดแผงเหล็กเข้าด้วยกันเพื่อปิดการจราจรบริเวณดังกล่าว 

12.03 มีหญิงสูงวัยคนหนึ่งเดินเข้ามาหาทีมงานวีโวที่บริเวณถนนศรีเวียง ถามว่าเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 อยู่ที่ไหน จากนั้นเธอจึงตะโกนตำหนิเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และ การใช้กฎหมายมาตรา 112 
"ทำร้ายเด็กทำไม เด็กมันทำไรให้  อีกหน่อยอนาคตจะเอาเงินที่ไหนใช้หนี้"
ทีมงาน Wevo ถามหญิงคนดังกล่าวว่าได้รับเงินจากธนาธรหรือไม่ซึ่งเธอตอบว่า ไม่เคยรับเงินจากใคร 

12.21 ที่หน้าสน.ยานนาวา ปิยรัฐขึ้นปราศรัยระบุว่า เบื้องต้นเขาไม่ได้คิดจะขึ้นปราศรัย แต่ก่อนหน้านี้มีเหตุชายสวมเสื้อสีฟ้าพยายามเข้ามาป่วนเรื่องการปิดถนน ซึ่งชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ (ในเวลาต่อมาผู้สังเกตการณ์ไอลอว์เห็นชายคนดังกล่าวเดินสูบบุหรี่พูดคุยกับนายตำรวจที่น่าจะเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หายเข้าไปทางหลังสน.ยานนาวา) ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาด้วย แต่อยากจะขอแบ่งปันพื้นที่ถนนให้พี่น้องที่มาร่วมให้กำลังใจผู้ต้องหาคดี 112 สักสองช่องทางและให้รถสัญจรไปมาตามปกติอีกสองช่องทางฝั่งตรงข้ามสน.ยานนาวา พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ต้องขนกำลังกันมาในวันนี้ถึง 3 กองร้อย 
ปิยรัฐกล่าวต่อว่าเราไม่ได้มาเป็นคู่ขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ มาตรา 112 ใช้มากี่ยุคกี่สมัยล้วนเป็นการใช้เพื่อจัดการกับคู่ขัดแย้งของผู้มีอำนาจ อย่างล่าสุดก็มีการดำเนินคดีคุณทราย เจริญปุระ หรืออย่างกรณีนี้ที่ใช้ดำเนินคดีคนแต่งชุดไทย และดำเนินคดีกับเยาวชน และอยากฝากไปถึงคนที่มาแจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112 ด้วยว่าการทำแบบนั้นเท่ากับทำให้ประชาชนเป็นคู่ขัดแย้งกับพระมหากษัตริย์โดยตรง อยากให้ตำรวจคิดให้ดีว่าการทำแบบนั้นจะทำให้พระมหากษัตริย์ต้องเดือดร้อน และยิ่งมาดำเนินคดีคนจะยิ่งออกมา ต่อจากนี้ไปมีการดำเนินคดีประชาชนด้วยมาตรา 112 ที่ไหน Wevo จะไปที่นั่น

12.28 พริษฐ์หรือเพนกวิ้น ผู้ต้องหาคดี 112 จากการชุมนุมครั้งอื่นๆ แต่งตัวด้วยชุดไทยเดินทางมาที่สน.ยานนาวาเพื่อให้กำลังใจผู้ต้องหาทั้งสองคน 

12.30 พริษฐ์ขึ้นปราศรัยว่า มาตรา 112 เป็นกฎหมายริดรอนสิทธิเสรีภาพที่นานาชาติเขาไม่ยอมรับ แล้วยังมาใช้ดำเนินคดีแบบผิดฝาผิดตัว อย่างมาดำเนินคดีกับคนแต่งชุดไทย แล้วไหนที่รณรงค์ให้คนร่วมอนุรักษ์แต่งชุดไทย ที่เขามาวันนี้ก็เพื่อมาให้กำลังใจผู้ต้องหาทั้งสอง และผู้ต้องหาคนอื่นๆอย่างคุณทรายแค่ไปแจกข้าวก็ยังถูกดำเนินคดี พร้อมระบุว่ากฎหมายใดที่ไม่สะท้อนกับสภาพความเป็นจริงของสังคมก็เปนได้เพียงแค่เศษกระดาษ หากผู้มีอำนาจฉลาดเขาจะรู้จักปรับตัวเพื่อให้อยู่ร่วมกับประชาชนได้ หลังพริษฐ์ปราศรัยก็มีการสลับให้วงดนตรีขึ้นเล่น

12.34 ทราย เจริญปุระ เดินทางมาให้กำลังใจผู้ต้องหาทั้งสองที่หน้าสน.

