#จั๊กอ่ายเหว่ยเฮยนู่ละงึด

วันที่2563-10-10

เวลา17:00

สถานที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เพื่อเรียกร้องให้หยุดคุกคามและดำเนินคดีกับประชาชนโดยทันที, สมาชิกวุฒิสภาซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคณะเผด็จการจะต้องลาออกหรือสิ้นอำนาจไป, ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้แทนรัฐธรรมนูญของคณะเผด็จการ โดยสมาชิกสภานั้นจะต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด, ยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนและมีสถาบันกษัตริย์ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแท้จริง

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 100

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

ไม่ต่ำกว่า 23

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

10 ตุลาคม 2563 เวลา 17.00 น.  ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เยาวชนโคราชเพื่อประชาธิปไตยจัดกิจกรรมจั๊กอ่ายเหว่ยเฮยนู่ละงึด ก่อนหน้ากิจกรรมมีการแจ้งการชุมนุมตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯและขอใช้เครื่องขยายเสียงแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้หยุดคุกคามและดำเนินคดีกับประชาชนโดยทันที, สมาชิกวุฒิสภาซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคณะเผด็จการจะต้องลาออกหรือสิ้นอำนาจไป, ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้แทนรัฐธรรมนูญของคณะเผด็จการ โดยสมาชิกสภานั้นจะต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด, ยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนและมีสถาบันกษัตริย์ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแท้จริง

ตลอดทั้งกิจกรรมมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 100 คน มีตำรวจในเครื่องแบบไม่น้อยกว่า 15 นาย เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไม่น้อยกว่า 5 นาย และเจ้าหน้าที่เทศกิจไม่น้อยกว่า 3 นาย

ลำดับเหตุการณ์

เวลา 18.00 น. เริ่มกิจกรรมด้วยการร้องเพลงชาติและชู 3 นิ้ว ผู้เข้าร่วมบางตาเนื่องจากฝนที่ตกลงมา

เวลา 18.20 น. มีรายงานว่า หญิงสวมเสื้อแดงคาดว่า เป็นฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมมายืนตะโกนด่าจับใจความไม่ได้ที่บริเวณประตูชุมพร ห่างจากที่ชุมนุม  ก่อนจะกลับออกไป ไม่มีเหตุขัดแย้งกับผู้ชุมนุมแต่อย่างใด

เวลา 18.27 น. ผู้จัดกิจกรรมกำลังเจรจาให้ตำรวจนำกล้องวงจรปิดทั้ง 3 ตัวบริเวณทางเข้า 2 ตัวและริมฟุตบาท 1 ตัวออกจากพื้นที่กิจกรรม แต่ตำรวจไม่ยินยอม ระบุเหตุเรื่องความปลอดภัย ผู้จัดกิจกรรมจึงย้ายประตูทางเข้าให้ห่างจากกล้องวงจรปิดและนำสติกเกอร์หมุดคณะราษฎร 2563 ไปปิดทับไว้ จากนั้นเวลา 18.37 น. เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาสะกิดให้ตำรวจในเครื่องแบบนำสติกเกอร์ออก

เวลา 18.30 น. ตัวแทนเริ่มปราศรัย ฝนหยุดตก ผู้ชุมนุมทยอยมาเข้าร่วม

เวลา 21.00 น. ตำรวจมาพูดคุยกับทีมผู้จัดกิจกรรมเรื่องเสียงและเวลาเลิกงาน ขณะเดียวกันตำรวจอีกชุดหนึ่ง 2 นายเดินเข้ามาที่บริเวณเครื่องเสียงแจ้งว่า มีชาวบ้านที่อาศัยบริเวณแจ้งขอให้เบาเสียงลง ผู้ชุมนุมยอมเบาให้


