#ม็อบ17พฤศจิกา : #กูสั่งให้มึงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563
เวลา 15:00 - 20:59
สถานที่ รัฐสภา เกียกกาย
จังหวัด กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ,ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล,ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

อย่างน้อย 1000

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

1000-5000

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

17 พฤศจิกายน 2563 เวลา 9.00 น. ที่ประชุมสภามีนัดพิจารณาเพื่อลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยร่างที่จะพิจารณามีทั้งหมด 7 ร่าง เป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านและภาคประชาชนที่รวบรวมรายชื่อมากกว่าหนึ่งแสนรายชื่อ โดยฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านการชุมนุมนัดรวมตัวกันแสดงออก 4 กลุ่มด้วยกัน 

สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นในเวลาประมาณ 14.00 น. ที่การ์ดคณะราษฎรเริ่มรื้แนวลวดหนามที่บริเวณหน้าบุญรอด ก่อนถึงรัฐสภา โดยแนวดังกล่าวนอกจากรั้วลวดหนามยังมีแบร์ริเออร์ปูนขวางอีกชั้นด้วย เมื่อการเริ่มรื้อรั้ว ตำรวจเริ่มฉีดน้ำสลายการชุมนุมเป็นครั้งแรกเวลา 14.22 น. ครั้งต่อๆมามีการผสมแก๊ซน้ำตาและยิงแก๊ซน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม โดยก่อนการฉีดแก๊ซน้ำตาครั้งแรกมีการแจ้งผู้ชุมนุมก่อน

ต่อมาเวลา 14.30 น. ผู้ชุมนุมจากแยกบางโพได้เข้าประชิดแนวกั้นแยกเกียกกายตำรวจมีการฉีดสลายการชุมนุมเช่นกัน ตำรวจไม่มีการประกาศว่า ในน้ำมีการผสมสารเคมี ผู้ชุมนุมแสดงอาการแสบร้อนตั้งแต่ครั้งแรกๆที่ถูกน้ำ จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ชุมนุมเริ่มคุมพื้นที่และผลักดันเข้ามาทางแนวกั้นหน้าบุญรอดและแยกเกียกกายมารวมตัวกันที่หน้ารัฐสภา ถนนสามเสนได้ ตำรวจมีการฉีดน้ำและแก๊ซน้ำตารวมกันเป็นเวลาประมาณ 5 ชั่วโมง คือ เริ่มฉีดครั้งแรกเวลา 14.22 น. และครั้งล่าสุดเวลา 19.22 น. 

ระหว่างการปะทะกับตำรวจมีมวลชนเสื้อเหลืองคงค้างปักหลักอยู่ที่ถนนทหาร มุ่งหน้าสะพานแดง มีการปะทะกัน 2 ครั้งในเวลา 17.09 น. เป็นลักษณะการขว้างปาสิ่งของไม่มีรายงานการบาดเจ็บ และเวลา 20.28 น. ข่าวสดรายงานว่า ที่แยกเกียกกายมีการปะทะระหว่างการดอาชีวะกับคนเสื้อเหลือง มีเสียงดังคล้ายปืนหรือระเบิดดังเป็นระยะ 

ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า บริเวณเตนท์พยาบาล มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน มีอาการเช่น บาดเจ็บที่หูและขา บางคนอาการหนักต้องหามออกมา  ผู้สังเกตการณ์สอบถามจากการ์ดที่ได้รับบาดเจ็บที่ขาเล่าว่า มวลชนเสื้อเหลืองโยนระเบิดปิงปองมา เมื่อถามย้ำว่าเป็นประทัดหรือไม่ การ์ดย้ำว่า เป็นระเบิดปิงปอง และยังกล่าวอีกว่า มีผู้ที่ถูกยิงด้วย  ต่อมาพยาบาลอาสายืนยันมีผู้บาดเจ็บโดนกระสุนจริงเข้าต้นขา 2 คนนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

เวลา 20.59 น. แกนนำประกาศยุติการชุมนุมและนัดหมายอีกครั้งวันพรุ่งนี้ที่ราชประสงค์ เวลา 16.00 น. จนถึงขณะนี้เวลา 22.11 น. ที่ประชุมสภายังคงอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า จะเลื่อนการลงมติไปในวันพรุ่งนี้แทน

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น วชิรพยาบาลรายงานว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมในช่วงเวลาตั้งแต่ 17.10 - 19.30 น. ที่บริเวณหน้ารัฐสภาเกียกกาย มีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 18 คน เป็นชาย 12 คน หญิง 6 คน ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการใช้แก๊สน้ำตา, มีแผลตามร่างกายจากการโดนลวดบาด, ถูกฉีดน้ำ และมีผู้ชุมนุมศีรษะแตก 1 คน โดยผู้บาดเจ็บบางส่วนเดินทางกลับบ้านแล้ว

ขณะที่ผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์การปะทะระหว่างคณะราษฎรและมวลชนเสื้อเหลืองนั้น ผู้สังเกตการณ์พบไม่น้อยกว่า 10 คน ขณะที่ศูนย์เอราวัณระบุว่า ที่วชิรพยาบาลมีผู้บาดเจ็บมีแผลที่ขา 1ราย, ที่รพ.รามาธิบดีมีแผลที่ข้อมือ 1 รายและที่รพ.พระราม 9 มีผู้บาดเจ็บที่ขา 2 ราย รวมทั้งสิ้น 28 ราย ยังมีอีกไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากแก๊ซน้ำตาแต่ไม่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลอีกจำนวนไม่น้อย

ลำดับเหตุการณ์

16 พฤศจิกายน 2563

เวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแถลงข่าว พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 มีการชุมนุม 3 กลุ่มคือ  ไทยภักดีแจ้งการชุมนุมวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ตั้งแต่เวลา 9.00-14.00 น. (วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำได้แจ้งว่า จะทำกิจกรรมเสร็จสิ้นไม่เกินเวลา 12.00 น. ),  การเมืองภาคประชาชนแจ้งชุมนุมสองวันคือวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2563 เวลา  9.00-22.00 น. ของทั้งสองวัน และคณะราษฎร ยังไม่มีการแจ้งการชุมนุม

โดยสองกลุ่มแรกที่แจ้งการชุมนุมแล้วตำรวจได้ออกเงื่อนไขตามมาตรา 14-16 ของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ คือ ห้ามใช้ป้ายข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือยุยงปลุกระดมเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุม, ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้สตช.กำหนดระดับเสียงสูงสุดไม่เกิน 115 เดซิเบลและค่าเฉลี่ยตลอด 24 ชั่วโมงไม่เกิน 70 เดซิเบล, การชุมนุมต้องสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ กระทำโดยสุจริต ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ไม่กระทบต่อสิทธิผู้อื่นตามรัฐธรรมนูญและต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกของรัฐสภา

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า การชุมนุมทางน้ำอาจเกิดอันตรายและกีดขวางการสัญจรทางน้ำของประชาชน จึงไม่อยากให้มีการชุมนุมทางน้ำ ส่วนนี้กรมเจ้าท่าจะเข้ามาดูแลเรื่องนี้ และยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่เพียงพอในการรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าการชุมนุมสองกลุ่มแรกมาจนเต็มพื้นที่แล้วก็จะให้ไปที่ถนนประชาราษำร์บำเพ็ญสาย 1 หรือถนนสามเสนตั้งแต่แยกวชิระ ซึ่งจะต้องห่างไกลกันสักนิด อาจจะมีตำรวจหรือแนวรั้วกีดขวางตามความเหมาะสม แยกกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีความเห็นแตกต่างกันเพื่อความปลอดภัย ผู้ใดที่ยื่นการชุมนุมสาธารณะก็น่าจะได้สิทธิก่อน ตำรวจกำลังพิจารณาเรื่องการจัดจุดคัดกรองเพื่อตรวจสอบอาวุธและระบุอัตลักษณ์ของผู้ชุมนุมที่เข้าไปอยู่ในกลุ่มได้ เหมือนในต่างประเทศ
 
ผู้สื่อข่าวถามเรื่องการกินหมูกระทะและการย่างกุ้งในพื้นที่ชุมนุม พล.ต.ต.ปิยะตอบว่า อาจเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ความสะอาดฯ, พ.ร.บ.สาธารณสุขและพ.ร.บ.การจราจรทางบกฯ


