#ม็อบ17พฤศจิกา : #กูสั่งให้มึงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ

วันที่2563-11-17

เวลา15:00

สถานที่รัฐสภา เกียกกาย จ.กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ,ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล,ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 1000

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

1,000-5,000

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

17 พฤศจิกายน 2563 เวลา 9.00 น. ที่ประชุมสภามีนัดพิจารณาเพื่อลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยร่างที่จะพิจารณามีทั้งหมด 7 ร่าง เป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านและภาคประชาชนที่รวบรวมรายชื่อมากกว่าหนึ่งแสนรายชื่อ โดยฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านการชุมนุมนัดรวมตัวกันแสดงออก 4 กลุ่มด้วยกัน 

สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นในเวลาประมาณ 14.00 น. ที่การ์ดคณะราษฎรเริ่มรื้แนวลวดหนามที่บริเวณหน้าบุญรอด ก่อนถึงรัฐสภา โดยแนวดังกล่าวนอกจากรั้วลวดหนามยังมีแบร์ริเออร์ปูนขวางอีกชั้นด้วย เมื่อการเริ่มรื้อรั้ว ตำรวจเริ่มฉีดน้ำสลายการชุมนุมเป็นครั้งแรกเวลา 14.22 น. ครั้งต่อๆมามีการผสมแก๊ซน้ำตาและยิงแก๊ซน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม โดยก่อนการฉีดแก๊ซน้ำตาครั้งแรกมีการแจ้งผู้ชุมนุมก่อน

ต่อมาเวลา 14.30 น. ผู้ชุมนุมจากแยกบางโพได้เข้าประชิดแนวกั้นแยกเกียกกายตำรวจมีการฉีดสลายการชุมนุมเช่นกัน ตำรวจไม่มีการประกาศว่า ในน้ำมีการผสมสารเคมี ผู้ชุมนุมแสดงอาการแสบร้อนตั้งแต่ครั้งแรกๆที่ถูกน้ำ จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ชุมนุมเริ่มคุมพื้นที่และผลักดันเข้ามาทางแนวกั้นหน้าบุญรอดและแยกเกียกกายมารวมตัวกันที่หน้ารัฐสภา ถนนสามเสนได้ ตำรวจมีการฉีดน้ำและแก๊ซน้ำตารวมกันเป็นเวลาประมาณ 5 ชั่วโมง คือ เริ่มฉีดครั้งแรกเวลา 14.22 น. และครั้งล่าสุดเวลา 19.22 น. 

ระหว่างการปะทะกับตำรวจมีมวลชนเสื้อเหลืองคงค้างปักหลักอยู่ที่ถนนทหาร มุ่งหน้าสะพานแดง มีการปะทะกัน 2 ครั้งในเวลา 17.09 น. เป็นลักษณะการขว้างปาสิ่งของไม่มีรายงานการบาดเจ็บ และเวลา 20.28 น. ข่าวสดรายงานว่า ที่แยกเกียกกายมีการปะทะระหว่างการดอาชีวะกับคนเสื้อเหลือง มีเสียงดังคล้ายปืนหรือระเบิดดังเป็นระยะ 

ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า บริเวณเตนท์พยาบาล มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน มีอาการเช่น บาดเจ็บที่หูและขา บางคนอาการหนักต้องหามออกมา  ผู้สังเกตการณ์สอบถามจากการ์ดที่ได้รับบาดเจ็บที่ขาเล่าว่า มวลชนเสื้อเหลืองโยนระเบิดปิงปองมา เมื่อถามย้ำว่าเป็นประทัดหรือไม่ การ์ดย้ำว่า เป็นระเบิดปิงปอง และยังกล่าวอีกว่า มีผู้ที่ถูกยิงด้วย  ต่อมาพยาบาลอาสายืนยันมีผู้บาดเจ็บโดนกระสุนจริงเข้าต้นขา 2 คนนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

เวลา 20.59 น. แกนนำประกาศยุติการชุมนุมและนัดหมายอีกครั้งวันพรุ่งนี้ที่ราชประสงค์ เวลา 16.00 น. จนถึงขณะนี้เวลา 22.11 น. ที่ประชุมสภายังคงอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า จะเลื่อนการลงมติไปในวันพรุ่งนี้แทน

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น วชิรพยาบาลรายงานว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมในช่วงเวลาตั้งแต่ 17.10 - 19.30 น. ที่บริเวณหน้ารัฐสภาเกียกกาย มีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 18 คน เป็นชาย 12 คน หญิง 6 คน ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการใช้แก๊สน้ำตา, มีแผลตามร่างกายจากการโดนลวดบาด, ถูกฉีดน้ำ และมีผู้ชุมนุมศีรษะแตก 1 คน โดยผู้บาดเจ็บบางส่วนเดินทางกลับบ้านแล้ว

ขณะที่ผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์การปะทะระหว่างคณะราษฎรและมวลชนเสื้อเหลืองนั้น ผู้สังเกตการณ์พบไม่น้อยกว่า 10 คน ขณะที่ศูนย์เอราวัณระบุว่า ที่วชิรพยาบาลมีผู้บาดเจ็บมีแผลที่ขา 1ราย, ที่รพ.รามาธิบดีมีแผลที่ข้อมือ 1 รายและที่รพ.พระราม 9 มีผู้บาดเจ็บที่ขา 2 ราย รวมทั้งสิ้น 28 ราย ยังมีอีกไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากแก๊ซน้ำตาแต่ไม่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลอีกจำนวนไม่น้อย