13.08 น. มีผู้ชุมนุมบางส่วนนำสเตนซิลที่แกะเป็นข้อความมาวางบนพื้นถนนหน้าสน.ยานนาวาพร้อมพ่นสีข้อความ เช่น ยกเลิก 112 เลข 112 และเครื่องหมายขีดทับ และข้อความ "เธอมันแน่ เธอมันแน่มาตลอด" มาพ่นบนพื้นถนน

13.23 น. "เอฟ" ผู้ต้องหาเยาวชนเดินออกมาที่หน้าสน.พร้อมกับชูสัญลักษณ์สามนิ้ว เบื้องต้นคาดว่าเขาจะได้ออกมาชี้แจงขั้นตอนกับทางผู้ที่มาให้กำลังใจก่อนเดินทางไปศาลเยาวชน แต่ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่พาเขาไปด้านข้างสน.เพื่อไปขึ้นรถทันที สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมบางส่วนชูสามนิ้วให้กำลังใจขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนวิ่งตามไปดานข้างสน. ขณะนั้นปิยรัฐได้ขึ้นเวทีปราศัยตำหนิตำรวจว่าเหตุใดจึงต้องทำแบบนั้น ทำไมไม่ให้น้องเขาออกมาชี้แจงกับคนที่มาให้กำลังใจ ให้เขาเดินมาด้านหน้าอย่างมีเกียรติ หลังจากนั้น "เอฟ" ก็ขึ้นรถกระบะส่วนบุคคลไม่ติดตราหน่วยงานราชการคันหนึ่งออกไปโดยมีทนายความและญาตินั่งรถไปด้วยพร้อมกับเจ้าหน้าที่

13.29 น. พริษฐ์กลับมาปราศรัยอีกครั้งโดยเป็นการวิจารณ์การทำงานของตำรวจต่อเนื่องจากการปราศรัยของปิยรัฐ ระหว่างนั้นมีชายคนหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์ผ่านมาและตะโกนแสดงความไม่พอใจต่อผู้ชุมนุม จนเกิดการปะทะคารม ผู้ชุมนุมบางส่วนไม่พอใจทำท่าจะเข้าไปล้อมชายคนดังกล่าว ปิยรัฐจึงพยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยการขอให้ตำรวจเข้าไปกันชายคนดังกล่าวออกไปและขอให้ผู้ชุมนุมถอยออกมาพร้อมทั้งวิจารณ์ตำรวจที่ระงับเหตุล่าช้า เหตุชุลมุนดำเนินไปไม่ถึง 5 นาทีก็ยุติลง โดยชายคนดังกล่าวออกจากพื้นที่ไป
จากนั้นพริษฐ์ปราศรัยต่อว่าจะรณรงค์ให้ยกเลิกมาตรา 112 เพราะเป็นกฎหมายที่ไม่มีเหตุผล ไม่ใช่กฎหมายที่ลงโทษในนามของความยุติธรรม การดำเนินคดีกับเยาวชนที่เกิดขึ้นเป็นเสมือนการเด็ดดอกไม้ ซึ่งผู้มีอำนาจอาจเด็ดดอกไม้ได้แต่พวกเขาไม่สามารถห้ามฤดูดอกไม้ผลิหรือสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ 

