#ธรรมศาสตร์จะไม่ทน

วันที่2563-08-10

เวลา17:00

สถานที่ลานพญานาค จ.ปทุมธานี

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เพื่อเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ยุบสภาและหยุดคุกคามประชาชน รวมทั้งยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

5,000

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

120

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

วันที่ 10 สิงหาคม 2563 เวลา 17.00 น. ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต นักศึกษาธรรมศาสตร์นัดจัดกิจกรรม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน  โดยมีข้อเรียกร้องสามข้อเช่นเดียวกับคณะประชาชนปลดแอกคือ แก้รัฐธรรมนูญ,ยุบสภาและหยุดคุกคามประชาชน ขณะที่แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมอ่านแถลงการณ์เรียกร้องเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์สิบข้อ เช่น ยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ ที่ว่าผู้ใดจะกล่าวหาฟ้องร้องกษัตริย์มิได้ แล้วเพิ่มบทบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณาความผิดของกษัตริย์ได้ เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับคณะราษฎร และยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมถึงเปิดให้ประชาชนได้ใช้เสรีภาพแสดงความคิดเห็นต่อสถาบันกษัตริย์ได้ และนิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดีเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ทุกคน (อ่านทั้งหมดด้านล่าง)


หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมวันที่ 11 สิงหาคม 2563 มีรายงานว่า เยาวชนผู้ขึ้นปราศรัยเรื่องการศึกษาถูกเยี่ยมบ้าน จากนั้นในคืนวันที่ 13 สิงหาคม 2563 บริเวณหอพักของพริษฐ์ ชิวารักษ์และปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล สองนักศึกษาที่เคลื่อนไหวบนเวที มีบุคคลหัวเกรียนคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบวนเวียนรอบหอพัก ขณะที่จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ที่วันดังกล่าวไม่ได้เข้าร่วมงานก็รายงานเช่นกันว่า บุคคลคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาติดตามที่หอพัก

ลำดับเหตุการณ์

วันที่ 10 สิงหาคม 2563

เวลา 13.30 น. เริ่มมีตำรวจเก็บกู้ระเบิดวางกำลังในพื้นที่ จัดตั้งประตูตรวจจับโลหะ เมื่อสอบถามพบว่าเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างผู้จัดกิจกรรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นหนึ่งมาตรการชุมนุมปลอดภัย

เวลา 15.40 น. บริเวณทางเข้ามีจุดตรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาอำนวยความสะดวกเรื่องการวัดอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 20 คนและมีพยาบาลไม่น้อยกว่าห้าคนคอยเตรียมความพร้อมเรื่องยาและการปฐมพยาบาลภายในเต็นท์ด้านข้าง นอกจากนี้ยังมีการขอตรวจกระเป๋า ไม่อนุญาตให้นำอาวุธ ของมีคมหรือวัตถุที่จะก่ออันตรายเข้ามาในพื้นที่

เวลา 15.50 น. มีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบในพื้นที่ชุมนุมไม่น้อยกว่าเจ็ดคน นักศึกษาเริ่มทยอยมารอภายในลานพญานาคแล้วประมาณ 100 คน

เวลา 16.01 น. พิธีกรประกาศแจ้งว่า ตอนนี้มีตำรวจอยู่ในพื้นที่ชุมนุมเพื่อตรวจเช็ควัตถุอันตราย ดังนั้นผู้ร่วมกิจกรรมจึงไม่ต้องเป็นกังวล

เวลา 16.05 น. ตำรวจในเครื่องแบบกระจายกำลังรอบนอกลานพญานาคสองฝั่ง ฝั่งละ 15 นาย  เมื่อสอบถามระบุว่า บางส่วนมาจากสภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ มาประมาณ 40 นาย

เวลา 17.31 น. พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัฒน์ ผู้กำกับการ สภ.คลองหลวง ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงทำนองว่า ขอให้ผู้ชุมนุมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มาตามจุดคัดกรอง ให้ชุมนุมตามกฎหมาย สงบและปราศจากอาวุธ และงดเว้นการปราศรัยหมิ่นสถาบันฯ งดเว้นการปราศรัยที่ดูหมิ่นบุคคลอื่นและสร้างความกระด้างกระเดื่อง

เวลา 17.51 น. พบโดรนบินอยู่เหนือพื้นที่ชุมนุม

เวลา 18.20 น. เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบคอยถ่ายภาพป้ายที่วิพากษ์วิจารณ์การเมืองอย่างตรงไปตรงมา