ลำดับเหตุการณ์

16 พฤศจิกายน 2563

เวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแถลงข่าว พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 มีการชุมนุม 3 กลุ่มคือ  ไทยภักดีแจ้งการชุมนุมวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ตั้งแต่เวลา 9.00-14.00 น. (วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำได้แจ้งว่า จะทำกิจกรรมเสร็จสิ้นไม่เกินเวลา 12.00 น. ),  การเมืองภาคประชาชนแจ้งชุมนุมสองวันคือวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2563 เวลา  9.00-22.00 น. ของทั้งสองวัน และคณะราษฎร ยังไม่มีการแจ้งการชุมนุม 


โดย 2 กลุ่มแรกที่แจ้งการชุมนุมแล้วตำรวจได้ออกเงื่อนไขตามมาตรา 14-16 ของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ คือ ห้ามใช้ป้ายข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือยุยงปลุกระดมเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุม, ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้สตช.กำหนดระดับเสียงสูงสุดไม่เกิน 115 เดซิเบลและค่าเฉลี่ยตลอด 24 ชั่วโมงไม่เกิน 70 เดซิเบล, การชุมนุมต้องสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ กระทำโดยสุจริต ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ไม่กระทบต่อสิทธิผู้อื่นตามรัฐธรรมนูญและต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกของรัฐสภา

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า การชุมนุมทางน้ำอาจเกิดอันตรายและกีดขวางการสัญจรทางน้ำของประชาชน จึงไม่อยากให้มีการชุมนุมทางน้ำ ส่วนนี้กรมเจ้าท่าจะเข้ามาดูแลเรื่องนี้ และยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่เพียงพอในการรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าการชุมนุมสองกลุ่มแรกมาจนเต็มพื้นที่แล้วก็จะให้ไปที่ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญสาย 1 หรือถนนสามเสนตั้งแต่แยกวชิระ ซึ่งจะต้องห่างไกลกันสักนิด อาจจะมีตำรวจหรือแนวรั้วกีดขวางตามความเหมาะสม แยกกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีความเห็นแตกต่างกันเพื่อความปลอดภัย ผู้ใดที่ยื่นการชุมนุมสาธารณะก็น่าจะได้สิทธิก่อน ตำรวจกำลังพิจารณาเรื่องการจัดจุดคัดกรองเพื่อตรวจสอบอาวุธและระบุอัตลักษณ์ของผู้ชุมนุมที่เข้าไปอยู่ในกลุ่มได้ เหมือนในต่างประเทศ


ผู้สื่อข่าวถามเรื่องการกินหมูกระทะและการย่างกุ้งในพื้นที่ชุมนุม พล.ต.ต.ปิยะตอบว่า อาจเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ความสะอาดฯ, พ.ร.บ.สาธารณสุชและพ.ร.บ.การจราจรทางบกฯ 

17 พฤศจิกายน 2563


8.00 น. มีรายงานการปิดกั้นถนนรอบรัฐสภา (ดูเพิ่มเติมด้านล่าง) ทำให้การจราจรบริเวณใกล้เคียงติดขัดอย่างหนัก บางส่วนต้องเดินเท้ามาจากถนนประชาราษฎร์สาย 1 เข้ามาที่รัฐสภา

12.29 น. ไทยพีบีเอสรายงานว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วยตำรวจที่ควบคุมและสั่งการดูแลความเรียบร้อยการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบอาคารรัฐสภา ได้ลงพื้นที่เดินตรวจตรา ตั้งแต่ที่แยกเกียกกาย ถนนสามเสน มาจนถึงที่หน้าทางเข้ารัฐสภา พร้อมซักถามการวางแนวทางป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม เข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่ควบคุมดังกล่าว ก่อนเปิดเผยสั้นๆ “ยืนยันว่า ขณะนี้พื้นที่บริเวณหน้ารัฐสภา ถูกประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมในระยะ 50 เมตร ไม่อนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปทำกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น”


12.42 น. มติชนออนไลน์รายงานว่า พล.ร.ท.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณี สำนักงานเลขารัฐสภา ของเรือสนับสนุนเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย ของ สส และ สว. ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในระหว่างวันที่ 17-18 พ.ย. ภายหลังมีกลุ่มผู้ชุมนุมหลายกลุ่มเดินทางมาร่วมทำกิจกรรม กรณีหากมีการปิดเส้นทางบก โดยจำเป็นต้องใช้เส้นทางทางเรือในการอพยพ สส.และ สว. ร่วมถึงเจ้าหน้าที่ประจำรัฐสภา โดยกองทัพเรือสนับสนุนเรือจากกรมการขนส่งทหารเรือ และกองเรือลำน้ำ เตรียมพร้อมหากมีความจำเป็น ส่วนกรณีผู้ชุมนุมจะนำเรือเป็ดใช้เดินทางน้ำไปยังรัฐสภานั้น พล.ร.ท.เชรษฐา กล่าวว่า อยู่ในความรับผิดชอบกรมเจ้าท่า และตำรวจน้ำในการดูแลรักษาความปลอดภัย ส่วนกองทัพเรือจะเข้าบูรณาการกรณีฉุกเฉิน

13.20 น. ประชาชนบางส่วนเริ่มมารอบริเวณ MRT บางโพ ซึ่งเป็นจุดนัดหมายของกลุ่มการ์ดปลดแอก โดยเพจเยาวชนปลดแอกโพสต์ข้อความให้ผู้ชุมนุมเตรียมน้ำ หมวก แว่น ร่ม และให้มาพบกันในเวลา 15.00 น.