17 พฤศจิกายน 2563

+++แนวทางการดูแลการชุมนุมสาธารณะของเจ้าหน้าที่รัฐ+++

12.29 น. ไทยพีบีเอสรายงานว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วยตำรวจที่ควบคุมและสั่งการดูแลความเรียบร้อยการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบอาคารรัฐสภา ได้ลงพื้นที่เดินตรวจตรา ตั้งแต่ที่แยกเกียกกาย ถนนสามเสน มาจนถึงที่หน้าทางเข้ารัฐสภา พร้อมซักถามการวางแนวทางป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม เข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่ควบคุมดังกล่าว ก่อนเปิดเผยสั้นๆ “ยืนยันว่า ขณะนี้พื้นที่บริเวณหน้ารัฐสภา ถูกประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมในระยะ 50 เมตร ไม่อนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปทำกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น”

มีรายงานคำสัมภาษณ์ของพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ในทางการข่าวที่ได้รับทราบว่า วันนี้ (17 พฤศจิกายน 2563) จะมีผู้ชุมนุมจากสองกลุ่มคือ กลุ่มไทยภักดีและคณะราษฎร การที่ประกาศเชิญชวนในลักษณะนี้อยากจะให้ผู้ที่จัดกิจกรรม ผู้ที่เป็นแกนนำของกลุ่มได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ.ร.บ.ชุมนุมฯ ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่จัดการชุมนุมต้องมีการดำเนินการแจ้งการชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่รับผิดชอบเพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการจัดวางกำลัง รักษาความสงบเรียบร้อย อำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมและพี่น้องประชาชนที่มีการสัญจรบริเวณนั้น

เขากล่าวต่อว่า ในการแจ้งการชุมนุมสาธารณะจะต้องแจ้งให้ทราบว่า จะใช้ระยะเวลาการชุมนุมเท่าไหร่และจำนวนคนประมาณเท่าใด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งแล้วจะมีการประมวลและดำเนินการแจ้งผู้ชุมนุมเรื่องของเงื่อนไขเพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยย้ำว่า เจตนารมณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและไม่ต้องการให้เกิดเรื่องบานปลายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เห็นต่าง 

"การใช้สิทธิตามกฎหมายในการชุมนุมดำเนินการได้ แต่ท่านต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแจ้งการชุมนุม" 

12.42 น. มติชนออนไลน์รายงานว่า พล.ร.ท.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณี สำนักงานเลขารัฐสภา ของเรือสนับสนุนเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย ของ สส และ สว. ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในระหว่างวันที่ 17-18 พ.ย. ภายหลังมีกลุ่มผู้ชุมนุมหลายกลุ่มเดินทางมาร่วมทำกิจกรรม กรณีหากมีการปิดเส้นทางบก โดยจำเป็นต้องใช้เส้นทางทางเรือในการอพยพ สส.และ สว. ร่วมถึงเจ้าหน้าที่ประจำรัฐสภา โดยกองทัพเรือสนับสนุนเรือจากกรมการขนส่งทหารเรือ และกองเรือลำน้ำ เตรียมพร้อมหากมีความจำเป็น ส่วนกรณีผู้ชุมนุมจะนำเรือเป็ดใช้เดินทางน้ำไปยังรัฐสภานั้น พล.ร.ท.เชรษฐา กล่าวว่า อยู่ในความรับผิดชอบกรมเจ้าท่า และตำรวจน้ำในการดูแลรักษาความปลอดภัย ส่วนกองทัพเรือจะเข้าบูรณาการกรณีฉุกเฉิน

13.32-13.54 น. กองบัญชาการตำรวจนครบาลแถลงข่าวเรื่องการชุมนุม พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกล่าวสรุปสถานการณ์การชุมนุมรอบรัฐสภาจำนวน 4 กลุ่ม ขณะนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ออกคำสั่งที่ 485/2563 กำหนดระยะ 50 เมตรโดยรอบห้ามมีการชุมนุมประกาศตั้งแต่เมื่อวานนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เวลา 00.00 น. ถนนสามเสนยาวถึงประตู 3 ของบริษัทบุญรอด แยกเกียกกาย ถนนประชาราษฎร์สาย 1 บางส่วน ถนนทหารบางส่วน บริเวณดังกล่างกองบัญชาการตำรวจนครบางจะมีการตั้งแนวตำรวจให้กลุ่มผู้ชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมาย

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า มาจนถึงบัดนี้แกนนำคณะราษฎรยังไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุมตามกฎหมาย พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า ตอนนี้มีการเตรียมแผนในการอพยพและนำพาผู้เข้าร่วมประชุมออกจากสภาทั้ง 1,000 คนออกจากสภาได้ ส่วนเรื่องการกินหมูกระทะมีการบันทึกภาพทั้งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวและพิจารณาดำเนินคดีภายหลัง ผู้สื่อข่าวถามว่า จะปล่อยให้ชุมนุมได้ก่อนและแจ้งข้อหาตามหลังใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะตอบว่า ใช่ 

ขณะที่พ.ต.อ.กฤษณะขยายความเพิ่มว่า การแจ้งชุมนุมแล้วไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคดีความเพราะหากระหว่างการชุมนุมมีการละเมิดกฎหมายก็อาจนำมาสู่คดีความได้ ในเรื่องการถีบเรือเป็ด บางครั้งการชุมนุมไม่ใช่แค่สนุกอย่างเดียว ต้องคำนึงถึงชีวิตของผู้มาร่วมชุมนุมด้วย เจ้าหน้าที่เตือนด้วยความห่วงใย ผู้จัดการชุมนุมมีเจตนาหรือเล็งเห็นผล นำเรือที่สภาพไม่เหมาะสมกับพื้นที่ที่เล็งเห็นผลให้เกิดอันตรายอาจนำไปสู่การดำเนินคดีได้ 

////////////////////////////////////////////////////////////////////////

+++สถานการณ์ทั่วไป+++

8.00 น. มีรายงานการปิดกั้นถนนรอบรัฐสภา (ดูเพิ่มเติมด้านล่าง) ทำให้การจราจรบริเวณใกล้เคียงติดขัดอย่างหนัก บางส่วนต้องเดินเท้ามาจากถนนประชาราษฎร์สาย 1 เข้ามาที่รัฐสภา

8.00 น. กลุ่มคนเสื้อเหลืองราวร้อยคนรวมตัวริมถนนทหารใกล้กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์

8.30 น. กลุ่มศิษย์เก่าและเยาวชนอโศก ราว 100 คน เดินถือธงชาติและป้ายสนับสนุนรัฐธรรมนูญ 60 จากด้านข้างกรมอุตสาหกรรมทหารไปสมทบกับกลุ่มคนเสื้อเหลือง นำโดยหมอวรงค์ ที่ถนนนทหาร

9.00 น. มวลชนกลุ่มไทยภักดีจำนวนหนึ่งนำโดยวรงค์ เดชกิจวิกรม จะเข้าไปบริเวณหน้ารัฐสภา ถนนสามเสน แต่ตำรวจตระเวนชายแดนที่วางกำลังอยู่ไม่ให้เข้า และเจรจากันอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่สำเร็จจึงออกมารวมตัวกันกับกลุ่มศปปส. และกลุ่มศิษย์เก่าและเยาวชนชาวอโศกที่ปักหลักบริเวณฟุตบาทถนนเส้นประชาราษฎร์สาย 1 โดยมวลชนประมาณ 100-200คน

10.01 น. วรงค์ เดชกิจวิกรมกล่าวว่า จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ยื่นคำร้องผ่านอัยการสูงสุดที่จะพิจารณาส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการต่อไป วันนี้สถานการณ์คลี่คลาย ทุกจังหวัดที่คนเหล่านี้ (ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คณะก้าวหน้า)ไปจะมีคนต่อต้านและมีการร้องเพลงหนักแผ่นดิน ขอให้พี่น้องสบายใจว่า ขณะนี้ทุกคนตื่นขึ้นมาเพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติ ผมยืนยันว่า เกมส์นี้เนื่องจากคนที่ต่อสู้เป็นลูกหลานไม่ใช่ศัตรูเราเพียงแค่เขาเข้าใจผิดคนที่เราต้องต่อสู้คือพวกแกนนำและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เราจะไม่ใช้ความรุนแรงใดๆทั้งสิ้น เราจะใช้ความจริงเท่านั้นในการต่อสู้ เราจะชุมนุมใหญ่วันที่ 5 ธันวาคม 2563 เพื่อยืนยันว่า แผ่นดินนี้ต้องมีพระมหากษัตริย์

