26 ปี การต่อสู้ สู่ชัยชนะเปลี่ยนโรงโม่หินเป็นป่าชุมชน หยุดเหมืองหินถาวร

วันที่2563-09-25

เวลา9:00

สถานที่โรงโม่ ธ.ศิลาสิทธิ จ.หนองบัวลำภู

วัตถุประสงค์การชุมนุม

เพื่อเรียกร้องให้ปิดเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หิน, ฟื้นฟูภูผาป่าไม้และพัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมและแหล่งอารยธรรมโบราณคดี

จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม

ไม่ต่ำกว่า 40

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ

-

รายละเอียดการชุมนุมโดยสรุป

25 กันยายน 2563 เครือข่ายอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจนได จัดกิจกรรม 26 ปี การต่อสู้ สู่ชัยชนะ “เปลี่ยนโรงโม่หินเป็นป่าชุมชน หยุดเหมืองหินถาวร” ที่หมู่บ้านผาฮวกพัฒนา ชาวประชาสามัคคี ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู

สืบเนื่องจากกรณีใบขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง เพื่อทำเหมืองแร่หินปูนของบริษัท ธ.ศิลาสิทธิได้สิ้นสุดอายุต่อใบอนุญาตเมื่อวานนี้( 24 กันยายน 2563) และในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่โดยเฉพาะในส่วนของการปลูกสร้างโรงโม่ไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อสิทธิในการทำเหมืองสิ้นสุดลงสิทธิที่เกี่ยวกับการโม่หินจะต้องสิ้นสุดตามไปด้วย ดังนั้นการดำเนินการของโรงโม่หินจึงต้องสิ้นสุดตามวันดังกล่าวด้วย เป็นเหตุให้ชาวบ้านออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเข้ายึดพื้นที่โรงโม่หินเพื่อเปลี่ยนเป็นป่าชุมชนอย่างที่เคยเป็นมา 

ลำดับเหตุการณ์

เวลา 09.00 น. ชาวบ้านเริ่มรวมตัวตั้งขบวนพร้อมกับถือป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “26 ปี แห่งชัยชนะ” “ป่าชุมชนเด้อ บ่แม่นเขตแหล่งแร่ ไปแล้วไปเลย อย่ากลับมา” “อบต.เซาทำร้ายไทบ้าน”  “กอ.รมน.มีไว้เฮ็ดหยัง หยุดทำร้ายชาวบ้านได้แล้ว” เคลื่อนขบวนไปที่โรงโม่หิน และตลอดเส้นทางเดินชาวบ้านได้สลับกันขึ้นปราศรัยเพื่อให้กำลังใจในการต่อสู้ในครั้งนี้  ต่อมาเมื่อชาวบ้านเดินทางมาถึงโรงโม่หินได้ทำกิจกรรมหว่านเมล็ดปอเทือง ซึ่งเป็นดอกไม้เพื่อให้โรงโม่หินกลายเป็นสวนดอกไม้ และปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูภูผาป่าไม้ในเขตโรงโม่หิน

จากนั้นวิลัย อนุเวช ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได อ่านประกาศบริเวณโรงโม่หินของเอกชนโดยมีเนื้อหาว่าโดยสรุปว่า  กว่า 26 ปี ที่ ตำบลดงมะไฟและตำบลใกล้เคียง ตกอยู่ในความขัดแย้งและข้อถกเถียงถึงเรื่องความเลวร้ายของโรงโม่หิน และนับจากนี้ไป ชาวบ้านจะพัฒนาดงมะไฟ และจะก้าวออกจากความเลวร้ายดังกล่าวไปสู่สิ่งใหม่ เพื่อพัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรม และอารยธรรมโบราณคดี ด้วยวิธีขุดรากถอนโคนเหมืองหินทั้งหมด 225 ไร่ ที่เคยเป็นเขตเหมืองหินและโรงโม่หิน  นอกจากนี้ยังจะดำเนินการเอาผิดต่อข้าราชการอย่างถึงที่สุดในการใช้เอกสารเท็จอนุญาตให้บริษัทเอกชนต่ออนุญาตการทำเหมือง พร้อมทั้งจะอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร สิ่งปลูกสร้างและวัสดุสิ่งของต่าง ๆ ให้ออกไปจากพื้นที่นี้โดยเร็ว 

และก่อนกิจกรรมในช่วงเช้าจะสิ้นสุดลงชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ได้ทำพิธีปักหมุด “ป่าชุมชน” และขอขมาแม่ธรณี พร้อมกับแสดงสัญลักษณ์ประกาศฟื้นฟูเหมืองหินปูนและโรงโม่หิน 225 ไร่ เป็นเขตป่าชุมชนด้วยการร่วมกันจับมือเป็นวงกลมล้อมรอบกองหินพร้อมกับประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ปิดเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หิน 2.ฟื้นฟูภูผาป่าไม้ 3.พัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมและแหล่งอารยธรรมโบราณคดี 

นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ทำกิจกรรมสวมหน้ากากทุกคนคือเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ฯ หลังถูกขู่ฆ่าหากยังไม่หยุดร่วมเคลื่อนไหวกับชาวบ้าน โดยมีข้อความเขียนใส่กระดาษขนาดใหญ่ว่า “ถ้าคุณจัดการเลิศศักดิ์ 1คน ก็จะมีมาอีกเป็นร้อยเป็นพัน” พร้อมกับแฮชแท็ก #เคียงข้างนักปกป้องสิทธิ