13.32-13.54 น. กองบัญชาการตำรวจนครบาลแถลงข่าวเรื่องการชุมนุม พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกล่าวสรุปสถานการณ์การชุมนุมรอบรัฐสภาจำนวน 4 กลุ่ม ขณะนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ออกคำสั่งที่ 485/2563 กำหนดระยะ 50 เมตรโดยรอบห้ามมีการชุมนุมประกาศตั้งแต่เมื่อวานนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เวลา 00.00 น. ถนนสามเสนยาวถึงประตู 3 ของบริษัทบุญรอด แยกเกียกกาย ถนนประชาราษฎร์สาย 1 บางส่วน ถนนทหารบางส่วน บริเวณดังกล่างกองบัญชาการตำรวจนครบางจะมีการตั้งแนวตำรวจให้กลุ่มผู้ชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมาย

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า มาจนถึงบัดนี้แกนนำคณะราษฎรยังไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุมตามกฎหมาย พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า ตอนนี้มีการเตรียมแผนในการอพยพและนำพาผู้เข้าร่วมประชุมออกจากสภาทั้ง 1,000 คนออกจากสภาได้ ส่วนเรื่องการกินหมูกระทะมีการบันทึกภาพทั้งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวและพิจารณาดำเนินคดีภายหลัง ผู้สื่อข่าวถามว่า จะปล่อยให้ชุมนุมได้ก่อนและแจ้งข้อหาตามหลังใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะตอบว่า ใช่ ขณะที่พ.ต.อ.กฤษณะขยายความเพิ่มว่า การแจ้งชุมนุมแล้วไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคดีความเพราะหากระหว่างการชุมนุมมีการละเมิดกฎหมายก็อาจนำมาสู่คดีความได้ ในเรื่องการถีบเรือเป็ด บางครั้งการชุมนุมไม่ใช่แค่สนุกอย่างเดียว ต้องคำนึงถึงชีวิตของผู้มาร่วมชุมนุมด้วย เจ้าหน้าที่เตือนด้วยความห่วงใย ผู้จัดการชุมนุมมีเจตนาหรือเล็งเห็นผล นำเรือที่สภาพไม่เหมาะสมกับพื้นที่ที่เล็งเห็นผลให้เกิดอันตรายอาจนำไปสู่การดำเนินคดีได้  

14.12 น. แกนนำมวลชนเสื้อเหลืองประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่าจะไปต้อนรับคณะราษฎรตรงหลังแนวกั้น แยกเกียกกาย 


14:13 น. ที่ถนนประชาราษฎร์สาย 1 แกนนำขอให้ผู้ชุมนุมย้ายจากถนนประชาราษฎร์สาย  1 เข้าไปที่ถนนทหาร มุ่งหน้าแยกสะพานแดง กล่าวด้วยว่า "วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารอยู่พวกเรา"


14.15 น. ผู้ชุมนุมบริเวณแยกบางโพประมาณ 100-150 คน ยืนอยู่บนทางเท้าทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก โดยรถเครืองเสียงอยู่ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าเกียกกาย

14.22 น. เริ่มฉีดน้ำสลายการชุมนุมเป็นครั้งแรก


14:23 น. สิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเจรจากับตำรวจขอให้ไปอยู่หน้ารัฐสภา แต่ตำรวจไม่ให้เพราะมีแนวกั้นแล้ว


14.37 น.มวลชนเสื้อเหลืองบางส่วนยังอยู่บนถนนเส้นประชาราษฎร์สาย1 และกำลังเคลื่อนตามมาหน้าวัดใหม่ มีการโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจบวกว่าแจ้งจะปิดเส้นทางนี้ตั้งแต่สองชม.ที่แล้ว แต่มวลชนยังปักหลัก พอปิดพื้นที่ ผู้ชุมนุมถึงทยอยออกมา ขณะนี้มวลชนเสือเหลืองจึงปีนรั้วแผงกั้นข้ามมายังบริเวณแยกเกียกกาย


19.22 น. ผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้นที่แยกเกียกกายและหน้าบุญรอดไปรวมตัวกันที่ด้านหน้ารัฐสภา ถนนสามเสนได้แล้ว


19.30 น. ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ส่งตัวแทนรายงานยอดผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมในช่วงเวลาตั้งแต่ 17.10 - 19.30 น. ที่บริเวณหน้ารัฐสภาเกียกกาย มีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 18 คน เป็นชาย 12 คน หญิง 6 คน ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการใช้แก๊สน้ำตา, มีแผลตามร่างกายจากการโดนลวดบาด, ถูกฉีดน้ำ และมีผู้ชุมนุมศีรษะแตก 1 คน โดยผู้บาดเจ็บบางส่วนเดินทางกลับบ้านแล้ว


20.00 น. สถานการณ์ที่หน้ารัฐสภาสงบ


20.28 น. ข่าวสดรายงานว่า ที่แยกเกียกกายมีการปะทะระหว่างการดอาชีวะกับคนเสื้อเหลือง มีเสียงดังคล้ายปืนหรือระเบิดดังเป็นระยะ ต่อมาผู้สังเกตการณ์รายงานว่า บริเวณเตนท์พยาบาล มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน มีอาการเช่น บาดเจ็บที่หูและขา บางคนอาการหนักต้องหามออกมา 


20.37 น. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทยลุกขึ้นกล่าวถึงเหตุการณ์การสลายการชุมนุมว่า สภาแห่งนี้เป็นผู้ขอให้ตำรวจเป็นผู้ปิดล้อมสภา การตอบว่า สถานการณ์ภายนอกเป็นเรื่องภายนอก ในฐานะสมาชิกสภาประชุมต่อไป ท่านทำใจได้อย่างไรครับ พรเพชรตอบว่า ตอนนี้ชวนกำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่


20.46 น. ผู้สังเกตการณ์สอบถามจากการ์ดที่ได้รับบาดเจ็บที่ขาเล่าว่า มวลชนเสื้อเหลืองโยนระเบิดปิงปองมา เมื่อถามย้ำว่าเป็นประทัดหรือไม่ การ์ดย้ำว่า เป็นระเบิดปิงปอง และยังกล่าวอีกว่า มีผู้ที่ถูกยิงด้วย 