เวลา 18.42 น. พบโดรนบินอยู่เหนือพื้นที่ชุมนุมอีกครั้ง

เวลา 20.08 น. อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชนขึ้นปราศรัย ระหว่างนั้นมีโดรนบินเหนือพื้นที่ชุมนุม อานนท์ปราศรัยเรื่องสถาบันกษัตริย์อีกครั้ง เล่าว่า การชูป้ายเรื่องสถาบันกษัตริย์อย่างตรงไปตรงมาของผู้เข้าร่วมกิจกรรมในที่ชุมนุม แต่ไม่มีผู้ปราศรัยกล้าพูดถึงประเด็นนี้ ผู้ที่ชูป้ายถูกคุกคามทุกรายไป นั่นเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่เขาต้องออกมาพูดในวันที่ 3 สิงหาคม 2563  เขาระบุด้วยว่า พระมหากษัตริย์ถ้ายังเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต้องไม่เซ็นรับรองการรัฐประหาร หากการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องยืนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้น

เวลา 21.00 น. ปนัสยา ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมอ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาว่าด้วยสถาบันกษัตริย์ ดังนี้

1. ยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ ที่ว่าผู้ใดจะกล่าวหาฟ้องร้องกษัตริย์มิได้ แล้วเพิ่มบทบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณาความผิดของกษัตริย์ได้ เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับคณะราษฎร

2. ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมถึงเปิดให้ประชาชนได้ใช้เสรีภาพแสดงความคิดเห็นต่อสถาบันกษัตริย์ได้ และนิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดีเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ทุกคน

3. ยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 และให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่ของส่วนตัวของกษัตริย์อย่างชัดเจน

4. ตัดลดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้กับสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

5. ยกเลิกส่วนราชการในพระองค์ หน่วยงานที่มีหน้าที่ชัดเจน เช่น หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ให้ย้ายไปสังกัดหน่วยงานอื่น และหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็น เช่น คณะองคมนตรี ให้ยกเลิก

6. ยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด เพื่อกำกับให้การเงินของสถาบันกษัตริย์อยู่ภายใต้การตรวจสอบทั้งหมด

7. ยกเลิกพระราชอำนาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ

8. ยกเลิกการประชาสัมพันธ์และการให้การศึกษาที่เชิดชูสถาบันกษัตริย์แต่เพียงด้านเดียวจนเกินงามทั้งหมด

9. สืบหาความจริงเกี่ยวกับการสังหารเข่นฆ่าราษฎรที่วิพากษ์วิจารณ์หรือมีความเกี่ยวข้องใดๆ เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์

10. ห้ามมิให้ลงพระปรมาภิไธยรับรองการรัฐประหารครั้งใดอีก

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า ข้อเรียกร้องเหล่านี้ไม่ใช่ข้อเรียกร้องเพื่อล้มล้างสถาบันกษัตริย์ แต่เป็นข้อเสนอโดยความปรารถนาดีเพื่อให้สถาบันกษัตริย์ได้อยู่เป็นมิ่งขวัญแก่ประชาราษฎร์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยต่อไป และนัดหมายกิจกรรมต่อไปในวันที่ 12 สิงหาคม 2563 ที่สวนลุมพินี ก่อนยุติกิจกรรม

เวลา 21.17 น. ทีมการ์ดพาผู้ปราศรัยออกจากพื้นที่

เวลา 21.22 น. มีรถตำรวจขับตามรถแกนนำประมาณ 2 คัน ผู้ชุมนุมพยายามจะขวางแต่ไม่ทัน

วันที่ 11 สิงหาคม 2563

เวลา 00.51 น. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ตามที่ได้มีการจัดชุมนุมที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา และปรากฎว่าในช่วงท้ายของการชุมนุมมีเนื้อหาบางส่วนที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั้น

ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต ที่รับผิดชอบเรื่องการอนุญาตให้ใช้สถานที่ ผมขอชี้แจงดังต่อไปนี้

1.นักศึกษาผู้จัดการชุมนุมได้ทำหนังสือลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ขออนุญาตใช้สถานที่โดยแจ้งว่า “เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนทุกรูปแบบ” ไม่ได้มีการแจ้งว่าจะมีการปราศรัยหรือแสดงออกในประเด็นเรื่องอื่นแต่อย่างใด 