10.04 น. ตัวแทนศปปส. กล่าวว่า เราจะร่วมกันปกป้องสถาบันและคงไวัซึ่งสถาบันให้อยู่ยืนนาน หมวดที่หนึ่งและสองของรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า จะไม่แก้ ประเทศไทยจะไม่สามารถแบ่งแยกได้เพื่อรักษาด้ามขวานอันศักดิ์สิทธิ์และเรื่องสถาบันกษัตริย์ ตอนนี้การชุมนุมของคณะราษฎรไม่มีแล้วเรื่องการให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีแต่เรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ "ผมไม่โง่และไม่ยอมให้ใครมาปลุกปั่น ที่จะมาล้มล้างสถาบันกษัตริย์...ทุกวันนี้ประเทศไทยในอดีตเขาเลิกทาสไปนานแล้ว แต่วันนี้มันกลับดึงประชาชนกลับไปเป็นทาสอีกครั้ง เราจะไม่ยอมเป็นทาสนักการเมือง ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้เลวร้ายตรงไหนเลย...ที่เราออกมาเราทนไม่ได้แล้วที่เห็นพวกสามนิ้วออกมาจาบจ้วง วันนี้มีอย่างเดียวจาบจ้วงพระมหากษัตริย์และโจมตีในหลวงและพระราชินีของเรา"

10.31 น.พลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาเข้ารับหนังสือและกล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มาแสดงออก โดยจะนำไปเสนอประธานวุฒิสภาและบอกกล่าวสมาชิกวุฒิสภา พร้อมกล่าวเสริมอีกว่า ประเทศที่อยู่ในระบบประชาธิปไตย ต้องมีความเห็นต่างและท่านได้แสดงเจตนาที่อยู่ในขอบเขต ในขื่อในแปแล้ว

10.44 น. ขบวนรถพร้อมเครื่องเสียงเคลื่อนขบวนนำโดยวรงค์ไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด โดยให้มวลชนบางส่วนปักหลักอยู่ที่นี่ และหากใครอยากจะตามมาให้ขึ้นรถเมล์สาย 66 ไปศูนย์ราชการฯ และเมื่อยื่นหนังสือเสร็จจะกลับมาอีกครั้ง 

13.20 น. ผู้ชุมนุมคณะราษฎรบางส่วนเริ่มมารอบริเวณ MRT บางโพ ซึ่งเป็นจุดนัดหมายของกลุ่มการ์ดปลดแอก โดยเพจเยาวชนปลดแอกโพสต์ข้อความให้ผู้ชุมนุมเตรียมน้ำ หมวก แว่น ร่ม และให้มาพบกันในเวลา 15.00 น.

14.00 น. ที่แยกเกียกกายยังคงมีมวลชนเสื้อเหลืองปักหลักอยู่บริเวณดังกล่าว พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เจรจาให้เลิกการชุมนุมภายในเวลา 15.00 น. แต่บางส่วนยืนยันที่จะอยู่บริเวณนี้ต่อ บางส่วนเดินทางออกทางแยกบางโพ

14.08 น. พบรถบัสจำนวน 4 คัน พร้อมมวลชนเสื้อเหลืองเต็มคันรถออกจากพื้นที่ชุมนุม โดยรถมุ่งหน้าไปที่แยกบางโพ 

14.10 น. แยกบางโพ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคอยโบกรถประมาณ 10 และกลุ่มแดงก้าวหน้าโบกธง และการ์ดอาสา(ผ้าพันคอชมพู) อยู่เกาะกลางถนนจำนวนประมาณ 10-15 คน

14.11 น. การ์ด We Volunteer เริ่มรื้อลวดหนาม

14.12 น. แกนนำมวลชนเสื้อเหลืองประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่าจะไปต้อนรับคณะราษฎรตรงหลังแนวกั้นแยกเกียกกาย

14:13 น. ที่ถนนประชาราษฎร์สาย 1 แกนนำขอให้ผู้ชุมนุมย้ายจากถนนประชาราษฎร์สาย  1 เข้าไปที่ถนนทหาร มุ่งหน้าแยกสะพานแดง กล่าวด้วยว่า "วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารอยู่ข้างพวกเรา"

14.15 น. ผู้ชุมนุมบริเวณแยกบางโพประมาณ 100-150 คน ยืนอยู่บนทางเท้าทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก โดยรถเครืองเสียงอยู่ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าเกียกกาย

14.16 น. เริ่มฉีดน้ำสลายการชุมนุมเป็นครั้งแรก

14.18 น. มวลชนเสื้อเหลิองเคลื่อนมาอยู่ที่หน้าวัดใหม่ทองเสน ถนนทหาร

14:23 น. สิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเจรจากับตำรวจขอให้ไปอยู่หน้ารัฐสภา แต่ตำรวจไม่ให้เพราะมีแนวกั้นแล้ว

14.31 น. มวลชนเสื้อเหลือง บริเวณถนนทหาร ปักหลักบริเวณหน้าวัดใหม่ทองเสน และประกาศว่าจะมีการปิดถนนเส้นนี้ตอน 15.00 น.

14.37 น.มวลชนเสื้อเหลืองบางส่วนยังอยู่บนถนนเส้นประชาราษฎร์สาย1 และกำลังเคลื่อนตามมาหน้าวัดใหม่ มีการโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจบอกว่าแจ้งจะปิดเส้นทางนี้ตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว แต่มวลชนยังปักหลัก พอปิดพื้นที่ ผู้ชุมนุมถึงทยอยออกมา ขณะนี้มวลชนเสือเหลืองจึงปีนรั้วแผงกั้นข้ามมายังบริเวณแยกเกียกกาย

19.22 น. ผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้นที่แยกเกียกกายและหน้าบุญรอดไปรวมตัวกันที่ด้านหน้ารัฐสภา ถนนสามเสนได้แล้ว

19.30 น. ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ส่งตัวแทนรายงานยอดผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมในช่วงเวลาตั้งแต่ 17.10 - 19.30 น. ที่บริเวณหน้ารัฐสภาเกียกกาย มีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 18 คน เป็นชาย 12 คน หญิง 6 คน ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการใช้แก๊สน้ำตา, มีแผลตามร่างกายจากการโดนลวดบาด, ถูกฉีดน้ำ และมีผู้ชุมนุมศีรษะแตก 1 คน โดยผู้บาดเจ็บบางส่วนเดินทางกลับบ้านแล้ว

20.00 น. สถานการณ์ที่หน้ารัฐสภาสงบ

20.28 น. ข่าวสดรายงานว่า ที่แยกเกียกกายมีการปะทะระหว่างการดอาชีวะกับคนเสื้อเหลือง มีเสียงดังคล้ายปืนหรือระเบิดดังเป็นระยะ ต่อมาผู้สังเกตการณ์รายงานว่า บริเวณเตนท์พยาบาล มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน มีอาการเช่น บาดเจ็บที่หูและขา บางคนอาการหนักต้องหามออกมา

20.37 น. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทยลุกขึ้นกล่าวถึงเหตุการณ์การสลายการชุมนุมว่า สภาแห่งนี้เป็นผู้ขอให้ตำรวจเป็นผู้ปิดล้อมสภา การตอบว่า สถานการณ์ภายนอกเป็นเรื่องภายนอก ในฐานะสมาชิกสภาประชุมต่อไป ท่านทำใจได้อย่างไรครับ พรเพชรตอบว่า ตอนนี้ชวนกำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่

20.46 น. ผู้สังเกตการณ์สอบถามจากการ์ดที่ได้รับบาดเจ็บที่ขาเล่าว่า มวลชนเสื้อเหลืองโยนระเบิดปิงปองมา เมื่อถามย้ำว่าเป็นประทัดหรือไม่ การ์ดย้ำว่า เป็นระเบิดปิงปอง และยังกล่าวอีกว่า มีผู้ที่ถูกยิงด้วย (อ่านอย่างละเอียดที่หัวข้อแนวกั้นแยกเกียกกาย)

20.53 น. การ์ดมาแจ้งเต็นท์พยาบาลว่า ยังมีคนเจ็บที่อยู่บริเวณถนนทหารมุ่งหน้าสะพานแดง และยังไม่สามารถพาออกมาได้

20.55 น. ทัศนีย์ บูรณูปกรณ์ พรรคเพื่อไทยกล่าวขอให้ประธานรัฐสภาไม่เพิกเฉยต่อสถานการณ์การชุมนุม มีรายงานการยิงไม่ว่าจะเป็นกระสุนยางหรืออย่างไร รถพยาบาลวิ่งเข้าออก พรเพชรกล่าวว่า เลขาฯติดตามว่า ตอนนี้ผู้ชุมุนมนั่งด้านหน้ารัฐสภามีการปราศรัย ทัศนีย์กล่าวต่ออีกครั้งว่า เหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นแยกเกียกกาย 

ด้านบุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า ตอนนี้ชวน หลีกภัยลงไปติดตามสถานการณ์ที่ด้านหน้าสภาแล้ว

20.59 น. พริษฐ์ปราศรัยว่า วันนี้นี้มันฉีดน้ำใส่เราอย่างไร พรุ่งนี้กระป๋องสีคนละกระป๋อง เราจะเดินไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เราจะฉีดสีใส่ตำรวจ เราจะทวงความเป็นธรรม พบกันพรุ่งนี้ที่ราชประสงค์ เวลา 16.00 น.