20.53 น. การ์ดมาแจ้งเต็นท์พยาบาลว่า ยังมีคนเจ็บที่อยู่บริเวณถนนทหารมุ่งหน้าสะพานแดง และยังไม่สามารถพาออกมาได้


20.55 น. ทัศนีย์ บูรณูปกรณ์ พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงขอให้ประธานรัฐสภาไม่เพิกเฉยต่อสถานการณ์การชุมนุม มีรายงานการยิงไม่ว่าจะเป็นกระสุนยางหรืออย่างไร รถพยาบาลวิ่งเข้าออก พรเพชรกล่าวว่า เลขาฯติดตามว่า ตอนนี้ผู้ชุมุนมนั่งด้านหน้ารัฐสภามีการปราศรัย ทัศนีย์กล่าวต่ออีกครั้งว่า เหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นแยกเกียกกาย บุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า ตอนนี้ชวน หลีกภัยลงไปติดตามสถานการณ์ที่ด้านหน้าสภาแล้ว


20.59 น. พริษฐ์ปราศรัยว่า วันนี้นี้มันฉีดน้ำใส่เราอย่างไร พรุ่งนี้กระป๋องสีคนละกระป๋อง เราจะเดินไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เราจะฉีดสีใส่ตำรวจ เราจะทวงความเป็นธรรม พบกันพรุ่งนี้ที่ราชประสงค์ เวลา 16.00 น. 


21.02 น. ผู้ชุมนุมทยอยแยกย้ายและเก็บขยะ อานนท์ประกาศว่า ถ้าใครจะต้องไปเอารถทางเกียกกายขอให้ไปเป็นกลุ่มและดูแลกัน แต่ใครที่ไม่จำเป็นให้ไปทางแยกบางกระบือแทน


21.47 น. แหวน ณัฏฐธิดา มีวังปลา พยาบาลอาสายืนยันมีผู้บาดเจ็บโดนกระสุนจริงเข้าต้นขา 2 คนนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

////////////////////////////////////////////////////////////////////

ประมวลการสลายการชุมนุมที่แนวกั้นหน้าบริษัทบุญรอด ก่อนถึงรัฐสภา 

14.13 น. การ์ด We Volunteer เริ่มรื้อรั้วลวดหนาม


14.16 น. ตำรวจประกาศเตือนว่า อีก 5 นาทีจะฉีดน้ำ


14.22 น.  ตำรวจฉีดน้ำใส่การ์ด ประกาศหากไม่ถอยจะใช้กระสุนยาง การฉีดในครั้งที่ 4 มีการผสมแก๊ซน้ำตา


14.30 น. กลุ่มผุ้ชุมนุมมีการปาพลุควันสีเข้ามาที่แนวกั้น รถฉีดน้ำขยับประชิดอีกครั้ง พล.ต.ต.อรรถวิทย์ สายสืบ ประกาศว่า ยังไม่มีการฉีดน้ำ จะประกาศเตือน ขอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดนิ่ง มวลชนอยู่ในความสงบ ผู้ชุมนุมมีการปาพลุควันสีเข้าไปที่แนวกั้นตำรวจ


14.33 น. ตำรวจขอเจรจากับหัวหน้าการ์ด


14.36 น. ตำรวจขอให้ปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ หัวหน้าการ์ดมาเจรจา


14.41 น. ตำรวจให้รถฉีดน้ำแรงดันสูงถอยหลังออกไปอีก 30 เมตรเพื่อเจรจา 


14.42-14.50 น. ยังไม่มีการฉีดน้ำเพิ่มเติม 


14.56 น. ตำรวจให้สื่อมวลชนออกจากแนวกั้นไปที่หน้าทางเข้ารัฐสภา


15.22 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมอีกครั้ง ผู้ชุมนุมมีการปาพลุควันเข้ามาที่แนวกั้นอีก


15:58 น. ตำรวจฉีดน้ำผสมแก็ซน้ำตาอีกครั้ง


16.01 น. ตำรวจฉีดน้ำอีกรอบประมาณ 2-3 นาที


16:13 น. ตำรวจฉีดน้ำผสมแก๊ซน้ำตาอีก 1 นาที ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงขอให้สื่อและผู้แทนสภาถอยหลัง


16:37 น. มีการฉีดน้ำอีกครั้งและยิงแก๊ซน้ำตา


16.47 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำอีกครั้งระยะสั้นๆ อีกครั้ง พร้อมทั้งประกาศว่าถ้าล้ำเข้าไปแนวที่สองก็จะต้องฉีดน้ำอีก


16:48 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำเป็นระยะๆ ประมาณ 10-20 วินาทีต่อครั้ง


16.50 น. ตำรวจขว้างแก๊ซอีกหนึ่งลูก ผู้ชุมนุมตะโกนขอน้ำ ระหว่างนั้นมีผู้ชุมนุมบางคนน่าจะขว้างขวดน้ำกลับ มีเสียงตะโกนบอกห้ามปราม


17.03 น.  มีการฉีดน้ำประมาณ 1 นาที


17.10 น. ผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองที่อยู่งริเวณถนนทหาร มุ่งหน้าสะพานแดงเริ่มเข้าปาสิ่งของใสผู้ชุมนุมคณะราษฎร การ์ดบอกให้ทุกคนถอยและใจเย็นๆ มีบางส่วนวิ่งกลับไปปาสิ่งของคืนโต้ตอบกับมวลชนเสื้อเหลือง ทำให้การ์ดรีบวิ่งเข้าไปห้าม


17.11 น. ตำรวจฉีดน้ำอีกครั้ง 


17.13 น. ตำรวจฉีดน้ำอีกครั้ง มีการใช้ปืนยิงแก๊ซน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม


17.17 น. การ์ดนำเสื่อสีเหลืองไปปคลุมแบริเออร์ปูน ตำรวจฉีดน้ำเป็นระยะ มีประชาชนสวมเสื้อกันฝนถือป้ายหยุดทำร้ายประชาชนไปยืนใกล้แนวแบร์ริเอร์ 


17.18 น. มีการฉีดน้ำอีกรอบ


17.20 น. ทีมการ์ดไปประชิดแนวแบริเออร์แต่ก็ถูกฉีดน้ำใส่จนล่าถอยออกมา


17.22 น. ตำรวจยังคงฉีดน้ำเรื่อยๆ


17.25 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำและยิงแก๊ซน้ำตาอีกครั้ง


17.26 น. ตำรวจประกาศว่า จะใช้กระสุนยาง


17.29 น. เจ้าหน้าที่ประกาศจะใช้แก๊ซน้ำตา เมื่อประกาศเสร็จก็โยนมาเลย มีควันพวยพุ่ง ผู้ชุมนุมตะโกนเรียกรถพยาบาล ตำรวจฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง ผู้ชุมนุมแนวหลังเริ่มได้รับผลกระทบจากแก๊ซน้ำตา


17.44 น. ผู้ชุมนุมชูนิ้วกลางและตะโกนด่าตำรวจ มีเสียงตะโกนระหว่างผู้ชุมนุมว่าให้ถือเสื่อเตรียมพร้อม ตำรวจใช้เครื่องเสียงประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องว่า ตำรวจทำตามกฎหมายและดำเนินมาตรการจากเบาไปหาหนัก ขณะนี้ผู้ชุมนุมจุดอื่นๆให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างดี เหลือเพียงจุดนี้จุดเดียว และบอกว่าหากผู้ชุมนุมไม่เชื่อฟังต่อไปจะใช้น้ำผสมแก๊ซน้ำตา


17.51 น. ตำรวจประกาศว่าเสียใจที่ต้องฉีดน้ำและต้องใช้แก๊ซน้ำตา พอพูดจบผู้ชุมนุมก็ตะโกนด่าด้วยความไม่พอใจ


17.55 น. ตำรวจขว้างแก๊ซน้ำตาเข้าไปหาผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมเก็บและขว้างกลับไป บางส่วนไปประชิดแนวแบร์ริเออร์และใช้เสื่อกระชากลวดหนาม ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมจนต้องล่าถอยออกมา


17.58 น. ตำรวจขว้างแก๊ซน้ำตาไปหาผู้ชุมนุมอีกครั้ง


18.03 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำพุ่งไปที่แนวแบร์ริเออร์


18.06 น. แกนนำประกาศว่า เวทีไฟดับให้ผู้ชุมนุมถอยออกมา มีการขว้างแก๊ซน้ำตาอีกครั้ง


18:11 น. มีรถฉีดน้ำเข้ามาอีกหนึ่งคัน รวม 3 คัน  ระหว่างที่รถพยาบาลวิ่งออกไปเห็นผู้ชุมนุมในรถเลือดออกค่อนข้างเยอะ ขณะเดียวกันก็มีการ์ดวิ่งมาบอกว่าคนเจ็บเยอะติดอยู่ข้างใน ขอรถพยาบาลเพิ่มอีก


18:13 น. ตำรวจยังคงฉีดน้ำอยู่เรื่อยๆ มีการผลัดเปลี่ยนกำลังพลให้ออกไปล้างหน้าบ้าง


18.26 น. ด้านหน้ารัฐสภาตำรวจไม่น้อยกว่า 1,000 นายเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน


18.29 น. ตำรวจยิงแก๊ซน้ำตาอีก 2 ครั้งมาจากหลังรถฉีดน้ำแรงดันสูง


18:31 น. ตำรวจเตรียมตัวใส่หน้ากากและยิงแก๊ซน้ำตาอีกครั้ง

18.34 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำอีก 1 ครั้ง


18.38 น. มีการใช้ปืนยิงแก๊ซน้ำตา 2 ครั้ง


18.40 น. มีการใช้ปืนยิงแก๊ซน้ำตา 6 ครั้ง


18.44 น.  ผู้ชุมนุมตะโกนเรียกรถพยาบาล มีเสียงการ์ดประกาศผ่านโทรโข่งว่า โตโต้ (ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ด)ขอให้พักก่อน ให้มวลชนกลับมาตั้งแถวและประกาศว่า อย่าขว้างปาสิ่งของเข้าไปในบุญรอดและในค่ายทหาร เราชุมนุมโดยสงบ ไม่มีการใช้อาวุธ 


18.46  น. การ์ดประกาศว่า เหลือแนวลวดหนาม 1 ชั้น การ์ดกำลังหาวิธีรื้อถอน ขอมวลชนใจเย็นๆอย่าขว้างปาเข้าไป


18.49 น.  ตำรวจฉีดน้ำใส่การ์ดตรงแนวหน้าอีกครั้ง


18.51 น. ตำรวจแจกกระสุนแก๊ซน้ำตาและกระสุนยางให้ตำรวจ 10 นาย 


18.57 น. ผู้ชุมนุมฝั่งเกียกกายถึงแนวกั้นบุญรอด มีการดันกับตำรวจแล้ว


18.58 น. ตำรวจประกาศว่า มีการแจ้งเตือนเป็นระยะ เริ่มจากใช้น้ำ น้ำผสมแก๊ซ ปืนยิงแก๊ซ ตอนนี้มีตำรวจอยู่หลังแนวจำนวนมาก หากผู้ชุมนุมยังฝ่าฝืนจะจับกุมอย่างเฉียบขาด


