#ม็อบ15ตุลา : #15ตุลาไปราชประสงค์

วันที่2563-10-15

เวลา16:00

สถานที่แยก ราชประสงค์ Ratchaprasong Intersection จ.กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาลาออก, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์และปล่อยตัวนักกิจกรรมที่ถูกจับกุมไประหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2563

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 10000

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

501-1,000

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

#15ตุลาไปราชประสงค์ ตามที่มีการนัดหมายชุมนุมต่อเนื่องมาจากวันที่ 14 ตุลาคม 2563 และจากการสลายการชุมนุมเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 ตุลาคม 2563 ภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในสถานการณ์ร้ายแรง

แม้จะนัดหมายกันในเวลา 16.00 น. แต่ประมาณเวลา 15.00 น. ผู้ชุมนุมก็เริ่มมารวมตัวกันบริเวณแยกราชประสงค์ พร้อมชูป้ายแสดงออกและชูสามนิ้ว โดยมีการตะโกนไล่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และตะโกนเรียกร้องให้ปล่อยแกนนำผู้ชุมนุม ในช่วงเริ่มการชุมนุมมีการผลักดันกัน ตำรวจพยายามลากตัวผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ แต่มีการช่วยเหลือไว้ได้จนได้รับการปล่อยตัว ขณะที่กิจกรรมสามารถจัดต่อไปได้จนจบ มีรายงานการจับกุมหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม

ลำดับเหตุการณ์

เวลา 15.00 น. ผู้ชุมนุมก็เริ่มมารวมตัวกันบริเวณแยกราชประสงค์ พร้อมชูป้ายแสดงออกและชูสามนิ้ว โดยมีการตะโกนไล่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และตะโกนเรียกร้องให้ปล่อยแกนนำผู้ชุมนุม ขณะที่มีรายงานว่าบริเวณสกายวอล์คฝั่งเซ็นทรัลเวิลด์ มีเหตุชุลมุนระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมีพยายามดันให้ผู้ชุมนุมถอยออกไปจากพื้นที่

เวลาประมาณ 15.43 น. มีผู้ชุมนุมมารวมตัวกันราว 1,000 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มปิดถนน เริ่มตั้งแต่ถนนราชดำริ ตั้งแต่แยกราชประสงค์จนถึงบริเวณแยกประตูน้ำ ขณะเดียวกันก็เริ่มตั้งแถวขวางไม่ให้ผู้ชุมนุมข้ามเส้นมายังถนนราชดำริฝั่งศาลพระพรหม รวมถึงปิดถนนพระราม 1 ที่จะมุ่งหน้าไปยังสยามพารากอนได้

เวลาประมาณ 15:55 น. เริ่มมีเหตุชุลมุนและการปะทะกันประปราย บริเวณถนนพระรามหนึ่ง ด้านข้างห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ตำรวจยืนขวางตามแนวถนนพระราม 1 กั้นทางเดินระหว่างแยกราชประสงค์กับถนนพระราม1 และมีผู้ชุมนุมทยอยมาเพิ่ม จนยืนประกบแนวหน้า-หลังแถวตำรวจ และมีการผลักดันกันบ้างจนตำรวจต้องสลายแถวเปิดทางให้ผู้ชุมนุมที่เดินทางมาจากถนนพระราม1 เข้ามาเพิ่มที่แยกราชประสงค์

เวลาประมาณ 16.00 กลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักกลางสี่แยกราชประสงค์ ขณะที่ตำรวจเริ่มทยอยเสริมกำลังเข้ามาทั้งจากทางราชดำริ และทางฝั่งประตูน้ำก็เอารถบัสตำรวจสามคันมาจอดกลางถนน ตำรวจพยายามเอารั้วลวดหนามมาวาง แต่ผู้ชุมนุมก็เข้าขัดขวางจนตำรวจต้องล่าถอยไป

เวลาประมาณ 16.10 ภานุพงษ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง เป็นแกนนำที่เริ่มปราศรัยคนแรก โดยใช้ลำโพงตัวเล็กๆ ถึงช่วงนี้คาดว่ามีผู้ชุมนุมรอบบริเวณไม่ต่ำกว่า 2,000 คน ขณะที่ผู้ชุมนุมเริ่มทยอยกันเข้ามาจากทุกทิศทาง จนลำโพงที่ใช้ปราศรัยใช้การไม่ได้

เวลาประมาณ 17.08 ประชาชนเริ่มเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมมากขึ้น แนวกันตำรวจฝั่งศาลท้าวมหาพรหมถูกประชาชนดันจนถอยไปด้านถนนราชดำริ ผู้ชุมนุมเจรจาเพื่อขอขยายพื้นที่และตั้งแนวดัน และช่วยกันดันตำรวจถอยไปประมาณ10 เมตร

ในเวลาประมาณ 17.12 หน้าโรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณมีเหตุชุลมุนเกิดขึ้น เมื่อตำรวจลากผู้ร่วมชุมนุมอย่างน้อง 2 คน อย่างไรก็ตามประชาชนใกล้เคียงเข้ามาช่วยเหลือ ตำรวจจึงจับผู้ชุมนุมไม่สำเร็จ ขณะที่ด้านนอกตำรวจยังคงประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงโดยอ้างคำสั่งห้ามชุมนุมเกินห้าคนตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และอ้างว่า ตำรวจมีอำนาจจับกุมตัว