13.47 จตุพรออกมาจากสน.ยานนาวาหลังรับทราบข้อกล่าวหาโดยเป็นการปล่อยตัวแบบไม่ต้องวางหลักทรัพย์ จตุพรขึ้นชี้แจงโดยมีพิธีกรประจำเวทีทำหน้าที่ถามคำถามซึ่งสรุปได้ว่า เขาเริ่มทำกิจกรรมจังหวัดบุรีรัมย์มาก่อนจะมาเป็นสมาชิกกลุ่ม Wevo ที่มาทำกิจกรรมเพราะรู้สึกว่าประเทศนี้มีความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นหลายอย่าง เกี่ยวกับคดีที่เขาถูกกล่าวหาจากการร่วมกิจกรรมเดินแฟชันเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ในวันนั้นเขาแค่แต่งชุดไทย ไม่ได้ขึ้นปราศรัยแต่อย่างใด แต่กลับถูกกล่าวหาว่าแต่งกายเลียนแบบพระราชินี ในวันนี้เป็นการสอบปากคำและพิมพ์ลายนิ้วมือ และในวันที่ 11 มกราคม เจ้าหน้าที่จะนัดส่งตัวเขาพร้อมสำนวนคดีต่ออัยการ ซึ่งเขาอยากจะให้ยกเลิกมาตรา 112 เพราะมันถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งคนเห็นต่างการถูกดำเนินคดีแบบนี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าต้องสู้ต่อไป ก่อนจะทิ้งท้ายว่า "ศักดินาจงแพ้ภัย ชุดไทยจงเจริญ"

 และเขา ได้จัดงานวันเกิดเป่าเค้กล่วงหน้าก่อนวันที่ 24 ธ.ค.ที่ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของตัวเองบนเวทีหน้าโรงพัก กล่าวว่า ตนเป็นคนบุรีรัมย์ เข้าร่วมการชุมนุมจากการเป็นการ์ดอาสา

ทั้งนี้ผู้ต้องหาคดี 112 อีกคนหนึ่งที่มาให้กำลังใจผู้ต้องหาทั้งสองคนในวันนี้ คือแหวน ณัฏฐิดา พยาบาลอาสา และพยานคดี 6 ศพ วัดปทุมฯ ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีมาตรา 112 มาก่อนหน้านี้ โดยได้ให้สัมภาษณ์กับ iLaw สั้นๆว่า ตัวเธอเองเพิ่งถูกออกหมายเรียกคดีมาตรา 112 อีกครั้งจากการขึ้นปราศรัยที่หน้ากองพันทหารราบที่ 11 บางเขน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เธอเพิ่งได้รับหมายเรียกเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2563 และจะต้องไปรายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 21 ธันวาคม 2563 สำหรับเนื้อหาการปราศรัยในวันนั้น เธอพูดถามถึงความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับคดี 6 ศพ ที่วัดปทุมและผู้เสียชีวิตอีก 99 ศพ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงการสลายการชุมนุมปี 2553 โดยเธอปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์ทหารที่เข่นฆ่าประชาชน
ทั้งนี้มีรายงานจากศาลเยาวชนในเวลาประมาณ


 17.00 น. "เอฟ" ได้รับการปล่อยตัวแล้ว เบื้องต้นศาลต้องออกหมายควบคุมตัวเพราะคดีนี้เป็นคดีที่มีอัตราจำคุกเกินกว่า 10 ปี แต่ก็ให้ "เอฟ" ประกันตัวได้ ในชั้นแรกแม่ของ "เอฟ" จะต้องใช้เงินสดประกันตัวแต่ในภายหลังรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนให้ ส.ส.อมรัตน์ที่ติดตามไปด้วยได้ใช้ตำแหน่งประกันตัว "เอฟ" แทนการวางเงินได้ โดยระหว่างที่อยู่ที่ศาลเยาวชน "เอฟ" ต้องไปอยู่ที่ห้องควบคุมตัวระยะเวลาหนึ่งก่อนได้รับการปล่อยตัว 
สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ "เอฟ" จะต้องมาที่ศาลเยาวชนอีกครั้งในวันที่ 18 ธันวาคม เพื่อพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ให้คำปรึกษา จากนั้นในวันที่ 21 ธันวาคม จะต้องไปสถานพินิจฯเพื่อทำการสืบเสาะพฤติกรรม และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะต้องมารายงานตัวที่งานรับฟ้องของศาลอีกครั้งหนึ่ง