21.02 น. ผู้ชุมนุมทยอยแยกย้ายและเก็บขยะ อานนท์ประกาศว่า ถ้าใครจะต้องไปเอารถทางเกียกกายขอให้ไปเป็นกลุ่มและดูแลกัน แต่ใครที่ไม่จำเป็นให้ไปทางแยกบางกระบือแทน

21.47 น. แหวน ณัฏฐธิดา มีวังปลา พยาบาลอาสายืนยันมีผู้บาดเจ็บโดนกระสุนจริงเข้าต้นขา 2 คนนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

////////////////////////////////////////////////////////////////////////

+++แนวกั้นหน้าบริษัทบุญรอด ก่อนถึงรัฐสภา+++

14.11 น. ที่ถนนสามเสน แนวกั้นหน้ารัฐสภา การ์ด We Volunteer เริ่มรื้อรั้วลวดหนาม

14.16 น. ที่ถนนสามเสน แนวกั้นหน้ารัฐสภา ตำรวจเริ่มฉีดน้ำครั้งแรก ก่อนหน้านี้ประกาศเตือนว่า อีก 5 นาทีจะฉีดน้ำ

14.18 น. มวลชนเสื้อเหลืองเคลื่อนจากถนนประชาราษฎร์สาย 1 มาอยู่หน้าวัดใหม่ทองเสน ถนนทหาร

14.22 น.  ตำรวจฉีดน้ำใส่การ์ด ประกาศหากไม่ถอยจะใช้กระสุนยาง การฉีดในครั้งที่ 4 มีการผสมแก๊สน้ำตา

14.30 น. กลุ่มผุ้ชุมนุมมีการปาพลุควันสีเข้ามาที่แนวกั้น รถฉีดน้ำขยับประชิดอีกครั้ง พล.ต.ต.อรรถวิทย์ สายสืบ ประกาศว่า ยังไม่มีการฉีดน้ำ จะประกาศเตือน ขอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดนิ่ง มวลชนอยู่ในความสงบ ผู้ชุมนุมมีการปาพลุควันสีเข้าไปที่แนวกั้นตำรวจ

14.33 น. ตำรวจขอเจรจากับหัวหน้าการ์ด

14.36 น. ตำรวจขอให้ปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ หัวหน้าการ์ดมาเจรจา

14.41 น. ตำรวจให้รถฉีดน้ำแรงดันสูงถอยหลังออกไปอีก 30 เมตรเพื่อเจรจา

14.42-14.50 น. ยังไม่มีการฉีดน้ำเพิ่มเติม

14.56 น. ตำรวจให้สื่อมวลชนออกจากแนวกั้นไปที่หน้าทางเข้ารัฐสภา

15.22 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมอีกครั้ง ผู้ชุมนุมมีการปาพลุควันเข้ามาที่แนวกั้นอีก

15:58 น. ตำรวจฉีดน้ำผสมแก็ซน้ำตาอีกครั้ง

16.01 น. ตำรวจฉีดน้ำอีกรอบประมาณ 2-3 นาที

16:13 น. ตำรวจฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาอีก 1 นาที ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงขอให้สื่อและผู้แทนสภาถอยหลัง

16:37 น. มีการฉีดน้ำอีกครั้งและยิงแก๊สน้ำตา

16.47 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำอีกครั้งระยะสั้นๆ อีกครั้ง พร้อมทั้งประกาศว่าถ้าล้ำเข้าไปแนวที่สองก็จะต้องฉีดน้ำอีก

16:48 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำเป็นระยะๆ ประมาณ 10-20 วินาทีต่อครั้ง

16.50 น. ตำรวจขว้างแก๊สอีกหนึ่งลูก ผู้ชุมนุมตะโกนขอน้ำ ระหว่างนั้นมีผู้ชุมนุมบางคนน่าจะขว้างขวดน้ำกลับ มีเสียงตะโกนบอกห้ามปราม

17.03 น.  มีการฉีดน้ำประมาณ 1 นาที

17.11 น. ตำรวจฉีดน้ำอีกครั้ง

17.13 น. ตำรวจฉีดน้ำอีกครั้ง มีการใช้ปืนยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม

17.17 น. การ์ดนำเสื่อสีเหลืองไปปคลุมแบริเออร์ปูน ตำรวจฉีดน้ำเป็นระยะ มีประชาชนสวมเสื้อกันฝนถือป้ายหยุดทำร้ายประชาชนไปยืนใกล้แนวแบร์ริเอร์

17.18 น. มีการฉีดน้ำอีกรอบ

17.20 น. ทีมการ์ดไปประชิดแนวแบริเออร์แต่ก็ถูกฉีดน้ำใส่จนล่าถอยออกมา

17.22 น. ตำรวจยังคงฉีดน้ำเรื่อยๆ

17.25 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำและยิงแก๊สน้ำตาอีกครั้ง

17.26 น. ตำรวจประกาศว่า จะใช้กระสุนยาง

17.29 น. เจ้าหน้าที่ประกาศจะใช้แก๊สน้ำตา เมื่อประกาศเสร็จก็โยนมาเลย มีควันพวยพุ่ง ผู้ชุมนุมตะโกนเรียกรถพยาบาล ตำรวจฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง ผู้ชุมนุมแนวหลังเริ่มได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตา

17.44 น. ผู้ชุมนุมชูนิ้วกลางและตะโกนด่าตำรวจ มีเสียงตะโกนระหว่างผู้ชุมนุมว่าให้ถือเสื่อเตรียมพร้อม ตำรวจใช้เครื่องเสียงประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องว่า ตำรวจทำตามกฎหมายและดำเนินมาตรการจากเบาไปหาหนัก ขณะนี้ผู้ชุมนุมจุดอื่นๆให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างดี เหลือเพียงจุดนี้จุดเดียว และบอกว่าหากผู้ชุมนุมไม่เชื่อฟังต่อไปจะใช้น้ำผสมแก๊สน้ำตา

17.51 น. ตำรวจประกาศว่าเสียใจที่ต้องฉีดน้ำและต้องใช้แก๊สน้ำตา พอพูดจบผู้ชุมนุมก็ตะโกนด่าด้วยความไม่พอใจ

17.55 น. ตำรวจขว้างแก๊สน้ำตาเข้าไปหาผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมเก็บและขว้างกลับไป บางส่วนไปประชิดแนวแบร์ริเออร์และใช้เสื่อกระชากลวดหนาม ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมจนต้องล่าถอยออกมา

17.58 น. ตำรวจขว้างแก๊สน้ำตาไปหาผู้ชุมนุมอีกครั้ง

18.03 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำพุ่งไปที่แนวแบร์ริเออร์

18.06 น. แกนนำประกาศว่า เวทีไฟดับให้ผู้ชุมนุมถอยออกมา มีการขว้างแก๊สน้ำตาอีกครั้ง

18:11 น. มีรถฉีดน้ำเข้ามาอีกหนึ่งคัน รวม 3 คัน  ระหว่างที่รถพยาบาลวิ่งออกไปเห็นผู้ชุมนุมในรถเลือดออกค่อนข้างเยอะ ขณะเดียวกันก็มีการ์ดวิ่งมาบอกว่าคนเจ็บเยอะติดอยู่ข้างใน ขอรถพยาบาลเพิ่มอีก

18:13 น. ตำรวจยังคงฉีดน้ำอยู่เรื่อยๆ มีการผลัดเปลี่ยนกำลังพลให้ออกไปล้างหน้าบ้าง

18.26 น. ด้านหน้ารัฐสภาตำรวจไม่น้อยกว่า 1,000 นายเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน

18.29 น. ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาอีก 2 ครั้งมาจากหลังรถฉีดน้ำแรงดันสูง

18:31 น. ตำรวจเตรียมตัวใส่หน้ากากและยิงแก๊สน้ำตาอีกครั้ง

18.34 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำอีก 1 ครั้ง

18.38 น. มีการใช้ปืนยิงแก๊สน้ำตา 2 ครั้ง

18.40 น. มีการใช้ปืนยิงแก๊สน้ำตา 6 ครั้ง

18.44 น.  ผู้ชุมนุมตะโกนเรียกรถพยาบาล มีเสียงการ์ดประกาศผ่านโทรโข่งว่า โตโต้ขอให้พักก่อน ให้มวลชนกลับมาตั้งแถวและประกาศว่า อย่าขว้างปาสิ่งของเข้าไปในบุญรอดและในค่ายทหาร เราชุมนุมโดยสงบ ไม่มีการใช้อาวุธ