19.00 น. ผู้ชุมนุมบางส่วนขนน้ำเข้าไปเป็นระยะ มีการ์ดผู้ชุมนุมประกาศด้วยลำโพงว่า ฝั่งอุตสาหกรรมทหารผู้ชุมนุมยึดรถน้ำได้  1 คันแล้ว ขอความกรุณาผู้ชุมนุมอย่าขว้างปาสิ่งของเข้าไปเพราะจะโดนการ์ด ระหว่างนั้นมีเสียงเตือนของตำรวจว่า เตรียมใช้น้ำผสมแก๊ซน้ำตา ขณะที่ทีมการ์ดพยายามดึงลวดหนามออกเป็นระยะ ตำรวจประกาศว่า เตรียมใช้น้ำผสมแก๊ซ เมื่อสิ้นเสียงก็ยิงทันที 2 ครั้ง  


19:06 น. ผู้ชุมนุมจากเกียกกายมาประกบหลังตำรวจที่แนวกั้นบุญรอดที่มีอยู่ประมาณ 1,000 นาย พร้อมรถฉีดน้ำ 3 คัน รถบรรทุกน้ำ 1 คัน ขณะที่ด้านหลังแนวกั้นทางฝั่งบุญรอดมุ่งหน้าบางกระบือยังมีผู้ชุมุนมอยู่ ตำรวจประกาศเตือนเตรียมยิงแก็ซน้ำตาและยิงทันที 3-4 ครั้ง 


19.07 น. ตำรวจใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุม


19.09 น. ผู้ชุมนุมร่วมตะโกนขี้ข้าเผด็จการ ประชาชนบางส่วนเดินเข้าไปแนวหน้ามีการฉีดน้ำและยิงแก๊ซน้ำตา 1 นาทีประมาณ 4 ครั้ง 


19.11 น. มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากแก๊ซน้ำตาและถูกหามออก
ไปจากแนวกั้นบุญรอด 


19.15 น. ตำรวจฉีดน้ำอีกหนึ่งครั้ง ระหว่างนี้ก็มีการดึงลวดหนามออกมาเป็นระยะ การ์ดที่ใช้เครื่องเสียงบอกว่าผู้ชุมนุมอีกฝั่งกำลังมาช่วยเรา ขณะเดียวกันตำรวจก็ประกาศเตรียมใช้แก๊ซน้ำตาและมีการยิง 2 ครั้ง


19.19 น. การ์ดผู้ชุมนุมบนรถโมบาย ประกาศขอนมสด น้ำแข็งและหน้ากากที่แนวหน้า ระหว่างนั้นมียิงแก๊ซน้ำตา 2 นัด


19. 21 น. รถฉีดน้ำหนึ่งคันหันหน้าไปทางผู้ชุมนุมที่มาจากเกียกกาย ตำรวจยังคงฉีดน้ำและยิงแก๊ซน้ำตาไปทางผู้ชุมนุมฝั่งบุญรอด มุ่งหน้าบางกระบือเรื่อยๆ


19.22 น. การ์ดประกาศว่า มีแก็ซน้ำตามาตกใกล้เตนท์พยาบาลฝั่งบุญรอด มุ่งหน้าบางกระบือ ขอให้ผู้ชุมนุมหรือการ์ดที่มีถุงมือหยิบและโยนลงคลอง ระหว่างนี้มีการยิงแก๊ซน้ำตาไม่น้อยกว่า 6 นัด 


19:27 น. พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพกวินบอกว่า "จะไม่มีการเจรจาจนกว่าจะหยุดยิงกระสุนยาง"


19.44 น. การ์ดและพยาบาลอาสาเดินขนาบตำรวจควบคุมฝูงชน 10 นายออกจากหน้ารัฐสภา ทางแยกเกียกกาย


20.00 น. สถานการณ์ที่หน้ารัฐสภาสงบ มีการปราศรัยจากแกนนำ

////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ประมวลการสลายการชุนนุมที่แนวกั้นแยกเกียกกาย


14.10 น. แยกบางโพ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคอยโบกรถประมาณ 10 และกลุ่มแดงก้าวหน้าโบกธง และการ์ดอาสา(ผ้าพันคอชมพู) อยู่เกาะกลางถนนจำนวนประมาณ 10-15 คน  และมีรายงานว่า มวลชนเสื้อเหลืองเริ่มทยอยขึ้นรถบัสและเดินเท้ากลับออกมาจากแยกเกียกกาย มุ่งหน้าแยกบางโพ


14.15 น. ที่แยกบางโพ ผู้ชุมนุมคณะราษฎรประมาณ 100-150 คน ยืนอยู่บนทางเท้าทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก โดยรถเครืองเสียดายอยู่ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าเกียกกาย


14.30 น. ผู้ปราศรัยประกาศให้พี่ทีมการ์ดประกาศให้ตั้งแนว พร้อมเดินไปเกียกกายแล้ว


14.51 น.  ตำรวจควบคุมฝูงชนพร้อมชุดเกราะและโล่เตรียมตั้งแถวบริเวณแยกเกียกกาย ขณะที่การ์ดและผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวมาจากแยกบางโพเข้าโดยมีชลธิชา แจ้งเร็วเป็นผู้นำขบวนเข้ามา พร้อมเป็ดเหลือง 


15.00 น. รถฉีดน้ำแรงดันสูงเคลื่อนตัวออกมาจากถนนทหารรับมือผู้ชุมนุมจากบางโพ


15.01 น. ผู้ชุมนุมจากแยกบางโพขึ้นสะพานข้ามแยกไม่ถึง 200 เมตรจะถึงแยกบางโพ ตอนนี้รถฉีดน้ำหลังแนวกั้นตำรวจมี 2 คัน