เวลาประมาณ 23.00 น. ตัวแทนอ่านแถลงการณ์บนเวทีว่า ราษฎรทั้งหลาย นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติก่อการยึดอำนาจล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตยนั้น ราษฎรบางคนได้หวังกันว่า คณะเผด็จการชุดนี้จะเข้ามาคืนความสุขให้กับราษฎร แต่การณ์ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ คณะเผด็จการได้กดขี่และลิดรอนสิทธิเสรีภาพของราษฎรทุกหมู่เหล่า อีกทั้งยังบังเกิดความทุกข์อันเนื่องจากสภาวะข้าวหมากแพงที่เกิดขึ้นทุกหัวระแวง โดยรัฐบาลของคณะเผด็จการชุดนี้มิดได้อาจแก้ปัญหาใดๆได้เลย นอกจากจะคุกคามและจับกุมราษฎรที่วิพากษ์วิจารณ์พวกตนเท่านั้น

บัดนี้ ราษฎรทั่วหล้าต่างประจักษ์ซึ่งความจริงว่า รัฐบาลคณะเผด็จการชุดนี้มีเพียงแต่จะไร้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ยังหาได้มีความสนใจจะแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของราษฎรไม่ ใฝ่แต่จะแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่พวกตนกับทั้งนายทุนผูกขาดไม่กี่ตระกูล รวมถึงยังส่งเสริมให้สถาบันกศัตริย์ขยายอำนาจจนขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย การณ์เหล่านี้ย่อมชั่วร้าย

ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า แผ่นดินนี้เป็นของราษฎร แต่กำลังถูกเหลือบไรปรสิตกัดกินสูบเลือดเนื้อ ซ้ำเหลือบไรปรสิตเหล่านั้นยัวยกตนข่มเหงและทวงบุญคุณราฎรเรื่อยมา จึงสมควรยิ่งแล้วที่ราษฎรจะรวมกำลังเข้าสู้เพื่อทวงแผ่นดินของราษฎรคืน บัดนี้ เรา ราษฎรหลากเชื้อชาติ ศาสนา อายุ เพศสภาพ ถิ่นฐาน และสาขาอาชีพ ได้มารวมตัวกันเพื่อประกาศเจตนารมย์และข้อเรียกร้อง 5 ประการดังต่อไปนี้

1.	หยุดคุกคามและดำเนินคดีกับประชาชนโดยทันที

2.	สมาชิกวุฒิสภาซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคณะเผด็จการจะต้องลาออกหรือสิ้นอำนาจไป

3.	ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้แทนรัฐธรรมนูญของคณะเผด็จการ โดยสมาชิกสภานั้นจะต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

4.	ยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน

5.	มีสถาบันกษัตริย์ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแท้จริง
ข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อนี้เป็นเจตจำนงของราษฎรที่ได้รวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับรัฐบาลของคณะเผด็จการ พรรคการเมืองอันเป็นตัวแทนของราษฎรจะต้องรับฟังและร่วมแรงกับราษฎรผลักดันข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อ นอกจากนี้ยังขอให้ราษฎรทุกหมู่เหล่ามาร่วมชุมนุมกันในวันที่ 14 ตุลาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อันเป็นการปกครองของราษฎร โดยราษฎร เพื่อราษฎรอย่างแท้จริง

ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ


กิจกรรมในวันนี้มีตัวแทนปราศรัยในประเด็นเช่น

๐ การศึกษา

นักเรียนมัธยมฯ คนหนึ่งที่เพิ่งถูกไล่ออกเนื่องจากวิจารณ์ระบบอำนาจนิยมในโรงเรียนว่า อำนาจนิยมในโรงเรียนเช่นเรื่องการคลานเข่า ครูไม่ได้สูงกว่าเรา ทุกคนเป็นคนเท่ากันเหตุใดเราถึงต้องคลานเข่าเข้าไปหาครู เขายืนยันว่า การกล่าวเช่นนี้ไม่ได้บอกว่า การเคารพเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่เคารพบนสายพานอำนาจเช่นใด

อำนาจนิยมเริ่มตั้งแต่เป็นนักเรียนในโรงเรียน ผู้ถืออำนาจต้องมีความยุติธรรม ต้องมีการตรวจสอบและตั้งคำถามได้เพื่อไม่ให้ถูกใช้ในทางที่ผิด นำไปสู่เผด็จการเบ็ดเสร็จ ควบคุมความคิด ห้ามเถียงห้ามวิจารณ์  ซึ่งที่ผ่านมาเขาวิจารณ์ระบบอำนาจนิยมภายในโรงเรียนเช่นนี้นำไปสู่การกดดันให้เขาต้องลาออก

“...ได้โปรดอย่าเมินเฉยกับปัญหา มันไม่ได้ส่งต่อคุณไม่ได้หมายความว่า มันไม่ได้เป็นปัญหา...”