18.46  น. การ์ดประกาศว่า เหลือแนวลวดหนาม 1 ชั้น การ์ดกำลังหาวิธีรื้อถอน ขอมวลชนใจเย็นๆอย่าขว้างปาเข้าไป

18.49 น.  ตำรวจฉีดน้ำใส่การ์ดตรงแนวหน้าอีกครั้ง

18.51 น. ตำรวจแจกกระสุนแก๊สน้ำตาและกระสุนยางให้ตำรวจ 10 นาย

18.57 น. ผู้ชุมนุมฝั่งเกียกกายถึงแนวกั้นบุญรอด มีการดันกับตำรวจแล้ว

18.58 น. ตำรวจประกาศว่า มีการแจ้งเตือนเป็นระยะ เริ่มจากใช้น้ำ น้ำผสมแก๊ส ปืนยิงแก๊ส ตอนนี้มีตำรวจอยู่หลังแนวจำนวนมาก หากผู้ชุมนุมยังฝ่าฝืนจะจับกุมอย่างเฉียบขาด

19.00 น. ผู้ชุมนุมบางส่วนขนน้ำเข้าไปเป็นระยะ มีการ์ดผู้ชุมนุมประกาศด้วยลำโพงว่า ฝั่งอุตสาหกรรมทหารผู้ชุมนุมยึดรถน้ำได้  1 คันแล้ว ขอความกรุณาผู้ชุมนุมอย่าขว้างปาสิ่งของเข้าไปเพราะจะโดนการ์ด ระหว่างนั้นมีเสียงเตือนของตำรวจว่า เตรียมใช้น้ำผสมแก๊สน้ำตา ขณะที่ทีมการ์ดพยายามดึงลวดหนามออกเป็นระยะ ตำรวจประกาศว่า เตรียมใช้น้ำผสมแก๊ส เมื่อสิ้นเสียงก็ยิงทันที 2 ครั้ง  

19:06 น. ผู้ชุมนุมจากเกียกกายมาประกบหลังตำรวจที่แนวกั้นบุญรอดที่มีอยู่ประมาณ 1,000 นาย พร้อมรถฉีดน้ำ 3 คัน รถบรรทุกน้ำ 1 คัน ขณะที่ด้านหลังแนวกั้นทางฝั่งบุญรอดมุ่งหน้าบางกระบือยังมีผู้ชุมุนมอยู่ ตำรวจประกาศเตือนเตรียมยิงแก็ซน้ำตาและยิงทันที 3-4 ครั้ง

19.09 น. ผู้ชุมนุมร่วมตะโกนขี้ข้าเผด็จการ ประชาชนบางส่วนเดินเข้าไปแนวหน้ามีการฉีดน้ำและยิงแก๊สน้ำตา 1 นาทีประมาณ 4 ครั้ง

19.11 น. มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตาและถูกหามออกไปจากแนวกั้นบุญรอด

19.15 น. ตำรวจฉีดน้ำอีกหนึ่งครั้ง ระหว่างนี้ก็มีการดึงลวดหนามออกมาเป็นระยะ การ์ดที่ใช้เครื่องเสียงบอกว่าผู้ชุมนุมอีกฝั่งกำลังมาช่วยเรา ขณะเดียวกันตำรวจก็ประกาศเตรียมใช้แก๊สน้ำตาและมีการยิง 2 ครั้ง

19.19 น. การ์ดผู้ชุมนุมบนรถโมบาย ประกาศขอนมสด น้ำแข็งและหน้ากากที่แนวหน้า ระหว่างนั้นมียิงแก๊สน้ำตา 2 นัด

19. 21 น. รถฉีดน้ำหนึ่งคันหันหน้าไปทางผู้ชุมนุมที่มาจากเกียกกาย ตำรวจยังคงฉีดน้ำและยิงแก๊สน้ำตาไปทางผู้ชุมนุมฝั่งบุญรอด มุ่งหน้าบางกระบือเรื่อยๆ

19.22 น. การ์ดประกาศว่า มีแก็ซน้ำตามาตกใกล้เตนท์พยาบาลฝั่งบุญรอด มุ่งหน้าบางกระบือ ขอให้ผู้ชุมนุมหรือการ์ดที่มีถุงมือหยิบและโยนลงคลอง ระหว่างนี้มีการยิงแก๊สน้ำตาไม่น้อยกว่า 6 นัด

19:27 น. พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพกวินบอกว่า "จะไม่มีการเจรจาจนกว่าจะหยุดยิงกระสุนยาง"

19.44 น. การ์ดและพยาบาลอาสาเดินขนาบตำรวจควบคุมฝูงชน 10 นายออกจากหน้ารัฐสภา ทางแยกเกียกกาย

////////////////////////////////////////////////////////////////////////

+++แนวกั้นแยกเกียกกาย+++

14.10 น. แยกบางโพ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคอยโบกรถประมาณ 10 และกลุ่มแดงก้าวหน้าโบกธง และการ์ดอาสา(ผ้าพันคอชมพู) อยู่เกาะกลางถนนจำนวนประมาณ 10-15 คน  และมีรายงานว่า มวลชนเสื้อเหลืองเริ่มทยอยขึ้นรถบัสและเดินเท้ากลับออกมาจากแยกเกียกกาย มุ่งหน้าแยกบางโพ

14.15 น. ที่แยกบางโพ ผู้ชุมนุมคณะราษฎรประมาณ 100-150 คน ยืนอยู่บนทางเท้าทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก โดยรถเครืองเสียดายอยู่ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าเกียกกาย

14.30 น. ผู้ปราศรัยประกาศให้ทีมการ์ดประกาศให้ตั้งแนว พร้อมเดินไปเกียกกายแล้ว

14.51 น.  ตำรวจควบคุมฝูงชนพร้อมชุดเกราะและโล่เตรียมตั้งแถวบริเวณแยกเกียกกายหันหน้าไปทางแยกบางโพ ขณะที่การ์ดและผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวมาจากแยกบางโพเข้าโดยมีจตุภัทร์ บุญภัทรรักษาเป็นผู้นำขบวนเข้ามา พร้อมเป็ดเหลือง

15.00 น. รถฉีดน้ำแรงดันสูงเคลื่อนตัวออกมาจากถนนทหารรับมือผู้ชุมนุมจากบางโพ

15.01 น. ผู้ชุมนุมจากแยกบางโพขึ้นสะพานข้ามแยกไม่ถึง 200 เมตรจะถึงแยกเกียกกาย ตอนนี้รถฉีดน้ำหลังแนวกั้นตำรวจที่แยกเกียกกายมี 2 คัน

15.02 น. ผู้ชุมนุมถึงแยกเกียกกาย ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงระบุว่า บริเวณแยกเกียกกายเป็นเขตห้ามการชุมนุม 50 เมตรจากรัฐสภา

15.03 น. ตำรวจระบุว่า จะประกาศครั้งสุดท้าย

15.06 น. ตำรวจประกาศจะฉีดน้ำและประกาศกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

15.08 น. จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ปราศรัยอย่างต่อเนื่องและขอให้ตำรวจเปิดทางให้ประชาชนเข้าไปติดตามการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้านผู้ชุมนุมเตรียมสวมเสื้อกันฝนและหมวกกันน็อค

15.10 น. ผู้ชุมนุมขยับเข้าใกล้รถตำรวจ จตุภัทร์ประกาศต่อว่า "ท่านอยู่ในเขตภาษีของราษฎร ถ้าเราต่อสู้ เปลี่ยนแปลงได้ชีวิตพวกพี่และครอบครัวพี่จะดีขึ้น พี่ไม่เข้าใจหรือว่า ความเหลื่อมล้ำมันเกิดจากอะไร วันนี้เราพร้อมทีจะมาเปลี่ยนแปลงประเทศแล้ว"

15.11 น.  ตำรวจฉีดน้ำประมาณ 2 วินาที จตุภัทร์ขอให้หยุดฉีดน้ำ ผู้ชุมนุมไม่ถอย

15.13 น. ตำรวจฉีดน้ำรอบ 2 เป็นน้ำสีม่วง 15 วินาที

15.15 น. ผู้สังเกตการณ์แจ้งว่า น้ำที่ฉีดออกมาทำให้ผู้สัมผัสมีอาการแสบจมูก ตำรวจยังประกาศว่า ผู้ชุมนุมกระทำผิดกฎหมาย

15.19 น. ตำรวจประกาศ ให้ถอยพ้นแนวกั้น

15.20 น. ประกาศจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้ผู้ชุมนุมถอยขยับให้พ้นแนวกั้นตำรวจ ผู้ชุมนุมไม่ยินยอมถอยจะเห็นได้ว่า ผู้ที่อยู่แนวหน้าจำนวนไม่น้อยเป็นเยาวชน