15.02 น. ผู้ชุมนุมถึงแยกเกียกกาย ตำรวจประกาศเขตห้ามการชุมนุม 50 เมตรจากรัฐสภา


15.06 น. ตำรวจประกาศจะฉีดน้ำและประกาศกฎหมายอย่างต่อเนื่อง


15.08 น. จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ปราศรัยอย่างต่อเนื่องและขอให้ตำรวจเปิดทางให้ประชาชนเข้าไปติดตามการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้านผู้ชุมนุมเตรียมสวมเสื้อกันฝนและหมวกกันน็อค


15.10 น. ผู้ชุมนุมขยับเข้าใกล้รถตำรวจ จตุภัทร์ประกาศต่อว่า ท่านอยู่ในเขตภาษีของราษฎร ถ้าเราต่อสู้ เปลี่ยนแปลงได้ชีวิตพวกพี่และครอบครัวพี่จะดีขึ้น พี่ไม่เข้าใจหรือว่า ความเหลื่อมล้ำมันเกิดจากอะไร วันนี้เราพร้อมทีจะมาเปลี่ยนแปลงประเทศแล้ว


15.11 น.  ตำรวจฉีดน้ำประมาณ 2 วินาที จตุภัทร์ขอให้หยุดฉีดน้ำ ผู้ชุมนุมไม่ถอย


15.13 น. ฉีดน้ำรอบ 2 เป็นน้ำสีม่วง 15 วินาที 


15.15 น. ผู้สังเกตการณ์แจ้งว่า น้ำที่ฉีดออกมาทำให้ผู้สัมผัสมีอาการแสบจมูก ตำรวจยังประกาศว่า ผู้ชุมนุมกระทำผิดกฎหมาย


15.20 น. ประกาศจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้ผู้ชุมนุมถอยขยับให้พ้นแนวกั้นตำรวจ ผู้ชุมนุมไม่ยินยอมถอยจะเห็นได้ว่า ผู้ที่อยู่แนวหน้าจำนวนไม่น้อยเป็นเยาวชน


15.25 น. ตำรวจประกาศอีกครั้ง ให้ออกจากแนวกีดขวาง


15.27 น. แนวตำรวจพร้อมโล่และหน้ากากมาเสริมที่หลังรถฉีดน้ำ มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากการฉีดน้ำไม่น้อยกว่า 20 คน


15.32 น. ตำรวจประกาศเรื่องการฉีดน้ำอีกครั้ง


15.34 น. ตำรวจประกาศให้สื่อมวลชนถอยออกจากแนวกั้น


15.38 น. ตำรวจฉีดน้ำอีกครั้ง น้ำผสมแก๊ซน้ำตา ทำให้ผู้ชุมนุมล่าถอย มีเด็กคนหนึ่งอาเจียนออกมาอย่างหนัก


16.18 น. ตำรวจฉีดน้ำผสมแก๊ซน้ำตาอีกครั้ง


16.22 น. ตำรวจฉีดน้ำต่อเนื่องแม้ผู้ชุมนุมจะถอยแล้วก็ตาม


16.25 น.  พริษฐ์ ชิวารักษ์ เข้าพื้นที่ผู้ชุมนุมประกาศจะเอารถฉีดน้ำไปฉีดใส่ตำรวจให้แหวกทาง ตำรวจยังคงเติมน้ำใส่รถบรรทุกน้ำอย่างต่อเนื่อง


16.30 น. ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ รายงานผู้บาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา เข้ารับการรักษาที่รพ.วชิรพยาบาล จำนวน 5ราย


16.36 น. พริษฐ์เรียกมวลชนมาเติมด้านหน้าพร้อมประกาศว่า “เราจะรบกับศักดินา”


16.38 น. ตำรวจฉีดน้ำอีกครั้ง


16.42 น. ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงให้คนที่อยู่บนสะพานลอยแยกเกียกกาย ลงมาด้านล่าง


16.47 น. ตำรวจฉีดน้ำสีม่วงและมีรถฉีดน้ำมาเสริมอีก 1 คัน (รวม 3 คัน) ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า  ยืนอยู่ห่างจากแนวกั้น 500 เมตรยังอยู่รู้สึกแสบหน้า


16.49 น. มวลชนบนสะพานลอยแยกเกียกกายเริ่มตะโกนด่าตำรวจด้านล่างที่ขอให้ทุกคนลงจากสะพานลอย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ขึ้นมาผลักดันสื่อให้ทยอยลงจากสะพานลอยแล้ว


16.53 น.ตำรวจมีการฉีดน้ำหนักขึ้นเนื่องจากมีความพยายามจะทำลายสิ่งกีดขวาง


16.57 น. ตำรวจมีการฉีดน้ำอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 20 วินาที แกนนำประกาศให้มวลชนลุยเข้าไป


16.59 น. มีการใช้แก๊ซน้ำตาแบบควัน แนวหน้าล่าถอยออกมาจำนวนหนึ่งออกมาล้างหน้า


17.09 น. มวลชนที่ทะลุแนวกั้นไปได้แล้ว เข้าไปปะทะกับเจ้าหน้าที่ การ์ดอาชีวะมากั้นระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ การ์ดขอให้ผู้ใจเย็นและหลีกเลี่ยงการปะทะ ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า ตอนที่มวลชนทะลุผ่านเข้าไปได้เนื่องจากจู่ๆรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คันถอยหลัง ตำรวจที่วางกำลังอยู่แนวกั้นมวลชนเหลืองถอย ทำให้ผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองกรูเข้าไปหาผู้ชุมนุมคณะราษฎรแล้วขว้างของใส่กัน ตอบโต้กันพักนึง ฝ่ายการ์ดผู้ชุมนุมคณะราษฎรพยายามห้ามให้ฝั่งตัวเองหยุด มวลชนเสื้อเหลืองไม่มีใครห้าม สักพักหนึ่งจึงเห็นว่า ทั้ง 2 ฝ่ายต่างห้ามมวลชนตนเองจนสถานการณ์สงบ


