#ม็อบ1กันยา : ซักฟอกเผด็จการ

วันที่2564-09-01

เวลา15:00

สถานที่จาก รัฐสภา เกียกกาย จ.กรุงเทพมหานคร ไปยัง รัฐสภา เกียกกาย จ.กรุงเทพมหานคร

  • + 7

วัตถุประสงค์การชุมนุม

ขับไล่รัฐบาล หรือบุคคลในรัฐบาล

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

51-100

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

51-100

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

วันที่ 1 กันยายน 2564 เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยจัดกิจกรรม #ม็อบ1กันยา ซักฟอกเผด็จการ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานอกสภา คู่ขนานกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา 

นอกจากการปราศรัยของเครือข่ายรามคำแหงฯแล้ว กลุ่มทะลุฟ้ายังมาร่วมกิจกรรมด้วยโดยมาจัด  ‘Rastaspaland สวนสนุกเปิดใหม่ ใครเล่นก็ลืมอายุ’ ซึ่งประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมซุ้ม ปา-ยุทธ์ กิจกรรมปาลูกดอกโดยมีเป้าเป็นแสตนดี้รูปพล.อ.ประยุทธ์เป็นเป้า โดยหากปาเป้าได้คะแนนตามที่กำหนดจะได้รับของรางวัลและสามารถร่วมบริจาคตามความศรัทธาเพื่อสนับสนุนเครือข่ายรามคำแหงฯ ได้อีกด้วย อีกหนึ่งกิจกรรมคือกิจกรรมระดมความคิด ออกแบบรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เชิญชวนให้ผู้คนได้มาฉีดเขียนและพ่นสเปรย์ความคิดของตัวเองเกี่ยวกับรัฐบาลชุดนี้ ลงบนผืนผ้าที่ทีมงานทะลุฟ้าเตรียมมา จากการสอบถามเพิ่มเติมกับไดโน่ ทะลุฟ้าได้ความว่า “ทางทะลุฟ้ามาร่วมกับทีมเครือข่ายราม ก็เลยเอาเเผ่นกระดาษกับผืนผ้าดิบ มาให้ประชาชนได้เขียนว่ารัฐธรรมนูญที่เราต้องการเนี่ย ต้องการเเบบไหน เช่น หมวด1 หมวด 2 หมวด 3 พวกสิทธิในการเเสดงออก กำลังจะออกเเบบเพิ่มเติมครับ”

ลำดับเหตุการณ์

14.45 น.  ผู้ชุมนุมบางส่วนรวมตัวกันบริเวณลานว่างหน้ารัฐสภาฝั่งกรมอุตสาหกรรมทหารตั้งแต่เวลา 15.00 น. ระหว่างนั้นนักกิจกรรมที่เป็นสมาชิกเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ขี่รถจักรยานยนต์มาแจ้งผู้ชุมนุมที่รออยู่บริเวณดังกล่าวว่าจะจัดการชุมนุมบริเวณประตูรัฐสภาฝั่งประตูบุญรอด ผู้ชุมนุมจึงเคลื่อนขบวนมายังบริเวณดังกล่าวในลักษณะต่างคนต่างเดิน

เกี่ยวกับมาตรการรองรับสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ มีการวางกำลังของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.บางโพประมาณ 40 นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาและเจ้าหน้าที่รปภ.รัฐสภาประมาณ 10-20 นาย โดยประจำจุดอยู่บริเวณบันไดหน้าลานว่าง หลังรั้ว และในอาคารรัฐสภา  

15.16 น. มีเจ้าหน้าที่สน.บางโพมาพูดคุยกับตัวแทนผู้จัดการชุมนุม ตัวแทนเครือข่ายรามคำแหงฯ ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ก่อนหน้านี้ 2 วัน ทางกลุ่มได้นำหนังสือมายื่นต่อประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย เพื่อขออนุญาตจัดกิจกรรมแล้ว

15.21 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจอ่านประกาศข้อกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมให้ฟัง พ.ต.อ.พงพัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ ผู้กำกับฯ สน.บางโพ ได้แจ้งต่อผู้สังเกตการณ์ด้วยว่า แม้ทางกลุ่มจะได้ขออนุญาตทางรัฐสภาในการจัดกิจกรรมแล้ว แต่ตามข้อกำหนดนั้นสามารถจัดกิจกรรมได้โดยต้องมีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 25 คน 