15.25 น. ตำรวจประกาศอีกครั้ง ให้ออกจากแนวกั้น รถพยาบาลเข้าพื้นที่

15.27 น. แนวตำรวจพร้อมโล่และหน้ากากกันแก๊สน้ำตามาเสริมที่หลังรถฉีดน้ำ มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากการฉีดน้ำไม่น้อยกว่า 20 คน 

15.30 น. หน่วยปฐมพยาบาลกำลังตั้งเตนท์

15.32 น. ตำรวจประกาศเรื่องการฉีดน้ำอีกครั้ง

15.34 น. ตำรวจประกาศให้สื่อมวลชนถอยออกจากแนวกั้น

15.38 น. ตำรวจฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาอีกครั้ง โดยฉีดกระจายไปด้านข้าง ทำให้ผู้ชุมนุมล่าถอย มีเด็กคนหนึ่งอาเจียนออกมาอย่างหนัก 

15.57 น. ผู้ชุมนุมประกาศเสริมกำลังเข้าไปที่แนวกั้นแยกเกียกกายอีกครั้ง ตำรวจประกาศให้ผู้ชุมนุมถอยห่างจากแนวกั้น ขณะที่อรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ ประกาศให้ผู้ชุมนุมกลับหลังหันแล้วถอยเข้าหลังเข้าหาตำรวจ เป็นการถอยแต่ถอยเข้าไปใกล้ตำรวจ 

15.59 น. แกนนำประกาศให้ผู้ชุมนุมปูเสื่อนั่ง และจะใช้สันติวิธี

16.00 น. รถฉีดน้ำแรงดันสูงเติมน้ำจากหัวดับเพลิงที่มุมแยกเกียกกายเรียบร้อย

16.11 น. ผู้ชุมนุมที่แยกบางโพมีไม่น้อยกว่า 500 คนแล้วมีการส่งธงทรงพระเจริญไปแนวหน้า

16.12 น. ที่แยกเกียกกายมีแนวกั้นตำรวจขวางเส้นทางปิดทางเข้าจากถนนประชาราษฎรบำเพ็ญสาย 1 ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผู้ชุมนุมฝ่ายราษฎรมุ่งหน้าเข้ามา รถฉีดน้ำแรงดันสูงสองคันหันหน้าไปทางฝ่ายราษฎรทั้งสองคัน และถนนทหารฝั่งมุ่งหน้าสะพานแดง ซึ่งผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองปักหลักอยู่ ไม่มีการฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง 

16.15 น. ผู้ชุมนุมดันรถตู้ตำรวจที่ขวางเป็นแนวกั้นหลบทาง

16.18 น. ตำรวจฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาอีกครั้ง เป็นระยะสั้นๆ โดยไม่มีการประกาศก่อน

16.22 น. ตำรวจฉีดน้ำต่อเนื่องแม้ผู้ชุมนุมจะถอยแล้วก็ตาม

16.23 น. ระหว่างที่มีการฉีดน้ำเป็นระยะใส่ผู้ชุมนุมราษฎร เป็นลักษณะการฉีดสั้นๆไม่กี่วินาที ไม่มีการประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ (คาดว่า เป็นการฉีดเพื่อป้องกันแนวรั้ว) โดยผู้ที่อยู่ห่างออกไปด้านหลังแนวตำรวจประมาณ 100 เมตรรู้สึกแสบตาและจมูก ขณะเดียวกันที่ถนนทหาร บริเวณที่ประชาชนเสื้อเหลืองรวมกลุ่มกันอยู่เปิดเพลงหนักแผ่นดิน

16.24 น. ตำรวจฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาอีกครั้งโดยไม่มีการประกาศ ผู้ชุมนุมตะโกนให้หยุดฉีดน้ำ

16.25 น.  พริษฐ์ ชิวารักษ์ สวมเสื้อเหลืองเข้าพื้นที่ผู้ชุมนุมประกาศจะเอารถฉีดน้ำไปฉีดใส่ตำรวจให้แหวกทาง ตำรวจยังคงเติมน้ำใส่รถบรรทุกน้ำอย่างต่อเนื่อง

16.29 น. มีการฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาอีกครั้ง

16.30 น. ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ รายงานผู้บาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา เข้ารับการรักษาที่รพ.วชิรพยาบาล จำนวน 5ราย

16.36 น. พริษฐ์เรียกมวลชนมาเติมด้านหน้าพร้อมประกาศว่า “เราจะรบกับศักดินา”

16.38 น. ตำรวจฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาอีกครั้งอีกครั้ง

16.40 น. การ์ดกั้นพื้นที่การชุมนุมไม่ให้รถเข้าออกบริเวณหน้าวัดประดู่ฯ มุ่งหน้าแยกบางโพ

16.42 น. ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงให้คนที่อยู่บนสะพานลอยแยกเกียกกาย ลงมาด้านล่าง

16.44 น. แกนนำกลุ่มเสื้อเหลืองปราศรัยโจมตีไอลอว์ว่า มีต่างชาติหนุนหลัง

16.45 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนประมาณ 10 นาย ขับมอเตอร์ไซด์มุ่งหน้าแยกบางโพและเลาะไปทางซอยประชาราษฎร์ 10

16.47 น. ตำรวจฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาและสีม่วงและมีรถฉีดน้ำมาเสริมอีก 1 คัน (รวม 3 คัน) ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า  ยืนอยู่ห่างจากแนวกั้น 500 เมตรยังอยู่รู้สึกแสบหน้า 

16.49 น. มวลชนบนสะพานลอยแยกเกียกกายเริ่มตะโกนด่าตำรวจด้านล่างที่ขอให้ทุกคนลงจากสะพานลอย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ขึ้นมาผลักดันสื่อให้ทยอยลงจากสะพานลอยแล้ว 

16.51 น. แกนนำประกาศให้ตำรวจหยุดฉีดน้ำ มวลชนตะโกนพร้อมกันว่า "...เจ้านายตัวจริงคือประชาชน..."

16.53 น.ตำรวจมีการฉีดน้ำหนักขึ้นเนื่องจากมีความพยายามจะทำลายสิ่งกีดขวาง 

16.54 น. แกนนำประกาศให้มวลชนที่มีสีปาสีใส่รถฉีดน้ำ

16.56 น. แกนนำประกาศให้ดันอย่างต่อเนื่อง

16.57 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 20 วินาที แกนนำประกาศให้มวลชนลุยเข้าไป

16.59 น. มีการใช้แก๊สน้ำตาแบบควัน แนวหน้าล่าถอยออกมาจำนวนหนึ่งออกมาล้างหน้า

17.02 น. รถฉีดน้ำถอยหลังจากแนวกั้น ผู้ชุมนุมกำลังเข้าไปประชิดแนว 

17.09 น. มวลชนที่ทะลุแนวกั้นไปได้แล้ว เข้าไปปะทะกับเจ้าหน้าที่ การ์ดอาชีวะมากั้นระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ การ์ดขอให้ผู้ใจเย็นและหลีกเลี่ยงการปะทะ ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า ตอนที่มวลชนทะลุผ่านเข้าไปได้เนื่องจากจู่ๆรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คันถอยหลัง ตำรวจควบคุมฝูงชนที่อยู่บริเวณแยกเกียกกายทั้งหมดถอย การ์ดพยายามตั้งแนว ขณะที่ถนนทหารฝั่งมุ่งหน้าสะพานแดงที่ผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองอยู่นั้นมีแนวกั้นไม่แน่นหนานัก ฝั่งขาออกมุ่งหน้าแยกสะพานแดงมีรถบัสตำรวจขวางอยู่ ขณะที่ฝั่งขาเข้าแยกเกียกกายมีเพียงแผงเหล็กกั้นเท่านั้น ต่อมารถบรรทุกน้ำหนึ่งคันถอยหลังไปทางถนนทหาร มุ่งหน้าสะพานแดงที่ผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองอยู่ ทำให้เปิดแผงเหล็กที่กั้นผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง มีการขว้างปาสิ่งของจากทั้งฝ่ายคณะราษฎรและฝ่ายเสื้อเหลือง พริษฐ์ประกาศให้มวลชนคณะราษฎรถอยหลังกลับมาไม่เข้าไปในพื้นที่มวลชนเสื้อเหลือง

17.10 น. ผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองที่อยู่บริเวณถนนทหาร มุ่งหน้าสะพานแดงเริ่มเข้าปาสิ่งของใสผู้ชุมนุมคณะราษฎร การ์ดบอกให้ทุกคนถอยและใจเย็นๆ มีบางส่วนวิ่งกลับไปปาสิ่งของคืนโต้ตอบกับมวลชนเสื้อเหลือง ทำให้การ์ดรีบวิ่งเข้าไปห้าม