2.ผมได้รับหนังสือนี้ในวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ผมจึงได้เชิญผู้ขออนุญาตใช้สถานที่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองหลวงมาหารือในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยินดีที่จะอำนวยความสะดวกเรื่องมาตรการความปลอดภัย โดยได้ขอให้แสดงออกเป็นไปในขอบเขตของกฎหมายและหลีกเลี่ยงประเด็นที่ละเอียดอ่อน ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่า การชุมนุมจะอยู่ในขอบเขตของประเด็นทั้ง 3 ประเด็นที่ขอจัด โดยหากว่ามีคนที่ปราศรัยในประเด็นที่หมิ่นเหม่หรือผิดกฎหมาย คนพูดก็ต้องรับผิดชอบ และถ้าหากมีการกระทำที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือการยกป้ายข้อความหรือการกระทำใดก็แล้วแต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้วิธีการพูดคุยเจรจา เมื่อได้ข้อสรุปตามแนวทางนี้ผมจึงอนุญาตให้ใช้สถานที่

3.ในขณะที่มีการชุมนุม ช่วงเวลาประมาณ 19 นาฬิกาถึง 20 นาฬิกา ผมได้ไปสังเกตุการณ์และไปเยี่ยมเจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยอำนวยการเรื่องมาตรการความปลอดภัย ซึ่งการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่หลังจากนั้นจึงได้ทราบว่ามีผู้ปราศัยบางคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ที่ไม่ได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการปราศรัยในทางที่จะเป็นปัญหาได้ดังที่ปรากฏ 

ผมขอเรียนว่า แม้ว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะให้เสรีภาพในการแสดงออก แต่การแสดงออกควรต้องอยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องพึงระวังในเรื่องละเอียดอ่อนและเรื่องที่อาจจะนำมาซึ่งความแตกแยกของผู้คนในสังคม และแม้ว่าเนื้อหาหลักของการชุมนุมจะเป็นไปตามขอบเขตดังกล่าว แต่เมื่อปรากฎเนื้อหาบางส่วนที่อาจจะเลยขอบเขตไป ผมในฐานะรองอธิการบดีผู้อนุญาตผมก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ในเบื้องต้นผมขออภัย และขอน้อมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น”

เวลาประมาณ 17.00 น. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ส่งแถลงการณ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่อกรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ระบุว่า นักศึกษาที่แสดงออกไม่เหมาะสมจะดำเนินการอย่างเป็นธรรมภายใต้ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย  และเคร่งครัดเรื่องใช้สถานที่และจะไม่อนุญาตให้ใช้จัดกิจกรรมการเมืองที่สุ่มเสี่ยงละเมิดกฎหมาย

เวลา 22.28 น. ปนัสยา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า มีสายข่าวรายงานว่า ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่ที่หน้าหอพักแล้ว และเตรียมกำลังจะรวบเรากับเพนกวินตอนตีห้า

วันที่ 13 สิงหาคม 2563

องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รายงานความเคลื่อนไหวกรณีการคุกคามปนัสยาและพริษฐ์ไว้ดังนี้

เวลา 00.22 น. มีผู้พบเห็นตำรวจนอกเครื่องแบบและรถดักรออยู่ฝั่งตรงข้ามสะพานลอยหน้าหอพัก TU Dome

เวลา 01.27 น. รถตำรวจที่จอดตรงข้าม TUdome ออกจากพื้นแล้ว มีผู้สอบถามไปที่สภอ.คลองหลวงแจ้งมาว่า เป็นการตรวจตามปกติ

เวลา 02.20 น. เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยมธ. เตรียมรถติดตามกรณีมี "การอุ้มนักศึกษา" ขึ้นรถ

เวลา 05.31 น. ปนัสยาแจ้งมาว่า "ตอนนี้มีตำรวจในเครื่องแบบรอเข้าควบคุมตัว ในส่วนตัวรุ้งตอนนี้ก็อยู่กับเพื่อนๆ พี่ๆ มีกำลังใจเข้มแข็งยังคงยืนหยัดในประชาธิปไตย"

เวลา 9.49 น. จนถึงตอนนี้สถานการณ์ยังปกติ ปนัสยาไปเรียนที่มหาวิทยาลัย

--------

เวลา 01.45 น. จุฑาทิพย์ แจ้งว่า มีบุคคลคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไปที่หอพักของเธอ

เวลา 02.00 น. ปพัชชา เยาวชนที่ขึ้นปราศรัยในวันดังกล่าวโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า เจ้าหน้าที่มีการเยี่ยมบ้านเธอตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 11 สิงหาคม 2563

เวลา 10.00 น. จุฑาทิพย์แจ้งว่า ตอนนี้ปลอดภัยดี