#ม็อบ19พฤศจิกา : สานต่อเจตนารมณ์สหพันธ์ชาวนาฯ-หนุนแก้รัฐธรรมนูญ

วันที่2563-11-19

เวลา10:00

สถานที่จาก อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย จ.เชียงใหม่ ไปยัง ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เพื่อรณรงค์สะท้อนปัญหาที่ดินป่าไม้ไทย เนื่องในวาระครบรอบ 46 ปี การก่อตั้งสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย พร้อมหนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบ และประกาศเจตนารมณ์ 1.สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2.สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ "คณะราษฎร" 3.สนับสนุนให้ประเทศไทยมีการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

201 - 500

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ประกาศชุมนุมลานครูบาศรีวิชัยและลานประตูท่าแพ เชียงใหม่ 19 พ.ย. นี้ ยันสานต่อเจตนารมณ์สหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย ชูสิทธิชุมชน สิทธิชาติพันธุ์  และการการะจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมบรรจุรัฐธรรมนูญ
18 พ.ย. 63 สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ประกาศจัดชุมนุมรณรงค์สะท้อนปัญหาที่ดินป่าไม้ในพื้นที่ภาคเหนือ ในวันที่ 19 พ.ย. นี้ ณ ลานครูบาศรีวิชัย (ทางขึ้นดอยสุเทพ) และลานประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ ในวาระครบรอบ 46 ปี การก่อตั้งสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย ปี 2517 เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์การเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ความเท่าเทียม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คืนสู่เกษตรกรและชุมชนในเขตป่า ผ่านการผลักดันให้สิทธิชุมชนและการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ โดยจะมีมวลชนสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือจาก 10 จังหวัด และเครือข่ายอื่นๆ เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 500 คน
กิจกรรมรณรงค์ดังกล่าวจะประกอบด้วยประเด็นปัญหาด้านที่ดินและทรัพยากร 6 กลุ่มปัญหา ได้แก่ 1. กรณีคดีความที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและทรัพยากร 2. กรณีที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้างไม่ทำประโยชน์ การกระจุกตัวของทุกดินอยู่ในมือนายทุน 3. ที่ดินในเขตป่า 4. ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. 5. เขตเศรษฐกิจพิเศษ และ 6. กลุ่มชาติพันธุ์
 รังสรรค์ แสนสองแคว ผู้ปฏิบัติงานสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ภาคเหนือ จากพื้นที่ปฏิรูปที่ดินบ้านไร่ดง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน กล่าวว่า การต่อสู้ของสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ฯ ที่ผ่านมายังไม่ถึงเป้าหมายในการกระจายการถือครองที่ดินอย่างแท้จริง แต่สหพันธ์ชาวนาชาวไร่ฯ มีคุณูปการที่ยิ่งใหญ่มาก โดยเฉพาะการผลักดันให้มี พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่านา พ.ศ.2517 และ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ในปี 2518 เมื่อยังไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ เกษตรกรรุ่นหลังจึงต้องสานต่อ
 “ปัญหายังสืบทอดมาสู่รุ่นสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ที่ยังมีการกระจุกตัวของที่ดินอยู่ในมือกลุ่มทุนผูกขาด เพราะฉะนั้นสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือจึงยังต้องสืบสานเจตนารมณ์ของสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ฯ ถึงแม้กฎหมายที่ผ่านมารัฐจะเอื้อนายทุน แต่เราต้องผลักดันการกระจายการถือครองที่ดินต่อไป จะให้มีอุปสรรคขนาดไหนเราก็ต้องทำต่อ ซึ่งจะโยงไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่คุยถึงเรื่องสิทธิ แต่ยังไม่ถึงเรื่องการกระจายการถือครองที่ดิน เราต้องผลักดันให้เกิดขึ้นให้ได้ และจะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับลูกหลานคนรุ่นใหม่ เหมือนที่สหพันธ์ชาวนาชาวไร่ฯ เคยร่วมขบวน 3 ประสานในช่วงเดือนตุลา 16 เราอยากให้นักศึกษามามีส่วนร่วมประสานกับปัญหาของเราเช่นกัน” รังสรรค์กล่าว
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเริ่มต้นในเวลา 10.00 น. ณ ลานครูบาศรีวิชัย (ทางขึ้นดอยสุเทพ) ด้วยพิธีกรรมทำบุญสืบชะตาแด่นักต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินผู้ล่วงลับ อ่านแถลงการณ์สหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทยฉบับแรก และกล่าวคำการต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดิน หลังจากนั้นจึงเริ่มเคลื่อนขบวนในเวลา 12.30 น. ไปยังลานประตูท่าแพ เพื่อจัดเวทีพูดคุยสะท้อนปัญหาด้านที่ดินและทรัพยากร ตามด้วยเวทีสาธารณะในหัวข้อ “มหกรรมที่ดินเป็นของราษฎร 46 ปีสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย” ก่อนจะแถลงการณ์สานต่อเจตนารมณ์ในฐานะเกษตรกรร่วมสมัย และเสร็จสิ้นกิจกรรมในเวลา 18.00 น.