17.12 น. มีรถตำรวจกระบะขับเข้ามาที่แยกเกียกกาย ผู้ชุมนุมวิ่งเข้าไปล้อมรถ ทำให้การ์ดรีบสิ่งเข้าไปกันผู้ชุมนุมออกและบอกให้ใจเย็นๆ ขณะที่จตุภัทร์เรียกมวลชนไปเพิ่มด้านหน้า พริษฐ์ประกาศซ้ำๆว่า ให้พี่น้องข้างหน้าถอยออกมา ในการปะทะระหว่างคณะราษฎรและมวลชนเสื้อเหลืองไม่มีตำรวจออกมาควบคุมสถานการณ์

17.14 น.  มวลชนเสื้อเหลืองที่ล่าถอยไปตามถนนทหาร มุ่งหน้าสะพานแดงย้อนกลับเข้ามาอีกครั้งฝ่ายคณะราษฎรถอยหลัง มีการขว้างปาสิ่งของเข้ามาประมาณ 30 วินาทีฝ่ายคณะราษฎรวิ่งฮือเข้าไป ทำให้ล่าถอยกลับเข้ามาที่ถนนทหารอีกครั้ง ตามวิดีโอจะเห็นว่า คณะราษฎรขว้างสิ่งของที่ฝ่ายเสื้อเหลืองขว้างเข้ามาตามหลังแต่ไม่ได้ล้ำแนวเข้าไปหามวลชนเสื้อเหลืองเลย โดยแกนนำมีการประกาศเรียกให้มวลชนกลับเข้ากลางแยกเกียกกายตลอด

17.16 น. การ์ดยังพยายามย้ายรั้วสังกะสีเข้าไปปิดช่องที่รถฉีดน้ำวิ่งเข้าไปจนเปิดแนวกั้น ให้ปิดเช่นเดิม มวลชนเสื้อเหลืองยังไม่หยุดขว้างสิ่งของ แม้การ์ดจะส่งสัญญาณมือให้อีกฝ่ายหยุดก็ตาม ทิ้งระยะประมาณ 30 วินาทีมีคนเสื้อเหลืองคนหนึ่งวิ่งออกมาด้านหน้าและส่งสัญญาณให้ฝ่ายตนเองหยุด แต่ยังขว้างปาไม่หยุด มีการโบกธงชาติ ขณะที่พริษฐ์ประกาศให้ถอยกลับมาที่กลางแยกเกียกกายไม่ให้ล้ำไปทางถนนทหาร มุ่งหน้าสะพานแดงที่มวลชนเสื้อเหลืองอยู่

17.21 น. มวลชนเสื้อเหลืองยังไม่หยุดขว้างปาสิ่งของ ทำให้การ์ดคณะราษฎรที่พยายามนำรั้วสังกะสีมาตั้งแนวไม่สามารถเข้าไปตั้งแนวปิดได้ การ์ดมีการขว้างของกลับไปที่มวลชนเสื้อเหลือง หลังจากนั้นมวลชนเสื้อเหลืองเสริมกำลังเข้ามาด้านหน้าแนวกั้นเผชิญหน้ากับการ์ดคณะราษฎร พริษฐ์ประกาศว่า "พี่น้องเสื้อเหลือง พี่ไม่ใช่ศัตรูของพวกเรา...พี่น้องถอยออกมา อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ จากนั้นฝ่ายมวลชนเสื้อเหลืองได้โยนสิ่งของใส่คณะราษฎรอีกครั้ง ฝ่ายคณะราษฎรบางส่วนถอยหลัง บางส่วนแอบหลังสังกะสีและปาของกลับ"

17.24 น. มวลชนเสื้อเหลืองมาประชิดแนวกั้นอีกครั้งและเขวี้ยงปาสิ่งของข้ามมาอีกครั้ง เมื่อคณะราษฎรปากลับก็ล่าถอยออกไป แต่ไม่ยอมกลับออกไป รถเครื่องขยายเสียงที่มีแกนนำและมวลชนเข้าไปที่ถนนสามเสนหน้ารัฐสภา มีการประกาศว่า จะไม่มีการใช้ความรุนแรง ความรุนแรงเกิดจากรัฐไม่ใช่จากประชาชน

17.30 น. มวลชนเสื้อเหลืองกลับมาที่หน้าแนวกั้นอีกครั้ง ไม่มีการปาสิ่งของ 

17.31 น. ผู้ชุมนุมนำลูกโป่งเข้ามาในพื้นที่ สอบถามจากแกนนำบอกว่า จะนำไว้ลอยรบกวนสัญญาณการบิน ขณะที่มีมวลชนเสื้อเหลืองและราษฎรปะทะคารมกันอีกครั้ง แต่เป็นไปในช่วงสั้นๆไม่ถึงนาที

17.35 น. ตำรวจเริ่มฉีดน้ำสีม่วงใส่ผู้ชุมนุมที่ข้ามแยกเกียกกายเข้าต้นถนนสามเสนได้แล้ว โดยส่งผลให้แสบหน้าแสบตา  ขณะที่พริษฐ์และภาณุพงศ์ที่จะเข้าไปเจรจาต้องล่าถอยออกมา - ฝ่ายมวลชนเสื้อเหลืองยังไม่ถอยจากแนวกั้น

17.45 น. ตำรวจเริ่มฉีดน้ำสีม่วงอีกครั้ง

17.51 น. ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม

17.59 น. ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ รายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุม เข้ารับการรักษาที่รพ.วชิรพยาบาล จำนวน 9 ราย

18.18 น. ผู้ชุมนุมเลื่อนรถเมล์ที่เป็นแนวกั้นออกไปได้ 1 คัน ตำรวจยังคงฉีดน้ำสีม่วงใส่ผู้ชุมนุม

18.35 น. มีการชวนมวลชนไปช่วยชินวัตรที่ท่าเรือเกียกกาย แต่พื้นที่ดังกล่าวถูกตำรวจปิดกั้นไม่สามารถเข้าไปได้ โดยชินวัตรและเพื่อนได้ว่ายน้ำจากท่าเรือเกียกกายไปขึ้นที่บริเวณไซต์ก่อสร้างรัฐสภา

18.38 น. มวลชนเสื้อเหลืองตั้งแนวและเปิดเพลงหนักแผ่นดิน จากนั้นมีการตั้งแนวเผชิญหน้ากัน 

18.40 น. มีการตั้งแนวเผชิญหน้ากันระหว่างคณะราษฎรและมวลชนเสื้อเหลืองที่อยู่บริเวณถนนทหารมุ่งหน้าสะพานแดง ขณะที่แนวกั้นเกียกกายฝั่งสามเสนตำรวจยังไม่ถอยฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมคณะราษฎรอยู่เรื่อยๆ

18.49 น. ผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้นที่ 2 ที่แยกเกียกกายและมุ่งหน้าไปที่ด้านหน้ารัฐสภา โดยผ่านรถฉีดน้ำแรงดันสูงที่ตำรวจทิ้งไว้ 2 คัน ถัดไปด้านหน้ามีตำรวจตั้งแนวอยู่

18.54 น. ผู้ชุมนุมปล่อยลมยางรถฉีดน้ำแรงดันสูง

18.57 น. ผู้ชุมนุมที่มาจากเกียกกายดันตำรวจควบคุมฝูงชนและทะลุแนวไปได้

19.07 น.มวลชนที่มาทางถนนประชาราษฎร์สาย1 พากันวิ่งผ่านจุดที่ฉีดน้ำแก๊สน้ำตาเมื่อเย็น แก๊สยังคงมีฤทธิ์ทำให้แสบหน้าแสบตา แกนนำให้รีบวิ่งไปที่เตนท์พยาบาลตรงข้างกรมการอุตสาหกรรมทหาร

19.15 น. ผู้ชุมนุมเหลืองแนวหน้านั่งลงบนเสื่ออย่างเป็นระเบียบที่หน้าแนวกั้นแยกเกียกกาย 

19.23 น. แกนนำประกาศว่า แก๊สเอ็นจีวีรั่วจากรถเมล์ ขอให้มวลชนออกห่าง ห้ามมีประกายไฟ มวลชนค่อยข้างตกใจ วิ่งไปทางหน้าสภา แกนนำพยามบอกให้ถอยอย่าสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์จนกว่าจะประกาศว่า เหตุการณ์ปกติแล้ว

19.37 น. ขณะที่ห่างออกจากรถเมล์ประมาณ 300 เมตร ผู้ชุมนุมเริ่มตั้งแถวลำเลียงน้ำไปให้ด้านหน้ารัฐสภา

