ปกป้องสถาบันฯ : ไทยภักดีค้านแก้รัฐธรรมนูญ

วันที่2563-11-17

เวลา9:00

สถานที่รัฐสภา เกียกกาย จ.กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 300

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เวลา 9.00 น. ที่ประชุมสภามีนัดพิจารณาเพื่อลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยร่างที่จะพิจารณามีทั้งหมด 7 ร่าง เป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านและภาคประชาชนที่รวบรวมรายชื่อมากกว่าหนึ่งแสนรายชื่อ โดยฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านการชุมนุมนัดรวมตัวกันแสดงออก 4 กลุ่มด้วยกันดังนี้

๐ เวลา 9.00 -11.00 น. รัฐสภา ไทยภักดี โดยวรงค์ เดชกิจวิกรมชุมนุมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560
๐ เวลา 9.00-22.00 น. รัฐสภา การเมืองภาคประชาชน โดยการเมืองภาคประชาชน สุรวัฒน์ สังขเลิศ 
๐ เวลา 15.00 น. รัฐสภา คณะราษฎรและพีเพิ้ลโกนัดชุมนุมจนกว่าสภาจะมีมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 

การชุมนุมของไทยภักดีนำโดยวรงค์ เดชกิจวิกรม เริ่มต้นในเวลา 9.00 น. มีมวลชนจากศปปส. กลุ่มศิษย์เก่าและเยาวชนชาวอโศกมาเสริมด้วยไม่น้อยกว่า 300 คน ต่อมาเวลา 10.44 น. รองประธานวุฒิสภาเป็นตัวแทนมารับหนังสือ  จากนั้นวรงค์จึงเดินทางไปยื่นหนังสื่อที่สำนักงานอัยการสูงสุดต่อ โดยยังมีมวลชนบางส่วนปักหลักอยู่

ลำดับเหตุการณ์

16 พฤศจิกายน 2563

เวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแถลงข่าว พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 มีการชุมนุม 3 กลุ่มคือ  ไทยภักดีแจ้งการชุมนุมวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ตั้งแต่เวลา 9.00-14.00 น. (วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำได้แจ้งว่า จะทำกิจกรรมเสร็จสิ้นไม่เกินเวลา 12.00 น. ),  การเมืองภาคประชาชนแจ้งชุมนุมสองวันคือวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2563 เวลา  9.00-22.00 น. ของทั้งสองวัน และคณะราษฎร ยังไม่มีการแจ้งการชุมนุม 

โดย 2 กลุ่มแรกที่แจ้งการชุมนุมแล้วตำรวจได้ออกเงื่อนไขตามมาตรา 14-16 ของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ คือ ห้ามใช้ป้ายข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือยุยงปลุกระดมเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุม, ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้สตช.กำหนดระดับเสียงสูงสุดไม่เกิน 115 เดซิเบลและค่าเฉลี่ยตลอด 24 ชั่วโมงไม่เกิน 70 เดซิเบล, การชุมนุมต้องสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ กระทำโดยสุจริต ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ไม่กระทบต่อสิทธิผู้อื่นตามรัฐธรรมนูญและต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกของรัฐสภา

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า การชุมนุมทางน้ำอาจเกิดอันตรายและกีดขวางการสัญจรทางน้ำของประชาชน จึงไม่อยากให้มีการชุมนุมทางน้ำ ส่วนนี้กรมเจ้าท่าจะเข้ามาดูแลเรื่องนี้ และยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่เพียงพอในการรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าการชุมนุมสองกลุ่มแรกมาจนเต็มพื้นที่แล้วก็จะให้ไปที่ถนนประชาราษำร์บำเพ็ญสาย 1 หรือถนนสามเสนตั้งแต่แยกวชิระ ซึ่งจะต้องห่างไกลกันสักนิด อาจจะมีตำรวจหรือแนวรั้วกีดขวางตามความเหมาะสม แยกกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีความเห็นแตกต่างกันเพื่อความปลอดภัย ผู้ใดที่ยื่นการชุมนุมสาธารณะก็น่าจะได้สิทธิก่อน ตำรวจกำลังพิจารณาเรื่องการจัดจุดคัดกรองเพื่อตรวจสอบอาวุธและระบุอัตลักษณ์ของผู้ชุมนุมที่เข้าไปอยู่ในกลุ่มได้ เหมือนในต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามเรื่องการกินหมูกระทะและการย่างกุ้งในพื้นที่ชุมนุม พล.ต.ต.ปิยะตอบว่า อาจเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ความสะอาดฯ, พ.ร.บ.สาธารณสุชและพ.ร.บ.การจราจรทางบกฯ 

17 พฤศจิกายน 2563

9.00 น. มวลชนกลุ่มไทยภักดีจำนวนหนึ่งนำโดยวรงค์ เดชกิจวิกรม จะเข้าไปบริเวณหน้ารัฐสภา ถนนสามเสน แต่ตำรวจตระเวนชายแดนที่วางกำลังอยู่ไม่ให้เข้า และเจรจากันอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่สำเร็จจึงออกมารวมตัวกันกับกลุ่มศปปส. และกลุ่มศิษย์เก่าและเยาวชนชาวอโศกที่ปักหลักบริเวณฟุตบาทถนนเส้นประชาราษฎร์สาย 1 

