#ม็อบ18ตุลา: 18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย

วันที่2563-10-18

เวลา15:00

สถานที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จ.กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องและกดดันให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกจับกุมไปดำเนินคดีทั้งหมด และยืนยันข้อเรียกร้อง 3 ข้อ 1. นายกลาออก 2. แก้รัฐธรรมนูญ 3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

1,000-5,000

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

มวลชนทยอยมาร่วมชุมนุมเต็มพื้นที่รอบอนุสาวรีย์ ซึ่งได้มีการเตรียมการในการป้องกันหากมีสลายการชุมนุม 
เจ้าหน้าที่ได้นำรั้วเหล็กมาตั้งเป็นแนวตั้งรับการปะทะ โดยผู้ชุมนุมแต่ละคนมีการเตรียมหมวกกันกระแทก แว่นตากันน้ำ เสื้อกันฝน ร่ม และมีน้ำเปล่าไว้ล้างหน้า 
นอกจากนี้ ผู้ชุมนุมบางส่วนได้มีการชูกระดาษภาพวาดของแกนนำที่ถูกจับกุมตัวไปแล้ว อาทิ รุ้ง ปนัสยา, อานนท์ นำภา, เพนกวิน พริษฐ์, เอกชัย หงส์กังวาน เป็นต้น โดยมีการเรียกร้องให้ปล่อยตัว 
หลังพระอาทิตย์ตกดิน ผู้ชุมนุมได้เปิดแฟลชมือถือพร้อมกัน พร้อมตะโกนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ก่อนที่แกนนำบนเวทีปราศรัยจะประกาศยุติการชุมนุมเมื่อเวลา 20.28 น. พร้อมแจ้งกับมวลชนว่าหลังจากนี้ จะพบกันใหม่ในวันต่อๆ ไป

ลำดับเหตุการณ์

ผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมารวมตัวที่นี่หลังบ่ายสามโมง มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งบนสกายวอล์กและด้านล่าง จากนั้นข้ามถนนไปยึดพื้นที่บริเวณถนนริมฐานอนุสาวรีย์ชัยฯ สะสมมาเรื่อยๆ จนเต็มพื้นที่รอบอนุสาวรี มีการชูป้ายผู้ถูกอุ้มหาย แกนนำที่ถูกจับกุม รวมถึงป้ายข้อความต่างๆ พร้อมตะโกนข้อความสั้นๆ เช่น ข้อความคล้ายๆ "I here Too" "ปล่อยเพื่อนเรา" "เผด็จการจงพินาศ" ฯลฯ และหากแนวหน้าต้องการสิ่งใด ผู้ชุมนุมจะช่วยกันตะโกนซ้ำๆ เช่น "หมวกกับแว่น" 

ในช่วงเย็นมีฝนตกพรำๆ ผู้ชุมนุมใส่เสื้อกันฝนหลากสีสันยืนเต็มพื้นที่ โดยไม่มีแกนนำ ไม่มีเวที ไม่มีลำโพง พวกเขายังร่วมกันร้องเพลงชาติพร้อมชูสามนิ้ว

16.00 น. ตำรวจ สน.พญาไทประกาศขอให้ผู้ชุมนุมขึ้นไปบนฟุตบาทก่อน เพราะกีดขวางการจราจรและไม่สามารถจัดการชุมนุมได้ ผู้ชุมนุมแสดงความไม่พอใจตะโกนใส่ตำรวจให้ออกไปและตะโกนคำว่า "ขี้ข้าเผด็จการ" ตำรวจพยายามชี้แจงว่าการปิดการจราจรเช่นนี้จะทำให้รถพยาบาลไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ ผู้ชุมนุมโต้แย้งว่า ทุกครั้งที่มีรถพยาบาลผ่านมา ผู้ชุมนุมก็เปิดทางให้ตลอด

16.13 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนใช้เครื่องขยายเสียงประกาศให้ผู้ชุมนุมเปิดพื้นที่ให้รถพยาบาล โดยประกาศมาเกือบ 10 นาที รถพยาบาลก็ยังไม่เข้ามา ระหว่างนั้นตำรวจพยายามใช้แผงเหล็กกั้นควบคุมพื้นที่ แต่ผู้ชุมนุมผลักดันจนตำรวจต้องออกนอกพื้นที่ไป ขณะนั้นมีตำรวจนอกเครื่องแบบคอยถ่ายคลิปวิดีโอใบหน้าผู้ชุมนุมที่ผลักดันโดยตลอด เมื่อผลักดันไปถึงเกาะกลางฝั่งพญาไทแล้ว ผู้ชุมนุมจึงกลับฐานอนุสาวรีย์

16.30 ผู้ชุมนุมจากฝั่งดินแดงได้นำแผงกั้นเหล็กบนรถตำรวจมาวางเป็นแนวกั้นฝั่งที่รถเข้าฝั่งเดียว