19.44 น. การ์ดและพยาบาลอาสาเดินขนาบนำตำรวจควบคุมฝูงชนเดินออกจากพื้นที่ ประชาชนบางส่วนปรบมือ

20.11 น. เจ้าหน้าที่วิทยากรหน่วยดับเพลิงแจ้งว่า ปิดวาล์วแก๊สได้แล้ว ไม่มีการรั่วไหลแล้ว แต่อาจมีตกค้างอยู่ขอให้ประชาชนระมัดระวังให้เดินผ่านไปโดยไม่ใช้โทรศัพท์หรือทำให้เกิดประกายไฟ

20.28 น. ข่าวสดรายงานว่า ที่แยกเกียกกายมีการปะทะระหว่างการดอาชีวะกับคนเสื้อเหลือง มีเสียงดังคล้ายปืนหรือระเบิดดังเป็นระยะ ต่อมาผู้สังเกตการณ์รายงานว่า บริเวณเตนท์พยาบาล มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน มีอาการเช่น บาดเจ็บที่หูและขา บางคนอาการหนักต้องหามออกมา

20.41 น. มีการหามคนเจ็บมาเพิ่มสองคน หนึ่งในนั้นต้องถอดกางเกงทำแผลบริเวณขาหนีบ

20.43 น. มีการหามคนเจ็บมาเพิ่มสองคน หนึ่งคนดูจะมีอาการหนัก

20.46 น. ผู้สังเกตการณ์สอบถามจากการ์ดที่บาดเจ็บที่ขาเล่าว่า ทางนั้นโยนระเบิดปิงปองมา พอตู้มแรกก็ชุลมุนเลย ถามย้ำว่าประทัดหรือเปล่า การ์ดย้ำว่า ระเบิดปิงปอง มีคนเจ็บเพราะระเบิดปิงปองและมีคนโดนยิง 

ข้อมูลเพิ่มเติมจากการสัมภาษณ์การ์ด “...ตอนแรกพวกแกนนำฝั่งเขากำลังคุยกับฝั่งของพวกผมอยู่คุยกันว่า ไม่มีความรุนแรงต่างคนต่างโบกมือกัน โบกมือกันไปโบกมือกันมา อยู่ดีๆก็มีระเบิดจากฝั่งนู้นเข้ามาเลย พอมาตู้ม มันมีเศษแก้วกระเด็นใส่ เราโดนก่อน พอตู้มหนึ่ง...ตอนแรกพวกผมปาไปมีแต่ขวดน้ำหมดเลยเป็นพวกขวดสปอนเซอร์ แต่ว่าเสียงปืนทุกอย่างมาจากฝั่งเขา กระสุนปืน...มีคนโดนยิงจริงๆ มีคนโดนยางด้วยกระสุนจริงด้วย...และทีนี้ฝั่งผมก็เลยวิ่งตามเข้าไปที่จุดที่เขายืนอยู่ทีแรก พอเข้าไปถึงปุ๊บ ฝั่งเขาที่วิ่งไม่ทัน พวกแก่ๆที่วิ่งไม่ไหวเขาก็เบี่ยงซ้ายเข้าค่ายทหารไป ผมแยกไม่ออกว่า ใครเป็นมวลชน ใครคือการ์ด วิ่งเข้าค่ายทหารไปประมาณหกเจ็ดคนได้ ทีเหลือวิ่งเข้าแฟลต มีกลุ่มที่กระโดดลงมาจากวัดแก้วฟ้าฯ ห้าหกคน ผมเห็นเพื่อนผมโดนยิง มีเสื้อเหลืองสองสามคนกระโดดลงมาและมีคนยืนรอคนที่กระโดดอีกห้าหกคนและเขาวิ่งมากระชากกระบองในมือผมพอดี ทีนี้พวกการ์ดวิ่งมาช่วยผมอีกที แต่คือพวกผมรับประกันได้เลยว่า ความรุนแรงไม่ได้เกิดจากพวกผมแน่นอน คือตอนแรกพวกผมคุยกันแล้ว โบกมือกันแล้วว่า ต่างคนต่างอยู่ไม่มีอะไร แต่เสียงระเบิดมาฝั่งผมเฉยเลย...ผมว่านะมันมีหมด ระเบิดปิงปองก็มี หินก็มี ประทัด ขวดแก้วมีหมดทุกอย่าง แต่ตู้มแรกระเบิดปิงปองชัวร์ ผมกำลังพาน้องไปโรงพยาบาลรามาธิบดี บาดเจ็บที่หู เจ็บร่วมสิบคน แต่ที่โดนยิงนะสาม กระสุนยางกับกระสุนจริง แต่ที่โดนพวกสะเก็ดระเบิดอ่ะเป็นสิบ...”

20.53 น. การ์ดมาแจ้งเต็นท์พยาบาลว่า ยังมีคนเจ็บที่อยู่บริเวณถนนทหารมุ่งหน้าสะพานแดง และยังไม่สามารถพาออกมาได้

20.55 น. ทัศนีย์ บูรณูปกรณ์ พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงขอให้ประธานรัฐสภาไม่เพิกเฉยต่อสถานการณ์การชุมนุม มีรายงานการยิงไม่ว่าจะเป็นกระสุนยางหรืออย่างไร รถพยาบาลวิ่งเข้าออก พรเพชรกล่าวว่า เลขาฯติดตามว่า ตอนนี้ผู้ชุมุนมนั่งด้านหน้ารัฐสภามีการปราศรัย ทัศนีย์กล่าวต่ออีกครั้งว่า เหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นแยกเกียกกาย 

ด้านบุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า ตอนนี้ชวน หลีกภัยลงไปติดตามสถานการณ์ที่ด้านหน้าสภาแล้ว

21.47 น. แหวน ณัฏฐธิดา มีวังปลา พยาบาลอาสายืนยันมีผู้บาดเจ็บโดนกระสุนจริงเข้าต้นขา 2 คนนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

////////////////////////////////////////////////////////////////////////

+++การปิดกั้นพื้นที่รอบสภา+++

ที่ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญสาย 1 แยกเลี้ยวขวามุ่งหน้าแยกบางโพ-รัฐสภา การจราจรติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากตำรวจปิดการจราจรมุ่งหน้าสภา ไม่ให้รถยนต์ผ่านแต่มอเตอร์ไซค์ยังคงผ่านมาได้จนถึงสะพานข้ามคลองก่อนถึงแยกเกียกกาย มีตำรวจวางแนวกั้นและรถตำรวจขวางไว้ ไม่ให้ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ขาเข้ามุ่งหน้าแยกเกียกกายผ่านไปได้ ยกเว้นรถยนต์ที่มาจากถนนทหารขาออกมุ่งหน้าแยกบางโพเท่านั้น
 
ที่แยกเกียกกาย รถยนต์จากถนนทหารเลี้ยวขวาแยกบางโพยังคงผ่านมาได้ ตำรวจตั้งแนวกีดขวางที่แยกเกียกกายสองทางคือ
 
ถนนสามเสนข้ามแยกมุ่งหน้าไปรัฐสภา มีรถเมล์ขวาง รั้วลวดหนามและแบริเออร์ปูนแต่ยังเปิดช่องทางให้สัญจรได้ 1 ช่องทาง ถนนสามเสนจากหน้าบุญรอดมีการวางแนวกั้น แท่นคอนกรีต 3 ชั้น มีรั้วลวดหนามขึงที่เสาบ้านของผู้พักอาศัย บริเวณใกล้เคียงมีรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คันและรถบรรทุกน้ำ 2 คัน
 
ถนนทหารเลี้ยวขวาเข้าถนนสามเสน มีรถตู้ตำรวจขวาง ตำรวจตั้งแถวเป็นแนว ด้านหน้ามีรั้วลวดหนามสูงประมาณ 2 เมตร เปิดช่องทางการจราจร 1 ช่องทางให้เลี้ยวขวาไปทางแยกบางโพ
 
ถนนทหารมุ่งหน้าท่าน้ำเกียกกาย ตำรวจพักอยู่ภายในศูนย์ราชการกรุงเทพมหานครและวัดแก้วฟ้าจุฬามณีฯ สังกัดมีทั้งตำรวจภูธรและตระเวนชายแดน  บริเวณศูนย์ราชการมีแนวกั้นอีก 1 แนว เป็นรั้วสังกะสี รั้วลวดหนาม ยังเปิดช่องทางให้เดินเข้าออก 1 ช่องทาง แต่มีการเตรียมอุปกรณ์เตรียมไว้ปิดช่องทางทั้งหมดได้ ใกล้กันมีรถฉีดน้ำแรงดันสูงและรถบรรทุกน้ำ 1 คันท่าน้ำเกียกกายประชาชนยังคงเดินทางด้วยเรือได้ ห