15.23 น. ตัวแทนเครือข่ายรามคำแหงฯ กล่าวเปิดกิจกรรม และกล่าวถึงจุดประสงค์ของกิจกรรมในวันนี้ว่า เป็นไปเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จัทร์โอชา คู่ขนานกับเหตุการณ์ในรัฐสภา  จากนั้นจึงเปิดเวทีให้ผู้ปราศัยขึ้นมาอภิปรายจนเลิกกิจกรรม



การปราศรัย
ณัทพัช อัคฮาด ญาติผู้เสียหายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม 2553 ปราศรัยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ คิดว่าเป็นครั้งที่ประชาชนจับตามองดูมากที่สุด ไม่ใช่แค่เพราะผู้นำรัฐบาลชุุดนี้อยู่หรือเป็นส่วนหนึ่งของการสลายการชุมนุมในปี 2553 แต่เป็นเพราะสถานการณ์ทุกวันนี้อยู่ไปก็เหมือนจะไม่มีอนาคต

การอภิปรายในสภาโดยเฉพาะประเด็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือ IO ที่มีไฟล์watch list หลุดออกมาก็เป็นเครื่องสะท้อนว่าสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำได้ดีคือการคุกคามคนเห็นต่าง ไม่ใช่การจัดหาวัคซีนหรือการเยียวยาประชาชน จึงอยากฝากถึงส.ส.โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลให้ทบทวนว่าที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์มีผลงานอะไรบ้าง และอยากให้ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลออกมาลงคะแนนไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้
 
ธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือ ปูน ทะลุฟ้า ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ทำให้เศรษฐกิจถดถอยได้อย่างที่ไม่มีรัฐบาลชุดไหนเคยทำมาก่อน และสร้างประวัติศาสตร์ทำให้คนฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจได้มากที่สุด 

หลายๆ ครั้งที่มีคนออกมาชุมนุมมาขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ก็เป็นเพราะทนไม่ไหวกับการบริหารงานที่ล้มเหลว

ตลอดระยะเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจ ประชาชนถูกริดรอนสิทธิและเสรีภาพมาโดยตลอด ทั้งที่การชุมนุมเป็นไปโดยสันติปราศจากอาวุธ มีกฎหมายสูงสุดคือรัฐธรรมนูญรับรองไว้ แต่พล.อ.ประยุทธ์ก็นำทหารตำรวจมาควบคุมจำกัดสิทธิเสรีภาพ และอ้างอำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้งที่เอาเข้าจริงแล้วพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯถูกออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งครั้งนั้นก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นสิทธิมนุษยชน แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับนำพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาใช้แก้ไขสถานการณ์โควิดซึ่งดูเป็นการใช้กฎหมายที่ผิดฝาผิดตัว

ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ลูกนัท ระบุว่า ปราศรัยว่า เขาขอบคุณส.ส. พรรคก้าวไกลที่อภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เขาเองเพิ่งทราบว่ามีประชาชนคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บตาบอดรุนแรงกว่าตัวเขาแต่ไม่สามารถที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพได้ ซึ่งจุดนี้เป็นหมุดหมายที่ทำให้เขาตั้งปณิธานว่า จะไม่ให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาเกิดกับคนอื่นอีก

ธนเดช ศรีสงคราม หรือ ม่อนอาชีวะ ระบุว่า ตัวเขาอยากสอบถามพล.อ.ประยุทธ์ว่า ที่บอกว่าตัวเองมีประสบการณ์ 7 ปี หมายถึงประสบการณ์ไล่จับเด็กและผู้เห็นต่างใช่หรือไม่ ที่พล.อ.ประยุทธ์สั่งให้เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนทำการสลายการชุมนุมให้สอดคล้องกับหลักสากล ยืนยันว่าไม่จริง เพราะตามหลัก การใช้กระสุนยางจะต้องเล็งบริเวณช่องท้องหรือขาเท่านั้น แตที่ผ่านมามีน้องที่เขารู้จักถูกยิงที่ใบหน้าจนเลือดออกมาแล้ว 

เกริกหิรัญ แปลกประเสริฐ หรือ เฉิ่ม ดอกจิก กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลว่า ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ถือว่าล้มเหลว ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน โดยเฉพาะความล้มเหลวของการบริหารจัดการวัคซีนที่ภาครัฐมีข้อมูลอย่างทะเบียนราษฎรอยู่แล้ว แต่ไม่มีการบูรณาการข้อมูลในการกระจายวัคซีน แต่กลับหาสารพัดแอปพลิเคชันมาเพิ่มภาระให้ประชาชน