16.32 น. ผู้ที่ขับรถสัญจรไปมานำน้ำมาให้ผู้ชุมนุม บริเวณถนนพหลโยธินขาเข้าอนุสาวรีย์ชัยฯ ผู้ชุมนุมมายืนกั้นแนวเป็นกำแพงไม่ให้รถเข้ามาในวงเวียนอนุสาวรีย์ และพยายามตะโกนเรียกให้ผู้ชุมนุมด้านบนสกายวอล์กลงมาข้างล่าง

16.56 น. มีรถขับเข้ามาส่งหมวก ข้าว น้ำ และกล่องซึ่งน่าจะบรรจุหมวกนิรภัยโดยผู้ชุมนุมตั้งแถวเรียง 1 ช่วยกันส่งของอัตโนมัติอย่างรวดเร็วเพื่อส่งของไปด้านใน

16.55 น.หน้าห้างเซ็นเตอร์วัน ผู้ชุมนุมก็ลำเลียงข้าวกล่อง หมวกนิรภัย เข้าไปให้ผู้ชุมนุม

17.10 น. ตำรวจนำแผงเหล็กกั้นมาให้ผู้ชุมนุมที่บริเวณถนนพหลโยธิน เชิงสะพานก่อนเข้าวงเวียนอนุสาวรีย์ ผู้ชุมนุมช่วยกันยกแผงเหล็กลง จากนั้นรถตำรวจจึงขับออกไปทันที ผู้ชุมนุมปรบมือให้ตำรวจและเรียงแผงเหล็กซ้อน

เป็นสองชั้นเปิดทางเข้า 1 ช่องทาง และนำตัวล็อคพลาสติกมารัดระหว่างแผงเหล็กแต่ละอัน

17.18 น.ผู้ชุมนุมหลายคนและตำรวจจราจรประมาณ 3 คนพยายามเคลียร์รถตู้หน้าเซ็นเตอร์วันเพื่อขยับแนวกั้นออกมา แต่ระหว่างขยับมีรถพยาบาลผ่านมา ผู้ชุมนุมเปิดทางออกให้โดยเร็ว ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมแนวหน้ามีการพูดปลุกใจกันอยู่เป็นระยะๆ ระหว่างนั้นมีตำรวจจราจรขับมอไซค์เข้าไปในม็อบ ผู้ชุมนุมก็เปิดทางให้เช่นกัน 

17.38 น. ที่หน้า รพ.สงฆ์ มีรถตู้ของ สน.พญาไท 15 คัน รถบรรทุก 3 คน ตำรวจเริ่มตั้งแถวและเดินเข้าสำนักงานเขตพญาไท

หลังหกโมงเย็น อนุสาวรีย์ชัยฯ มีสภาพค่อนข้างมืดกว่าปกติ ผู้ชุมนุมพากันเปิดไฟมือถือเพื่อเพิ่มแสงสว่าง จากนั้นมีรถบรรทุกลำโพงขนาดเล็กเข้ามาโดยมีการประกาศเชิญชวนผู้ที่ปราศรัยได้ขึ้นไปปราศรัย จากนั้นมีผู้ชุมนุมผลัดกันขึ้นปราศรัย

19.18 น. ประชาชนจำนวนมากยังเดินทางมาทางพหลโยธินอย่างต่อเนื่อง มีบางส่วนยืนอยู่ด้านนอกแนวกั้น การ์ดขอร้องให้ประชาชนรีบเข้าไปด้านในเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

19.39 น. มีผู้ชุมนุมคนหนึ่งขึ้นปราศรัยแล้วระบุว่าตนเองเป็นตำรวจคนหนึ่งที่ออกมายืนเคียงข้างประชาชน และขอร้องเพื่อนตำรวจให้ออกมายืนเคียงข้างประชาชนในเวลานี้ ผู้ชุมนุมปรบมือเสียงดังต้อนรับ เขาบอกว่าหากตำรวจจะยืนข้างประชาชนต้องทำตอนนี้ ไม่ใช่สลายการชุมนุมแล้วค่อยออกมาขอโทษ ส่วนคนต่อมาปราศรัยตอนหนึ่งว่า การออกมาต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างซ้ายกับขวา แดงกับเหลือง แต่เป็นการต่อสู้เพื่อไม่ให้ต้องเป็นไพร่-ศักดินากับแบบสมัยก่อน ฯลฯ

20.21 น. ลำโพงปราศรัยกระจายมาอยู่ที่บริเวณทางขึ้นสถานีบีทีเอส มีทั้งผู้พิการทางสายตาจากแม่ฮ่องสอน และนักศึกษาปริญญาเอกที่กล่าวถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญนี้ เช่น ปัญหาของ ส.ว. การลงประชามติในเวลาที่ไม่ปกติ  ผู้ปราศรัยอีกคนหนึ่งกล่าวว่าเคยร่วมชุมนุมกับ กปปส.มาก่อนและวันนี้รู้สึกเสียใจที่ทำเช่นนั้น ฯลฯ 

เวลาประมาณ 20.30 น. ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม ช่วยกันเก็บขยะ และแยกย้ายทยอยกันกลับบ้าน