หากปล่อยให้ผู้มีอำนาจใช้อำนาจในทางมิชอบกดขี่ใครก็ได้ อีก 10 ปี 20 ปี ลูกหลานของท่านก็อาจจะเจอปัญหานี้  

๐ ความเท่าเทียมทางเพศ

ชุมาภรณ์ แต่งเกลี้ยง กล่าวถึงกรณีของเมนู สุพิชฌาย์ ที่ถูกคอมเมนท์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอว่า “ห-อ-ม” และ “ข-อ-บ-คุ-ณ-ค-รั-บ” โดยเว้นวรรคเป็นคำย่อสื่อความทางเพศที่ถูกบัญญัติคำขึ้นมาใหม่ นี่คือความเลวร้ายและมีการบอกว่า “เฟมินิสต์” “เฟมทวิต” อย่าบ้านักเลย รู้หรือไม่ว่า สิ่งที่เมนูทำคือ กดร้องไห้ทุกคอมเมนท์ที่พิมพ์ว่า “ขอบคุณครับ” จนบอกว่า “หนูไม่ไหว”

เธอเสนอข้อเรียกร้องต่อทุกคนในขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยว่า ขอให้มวลชนและทุกกลุ่มที่เคลื่อนไหวลุกขึ้นมายืนยันถึงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทั้งบนโลกออนไลน์และในที่ชุมนุม “เรากำลังเรียกร้องขอสัตยาบันร่วมกันว่าขบวนการเคลื่อนไหวจะไม่เห็นดีเห็นงามกับมวลชนหรือแกนนำที่ลุกขึ้นมาล้อเลียนหรือเหยียดหยามทางเพศ” เธอเชื่อว่า ขบวนประชาธิปไตยไม่สามารถประคองอยู่ได้ ถ้าไม่เห็นว่า ความเป็นธรรมโดยรวมของสังคมคืออะไร

๐ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ กล่าวว่า เขามีความฝัน ประการแรกคือ สมาชิกสภาที่จะลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีที่ต้องมาจากการเลือกตั้ง องค์กรตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลเช่น ป.ป.ช. ที่มาจะต้องอิสระ ไม่ใช่มีที่มาจากส.ว.ที่รัฐบาลทหารแต่งตั้งมาอนุมัติอีกที ความฝันอีกประการคือ รัฐธรรมนูญคนร่างจะต้องมาจากการเลือกของประชาชน ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญโดยการเลือกของรัฐบาลทหาร และร่างรัฐธรรมนูญภายใต้มาตรา 44 จำกัดเสรีภาพของประชาชน

แต่เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่า มันตรงกันข้ามกับความฝันทุกอย่าง ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลมองว่า รัฐธรรมนูญผ่านประชามติมาแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งไม่จริง ทั้งมันยังเป็นประชามติที่ไม่มีทางเลือก และมีชัย ฤชุพันธ์ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญออกมาพูดว่า ถ้าฉบับนี้ไม่ผ่านจะเจอฉบับที่โหดกว่านี้ 

ประชามติเช่นนี้ยังนำไปสู่การอ้างเรื่องมติโหวตรับร่าง 16 ล้านเสียง ขอวิงวอนผู้ที่ลงมติเห็นชอบ อย่าปล่อยให้เขาอ้างเสียงแบบผิดๆ เราต้องยืนยันว่า การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่แก้อะไรก็ได้แล้วลักไก่แก้ตามที่รัฐบาลเสนอ เราต้องยืนยันประเด็นสำคัญเช่น นายกรัฐมนตรีคนนอกและส.ว. 250 คน