10.01 น. วรงค์ เดชกิจวิกรมกล่าวว่า จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ยื่นคำร้องผ่านอัยการสูงสุดที่จะพิจารณาส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการต่อไป วันนี้สถานการณ์คลี่คลาย ทุกจังหวัดที่คนเหล่านี้ (ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คณะก้าวหน้า)ไปจะมีคนต่อต้านและมีการร้องเพลงหนักแผ่นดิน ขอให้พี่น้องสบายใจว่า ขณะนี้ทุกคนตื่นขึ้นมาเพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติ ผมยืนยันว่า เกมส์นี้เนื่องจากคนที่ต่อสู้เป็นลูกหลานไม่ใช่ศัตรูเราเพียงแค่เขาเข้าใจผิดคนที่เราต้องต่อสู้คือพวกแกนนำและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เราจะไม่ใช้ความรุนแรงใดๆทั้งสิ้น เราจะใช้ความจริงเท่านั้นในการต่อสู้ เราจะชุมนุมใหญ่วันที่ 5 ธันวาคม 2563 เพื่อยืนยันว่า แผ่นดินนี้ต้องมีพระมหากษัตริย์

10.04 น. ตัวแทนศปปส. กล่าวว่า เราจะร่วมกันปกป้องสถาบันและคงไวัซึ่งสถาบันให้อยู่ยืนนาน หมวดที่หนึ่งและสองของรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า จะไม่แก้ ประเทศไทยจะไม่สามารถแบ่งแยกได้เพื่อรักษาด้ามขวานอันศักดิ์สิทธิ์และเรื่องสถาบันกษัตริย์ ตอนนี้การชุมนุมของคณะราษฎรไม่มีแล้วเรื่องการให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีแต่เรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ "ผมไม่โง่และไม่ยอมให้ใครมาปลุกปั่น ที่จะมาล้มล้างสถาบันกษัตริย์...ทุกวันนี้ประเทศไทยในอดีตเขาเลิกทาสไปนานแล้ว แต่วันนี้มันกลับดึงประชาชนกลับไปเป็นทาสอีกครั้ง เราจะไม่ยอมเป็นทาสนักการเมือง ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้เลวร้ายตรงไหนเลย...ที่เราออกมาเราทนไม่ได้แล้วที่เห็นพวกสามนิ้วออกมาจาบจ้วง วันนี้มีอย่างเดียวจาบจ้วงพระมหากษัตริย์และโจมตีในหลวงและพระราชินีของเรา"

10.31 น.พลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาเข้ารับหนังสือและกล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มาแสดงออก โดยจะนำไปเสนอประธานวุฒิสภาและบอกกล่าวสมาชิกวุฒิสภา พร้อมกล่าวเสริมอีกว่า ประเทศที่อยู่ในระบบประชาธิปไตย ต้องมีความเห็นต่างและท่านได้แสดงเจตนาที่อยู่ในขอบเขต ในขื่อในแปแล้ว

10.44 น. ขบวนรถพร้อมเครื่องเสียงเคลื่อนขบวนนำโดยวรงค์ไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด โดยให้มวลชนบางส่วนปักหลักอยู่ที่นี่ และหากใครอยากจะตามมาให้ขึ้นรถเมล์สาย 66 ไปศูนย์ราชการฯ และเมื่อยื่นหนังสือเสร็จจะกลับมาอีกครั้ง


////////////////////////////////////////////////////////////

การปิดกั้นพื้นที่รอบรัฐสภา

ที่ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญสาย 1 แยกเลี้ยวขวามุ่งหน้าแยกบางโพ-รัฐสภา การจราจรติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากตำรวจปิดการจราจรมุ่งหน้าสภา ไม่ให้รถยนต์ผ่านแต่มอเตอร์ไซค์ยังคงผ่านมาได้จนถึงสะพานข้ามคลองก่อนถึงแยกเกียกกาย มีตำรวจวางแนวกั้นและรถตำรวจขวางไว้ ไม่ให้ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ขาเข้ามุ่งหน้าแยกเกียกกายผ่านไปได้ ยกเว้นรถยนต์ที่มาจากถนนทหารขาออกมุ่งหน้าแยกบางโพเท่านั้น

ที่แยกเกียกกาย รถยนต์จากถนนทหารเลี้ยวขวาแยกบางโพยังคงผ่านมาได้ ตำรวจตั้งแนวกีดขวางที่แยกเกียกกายสองทางคือ

ถนนสามเสนข้ามแยกมุ่งหน้าไปรัฐสภา มีรถเมล์ขวาง รั้วลวดหนามและแบริเออร์ปูนแต่ยังเปิดช่องทางให้สัญจรได้ 1 ช่องทาง ถนนสามเสนจากหน้าบุญรอดมีการวางแนวกั้น รั้วลวดหนามและแผงเหล็กกั้น บริเวณใกล้เคียงมีรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คันและรถบรรทุกน้ำ 2 คัน

ถนนทหารเลี้ยวขวาเข้าถนนสามเสน มีรถตู้ตำรวจขวาง ตำรวจตั้งแถวเป็นแนว ด้านหน้ามีรั้วลวดหนามสูงประมาณ 2 เมตร เปิดช่องทางการจราจร 1 ช่องทางให้เลี้ยวขวาไปทางแยกบางโพ 

ถนนทหารมุ่งหน้าท่าน้ำเกียกกาย ตำรวจพักอยู่ภายในศูนย์ราชการกรุงเทพมหานครและวัดแก้วฟ้าจุฬามณีฯ สังกัดมีทั้งตำรวจภูธรและตระเวนชายแดน 

บริเวณศูนย์ราชการมีแนวกั้นอีก 1 แนว เป็นรั้วสังกะสี รั้วลวดหนาม ยังเปิดช่องทางให้เดินเข้าออก 1 ช่องทาง แต่มีการเตรียมอุปกรณ์เตรียมไว้ปิดช่องทางทั้งหมดได้ ใกล้กันมีรถฉีดน้ำแรงดันสูง ป้ายทะเบียน 10374 และรถบรรทุกน้ำ 1 คัน

ท่าน้ำเกียกกายประชาชนยังคงเดินทางด้วยเรือได้