โดยภาพรวมของการชุมนุมตั้งแต่เวลา 15.00-17.00 ยังมีความวุ่นวาย เพราะไม่มีการนำที่ชัดเจน และไม่มีอุปกรณ์ทั้งเวที และเครื่องเสียง ขณะที่ตำรวจก็พยายามเข้าควบคุมพื้นที่ ผู้ชุมนุมจึงตัดสินใจกันเองและปฏิบัติการกันเอง แต่หลังเวลา 17.00 น.เมื่อมีการนำรถกระบะเข้ามาเป็นเวที แม้จะยังไม่มีเครื่องเสียง แต่ผู้ชุมนุมก็ทยอยเข้ามามากขึ้น และส่วนใหญ่นั่งลงกับพื้น ขณะที่ตำรวจก็ล่าถอยไปไม่พยายามดันพื้นที่เข้ามาอีก ทำให้สถานการณ์คลายความตึงเครียดลงและมีผู้ชุมนุมทยอยเข้ามาสมทบเรื่อยๆ จนถึงค่ำ

เวลาตั้งแต่ 18.00 – 22.00 น. การชุมนุมคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้ชุมนุมเดินทางมายังสี่แยกราชประสงค์กันอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากฝั่งถนนราชดำริ ฝั่งศาลพระพรหม ฝั่งถนนพระราม1 โดยเฉพาะบีทีเอส ชิดลม ที่คนแน่นขนัดเต็มพื้นที่

เมื่อประชาชนเข้ามานั่งเต็มพื้นที่สี่แยกราชประสงค์ ตำรวจก็ไม่มีท่าทีที่จะบีบกระชับพื้นที่เข้ามาอีก แต่ตั้งแถวอยู่รอบๆ โดยเฉพาะหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบริเวณหน้าโรงแรมเอราวัณ และมีการตะโกนโห่ร้องกันระหว่างผู้ชุมนุมกับแถวของตำรวจเป็นจุดๆ โดยไม่รบกวนการชุมนุมที่เดินหน้าไป

เวลาประมาณ 18.10 น. ตำรวจให้รถพยาบาลเปิดไซเรนเข้ามาจอดใกล้พื้นที่ชุมนุม แกนนำประกาศให้รถพยาบาลปิดไซเรน พร้อมเตือนอย่ายัดเยียดความเป็นคนป่วยให้ผู้ชุมนุม ก่อนจะประกาศให้ผู้ชุมนุมเปิดแฟลชมือถือไปยังรถพยาบาล เพื่อสื่อว่าผู้ชุมนุมมีแสงสว่างเพียงพอแล้ว หลังจากนั้นรถพยาบาลจึงปิดไซเรนและขับออกไปทางถนนราชดำริ ต่อมาเมื่อผู้ร่วมชุมนุมเพิ่มจำนวนขึ้น ผู้ชุมนุมได้เจรจากับตำรวจให้ขยับรถพยาบาลออกไป เนื่องจากรถพยายบาลประชิดผู้ชุมนุมมากทำให้การชุมนุมแออัด ผลการเจรจาสำเร็จรถพยาบาลถอยห่างออกไปจากที่ชุมนุมประมาณ 100 - 150 เมตร

ปริมาณผู้ชุมนุมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเวลาประมาณ 18.25 น. บริเวณถนนราชดำริ ฝั่งศาลพระพรหม ผู้ชุมนุมเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอขยายพื้นที่อีก และขอให้ตำรวจถอยออกไป เนื่องจากด้านในแออัดมาก ตำรวจแจ้งว่าขอกลับไปคุยกับนายก่อน อีก 5 นาทีต่อมา ตำรวจยอมถอยไปราว 10 เมตร

ต่อมาเวลาประมาณ 18.44 น. รถกระบะพร้อมเครื่องปั่นไฟและเครื่องเสียงเข้ามาถึงกลางสี่แยกราชประสงค์ ผู้ชุมนุมได้ผลักดันตำรวจฝั่งศาลพระพรหมให้ล่าถอยออกไปอีก

ขณะเดียวกันด้านบนทางเดิน สกายวอล์ค ผู้ชุมนุมเปิดประตูสกายวอล์ค ได้สำเร็จและตำรวจที่เฝ้าอยู่ก็ล่าถอยออกไป ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งที่อยู่บริเวณสกายวอล์คฝั่งห้างเกษร พลาซ่า วิ่งเข้ามาอยู่บนสกายวอล์คเหนือสี่แยกราชประสงค์ ทันใดนั้นประชาชนด้านล่างเลยส่งเสียงเฮต้อนรับ

ต่อมามีการพยายามส่งสัญญาณกันระหว่างผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านล่างกับด้านบนว่า อย่าไปยืนออกันมากบนสกายวอล์ค เกรงว่าจะถล่มลงมา จนเวทีของผู้ชุมนุมประกาศให้คนด้านบนลงมา สถานการณ์จึงไม่น่าเป็นห่วง

ด้านตำรวจก็ยังคงมีการสับเปลี่ยนกำลังกันตามจุดต่างๆ มีรถตำรวจขนกำลังจากภายนอกเข้ามาในพื้นที่เรื่อยๆ และมีการนำรถบัส รถผู้ต้องขัง รถฉีดน้ำเข้ามาในพื้นที่ แต่ไม่ได้ใช้งาน รถจำนวนหนึ่งไปจอดบริเวณที่จอดรถของห้างเซนทรัลเวิร์ดการเข้าออกของกำลังตำรวจ

เวลาใกล้ 22.00 มีฝนโปรยลงมาเบาๆ ทำให้ผู้ชุมนุมเริ่มขยับย้ายที่ ทางเฟซบุ๊กเพจคณะประชาชนปลดแอกก็โพสต์ประกาศว่า จะเลิกการชุมนุมในเวลา 22.00 และนัดหมายการชุมนุมในวันรุ่งขึ้น เวลา 17.00 น. ที่สี่แยกราชประสงค์เช่นเดิม