#ไปสภาไล่ขี้ข้าศักดินา

วันที่2563-09-24

เวลา16:00

สถานที่รัฐสภา เกียกกาย จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 6

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

501-1,000

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

ไม่ต่ำกว่า 500

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

24 กันยายน 2563 เวลา 16.00 น. ที่หน้ารัฐสภา คณะประชาชนปลดแอกและกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยจัดชุมนุมเพื่อให้สภาเปิดช่องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกปิดการจราจรถนนสามเสน ด้านหน้ารัฐสภาทั้งหมด โดยมตัวแทนผลัดเปลี่ยนกันปราศรัย จากนั้นเวลา 20.20 น. ที่ประชุมสภามีมติตั้งกมธ. ศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผู้ชุมนุมแสดงความไม่พอใจและเริ่มย้ายจากบริเวณเวทีหน้ารัฐสภาไปที่แยกเกียกกาย ฝั่งถนนทหารเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อส.ว. 250 คนและส.ส.พรรครัฐบาลที่มีมติตั้งกมธ. มีการตะโกนคำว่า เหี้ย ใส่รถยนต์ของผู้แทนที่ไม่ได้มีการแสดงตัวว่า ยืนอยู่ข้างเดียวกับประชาชนและปรบมือให้กับผู้แทนที่แสดงตัวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของประชาชน การแสดงออกบริเวณดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ไม่มีเหตุขัดแย้งใด

ลำดับเหตุการณ์

กิจกรรมมีตัวแทนขึ้นปราศรัยเช่น กรกช แสงเย็นพันธ์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย กล่าวถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ผ่านการประชามติมาโดยการปิดกั้นการแสดงออกและการรณรงค์ของผู้เห็นต่าง ตั้งข้อสังเกตถึงการขยายพระราชอำนาจของสถาบันกษัตริย์ที่มีกองทัพ ศาลและรัฐสภาเกื้อกูล เขาเรียกร้องให้ส.ว.ยกมือเปิดทางให้มีการตั้งส.ส.ร.เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและเหนือการเมือง 

ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ กลุ่มนักเรียนเลว กล่าวว่า ระบบการศึกษาไม่มีทางดีได้เลย หากกฎหมายสูงสุดอย่างรัฐธรรมนูญไม่เอื้อ การที่มีนักเรียนมาในวันนี้เพราะนักเรียนมีความตื่นรู้ ใช้วิจารณญาณในการเลือกอนาคตของตนเอง ผู้ใหญ่ต้องเลิกคิดว่า เด็กมีคนหนุนหลัง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไม่ยอมแก้ไขระเบียบที่กดขี่นักเรียน แต่อย่างน้อยในฐานะส.ส.โหวตตั้งส.ส.ร.ได้ไหม หากไม่แก้ปัญหาของนักเรียนก็ขอให้แก้ปัญหาของประเทศได้ไหมในฐานะส.ส.ก็ยังดี 

เวลา 17.36 น. สิรภพ อัตโตหิ อ่านข้อเรียกร้องจากคณะประชาชนปลดแอกดังนี้

หนึ่ง ส.ว.ต้องให้ความร่วมมือกับส.ส.ใช้กระบวนการรัฐสภายกมือสนับสนุนแก้ไขมาตรา 256 เปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ และมาตรา 269-272 แก้ไขที่มาและปรับลดอำนาจต่างๆของส.ว.เสียเพราะมาตราเหล่านี้เป็นที่มาของความอัปยศของประชาธิปไตยไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาในประวัติศาสตร์


สอง แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเลือกตั้งส.ส.ร. ปราศจากการแต่งตั้ง ต้องไม่มีการสอดไส้เพื่อรักษาอำนาจเผด็จการทรราชย์ และผู้สนับสนุนการรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจ เพื่อให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้นเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