17.12 น. มีรถตำรวจขับเข้ามาที่แยกเกียกกาย ผู้ชุมนุมวิ่งเข้าไปล้อมรถ  ทำให้การ์ดรีบสิ่งเข้าไปกันผู้ชุมนุมออกและบอกให้ใจเย็นๆ ขณะที่จตุภัทร์เรียกมวลชนไปเพิ่มด้านหน้า


17.35 น. ตำรวจเริ่มฉีดน้ำสีม่วง โดยส่งผลให้แสบหน้าแสบตา  ขณะที่พริษฐ์และภาณุพงศ์ที่จะเข้าไปเจรจาต้องล่าถอยออกมา


17.45 น. ตำรวจเริ่มฉีดน้ำสีม่วงอีกครั้ง


17.51 น. ตำรวจยิงแก๊ซน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม


18.18 น. ผู้ชุมนุมเลื่อนรถเมล์ที่เป็นแนวกั้นออกไปได้ 1 คัน ตำรวจยังคงฉีดน้ำสีม่วงใส่ผู้ชุมนุม 


18.40 น. มีการตั้งแนวเผชิญหน้ากันระหว่างคณะราษฎรและมวลชนเสื้อเหลืองที่อยู่บริเวณถนนทหารมุ่งหน้าสะพานแดง ขณะที่แนวกั้นเกียกกายฝั่งสามเสนตำรวจยังไม่ถอยฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมคณะราษฎรอยู่เรื่อยๆ


18.49 น. ผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้นที่ 2 ที่แยกเกียกกายและมุ่งหน้าไปที่ด้านหน้ารัฐสภา โดยผ่านรถฉีดน้ำแรงดันสูงที่ตำรวจทิ้งไว้ 2 คัน ถัดไปด้านหน้ามีตำรวจตั้งแนวอยู่


18.54 น. มีการปล่อยลมยางรถฉีดน้ำแรงดันสูง


19.23 แกนนำประกาศว่า แก๊ซแอ็นจีวีรั่วจากรถเมล์ ขอให้มวลชนออกห่าง ห้ามมีประกายไฟ มวลชนค่อยข้างตกใจ วิ่งไปทางหน้าสภา แกนนำพยามบอกให้ถอยอย่าสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์จนกว่าจะประกาศว่า เหตุการณ์ปกติแล้ว


20.11 น. เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงแจ้งว่า ปิดวาล์ลแก๊ซได้แล้ว ไม่มีการรั่วไหลแล้ว แต่อาจมีตกค้างอยู่ขอให้ประชาชนระมัดระวังให้เดินผ่านไปโดยไม่ใช้โทรศัพท์หรือทำให้เกิดประกายไฟ 

////////////////////////////////////////////////////////////////////


ประมวลการปิดกั้นพื้นที่รอบสภา

ที่ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญสาย 1 แยกเลี้ยวขวามุ่งหน้าแยกบางโพ-รัฐสภา การจราจรติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากตำรวจปิดการจราจรมุ่งหน้าสภา ไม่ให้รถยนต์ผ่านแต่มอเตอร์ไซค์ยังคงผ่านมาได้จนถึงสะพานข้ามคลองก่อนถึงแยกเกียกกาย มีตำรวจวางแนวกั้นและรถตำรวจขวางไว้ ไม่ให้ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ขาเข้ามุ่งหน้าแยกเกียกกายผ่านไปได้ ยกเว้นรถยนต์ที่มาจากถนนทหารขาออกมุ่งหน้าแยกบางโพเท่านั้น

ที่แยกเกียกกาย รถยนต์จากถนนทหารเลี้ยวขวาแยกบางโพยังคงผ่านมาได้ ตำรวจตั้งแนวกีดขวางที่แยกเกียกกายสองทางคือ

ถนนสามเสนข้ามแยกมุ่งหน้าไปรัฐสภา มีรถเมล์ขวาง รั้วลวดหนามและแบริเออร์ปูนแต่ยังเปิดช่องทางให้สัญจรได้ 1 ช่องทาง ถนนสามเสนจากหน้าบุญรอดมีการวางแนวกั้น รั้วลวดหนามและแผงเหล็กกั้น บริเวณใกล้เคียงมีรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คันและรถบรรทุกน้ำ 2 คัน

ถนนทหารเลี้ยวขวาเข้าถนนสามเสน มีรถตู้ตำรวจขวาง ตำรวจตั้งแถวเป็นแนว ด้านหน้ามีรั้วลวดหนามสูงประมาณ 2 เมตร เปิดช่องทางการจราจร 1 ช่องทางให้เลี้ยวขวาไปทางแยกบางโพ 

ถนนทหารมุ่งหน้าท่าน้ำเกียกกาย ตำรวจพักอยู่ภายในศูนย์ราชการกรุงเทพมหานครและวัดแก้วฟ้าจุฬามณีฯ สังกัดมีทั้งตำรวจภูธรและตระเวนชายแดน  บริเวณศูนย์ราชการมีแนวกั้นอีก 1 แนว เป็นรั้วสังกะสี รั้วลวดหนาม ยังเปิดช่องทางให้เดินเข้าออก 1 ช่องทาง แต่มีการเตรียมอุปกรณ์เตรียมไว้ปิดช่องทางทั้งหมดได้ (ปิดในช่วงเวลา 15.00 น.) ใกล้กันมีรถฉีดน้ำแรงดันสูง ป้ายทะเบียน 10374 และรถบรรทุกน้ำ 1 คัน

อ้างอิง
https://news.thaipbs.or.th/content/298413
https://www.matichon.co.th/politics/news_2445699