ลบยังไงก็ไม่ลืม ถอนยังไงก็ไม่หมด

วันที่2563-10-08

เวลา17:00

สถานที่มหาวิทยาลัยรังสิต จ.ปทุมธานี

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เพื่อแสดงออกว่า ประเทศนี้เป็นของประชาชนไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 5

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

8 กันยายน 2563 เวลา 17.00 น. - 17.24 น. รังสิตพะยอมเก๋าจัดกิจกรรม “ลบยังไงก็ไม่ลืม ถอนยังไงก็ไม่หมด” โดยกิจกรรมเป็นการฝังหมุดคณะราษฎร 2563 บริเวณหน้าป้ายมหาวิทยาลัยรังสิต แต่ไม่สามารถฝังหมุดตามแผนได้จึงอ่านแถลงการณ์และแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

ลำดับเหตุการณ์

เวลา 15.25 น. เฟซบุ๊กเพจ “รังสิตพะยอมเก๋า” รายงานว่า ขณะนี้พบเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยรังสิตนำกล้องวงจรปิดมาติดบริเวณใกล้กับสนามหญ้าหน้าป้ายมหาวิทยาลัย ขณะที่ด้านหน้าป้ายมีการนำแผงเหล็กมาวางกั้นไว้โดยรอบ

เวลา 17.14 น. ตัวแทนกลุ่มพะยอมเก๋า 5 คนมารวมตัวกัน และเริ่มอ่านแถลงการณ์เจตนารมณ์การฝังหมุดคณะราษฎรว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2563  หมุดคณะราษฎร 2563 จากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้ถูกฝังลงบริเวณสนามหลวงและวันนี้วันที่ 8 ตุลาคม 2563 หมุดคณะราษฎร ได้ถูกฝังลง ณ ทุ่งรังสิต บริเวณหน้าป้ายมหาวิทยาลัยรังสิตเพื่อประกาศว่า ประเทศนี้เป็นของราษฎรไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง และอีกนัยยะเป็นการประกาศให้รู้ว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิตและประชาชนบริเวณใกล้เคียงมีเจตจำนงในการต่อสู้เรียกร้องให้เกิดการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างแท้จริง เพื่อสถาปนาให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดของประเทศ

ถึงแม้วันนี้เราจะไม่ได้ฝังหมุดตามที่ใจหวัง แต่ให้รู้ไว้เถิดว่า หมุดและประชาธิปไตยได้ถูกฝังในใจของประชาชนผู้มีความรักในประชาธิปไตยทุกท่านแล้ว และให้รู้ไว้เถิดว่า ผู้ที่สั่งห้ามไม่ให้ฝังหมุด เขาอยู่ตรงข้ามประชาชน 

นับเป็นเวลา 88 ปีที่คณะราษฎรได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่พัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยต้องหยุดชะงักลงหลายครั้ง จากเหล่าศักดินา นายทุน เหล่าขุนศึกที่ได้รับผลประโยชน์จากระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ และสรรหาทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดประชาธิปไตยที่ทุกคนเท่ากัน ดังเช่นเหตุการณ์ล้อมฆ่านักศึกษา 6 ตุลาคม 2519 เป็นเหตุการณ์ฆ่านักศึกษาเพื่อให้ลดกระแสประชาธิปไตยที่กำลังเบ่งบานทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา กรรมกร ชาวนา หลังจากเหตุการณ์วันนั้นประเทศที่มีพัฒนาการระบอบประชาธิปไตยอย่างก้าวกระโดดได้กลายเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ มหาวิทยาลัยที่กำลังตื่นตัวด้วยเสรีภาพกลายเป็นโรงเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ เพี่อส่งออกแรงงานให้นายทุน 

ในวันนี้สถานการณ์ทางการเมืองความเป็นประชาธิปไตยยังคงย่ำอยู่กับที่ โดยเฉพาะผลพวงจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยเฉพาะบทบาทที่มาของสมาชิกวุฒิสภา องค์กรอิสระ รวมถึงรัฐธรรมนูญที่มาจากคณะรัฐประหาร แต่ในความมืดย่อมมีแสงสว่างเสมอ แสงสว่างที่มาจากประชาชนและนักศึกษาที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ ทวงคืนอำนาจของประชาชนตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน 

ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ถนนทุกสายรวมถึงพวกเรารังสิตพะยอมเก๋าจะมุ่งสู่ถนนราชดำเนินเพื่อขับไล่รัฐบาลทรราชย์ ประยุทธ์ จันทร์โอชาและพรรคพวก เพื่อสถาปนาอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ

เมื่ออ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้นจึงนำหมุดคณะราษฎรจำลองวางที่พื้นและชู 3 นิ้วเพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เสร็จสิ้นกิจกรรม