สาม เพื่อให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่ครรลองประชาธิปไตย เราจำเป็นจะต้อง #ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์  จำกัดอำนาจสถาบันกษัตริย์ไม่ให้ล้นเกินระบอบประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทุกหมวด ทุกมาตรา ไม่เว้นแม้แต่มาตราที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ เพื่อให้กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เพื่อให้สถาบันกษัตริย์อยู่อย่างมั่นคงและงดงาม

เวลา 19.15 น. มีผู้ชุมนุมปีนประตูรั้วสภาและตกลงมาบาดเจ็บ โดยตกลงไปภายในรั้วรัฐสภา

เวลา 19.27 น. มีการนำรถพยาบาลเข้ามาเพื่อพาผู้ได้รับบาดเจ็บออกไปที่โรงพยาบาล แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมเปิดประตูรั้ว ผู้ชุมนุมจึงร่วมกันชู 3 นิ้วสัญญาว่า ถ้าเปิดประตูให้พาตัวผู้ได้รับบาดเจ็บออกมา จะไม่เข้าไป 

เวลาประมาณ 19.47 น. เจ้าหน้าที่พาตัวผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นรถพยาบาลอีกคันหนึ่งที่อยู่ภายในรัฐสภาและออกมาทางประตูถนนทหาร โดยนำตัวไปที่โรงพยาบาลวชิระ

เวลาประมาณ 20.20 น. ที่ประชุมสภามีมติตั้งกมธ.ศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผู้ชุมนุมแสดงความไม่พอใจ เวลาดังกล่าวมีการกระจายการชุมนุมสองจุดคือ ที่หน้ารัฐสภาและแยกเกียกกาย การชุมนุมที่หน้ารัฐสภามีการแสดงออกโดยการโปรยใบลาออกให้ส.ว. โดยโปรยเข้าไปในรั้วรัฐสภา ขณะที่การชุมนุมที่แยกเกียกกายมีอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน เป็นแกนนำ เขาประกาศว่า  จะดักรอมันตรงแยกเกียกกายเพื่อถามส.ว.ว่า ทรยศประชาชนได้อย่างไร การตั้งกมธ. ศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการยื้อเวลาเท่านั้น

ต่อมาเวลา 20.30 น. เริ่มมีรถยนต์ทยอยออกมาจากรัฐสภา ฝั่งถนนทหาร อานนท์ได้นำให้ผู้ชุมนุมให้การต้อนรับเหล่าส.ว.ด้วยการตะโกนด่าว่า “ไอ้เหี้ยออกไป” โดยจะตะโกนใส่รถยนต์ที่ไม่ลดกระจกลงมาทักทาย ซึ่งคาดหมายได้ว่า เป็นรถของส.ว. ขณะที่รถยนต์ของส.ส.พรรคฝ่ายค้านจะลดกระจกลงมาทักทายและชู 3 นิ้ว คือ นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางให้แก่ประชาชน โดยกลุ่มนี้ผู้ชุมนุมจะปรบมือให้ นอกจากนี้ยังมีรถยนต์บางคันที่ผู้โดยสารภายในลดกระจกลงมาชู 3 นิ้วแบบของกลุ่มไทยภักดี แต่ไม่ได้เกิดเหตุขัดแย้งใดๆ มีตำรวจมาตั้งแนวกั้นป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปใกล้รถยนต์ แต่ล่าช้าไปประมาณ 10 นาทีนับตั้งแต่ผู้ชุมนุมเริ่มให้การต้อนรับ

เวลา 21.40 น. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยส.ส.พรรคอีกจำนวนหนึ่งเดินเท้าออกมาหาผู้ชุมนุม กล่าวขอโทษที่ไม่สามารถทำตามที่ประชาชนร้องขอได้สำเร็จ ต่อมา 21.48 น. อานนท์ นำภา ประกาศยุติการชุมนุม พร้อมบอกว่า จะกลับมาอีกครั้งกลางเดือนตุลาคม 2563